เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ชิ่งค่าแท็กซี่ไม่พอ ยังมาใส่ร้ายว่าฉันสะกดรอยตามอีกเหรอ?

บทที่ 1 ชิ่งค่าแท็กซี่ไม่พอ ยังมาใส่ร้ายว่าฉันสะกดรอยตามอีกเหรอ?

บทที่ 1 ชิ่งค่าแท็กซี่ไม่พอ ยังมาใส่ร้ายว่าฉันสะกดรอยตามอีกเหรอ?


“พวกแก ใครจะเข้าใจความรู้สึกนี้บ้าง!”

“เมื่อคืนตอนฉันกลับบ้าน ฉันโดนไอ้โรคจิตตาม!”

“ฉันสูง 163 หนัก 105 กิโล ถือว่าอวบหน่อย ๆ หน้าตาสวยนิด ๆ เครื่องหน้าฉันดูดีมากจริง ๆ”

“เมื่อคืนตอนกลับบ้านหลังเลิกงานประมาณสามทุ่มกว่า มีไอ้โรคจิตลามกคนหนึ่งเดินตามฉันมาสองช่วงตึก แถมยังตามฉันขึ้นมาบนตึกด้วย!”

“โชคดีที่นางฟ้าคนนี้ไหวพริบดี รีบกลับเข้าบ้านแล้วล็อกประตูทัน แต่ไอ้โรคจิตนั่นดันไม่ยอมแพ้ ยังมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หน้าบ้านฉันตั้งพักใหญ่ แถมยังทุบประตูแรงมาก น่ากลัวสุด ๆ ตอนหลังพอเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดถึงได้รีบหนีหัวซุกหัวซุนไป”

“คือจะบอกว่า ทำไมถึงมีไอ้โรคจิตแบบนี้อยู่ด้วย กุมขมับเลยจริง ๆ”

“กล้องวงจรปิดที่นางฟ้าคนนี้ติดตั้งไว้ ถ่ายติดร่างน่ารังเกียจกับหลักฐานการก่อเหตุของไอ้โรคจิตนั่นมาได้ด้วย สาว ๆ ทุกคนระวังตัวกันด้วยนะ!”

ในวิดีโอ มีแถบเสียงสีเขียวทอดยาวสั่นไปมา พร้อมกับเสียงที่เล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ดูโอเวอร์

สุดท้าย ยังมีคลิปจากกล้องวงจรปิดแทรกเข้ามาด้วย

คลิปวิดีโอนั้นไม่มีเสียง เมื่อดูจากมุมกล้องแล้วน่าจะติดตั้งไว้เหนือประตูทางเข้าห้อง

คลิปเริ่มขึ้นด้วยร่างที่ไม่ชัดเจนร่างหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู จากนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งตามมาติด ๆ จนถึงหน้าประตู

เคาะประตู ตะโกนเรียก เดินไปเดินมา...

ต่อมาเขายังใช้ฝ่ามือตบประตูแรง ๆ สองสามครั้ง ดูท่าทางหัวเสียมาก

เหตุการณ์ทั้งหมดดำเนินอยู่ประมาณสองนาทีครึ่ง

ช่วงท้ายของวิดีโอ ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองทางกล้องแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังและรีบเดินจากไป

...

หัวข้อแบบนี้ รู้ ๆ กันอยู่ว่ายังไงก็ต้องดัง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกแอ็กเคานต์การตลาดสื่อโซเชียลสองสามรายช่วยกันใส่สีตีไข่ รีทวีตแสดงความเห็นช่วยกระจายข่าว

กระแสความร้อนแรงเลยพุ่งสูงขึ้นไปอีก

ในชั่วพริบตา บนเวยปั๋ว (Weibo) เกิดเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันรุมประณาม 'ไอ้โรคจิต' ในวิดีโออย่างดุเดือด

【โกรธจนตัวสั่น! เพลียใจจริง ๆ ทำไมถึงมีสิ่งมีชีวิตขยะอย่างพวกโรคจิตชอบสะกดรอยตามผู้หญิงด้วย! แค่คิดก็จะอ้วก!】

【พี่สาวทั้งหลาย คือจะบอกว่า ผู้ชายทุกคนคืออาชญากรแฝง คงไม่มีใครยังไม่รู้ใช่ไหม? ไม่มีใช่ปะ? ไม่มีใช่ปะ? ไม่มีใช่ปะ?】

【พวกไอ้โรคจิตลามกน่ารังเกียจแบบนี้ควรจะตายให้หมด!】

【เป็นอีกวันที่ต้องมาหวาดกลัวผู้ชาย】

ในส่วนของความคิดเห็น พวกคอมเมนต์ที่มียอดไลก์สูงสุด ล้วนเป็นข้อความด่าทอไปในทิศทางเดียวกันแทบทั้งสิ้น

ณ เมืองหางโจว ชุมชนอิ๋งชุน ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง

เริ่นจวินเหม่ยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดเวยปั๋ว (Weibo) ดูเล่น

เธอถึงกับอึ้งไปเลย

โพสต์วิดีโอที่เธอเพิ่งลงไปเมื่อตอนบ่ายกลายเป็นไวรัลดังเปรี้ยง!

ยอดวิวหลายแสน ยอดไลก์ยอดรีทวีตอีกเป็นแสน

คอมเมนต์อีกหลายหมื่น

สำหรับคนที่มีผู้ติดตามไม่ถึงร้อยคน และโพสต์ทั่วไปมียอดวิวไม่เคยเกินพัน การที่จู่ ๆ ได้รับความสนใจล้นหลามขนาดนี้ ทำให้เริ่นจวินเหม่ยตื่นเต้นจนตัวสั่น รู้สึกเหมือนตัวจะลอยได้

“สิบปีเซลฟี่ไม่มีใครสน คราเดียวแฉลั่นสะท้านโลกา!”

“ดูท่าว่านางฟ้าคนนี้กำลังจะกลายเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังแล้ว”

“หึ! หึ ๆ!”

เริ่นจวินเหม่ยตบต้นขาตัวเองพลางหัวเราะเสียงแหลมเหมือนหมู

ไขมันทั่วร่างสั่นกระเพื่อม

เตียงถูกกดทับจนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

เริ่นจวินเหม่ยหัวเราะจนพอใจแล้ว จึงหยิบมือถือขึ้นมาเริ่มตอบกลับความคิดเห็นและข้อความส่วนตัวของชาวเน็ตอย่างสนุกสนาน

ในขณะเดียวกัน คู่กรณีอีกฝ่ายในเหตุการณ์นี้ หรือก็คือหลินเป่ย ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ไอ้โรคจิตชอบสะกดรอยตาม' กำลังนั่งกินมื้อค่ำอยู่ที่ร้านซาเสี้ยน

ผลการเรียนสมัยมัธยมปลายของหลินเป่ยไม่ได้ดีเด่นอะไร

เขาเข้าได้เพียงมหาวิทยาลัยระดับสองห่วย ๆ แห่งหนึ่ง พอเรียนจบหางานที่พอใจไม่ได้ สุดท้ายเลยมาขับแท็กซี่

แม้จะเหนื่อยไปหน่อย แต่ข้อดีคือยิ่งขยันยิ่งได้เงิน ถือว่ายังมีหวังอยู่บ้าง

เพียงแต่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับคนเฮงซวย

อย่างเช่นเมื่อคืน หลินเป่ยรับผู้โดยสารผู้หญิงคนหนึ่ง พอถึงที่หมาย เธอกลับอ้างว่ามือถือแบตหมด แถมไม่พกเงินสดมาด้วย เธอบอกให้หลินเป่ยรอในรถ เดี๋ยวจะกลับเข้าบ้านไปเอาเงินมาจ่ายค่าโดยสาร

หลินเป่ยไม่เชื่อคำพูดนั้นอยู่แล้ว เขาจึงเดินตามเธอขึ้นไปบนตึก

ผลปรากฏว่า พอผู้หญิงคนนั้นไปถึงหน้าห้อง เธอกลับรีบพุ่งเข้าไปแล้วล็อกประตูทันที ไม่เพียงแต่ไม่จ่ายค่าแท็กซี่ แต่ยังตะโกนด่าหลินเป่ยออกมาจากข้างในด้วย

หลินเป่ยโกรธจนแทบบ้า แต่สุดท้ายทำได้เพียงเดินจากไปอย่างหัวเสีย

18 หยวน เงินไม่ได้เยอะอะไร

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันน่าขยะแขยงมาก

เรื่องนี้ทำให้หลินเป่ยรู้สึกหดหู่ตลอดทั้งวัน แม้แต่ข้าวหน้าไก่ย่างร้านซาเสี้ยนที่ปกติเขาชอบกินที่สุด วันนี้ยังรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเลย

เขาเขี่ยข้าวไปมา รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้จืดชืดสิ้นดี

ตอนนั้นเอง เขาสังเกตเห็นผู้หญิงสองคนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมา มองมาทางเขาด้วยสายตาแปลก ๆ

ในขณะที่หลินเป่ยกำลังคิดว่าความหล่อเหลาเกินต้านของตัวเองกำลังทำให้สาว ๆ เคลิบเคลิ้ม เขากลับได้ยินผู้หญิงสองคนนั้นซุบซิบกันเบา ๆ

“นี่ซาซ่า เธอดูผู้ชายคนนั้นสิ เหมือนไอ้โรคจิตที่สะกดรอยตามผู้หญิงที่พี่สาวคนนั้นโพสต์ในเวยปั๋ว (Weibo) เลยไหม?”

“เออ เหมือนจริงด้วย! ใช่เลย เขาแน่ ๆ! ไอ้ผู้ชายห่วยแตก ถุย!”

“ไอ้โรคจิตนั่นเหมือนกำลังแอบมองพวกเราอยู่เลย น่าขยะแขยงชะมัด รีบไปกันเถอะ”

“อื้ม ๆ เรารีบไปกันเถอะ อยู่ให้ห่างจากไอ้โรคจิตแบบนี้ไว้”

พูดจบ ทั้งสองคนรีบพากันออกจากร้านไปทันที

หลินเป่ยยืนงงเป็นไก่ตาแตก

โรคจิต? สะกดรอยตาม?

เรื่องบ้าอะไรเนี่ย?

เดี๋ยวก่อนนะ!

หลินเป่ยขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างขึ้นมา

เขารีบเปิดเวยปั๋ว (Weibo) ทันที

ในขณะที่กำลังจะค้นหาคีย์เวิร์ด เขาสังเกตเห็นโพสต์หนึ่งที่ถูกดันขึ้นมาบนหน้าฟีด

แค่หัวข้อเรื่องเรียกได้ว่าแรงมาก

《ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่าทุกคน! ฉันโดนไอ้โรคจิตสะกดรอยตาม!》

พออ่านจบ

หลินเป่ยโกรธจนตัวสั่นเดี๋ยวนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าร้อนแท้ ๆ แต่เขากลับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือเท้าเย็นเฉียบ

บัดซบเอ๊ย!

ชิ่งค่าแท็กซี่ยังไม่พอ นี่มันยังจะมาใส่ร้ายป้ายสีกันทางอินเทอร์เน็ตอีก!

หลินเป่ยรีบส่งข้อความส่วนตัวไปหาเจ้าของโพสต์ที่ใช้ชื่อว่า 'สาวสวยหุ่นอวบ' ทันที:

“คุณคือคนที่ชิ่งค่าแท็กซี่เมื่อคืนใช่ไหม? โพสต์เวยปั๋ว (Weibo) นั่นมันหมายความว่ายังไง? ชิ่งค่าโดยสารแล้วยังคิดว่าตัวเองถูกเหรอ? ผมเตือนคุณนะ ลบโพสต์นั่นซะ แล้วขอโทษผมเดี๋ยวนี้!”

อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เหอะ ๆ ที่แท้แกเองเหรอ ไอ้ผู้ชายห่วยแตกน่ารังเกียจ! ในเมื่อกล้าสะกดรอยตามนางฟ้าคนนี้ ยังจะกลัวโดนแฉอีกเหรอ!”

พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังแกล้งโง่ หลินเป่ยยิ่งโมโหหนักขึ้น เขาด่ากลับไป: “แกชิ่งค่าแท็กซี่ ยังมีหน้ามาพล่ามไร้สาระอยู่อีกเหรอ!?”

‘สาวสวยหุ่นอวบ’ ไม่ตอบตรง ๆ แต่กลับแว้งกัด: “ฉันพูดผิดตรงไหน? แกสะกดรอยตามฉันมันเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ? แกยังทุบประตูบ้านฉันด้วย! ไอ้โรคจิต ไอ้ลามก ไอ้ผู้ชายห่วยแตก ทำไมแกไม่ไปตายซะ!”

หลินเป่ยไม่ใช่พ่อแม่ที่ตามใจลูก เขาจึงจัดหนักสวนกลับไปเต็มที่:”

“อ้วนเป็นหมูตอนขนาดนี้ ทำไมแกไม่ไปตายซะล่ะ?”

“สะกดรอยตามแกเนี่ยนะ... ไม่ส่องกระจกดูสารรูปตัวเองซะบ้าง แกเอาความมั่นใจจากไหนมาคิดว่าฉันจะสนใจยัยช้างน้ำอย่างแก?”

“เพราะหน้าตาแกที่เหมือนเอาเตียวหุยกับหลี่ขุยมายำรวมกันเหรอ? หรือเพราะร่างกายน่าจะร้อยกว่ากิโลที่เกือบทำรถฉันพังนั่น?”

“แกควรไปเปิดตำนานสัตว์ประหลาดดูนะว่าตัวเองอยู่หน้าไหน?”

เห็นเสือไม่สำแดงฤทธิ์ คิดว่าฉันเป็นแมวป่วยรึไง?

หลินเป่ยคือยอดฝีปากระดับตำนานที่สามารถฝ่าดงนองเลือดในซูอันมาได้

*ซูอัน หนึ่งในดินแดนของเกม League of Legends (LoL) แต่ในวัฒนธรรมเกมเมอร์จีน "ซูอัน" มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ว่าเป็น ดินแดน (หรือเซิร์ฟเวอร์) ที่รวมผู้เล่นที่ "Toxic" (นิสัยเสีย) และ "ปากดี" ที่สุดในโลกเอาไว้

การโจมตีชุดใหญ่นี้ มันเหมือนกาเร็นที่ออกไอเทม 'เสียงกระซิบสุดท้าย' ทั้งทำให้เงียบและเจาะเกราะทะลุทะลวง ทำเอา 'นางฟ้าน้อยหุ่นอวบ' หัวร้อนหน้าแดงก่ำในทันที

“ไอ้บ้า! แดกขี้มาเหรอไง ปากพ่นแต่ของโสโครก!”

“ไอ้XX! Xแม่X!”

“อ๊ากกกกก! ไอ้ขยะสังคมชนชั้นล่างอย่างแกที่ขับแท็กซี่ รีบไปตายซะไป! อ๊ากกก!”

หลินเป่ยหัวเราะเหอะ ๆ

ร้อนตัวแล้ว ๆ.jpg

ยิ่งด่ากราดเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่าสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้โง่เหม็นเน่า! ไอ้ขยะ! ไอ้ผู้ชายห่วยแตก!”

“โพสต์นั่นฉันไม่ลบหรอก ฉันจะให้คนอื่นเห็นสันดานน่าขยะแขยงของแกมากขึ้น!”

“แกเตรียมตัวโดนสังคมประณามจนไม่มีที่ยืนได้เลย!”

เมื่อเห็นคำตอบนี้ หลินเป่ยหรี่ตาทั้งสองข้าง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดลงทันที

แม่เอ๊ย!

แม้ว่าเมื่อกี้จะด่าไปซะสะใจ แต่เรื่องนี้มันยังยอมรับไม่ได้อยู่ดี

ในตอนนั้นเอง

หลินเป่ยรู้สึกว่ามีแสงสว่างวาบขึ้นมาต่อหน้า พลันปรากฏข้อความสามส่วนลอยขึ้นมากลางอากาศ

【ทางเลือกที่ 1: กล้าไปยุ่งกับ 'นางฟ้า (พิษ)' เหรอ อย่าหาเรื่องตายเลย ทน ๆ เอาเถอะ รางวัล: ชุดคอสเพลย์เต่านินจาครบเซต 1 ชุด!】

【ทางเลือกที่ 2: รู้ที่อยู่มันแล้วไม่ใช่เหรอ? แปลงร่างเป็นนักฆ่าผ่ากบาลยามวิกาล ให้มันได้เห็นสมองตัวเองกับตา รางวัล: เจลหล่อลื่นสำหรับใช้ในคุก 1 ขวด!】

【ทางเลือกที่ 3: สวนกลับด้วยการปั่นกระแสเวยปั๋ว (Weibo) ให้แรงขึ้นอีก ไม่เพื่ออะไรทั้งนั้น แค่ต้องการเห็นมันร้องไห้ขี้มูกโป่งในศาล รางวัล: เงินสด 100,000!】

ในฐานะหนอนหนังสือผู้คร่ำหวอดมา 20 ปี หลินเป่ยตระหนักได้ในทันที นี่มันคือระบบโกงของเขากำลังทำงานแล้ว ชัวร์ป้าบ!

“ทางเลือกที่ 1 แม้จะดูสิ้นหวังแต่มีเหตุผล 'นางฟ้า (พิษ)' พวกนี้รับมือยากจริง ๆ”

“ทางเลือกที่ 2... สะใจแน่ แต่ถ้าต้องเอาตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยโง่เกินไปแล้ว”

“ดังนั้น...”

“ฉันเลือกข้อสามโว้ย!”

“ทางเลือกนี้ แค่ดูก็รู้ว่าเสี่ยงคุก!”

หลังจากตัดสินใจในใจ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในหัวของหลินเป่ย

【ยืนยันทางเลือกที่ 3 รางวัลถูกส่งมอบแล้ว!】

【ภารกิจ 'การใส่ร้ายป้ายสี' เริ่มทำงาน ไอเทมช่วยเหลือ 'การ์ดเร่งกระแส' ถูกจัดเก็บในช่องเก็บของเสมือนจริงแล้ว】

พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของระบบ โทรศัพท์มือถือของเขาได้รับข้อความแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงยอดเงินในบัญชีธนาคารในเวลาเดียวกัน

เงินที่เมื่อก่อนทำงานแทบตายทั้งปี ยังหาไม่ได้เท่านี้ นี่มันเข้าบัญชีมาง่าย ๆ เลยเหรอ?

สมแล้วที่เป็นนายท่านพี่ใหญ่ระบบสุดหล่อเท่

“เดิมทีฉันตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการใส่ร้ายป้ายสี ไม่แกล้งทำตัวธรรมดาแล้วโว้ย ฉันคือผู้ครอบครองระบบ ฉันขอเปิดไพ่เลยแล้วกัน!”

หลินเป่ยแสยะยิ้ม เขาใช้ความคิดตรวจสอบไอเทมช่วยเหลือ

【การ์ดเร่งกระแส: ใช้กับการ์ดนี้กับเนื้อหาใด ๆ ที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มโซเชียล จะทำให้เนื้อหานั้นได้รับยอดการเข้าชมเพิ่มขึ้นรวม 10 ล้านครั้ง】

จบบทที่ บทที่ 1 ชิ่งค่าแท็กซี่ไม่พอ ยังมาใส่ร้ายว่าฉันสะกดรอยตามอีกเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว