เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 พี่ชายขี้หวงเป็นห่วงไม่เข้าเรื่อง

บทที่ 38 พี่ชายขี้หวงเป็นห่วงไม่เข้าเรื่อง

บทที่ 38 พี่ชายขี้หวงเป็นห่วงไม่เข้าเรื่อง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 38 พี่ชายขี้หวงเป็นห่วงไม่เข้าเรื่อง

หลังจากหลินถงซูกลับห้องไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่ม เฉินฉีบอกให้ตัวเองไปออกรอบขับรถ แต่ในที่สุดความขี้เกียจก็เอาชนะจนได้ จึงตัดสินใจว่าควรกลับไปพักผ่อนเสียหน่อย

ด้านนอกอะพาร์ตเมนต์มีร้านอาหารโชยกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจากในครัวซึ่งยังเปิดอยู่ เฉินฉีเดินไปสั่งเกี๊ยวชามใหญ่และหาที่นั่งภายในร้านเพื่อกินรองท้องก่อนกลับเข้าที่พัก

ระหว่างที่เขากำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย แท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดพร้อมกับใครบางคนที่กระโดดลงจากรถแทบจะทันที เขาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากหลินชิวผู หน้าตาท่าทางเหมือนเตรียมพร้อมที่จะฆ่าใครสักคน

เฉินฉีอดหลุดหัวเราะไม่ได้ ไอ้พี่ชายคนนี้ขี้หวงน้องสาวถึงขั้นออกอาการขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย?

“ชิวผู!” เฉินฉีตะโกนเรียก

หลินชิวผูสะดุ้งตกใจก่อนหันไปมองโดยรอบตามเสียงเรียก จากนั้นจึงเห็นว่าเฉินฉีกำลังนั่งกินเกี๊ยวอยู่คนเดียวอย่างสบายใจเฉิบ เขาเดินตรงมาหาทันทีด้วยความประหลาดใจ “ถงซูอยู่ไหน?”

“เธอกลับไปแล้ว”

หลินชิวผูมองเฉินฉีด้วยสายตาจับผิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “อย่าคิดว่าผมไม่รู้ คุณก็แค่แกล้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเพื่อหวังจะเอาชนะใจเธอ”

“คุณขาดความอบอุ่นสมัยอยู่ในช่วงวัยให้นมบุตรรึไง? ตลอดการเติบโตถึงได้ไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยในชีวิตเลย คุณหวังว่าจะเห็นอะไรพอมาถึงที่นี่ล่ะ? ภาพผมกับน้องสาวของคุณกำลังเล่นจ้ำจี้กันอย่างดุเดือดในห้องส่วนตัวของเธองั้นเรอะ?”

“น้องสาวของผมไม่ทำแบบนั้นแน่! เธอเป็นเด็กดี”

“ก็ใช่ไง แต่ผมไม่เคยอยู่กับเธอมาก่อนจะไปรู้ได้ไงล่ะ? น้องชาย ขอแบบนี้อีกชามหนึ่ง!”

“ไม่เป็นไร”

“เดี๋ยวผมเลี้ยงคุณเอง”

“ไม่จำเป็น!”

“ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ต้องกิน แค่นั้น”

ทันทีที่ชามเกี๊ยวถูกนำมาเสิร์ฟ หลินชิวผูก็ทรยศการปฏิเสธเสียงแข็งของตนเองโดยใช้ช้อนตักต้นหอมกับผักชีออก เขาไม่วายเตือนอีกครั้ง “ผมจะพูดย้ำอีกครั้งนะ…”

“คุณยังไม่เลิกพูดเรื่องนี้อีกเหรอ ห๊ะ? ผมจะบอกให้ฟังช้า ๆ ชัด ๆ เลยนะว่าผมไม่ได้สนใจน้องสาวของคุณ!”

“โอ้ ล้อกันเล่นหรือเปล่า?! น้องสาวของผมเกิดมาสวยขนาดนี้แถมยังเป็นคนดีอีก ถึงอย่างนั้นชีวิตนี้ก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน คุณกล้าโกหกตัวเองได้ยังไงว่าคุณไม่ได้สนใจเธอ?”

เฉินฉีจนปัญญาจะเถียงกับไอ้หมอนี่ “คุณหาเวลาว่างไปพบจิตแพทย์สักหน่อยก็ดีนะ”

ระหว่างมื้ออาหาร เฉินฉีหยิบซองบุหรี่ออกมาแล้วยื่นให้หลินชิวผูหนึ่งมวน แต่เขาปฏิเสธ “ผมเลิกแล้ว”

“สูบอีกแค่มวนเดียวคงไม่ทำให้คุณกลับมาติดหรอกน่า”

หลังจากลังเลอยู่สักพัก หลินชิวผูก็หยิบบุหรี่มวนนั้นขึ้นสูบ เขาเหล่มองเฉินฉีแวบหนึ่ง เพราะประโยคดังกล่าวช่างคล้ายคลึงกับคำพูดของรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งเขาให้ความเคารพเป็นอย่างมาก

‘เขาสองคนไม่มีทางเป็นคนคนเดียวกันแน่!’

เฉินฉีก็หยิบไฟแช็กออกมาจุดบุหรี่ให้ตัวเองบ้าง ท่าจุดบุหรี่ของเขาแตกต่างจากรุ่นพี่ของหลินชิวผูอย่างสิ้นเชิง เห็นแล้วเขาจึงปัดความสงสัยในใจทิ้งไป ‘ยังไงเขาก็ไม่ใช่พี่ซ่งหลาง’

“อาชญากรหนีหมายจับคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?” เฉินฉีถามออกมา

“หมอบอกว่าเขากระดูกหักสองสามแห่ง แถมได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะ อาจมีอาการโคม่าสักพัก... ไม่แน่ว่าจะสักพักที่ว่าอาจหลายเดือน หรือหลายปี”

“ผมอึดอัดใจมากที่ได้ยินแบบนั้น ต้องขอโทษด้วยที่จับเขาไว้ไม่ทัน”

“ไม่เป็นไร ผมไม่ว่าคุณหรอก ถึงยังไงเขาก็นอนเป็นผักไปแล้ว ไอ้หมอนั่นเป็นฆาตกรข่มขืน เคยก่อคดีมาอย่างน้อยห้าครั้งแถมยังกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขาอยู่ในกำมือของตำรวจหลงอันแล้ว นับว่าประสบความสำเร็จในการตามจับ”

เฉินฉีพยักหน้า จู่ ๆ เขาเกิดนึกอยากแกล้งหลินชิวผูขึ้นมา เขาหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าอะพาร์ตเมนต์ “น้องสาวคุณเดินออกมาโน่นแล้ว!”

หลินชิวผูตกใจมากรีบโยนบุหรี่ทิ้งลงพื้น จากนั้นจึงยกเสื้อนอกขึ้นคลุมศีรษะไว้พลางใช้เท้าเหยียบบุหรี่ให้ดับ

“ผมแค่ล้อเล่นน่ะ” เฉินฉีพูดกลั้วหัวเราะ

“คุณ!” หลินชิวผูกัดฟันแน่น

ขณะนั้นเองโทรศัพท์ของหลินชิวผูก็ดังขึ้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริง “เกิดอะไรขึ้น? ที่ไหน? รีบปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุไว้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

เขากดวางสายลงแล้วคิดเงินค่าอาหารทันที เฉินฉีบอกเขา “ผมบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวผมเลี้ยงคุณเอง ครั้งหน้าคุณค่อยเลี้ยงผมคืนก็ได้”

“จะไม่มีครั้งต่อไปแน่!” หลินชิวผูยื่นเงินให้เจ้าของร้านก่อนลุกเดินจากไป

วันนี้หลินชิวผูไม่ได้ขับรถมาทำงานจึงจำเป็นต้องมองหาแท็กซี่ที่แล่นผ่านไปมาบนถนน เฉินฉีพูดเสียงฮึดฮัด “คุณไม่เรียกใช้บริการอูเบอร์ที่อยู่ข้าง ๆ คุณ แต่กลับไปเรียกแท็กซี่คันอื่นแทนเนี่ยนะ? ไม่อยากให้ผมมีงานทำขนาดนั้นเลยเหรอ?”

หลินชิวผูลังเล “ห้ามเข้ามายุ่งกับงานของผมอีกล่ะ!”

“คราวนี้มีอะไรอีกล่ะ? คดีฆาตกรรมเหรอ? ผมไม่เข้าไปยุ่งแน่นอน ส่งคุณถึงที่หมายปุ๊บผมจะขับกลับปั๊บเลย!”

หลินชิวผูครุ่นคิดครู่หนึ่งและยินยอมโดยดี “พอผมไปถึงที่เกิดเหตุแล้วจะจ่ายค่าโดยสารให้”

“ไม่ต้องกังวล ผมจะไม่คิดเงินคุณเป็นพิเศษแน่”

“หมายความว่าไง?”

“เพื่อน คุณไม่เก็ตมุกเอาซะเลย”

สถานที่ที่พวกเขากำลังจะไปเป็นพื้นที่แถวแถบชนบท เฉินฉีขับรถมาถึงและเห็นรถตำรวจหลายคันจอดเทียบอยู่ข้างถนน แสงไซเรนกะพริบสาดส่องไปทั่ว หลินชิวผูหยิบเงินสดออกมาวางไว้ในกล่อง “โอเค คุณไปได้แล้ว!”

เฉินฉียิ้มพลางรับเงินมาเก็บไว้

หลินชิวผูเดินเข้าไปภายในที่เกิดเหตุ ทีมชันสูตรกำลังถ่ายภาพศพและทำการเก็บหลักฐาน ศพที่ว่าเป็นเพศหญิง แต่เหนือลำคอขึ้นไปกลับปราศจากศีรษะ รูปร่างค่อนข้างผอมบางแถมยังเปลือยกาย คาดเดาอายุอยู่ที่ประมาณยี่สิบห้าปี ความมืดสลัวในช่วงกลางคืนทำให้ภาพตรงหน้าค่อนข้างสยดสยองชวนขนหัวลุกพอสมควร

“ใครเป็นคนโทรแจ้งคดีนี้เข้ามา?” หลินชิวผูถาม

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตอบเขา “คนขับรถส่งของคนหนึ่งที่จอดแวะทำธุระส่วนตัวข้างทางเหลือบไปเห็นศพพอดีครับ เราสอบถามเขาเรียบร้อยแล้ว เขาน่าจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงปล่อยเขากลับไปหลังจากที่เขาให้ข้อมูลการติดต่อกับเราไว้แล้ว”

“หัวหน้าเผิงไม่ได้มาที่นี่ด้วยเหรอ?”

“หัวหน้าเผิงไปร่วมการประชุมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการสืบสวนอาชญากรรมของเมืองครับ เท่ากับว่าวันนี้เขาหยุดงาน”

“พวกคุณมาถึงที่เกิดเหตุโดยไม่มีทีมแพทย์นิติเวชมาด้วยสักคนเนี่ยนะ?”

“หมอชันสูตรทุกคนในทีมเข้าร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนกันหมดเลยครับ ไม่มีใครคิดว่าวันนี้จะมีคดีด่วนเข้ามา”

“พวกคุณเจออะไรบ้าง?”

“ศพของผู้ตายมีร่องรอยการถูกมัด ผงแป้ง เนื้อเยื่อ แล้วก็เส้นผมบางส่วนร่วงหล่นอยู่รอบบริเวณที่เกิดเหตุครับ ศพของผู้ตายถูกราดด้วยสารกัดกร่อนบางอย่างด้วย ดูจากร่องรอยการกระเด็นแล้วเหมือนว่าเธอถูกราดหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะระบุรอยนิ้วมือ”

หลินชิวผูลูบคางพลางพูดพึมพำกับตัวเอง หัวถูกตัดออก ร่องรอยตามร่างกายก็ไม่สามารถระบุตัวตนได้ คดีนี้ค่อนข้างยากซะแล้ว

“ผู้กองหลิน อย่าขยับนะ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

หลิยชิวผูสะดุ้งตกใจ ขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปเสียงของชายคนนั้นก็พูดขึ้นอีกครั้ง “อย่าขยับ คุณกำลังเหยียบอยู่บนบางอย่าง ค่อย ๆ เดินถอยออกมา”

หลินชิวผูค่อย ๆ ขยับเท้าตัวเองออกตามคำเตือนนั้น บริเวณซึ่งเขาเหยียบอยู่เป็นรอยยุบบาง ๆ บนพื้นหญ้า แต่เพราะมันตื้นเกินไปจึงไม่มีใครทันสังเกตเห็น คนที่เตือนเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกันแต่เป็นเฉินฉี เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนรีบเข้ามาถ่ายรูปและหาหลักฐานจากบริเวณนั้นทันที

เฉินฉีย่อตัวกุมเข่าตัวเองแล้วเริ่มวิเคราะห์ “ดูเหมือนเป็นรอยกดทับของกล่องขนาดใหญ่”

“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา?” หลินชิวผูต่อว่าเขา

“ผมกำลังรอลูกค้า ก็เลยมาเดินเล่นฆ่าเวลาแถวนี้”

“ลูกค้าอะไรของคุณ?”

“คุณไม่มีความรู้เรื่องของวิชาชีพคนขับรถเหรอ? ทำไมผมต้องขับไปที่อื่นทันทีที่ส่งลูกค้าเสร็จแล้วล่ะ? ค่าแก๊สรถยนต์ไม่ใช่ถูก ๆ ถึงขนาดต้องขับวนหาลูกค้านะคุณ ผมต้องรอให้ลูกค้ากดเรียกในแอปก่อนถึงจะไปได้ หรือคุณว่าไม่จริงล่ะ?”

“แต่คดีนี้…”

“โอเค ผมจะกลับไปหลังจากตรวจดูอะไรอีกนิดหน่อย! แล้วก็... คุณพอจะมีถุงมือให้ผมสักคู่ไหม?”

หลินชิวผูรู้สึกหงุดหงิดมากแต่ทำอะไรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นถุงมือยางคู่หนึ่งให้กับเฉินฉี หลินชิวผูคิดกับตัวเอง ‘ก็ได้! ฉันจะรอดูนายทำเรื่องขายหน้า การชันสูตรศพใช่ว่าใครจะทำก็ได้ นอกซะจากคนคนนั้นจะมีประสบการณ์มาแล้วหลายปี’

เฉินฉีทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ เขาขยับข้อต่อของผู้ตาย จากนั้นจึงกดผิวหนังด้านนอกบริเวณแขนและไหล่ของศพด้วยมือพร้อมพูดออกมา “ศพของผู้ตายแข็งตัวเต็มที่แล้ว กล้ามเนื้อบางส่วนของศพก็เริ่มคลายลงเพราะกล้ามเนื้อที่เริ่มเน่า สังเกตจากการเปลี่ยนแปลงภายใน ผิวของผู้ตายไม่เปลี่ยนสีเลยแม้จะถูกนิ้วออกแรงกดลงไป…” เขาวางมือลงบนหน้าท้องของผู้ตายแล้วกดลงดูสองสามครั้ง “บริเวณหน้าท้องบวมป่องออกมา ผมคาดว่าน่าจะมีเลือดคั่งอยู่ภายในช่องท้องเป็นจำนวนมาก”

หลินชิวผูเกิดความรู้สึกเหลือเชื่อ ขั้นตอนการบอกอาการและศัพท์ต่าง ๆ ที่เฉินฉีใช้ล้วนเป็นศัพท์เฉพาะวิชาชีพ แต่คนธรรมดาคนหนึ่งกลับรู้จักความหมายของพวกมันทั้งหมด แถมยังพูดได้อย่างคล่องปาก!

เฉินฉีตรวจดูบนพื้นหญ้าและบริเวณรอบพื้นหญ้าใกล้ ๆ กัน เขาสนใจบริเวณต้นหญ้าที่ศพนอนทับอยู่เป็นพิเศษ และพบดินแห้งบางส่วนอยู่ใต้ร่างของเธอ เขาพูดต่อ “ช่วงสองวันที่ผ่านมามีฝนตก สังเกตจากอุณหภูมิความชื้นที่มีความแตกต่างกันมาก ประกอบกับข้อมูลทั้งหมดที่พบแล้ว คาดว่าเวลาการเสียชีวิตน่าจะมากกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง จากขอบเขตคร่าว ๆ ไม่มีทางเหลื่อมล้ำกันเกินไปกว่าห้าชั่วโมง หลังทำการผ่าชันสูตรศพคงพบเจอรายละเอียดที่เหลือมากขึ้น”

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ด้านข้างหยิบสมุดออกมาเตรียมพร้อมจดบันทึก ถึงอย่างนั้นเขาก็เหลือบมองหลินชิวผูเป็นเชิงขออนุญาตก่อน หลินชิวผูพยักหน้า “จดลงไปให้ครบ!”

จบบทที่ บทที่ 38 พี่ชายขี้หวงเป็นห่วงไม่เข้าเรื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว