เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 บุกจับ

บทที่ 49 บุกจับ

บทที่ 49 บุกจับ


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 49 บุกจับ

หลินชิวผูขัดจังหวะหญิงสาว “คุณกับเจี่ยยังไม่ได้หย่ากันอย่างเป็นทางการแล้วมาแต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน นี่ไม่ถือว่าผิด...” เขาฉุกคิดได้ว่าการต่อว่าอีกฝ่ายว่าผิดศีลธรรมอาจเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเกินไปจึงพูดไม่จบประโยค

หญิงสาวตอบกลับ “ตอนที่ฉันหนีตามเจี่ยเจิ้นหัวมา ครอบครัวของฉันยึดเอกสารทะเบียนบ้านของฉันไว้ทั้งหมด ทำให้ฉันกับเขาไม่สามารถจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายได้ แค่เคยอยู่กินด้วยกันเท่านั้น”

หลินชิวผูพยักหน้ารับทราบและส่งสัญญาณให้เธอเล่าต่อ

หญิงสาวพูดต่อไปว่าหลายวันก่อนเธอออกไปซื้อผักผลไม้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างทางเธอไม่รู้ว่าเจี่ยโผล่มาจากไหนและหลบหนีเข้าเมืองหลงอันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขากระโจนมาขวางทางเธอไว้พร้อมอาวุธมีดในมือและตะคอกใส่เธออย่างดุร้าย “ถ้าไม่ใช่เพราะมึง กูคงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้!”

ขณะเกิดการทะเลาะวิวาทฉุดรั้งกันไปมา ปลายมีดของเขาเฉือนใต้ท้องแขนเธอจนเกิดแผล โชคดีจังหวะนั้นมีคนเดินผ่านมาพอดีเจี่ยจึงหลบหนีไป ส่วนเธอเองไม่ต้องการให้สามีของเธอรู้เกี่ยวกับเรื่องในอดีตจึงไม่ได้แจ้งความเรื่องนี้กับทางตำรวจ

“ผู้ชายคนนี้เป็นขยะสังคมจริง ๆ ไม่ว่าใครหลงผิดมาคลุกคลีอยู่กับมันก็ต้องพบเจอแต่ความโชคร้าย ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตัดสินลงโทษมันในข้อหาหนักด้วยเถอะนะคะ อย่าให้มันได้มีโอกาสออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก” หญิงสาววิงวอน

“เจี่ยพรากชีวิตผู้คนไปหลายศพ ยังไงเขาก็ไม่รอดพ้นไปจากโทษประหารชีวิตหรอกค่ะ” หลินถงซูพูดให้เธอวางใจ

หลินชิวผูขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า “ถ้าคุณสะดวก ผมขอเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของคุณไว้เพื่อเปรียบเทียบกับคราบเลือดที่ติดอยู่บนมีดของเขาหน่อยได้ไหมครับ?”

“ยินดีเลยค่ะ!”

หลินชิวผูให้หลินถงซูใช้สำลีเก็บตัวอย่างจากเนื้อเยื่อภายในกระพุ้งแก้มของหญิงสาว เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแล้วจึงกล่าวอำลา

ทั้งสองกลับมาที่สถานีตำรวจและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนอื่นทำการสอบปากคำเจี่ยไปก่อน ส่วนตัวเขารีบตรงดิ่งไปยังแผนกนิติเวชทันที เผิงซื่อจวี๋ทักทายเขา “ผู้กองหลินมาด้วยตัวเองเลยเหรอเนี่ย? ดีเอ็นเอบนอาวุธมีดได้รับการทดสอบแล้ว ผลคือไม่ตรงกันกับผู้เสียชีวิต”

หลินถงซูที่เดินตามมาด้วยเหลือบมองท่าทีหลินชิวผูทันทีและพบว่าเขาชะงักอึ้งไปคล้ายจะเป็นลม เขารีบหยิบตัวอย่างดีเอ็นเอของภรรยาเก่าคนแซ่เจี่ยยื่นให้อีกฝ่ายทันที “เปรียบเทียบดีเอ็นเอบนมีดกับตัวอย่างนี้ให้เร็วที่สุด!”

สองชั่วโมงถัดมา หลินชิวผูก็ยังเดินวนไปมาอยู่หน้าประตูห้องแล็บเหมือนหนูติดจั่น ไม่ว่าหลินถงซูจะพยายามเกลี้ยกล่อมแค่ไหนก็ไม่สามารถโน้มน้าวให้เขาหยุดเดินและสงบสติอารมณ์ลงได้

ในที่สุดผลการทดสอบก็สำเร็จ เผิงซื่อจวี๋เดินออกมาพร้อมหยิบสำเนาผลการทดสอบสองชุดติดมือมาด้วย เขาอธิบาย “ดีเอ็นเอของทั้งสองตัวอย่างตรงกันเป๊ะเลย เขาเป็นคนคนเดียวกัน”

“ไม่มีดีเอ็นเอของคนอื่นบนมีดเลยเหรอ?”

“ไม่มี มีแค่ชุดนี้ชุดเดียว”

หลินชิวผูเงยหน้าขึ้นมองเพดานพร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “สุดท้ายฉันก็ผิดอีกจนได้!”

เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งวิ่งมารายงาน “ผู้กองหลินครับ การสอบปากคำจบลงแล้ว คนแซ่เจี่ยยืนกรานปฏิเสธว่าเขาไม่ได้ทำการฆาตกรรมคดีหญิงสาวไร้หัว”

“ถูกแล้ว เขาไม่ได้เป็นคนฆ่าเธอ นำตัวเขาไปฝากขังรอพิจารณาคดีต่อไป!” หลินชิวผูโบกมือไล่อย่างอ่อนแรง

หลินชิวผูเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวด้วยอาการเหม่อลอย เขาทรุดตัวลงนั่ง ข้อศอกเท้าไว้กับโต๊ะ สองมือกุมขมับ หลินถงซูรู้ดีว่าตอนนี้เขาต้องผิดหวังและท้อแท้มากแน่ ๆ เธอจึงกระซิบปลอบใจเขา “พี่คะ เบาะแสของเราไม่ได้สิ้นสุดแค่ตรงนี้ซะหน่อย ยังมีทางฝั่งของเฉินฉี...”

“พี่สันนิษฐานผิดพลาดตั้งแต่ตอนไหนกัน?! ทำไมพี่ถึงเอาชนะคนขับรถนั่นไม่เคยได้เลย?!” หลินชิวผูแบมือออกขณะตั้งคำถามอย่างไม่เข้าใจ

หลินถงซูยิ้มเจื่อน “แต่ถึงยังไงคดีทั้งหมดก็คลี่คลายลงด้วยดีนี่คะ ความดีความชอบทั้งหลายก็ตกเป็นของทีมสืบสวนที่มีพี่เป็นหัวหน้าอยู่ดี”

“เฮ้อ ปีนี้ปีชงหรือยังไงนะ” หลินชิวผูตบข้างแก้มเพื่อเรียกสติ จากนั้นเขาจึงกลับมาอยู่ในสภาพปกติ “แล้วทางฝั่งเฉินฉีเป็นยังไงบ้าง?”

หลินถงซูสรุปผลการตรวจสอบของพวกเขาให้ฟังคร่าว ๆ และไม่ลืมบอกว่าทางตำรวจสามารถออกหมายจับและเข้าไปตรวจค้นบริษัทคังซิงอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นทางการได้ในวันพรุ่งนี้ หลินชิวผูพยักหน้าและพูดขึ้น “ฝากบอกเขาด้วยว่าครั้งนี้พี่แพ้เดิมพันเขาอีกแล้ว ถ้าคดีนี้คลี่คลายลงเมื่อไหร่พี่จะเชิญเขาไปร้านหม้อไฟต่งต้าชุ่น สั่งเนื้อแกะมากินให้หนำใจ ไม่สิ พี่จะเลี้ยงทุกคนในทีมสืบสวนเฉพาะกิจเลย และถ้าเขามีความจำเป็นใด ๆ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากเราได้โดยตรง”

“ทำไมรอบนี้พี่ยอมแพ้เขาง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ?” หลินถงซูเอียงคอมองเขาอย่างสงสัย

“ยัยน้องโง่ เธอจะพูดว่าพี่ยอมแพ้เขาง่าย ๆ ไม่ได้! พี่ก็แค่อยากเดิมพันกับเขาเล่น ๆ เท่านั้นเอง ต่อให้พี่สันนิษฐานผิดทางแต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่พี่ไม่ได้ใส่ไข่ทุกฟองลงในตะกร้าใบเดียว* อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมีเบาะแสจากทางพวกเธออยู่”

* ใส่ไข่ทุกฟองลงในตะกร้าใบเดียว = เป็นสำนวนเปรียบเทียบ การแบ่งไข่ไว้ในตะกร้าหลายใบก็เหมือนการคาดเดาไปในหลายทิศทาง พอเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตะกร้าใบใดใบหนึ่งจนไข่แตก ก็ยังมีตะกร้าใบอื่นที่มีไข่เหลืออยู่

“คิดในแง่ดี คราวนี้พี่สามารถคลี่คลายทั้งคดีอาชญากรมีหมายจับที่หลบหนีข้ามเมือง และคดีศพหญิงสาวไร้หัวได้พร้อม ๆ กันเลยนะคะ”

หลินชิวผูทำหน้าไม่ถูกเพราะรู้ดีว่าผลงานที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความสามารถของเขาโดยตรง เขาได้แต่ยิ้มเจื่อน “ไปได้แล้วน่า รูปคดีทั้งหมดยังไม่ชัดเจนขนาดนั้นซะหน่อย ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ พวกเธอก็อย่าทำพลาดเชียว!”

หลินถงซูเดินออกจากห้องของหลินชิวผูมาแล้วและไม่ลืมแจ้งข่าวดีให้กับเฉินฉี ซึ่งเขาก็ตอบกลับแชทของเธอทันที “ศิษย์มีครูก็งี้แหละ คุณเก่งมาก โชคดีที่พี่ชายของคุณไม่ทำตัวน่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทีนี้เรามารอดูกันว่าพรุ่งนี้เราจะเจอกับความโชคดีอะไรบ้าง?”

วันรุ่งขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ เฉินฉีส่งแชทถึงหลินถงซูและกำชับให้เธอรีบเปิดดูกล่องจดหมายเข้าในอีเมล

สิ่งที่ส่งมาคือคลิปวิดีโอแอบถ่ายที่ถูกส่งมาจาก ‘พลเมืองนิรนาม’ เนื้อหาในคลิปเป็นการประชุมตอนเช้าของ บริษัทคังซิงอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้จัดการบริษัททำการล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิงและบีบบังคับพวกเธอต่อหน้าพนักงานคนอื่น ๆ อย่างโจ่งแจ้ง หลินถงซูรีบนำคลิปวิดีโอไปเปิดเผยต่อผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องทันทีและยื่นเรื่องขอออกหมายจับ

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด หลินถงซูและสวีเสี่ยวตงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเดินทางมายังบริษัทคังซิงอิเล็กทรอนิกส์ เฉินฉีมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าและกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่ตรงชั้นล่าง เขาทักทาย “หมายจับออกเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

“นี่ไง ดูสิ!”

“แบบนี้ดีเลย มาเถอะ! รีบบุกจับซะให้จบ ๆ ไป!”

ทันทีที่ผู้จัดการร่างอ้วนเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่แหนกันเข้ามาที่บริษัท ใบหน้าของเขาก็ถอดสีทันทีเพราะความกลัวจนขึ้นสมอง ถึงอย่างนั้นเขายังลุกขึ้นและฝืนยิ้มแย้มต้อนรับ “คุณเจ้าหน้าที่ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

หลินถงซูแสดงหมายจับและจงใจพูดยอกย้อนเขา “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ฉันว่าตัวคุณน่าจะรู้ดีแก่ใจที่สุดนะคะ!”

ผู้จัดการตกตะลึงจนเหงื่อแตกพลั่ก ดวงตาเบิกกว้างกลอกกลิ้งไปมาด้วยความคาดไม่ถึง สวีเสี่ยวตงรีบเดินออกมาเพื่อจะใส่กุญแจมือ ขณะนั้นผู้จัดการก็จนตรอกถึงขั้นคิดกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่หลายคนช่วยกันจับกดร่างเขาไว้กับโต๊ะ หลินถงซูพูดต่อไป “คุณล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิงต่ออย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัท ทางเรามีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานที่แน่ชัด เพราะฉะนั้นกลับไปที่สถานีตำรวจกับพวกเราโดยดีเถอะค่ะ!”

“โอ้! เรื่องนี้นี่เอง!” สีหน้าของผู้จัดการร่างอ้วนแสดงความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

“หมายความว่ามีเรื่องอื่นด้วยใช่ไหม?” เฉินฉีถามกลับพร้อมเหยียดยิ้ม

“ปะ... เปล่าครับ! ไม่มี!” เขารีบส่ายหน้าถี่ ๆ ทันทีจนเนื้อไขมันบนใบหน้าสั่นกระพือไปมา

“งั้นข้อหาล่วงละเมิดทางเพศก็เป็นความจริงน่ะสิ!”

“นะ... นั่นเป็นคลิปตัดต่อต่างหาก! ผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลย คุณเจ้าหน้าที่ต้องเชื่อผมนะ!”

หลินถงซูโบกมือไล่เขาออกไป “ควบคุมตัวเขาไปได้แล้ว!”

เฉินฉีหันไปกระซิบข้างหูของหลินถงซู “พาไอ้อ้วนหื่นกามนี่กลับไปก่อน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสักสองคนสอบปากคำพวกพนักงานให้ละเอียด ส่วนคนที่เหลือให้แยกออกไปทำการตรวจค้น”

หลังจากวางแผนกลยุทธ์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พวกเขาสามารถเข้าตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของบริษัทคังซิงอย่างชอบด้วยกฎหมาย หลินถงซูขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนลงไปตรวจหาคราบเลือดที่บริเวณลานจอดรถและทางเข้าออกของตัวอาคาร ส่วนเธอ สวีเสี่ยวตง เฉินฉี และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคนได้ช่วยกันกวาดต้อนพนักงานเข้ามาอยู่รวมกันเพื่อทำการสืบสวน

พนักงานทุกคนถูกเรียกเข้ามาอยู่รวมกันในห้องประชุมของบริษัท ทุกคนมีสีหน้างุนงงสงสัย มีหลายคนที่มีอาการเลิ่กลั่กเพราะวางตัวไม่ถูก เฉินฉีหยิบแฟ้มรายชื่อพนักงานมาถือไว้ในมือก่อนตั้งคำถาม “วันนี้พนักงานทุกคนมาทำงานกันครบไหม?”

“วันนี้เรามากันครบค่ะ บริษัทของเรามีพนักงานทั้งหมดสิบเจ็ดคน”

“ใครอยู่ฝ่ายบัญชี?”

ผู้หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้น เฉินฉีเรียกเธอให้เดินออกมา “มาคุยกันตรงนี้หน่อยครับ”

เฉินฉีขอให้พนักงานฝ่ายบัญชีคนนี้แสดงรายการจ่ายเงินเดือนพนักงานในแต่ละปีให้เขาตรวจสอบ ซึ่งในโปรแกรมแสดงข้อมูลของพนักงานแค่ 17 คนเท่านั้น แต่เฉินฉีไม่เชื่อ เขามองไปบนแถบประวัติการแก้ไขและถามขึ้น “ทำไมสถานะหน้าเอกสารของปี 2015 และปี 2016 ถึงขึ้นว่าได้รับการแก้ไขเมื่อเร็ว ๆ นี้?”

พนักงานบัญชีหัวเราะแหะ ๆ และตอบคำถาม “ท่านผู้จัดการขอให้ฉันทำรายงานสรุปค่ะ อาจไปคลิกโดนนิดหน่อยโปรแกรมก็เลยแสดงสถานะแบบนั้น”

“เมื่อไหร่?”

“ไม่กี่วันนี้เองค่ะ”

“วันอะไร?”

“เอ่อ... ประมาณวันจันทร์”

“คุณได้เงินเดือนเดือนละเท่าไหร่?” เฉินฉีใช้วิธีตั้งคำถามสั้น ๆ แบบไม่เว้นจังหวะเพื่อกดดันอีกฝ่าย

“หกพันสี่ร้อยหยวนค่ะ”

เฉินฉียิ้ม เขาเหลือบมองบัตรพนักงานของเธอที่ห้อยอยู่ด้านหน้า จากนั้นจึงชี้ไปที่คอลัมน์ในแบบฟอร์มและพูดคาดคั้น “แต่ผมว่าเดือนนี้คุณได้เงินเดือนมากกว่าเจ็ดพันหยวนอีกนะ!”

จบบทที่ บทที่ 49 บุกจับ

คัดลอกลิงก์แล้ว