เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ตามล่าอาชญากรมีหมายจับ

บทที่ 36 ตามล่าอาชญากรมีหมายจับ

บทที่ 36 ตามล่าอาชญากรมีหมายจับ


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 36 ตามล่าอาชญากรมีหมายจับ

ทั้งคู่นั่งรอชมการแสดงไปสักพัก ทันใดนั้นหลินถงซูก็ได้ยินเสียงอุทานดังมาจากข้างหลัง “อะไรกันเนี่ย?!”

เมื่อเธอหันไปมองก็เจอกับสวีเสี่ยวตงที่กำลังมองเธอและเฉินฉีด้วยสายตาประหลาดใจ “พวกคุณก็มาด้วยเหรอ? ไหนบอกว่าจะไม่มาไง?!”

หลินถงซูเถียงเขา “ฉันแค่ปฏิเสธว่าจะไม่ไปกับคุณ แต่ไม่ได้พูดซะหน่อยนี่ว่าจะไม่มา”

สวีเสี่ยวตงยกมือขึ้นกุมอกของตัวเองไว้ทันที “เจ็บปวดเหลือเกิน!”

“คุณเองก็มีสาวมาดูคอนเสิร์ตเป็นเพื่อนแทนฉันแล้วนี่?”

“สาวอะไรกัน? นั่นเสี่ยวลี่จากหน่วยของเราไง!”

หลินถงซูหันไปมอง เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเสี่ยวลี่กำลังโบกมือทักทายพวกเขา พออยู่ในชุดนอกเครื่องแบบแล้วเธอไม่ทันสังเกตเลยว่าหญิงสาวคือเพื่อนร่วมงานนี่เอง เธอหันไปพูดกับสวีเสี่ยวตง “ยินดีด้วยนะ!”

“ยินดีกับตูดเธอสิ!” สวีเสี่ยวตงตบตามเสื้อผ้าของตัวเองแล้วชี้ให้เห็นจุดที่มีปืนอยู่ “ผมมาปฏิบัติการต่างหากล่ะ” เขาลดเสียงลง “มีบุคคลที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากร แถมยังมีหมายจับขึ้นหราอยู่ในเว็บไซต์ของตำรวจ สายรายงานว่าเขาอยู่ภายในงานคอนเสิร์ตนี้ หัวหน้าหลินเลยสั่งให้ผมมาคอยจับตาดูเขา คุณเห็นผู้ชายใส่หมวกที่นั่งอยู่ตรงแถวนั้นไหม?”

หลินถงซูมองตาม “จริงเหรอ? เขามีหมายจับด้วยหรือนี่?”

“ผมจะโกหกเธอไปทำไม?! พวกเรามาที่นี่เพื่อจับตาดูเขาโดยเฉพาะ แต่หมายจับมาถึงช้าทางหน่วยก็เลยติดต่อซื้อบัตรเข้างานไม่ทัน ผมเลยบอกไปว่าผมมีตั๋วอยู่สองใบ ดังนั้นหัวหน้าหลินจึงส่งผมมา เราคุยกับเจ้าของสถานที่จัดงานแล้ว และพวกเขาก็กลัวว่าเราจะสร้างความวุ่นวายใหญ่โตให้บรรดาผู้คนแตกตื่น ตอนที่พวกคุณเข้ามาเห็นรถคันสีดำจอดอยู่ด้านหน้าไหม? นั่นแหละกองกำลังจากสถานีตำรวจเรา คอนเสิร์ตจบเมื่อไหร่ผมจะออกคำสั่ง แล้วพวกเขาจะรีบบุกเข้ามาทันที”

“คุณเนี่ยนะออกคำสั่ง?” หลินถงซูยิ้มเยาะ “คุณแค่ทำงานตามที่ได้รับคำสั่งมาอีกทีหนึ่งเท่านั้นเอง!”

“แล้วพวกคุณล่ะ? กำลังเดตกันอยู่เหรอ?”

“เปล่า!” หลินถงซูกับเฉินฉีโพล่งขึ้นพร้อมกัน

เฉินฉีอธิบาย “เราแค่อยากมาดูคอนเสิร์ตด้วยกันเท่านั้น ต่างคนต่างก็ชื่นชอบศิลปินคนนี้ คุณอย่าเข้าใจผิดไป”

“ผมว่าผมไม่ได้เข้าใจผิดไปเองแน่” สวีเสี่ยวตงพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่นัก พลางกวาดสายตามองขนมและเครื่องดื่มที่อยู่ในมือพวกเขา

“กลับไปนั่งที่ของคุณแล้วเฝ้าจับตาดูไปเงียบ ๆ เถอะ!” หลินถงซูสั่งเขา

“ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือก็บอกพวกเราได้” เฉินฉีหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา “คุณเมมเบอร์ผมเอาไว้ด้วยสิ”

หลังบันทึกช่องทางการติดต่อไว้เสร็จสรรพแล้ว สวีเสี่ยวตงก็ประกาศอย่างมั่นใจ “ไม่เป็นไร พวกเราน่าจะจัดการกันเองได้อยู่แหละ”

ทันใดนั้นชายสวมหมวกที่เป็นเป้าสายตาของพวกเขาก็หันไปมองรอบ ๆ เฉินฉีมองเขาและเขาก็มองหน้าเฉินฉีเช่นกัน พวกเขาประสานสายตากันอยู่ไม่กี่วินาที แล้วอาชญากรคนนั้นก็ไม่ได้หันกลับมาอีก

เฉินฉีกระดกกระป๋องเครื่องดื่ม “หมอนี่เริ่มตื่นตัวขึ้นนิดหน่อยแล้ว บอกให้สวีเสี่ยวตงคอยจับตาดูเขาไว้อย่าได้คลาดสายตาเชียว”

“ทำไมคุณทำตัวสงบจัง?” หลินถงซูถาม

“มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยนะที่จะมาจับอาชญากรที่คอนเสิร์ตของจางเสวโหย่วน่ะ จริงไหม?”

“หยุดพูดไปเรื่อยซะทีเถอะ!” หลินถงซูหัวเราะออกมา

จากนั้นคอนเสิร์ตก็เริ่มการแสดงอย่างเป็นทางการ บนเวทีมีการจุดพลุชุดใหญ่ เหล่าผู้ชมพากันลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้น เฉินฉีเหลือบไปเห็นสวีเสี่ยวตงกับเจ้าหน้าที่เสี่ยวลี่กระโดดโลดเต้นด้วยเช่นกัน แต่จู่ ๆ อาชญากรมีหมายจับกลับลุกขึ้นแล้วเดินออกไปท่ามกลางผู้คนอย่างรวดเร็ว

“ไม่ดีแล้ว!” เฉินฉีตื่นตัวทันที แต่เสียงรอบข้างดังเกินไปทำให้หลินถงซูไม่ได้ยินเสียงของเขา

เฉินฉีเขย่าตัวหลินถงซูแล้วชี้ไปด้านหน้า เธอรู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นว่าที่นั่งว่างเปล่า เธอตะโกนเรียกสวีเสี่ยวตงทันทีแต่อีกฝ่ายยังสนุกกับบรรยากาศน่าตื่นตาตื่นใจของคอนเสิร์ตจนไม่ได้ยินเสียงเรียก

เฉินฉีเริ่มวางแผนอย่างไม่รอช้าแล้วจับมือหลินถงซูวิ่งออกมา ช่วงเวลาคับขันดังกล่าวทำให้หลินถงซูไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อออกมาถึงทางเดิน ใบหน้าของเธอกลับแดงเห่อขึ้นมาและรีบดึงมือออกจากการกอบกุม

ชายสวมหมวกหายตัวไปในทางออกฉุกเฉิน เฉินฉีไล่ตามเขาไปพร้อมกดโทรหาสวีเสี่ยวตงด้วย แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับสายสักที

ทั้งคู่ไล่ตามชายคนนั้นมาถึงด้านนอกพื้นที่จัดงาน หลินถงซูอดโมโหไม่ได้ “รอพวกเรากลับไปก่อนเถอะ สวีเสี่ยวตงต้องถูกลงโทษทางวินัยฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ซะบ้าง”

“จับคนให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” เฉินฉีเห็นคนร้ายกำลังวิ่งข้ามแปลงดอกไม้ด้านนอก “เขาอยู่นั่น!”

พวกเขาวิ่งไล่ตามชายคนนั้นไปจนถึงลานจอดรถใต้ดิน ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นแสงไฟสว่างจ้าจากหน้ารถสาดมาจนตาพร่า เฉินฉีสั่ง “ชักปืนมายิงล้อสกัดไว้!”

“ฉันไม่ได้พกมา!”

เมื่อเห็นว่ารถพุ่งตรงเข้ามาใกล้จะชนอยู่รอมร่อ เฉินฉีก็หันไปกอดหลินถงซูเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณและกระโดดหลบไปด้านข้าง เสียงด่าระคนเยาะเย้ยดังออกมาจากภายในรถที่มีอาชญากรหนีหมายจับคันนั้น “ไอ้พวกตำรวจหน้าโง่!”

หน้าหลินถงซูกลายเป็นสีแดงอีกครั้งเมื่อถูกเฉินฉีกอดไว้แนบชิด แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องไร้สาระพวกนั้น เฉินฉีรีบผละออกและวิ่งยังรถของตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนขับไปยังทางออกของลานจอดรถ รถยังไม่ทันจอดสนิท หลินถงซูก็เปิดประตูและก้าวขึ้นรถแล้ว “โอ๊ย!”

“เป็นอะไรไหม?” เฉินฉีถามขณะมองไปด้านหน้าพร้อมหมุนพวงมาลัย

“รองเท้าฉันหลุด! ฉันเพิ่งซื้อมาจากช็อป Daphne เองนะ!” หลินถงซูคร่ำครวญด้วยความเสียดาย

เฉินฉีขับผ่านรถคันสีดำแล้วตะโกนเสียงดัง “อาชญากรหนีไปแล้ว! เร็วเข้า! รีบไล่ตามเขาไป!”

ตำรวจภายในรถไม่รู้ว่าเฉินฉีเป็นใครเลยไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่ามโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็พยายามติดต่อหาสวีเสี่ยวตงเพื่อความแน่ใจ แต่พบว่าสายของอีกฝ่ายกลับไม่ว่าง

ขณะเดียวกันนั้นสวีเสี่ยวตงเพิ่งรู้ตัวว่าชายมีหมายจับหนีหายไปแล้ว หนำซ้ำเขาเพลิดเพลินกับหน้างานจนลืมตัวทำให้ไม่ได้รับสายของเฉินฉี พอโทรกลับก็ได้ยินแต่เสียงเพลง ‘ถ้านี่ไม่ใช่ความรัก’ เป็นเสียงรอสาย สักพักเมื่อปลายสายกดรับเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าหงุดหงิด “พี่เฉิน ไอ้หมอนั่นวิ่งหนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ? พี่ทันเห็นเขาไหม?”

“ตอนนี้ผมกำลังไล่ตามเขาอยู่! ป้ายทะเบียนรถของเขาคือ… บอกให้เจ้าหน้าที่รีบขับตามผมมาด้วย”

“โอเค!”

“ส่วนคุณไม่ต้องตามมาหรอก ช่วยไปที่ทางเข้าโรงจอดรถใต้ดิน จะมีรองเท้ายี่ห้อ Daphne ของผู้หญิงหล่นอยู่ข้างหนึ่ง มันเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ เพราะงั้นคุณต้องเก็บมาให้ได้นะ” หลังจากอธิบายอย่างรวดเร็วแล้วเฉินฉีก็กดวางสาย

หลินถงซูมองไปที่เฉินฉีด้วยสายตาเหลือเชื่อ เฉินฉียิ้มแล้วพูดปลอบเธอ “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะจับหมอนั่นให้ได้ และคุณก็จะได้รองเท้าคืนด้วย… รีบคาดเข็มขัดเร็ว!”

เฉินฉีพูดพลางดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้ตัวเอง จากนั้นก็เหยียบคันเร่งตามไฟท้ายของรถคันหน้าไป

อาชญากรหนีหมายจับฝ่าไฟแดงตามแยกไปแล้วหลายครั้ง แต่เฉินฉีขับตามอีกฝ่ายไปอย่างกระชั้นชิดจนทันในที่สุด ระยะห่างของรถทั้งสองคันเริ่มเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ชายคนนั้นเริ่มอยู่ไม่สุขจนหยดเหงื่อเย็นเฉียบผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาเปิดกระจกและตะโกนด่าอีกครั้ง “ไอ้ตำรวจบ้าเอ๊ย! ไสหัวไปซะ! กูฆ่าพวกมึงให้ตายได้นะโว้ย!”

เฉินฉีไม่สนใจเขาและรีบหยิบโทรศัพท์กดโทรหาหลินชิวผู หลินถงซูรีบถามทันที “ทำไมคุณต้องโทรหาเขาด้วย!?”

เมื่อปลายสายกดรับแล้วเขาจึงเปิดลำโพง “ผู้กองหลิน ตอนนี้ผมกำลังขับรถไล่ตามอาชญากรมีหมายจับอยู่!”

“อะไรนะ!? แล้วสวีเสี่ยวตงไปไหนซะล่ะ?”

“เขาตามมาไม่ทัน ตอนนี้มีแค่ผมที่ไล่ตามจนรถจะจูบท้ายมันอยู่แล้ว!”

“ทำไมคุณถึงไปอยู่ที่นั่นได้…”

“นี่ไม่ใช่เวลามาซักไซ้ไม่เข้าเรื่องนะ ผมคิดว่าจะขับรถตัวเองชนรถคนร้ายซะ ถ้าทำแบบนั้นแล้วผมจะได้เงินค่าซ่อมรถคืนไหม?”

“บ้าไปแล้วรึไง? ตอนนี้คุณอยู่บนถนนสายไหน? ผมส่งคนไปช่วยเหลือคุณน่าจะง่ายกว่า”

“ตอบมาก่อน จะชดเชยค่าซ่อมรถให้ผมไหม?!”

เมื่อได้ยินว่าหลินชิวผูยังอ้ำอึ้งลังเลไม่ยอมตัดสินใจซะที หลินถงซูจึงช่วยตะโกนอีกแรงด้วยความกระวนกระวาย “พี่ชาย อาชญากรเกือบจะหนีไปได้อยู่แล้วนะคะ ไม่มีเวลามามัวคิดแล้ว!”

“ชดใช้! เดี๋ยวผมชดใช้ให้เอง! จ่ายให้เต็มจำนวนเลย!” หลินชิวผูจำใจยอมอย่างหมดหนทาง “คุณต้องจับเขาให้ได้… เดี๋ยวก่อน ทำไมพวกคุณถึงไปอยู่ด้วยกันได้ล่ะเนี่ย?”

“ขอบคุณมากครับ!” เฉินฉีกดวางสายไป

เขาหันไปเตือนหลินถงซู “นั่งให้ดี ๆ ล่ะ” ว่าแล้วจึงหักพวงมาลัยอย่างมั่นคงจนหัวรถพุ่งเข้ากระแทกกับรถที่แล่นขนาบข้างมาโดยแรง ทำให้ล้อรถยี่ห้อ Volkswagen ลื่นไถลไปตามถนนเพราะเสียหลัก

อาชญากรในรถกัดฟันแล้วหักพวงมาลัยชนกระแทกคืนทันที หลินถงซูตกใจสุดขีด รู้สึกราวอวัยวะภายในทุกส่วนกำลังสั่นสะเทือน

“แกกล้าดียังไงมาชนรถสุดที่รักของฉัน!” เฉินฉีแค่นเสียงคำรามก่อนหักพวงมาลัยชนกระแทกเข้าไปที่รถของอาชญากรอีกครั้ง คราวนี้รถเสียหลักถึงขั้นไถลไปชนกับต้นไม้ข้างทางจนเครื่องดับ ชายคนร้ายรีบถีบประตูเดินออกมาจากรถแบบกะโผลกกะเผลก

เฉินฉีเหยียบเบรกทันที ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเปิดประตูลงจากรถทันที อีกฝ่ายซึ่งอยู่ในอาการตระหนกวิ่งข้ามถนนเพื่อหลบหนี ตอนนั้นเองรถบรรทุกคันหนึ่งซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วเหยียบเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนเข้าเต็ม ๆ จนร่างของเขาหมุนเคว้งไปในอากาศเจ็ดร้อยยี่สิบองศา ทั้งยังกระเด็นไปไกลก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นถนน

หลินถงซูกลัวมากจึงรีบยกมือขึ้นมาปิดตาไว้ไม่ให้เห็นภาพน่าสยดสยอง เมื่อเธอได้สติกลับคืนมา อาชญากรคนดังกล่าวกลับนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนโดยปราศจากการขยับเขยื้อนเสียแล้ว

จบบทที่ บทที่ 36 ตามล่าอาชญากรมีหมายจับ

คัดลอกลิงก์แล้ว