เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 คอนเสิร์ต

บทที่ 35 คอนเสิร์ต

บทที่ 35 คอนเสิร์ต


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 35 คอนเสิร์ต

คดีที่ 3 ศพหญิงสาวไร้หัว 

วันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนกันยายน เหตุโศกนาฏกรรมฆ่าล้างครอบครัวกำลังเป็นกระแสอยู่ในสื่อสังคม ซึ่งในรายงานข่าวของเมืองหลงอันอ้างอิงถึง ‘พลเมืองดีนิรนาม’ ที่มีส่วนช่วยเหลือในการไขคดีอีกครั้ง ทำให้ชาวเน็ตอดไม่ได้ที่คาดเดาถึงเบื้องหลังของพลเมืองดีที่โผล่มาช่วยถึงสองครั้งคนนี้

เวลาผ่านเข้าสู่เดือนตุลาคม ชีวิตของเฉินฉีกลับมายุ่งเหยิงเป็นปกติ ในแต่ละวันเขาจะออกรอบขับอูเบอร์ตั้งแต่รุ่งเช้าและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้โดยสารเหล่านั้น พอไม่มีเรื่องให้ต้องคิดมากแล้วบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสุขสงบ

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้รับสายจากหลินถงซู หลังจากส่งผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เขาก็ขับตรงไปยังทางเข้าหน้าสถานีตำรวจทันที หลินถงซูเพิ่งแต่งตัวเสร็จมาหมาด ๆ เธอเปิดประตูเข้ามากระแทกตัวนั่งและงับประตูปิดดังโครม เฉินฉีมองเธอผ่านกระจกมองหลัง “เป็นอะไรไปน่ะคุณหลิน? คราวนี้ไปถูกใครยั่วโมโหมาอีกล่ะ?”

“คุณไง!”

เฉินฉีเขย่าซองบุหรี่ก่อนหยิบมันออกมามวนหนึ่ง “ผมเหรอ? ทำไมเป็นผมไปได้เนี่ย?”

“คุณเป็นคนยุให้สวีเสี่ยวตงมาชวนฉันไปดูคอนเสิร์ตใช่ไหม?”

“ผมขอพูดให้ชัดเจนก่อนว่าผมไม่เคยไปยุอะไรเขา ผมก็แค่บอกเขาว่าถ้าคิดจะจีบสาวก็ต้องกล้าให้มันมากกว่านี้”

หลินถงซูที่กำลังโกรธหลุดหัวเราะออกมา “แบบนี้ยังไม่เรียกว่ายุอีกเหรอ?”

“ถ้าคุณไม่ได้สนใจเขาก็แค่บอกไปตรง ๆ ก็สิ้นเรื่อง ทำไมถึงเอาแต่โทษว่าผมเป็นตัวการ?”

“โอ้ ขอเถอะ เขายังไม่ได้สารภาพอะไรออกมาเลย แล้วฉันจะปฏิเสธอะไรเขาได้? และต่อให้ฉันพูดดักคอเข้าจริงเดี๋ยวเขาก็จะหาว่าฉันคิดมากไปเองอีก”

“แล้วคุณตกลงไปดูคอนเสิร์ตกับเขาไหมล่ะ?”

“ไม่! พูดขนาดนี้แล้วจะให้ฉันตกลงได้ยังไงล่ะ?! ไม่ว่าวันพรุ่งนี้หรือวันไหน ๆ คุณห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดเลยนะ คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันชอบคนแบบไหน แต่พยายามจะจับคู่ให้ฉันอยู่เรื่อย!”

“คุณหลิน งั้นผู้ชายแบบไหนล่ะที่คุณชอบ? บอกหน่อยสิ ผมจะได้ช่วยคุณหาให้ตรงสเปค!”

หลินถงซูยกขาขึ้นถีบด้านหลังเบาะที่นั่งคนขับทันที “ไร้สาระ!”

“คุณมาเจอผมแค่เพราะจะต่อว่าเรื่องนี้รึไง?”

“ก็ไม่ใช่แค่นี้หรอก” หลินถงซูหยิบบัตรคอนเสิร์ตของจางเสวโหย่วออกมาสองใบพร้อมยิ้มเย้ย “คุณอยากทำอาชีพเสริมเป็นช่างจับคู่ด้ายแดงแล้วทำให้ฉันติดหนี้คุณใช่ไหม? ฉันไม่ยอมหรอก ฉันจะทำให้คุณทั้งอึดอัดและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป ได้ยินว่าคุณไม่ได้ชอบจางเสวโหย่วเหมือนที่โม้ไว้ตอนแรกนี่ เพราะงั้นฉันจะชวนคุณไปดูคอนเสิร์ตของเขาให้อกแตกตายไปเลย!”

เฉินฉีเลิกคิ้ว “ให้ผมเดานะ วันนี้คือวันที่หนึ่งตุลาคม* ธนาคารทุกที่จัดโปรโมชันพิเศษลดแลกแจกแถมกันให้วุ่น บัตรคอนเสิร์ตพวกนี้คุณก็ได้มาจากอะไรพวกนั้นใช่ไหมล่ะ?”

* 1 ตุลาคม = วันชาติจีน

“คุณนี่นิสัยแย่ชะมัด! ไม่เห็นคุณค่าของมันเลยรึไงกัน? ฉันอุตส่าห์แย่งชิงแทบตายกว่าจะได้มานะ!”

“ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว!” เฉินฉีขอโทษเธอทันที “ผมมัวแต่ตกใจที่คุณหลินชวนผมให้ไปดูคอนเสิร์ตด้วย เอาจริง ๆ ตั้งแต่หนุ่ม ๆ จนอายุปูนนี้แล้ว ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาชวนผมไปดูคอนเสิร์ตมาก่อนเลย คุณมีลับลมคมในอะไรแอบแฝงไว้ไหมเนี่ย?”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ คิดซะว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่คุณช่วยเหลือฉันมาตลอดก็แล้วกัน โดยเฉพาะคดีล่าสุดที่ผ่านมาคุณทุ่มเททั้งสมองทั้งเวลาไปตั้งเยอะ อีกอย่างฉันน่ะอยากไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ฉันไม่ไปกับสวีเสี่ยวตงเด็ดขาด เพราะฉะนั้นฉันเลยลากคุณให้ไปเป็นเพื่อนแทน”

“เมื่อไหร่?”

“คืนนี้เลย!”

“โอเค แล้วเจอกัน”

หลินถงซูปาบัตรคอนเสิร์ตใส่อกเฉินฉี “มารับฉันด้วย ห้ามมาสายเชียวนะ!”

เฉิวฉีมองบัตรคอนเสิร์ตก่อนจะยิ้มออกมาพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง “พี่ชายกับน้องสาวคู่นี้ปากไม่ค่อยตรงกับใจเลยแฮะ”

เวลาหนึ่งทุ่ม เฉินฉีขับรถไปรับเธอตามนัด หลินถงซูที่สวมชุดเดรสสีดำตัวสวยเดินมาเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นมานั่งภายในรถ เฉินฉีคิดในใจว่าสาวน้อยคนนี้แต่งตัวเก่งไม่เบา แต่ไม่ว่าเธอจะใส่อะไรก็ดูดีไปซะหมด ทั้งยังดึงดูดสายตามากทีเดียว

“มองอะไรอยู่ได้ คุณลุงตัวเหม็นหึ่ง!” เธอสังเกตเห็นสายตาของเฉินฉี

“อาหารตาน่าอร่อยมากเลยครับ”

“อร่อยบ้านคุณสิ!” หลินถงซูชูสองนิ้วขึ้นมาจะทิ่มตาเฉินฉี “รีบขับออกไปได้แล้ว เดี๋ยวเข้างานสายกันพอดี”

ขณะขับรถเฉินฉีก็ตั้งคำถามไปด้วย “คุณเกิดหลังยุค 90 จริงเหรอเนี่ย? ทำไมถึงชอบฟังเพลงของจางเสวโหย่วล่ะ?”

“ฉันชอบเพราะติดนิสัยมาจากครอบครัวน่ะ สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมักจะเปิดเพลงของเขาฟังเสมอ ฉันเลยพลอยได้รับอิทธิพลมาด้วย ตอนฉันไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันก็เลือกร้องเพลงของเขาอีกจนโดนเพื่อนล้อว่าหัวโบราณ แต่ฉันว่าสิ่งสำคัญอยู่ว่าที่ตัวเราชอบอะไร และเราไม่ควรไปตัดสินรสนิยมการฟังเพลงของใครเพียงเพราะอายุของพวกเขาไม่ตรงกันกับยุคสมัยของเพลงนั้น ๆ”

“คุณพูดถูกที่สุดเลย!”

เมื่อพวกเขามาถึงที่จัดคอนเสิร์ต เห็นไกล ๆ ว่าผู้คนต่อแถวจากบริเวณด้านหน้าเวทียาวออกมาถึงด้านนอก เฉินฉีวนหาที่จอดรถแล้วหยิบเสื้อโค้ตจากเบาะด้านหลัง เป็นแจ็กเกตสีดำที่เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ หลินถงซูรู้สึกว่าเขาสวมใส่แล้วดูสบายตา แถมยังดูเด็กลงอีกด้วย

“คุณรู้อะไรไหม?” เฉินฉีหยอกเธอ “งานวิจัยหนึ่งบอกว่าคนที่ชอบสีดำส่วนใหญ่มักเป็นคนเพี้ยน ๆ”

“ไม่รับรู้ ฉันไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น!” หลินถงซูเอามือมาปิดหูไว้ “อย่ามาเผยแพร่ผลการวิจัยเพี้ยน ๆ ใส่หูอันบริสุทธิ์ของฉันนะ”

เฉินฉียิ้มร่า “ไปกันเถอะ!”

บริเวณพื้นที่จัดคอนเสิร์ตโดยรอบมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง ตามหน้างานมีคนเดินเร่ขายแท่งไฟ ไฟ LED และยังมีบางคนที่ขายแม้กระทั่งแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ เฉินฉีเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะเข้าไปเตือนคนที่กำลังขายซีดีเถื่อน “คุณนี่ช่างกล้าจริง ๆ รู้ไหมว่าการผลิตและจำหน่ายซีดีเถื่อนมันผิดกฎหมายน่ะ? แถมเอามาขายหน้างานเย้ยกฎหมายอีก!?”

คนขายถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนหันมาด่า “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ ถ้าไม่ซื้อก็ไปไกล ๆ ซะ”

“กล้าแบบนี้ให้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน ผมจะฟ้องคุณเดี๋ยวนี้แหละ!” เฉินฉีหันไปตะโกนเรียกสตาฟหน้างานเสียงดังลั่น “เฮ้! มีคนกำลังขายซีดีเถื่อนอยู่ตรงนี้ครับ!”

สตาฟได้ยินแล้วรีบวิ่งตรงมาทันทีและเมื่อคนขายซีดีเถื่อนเห็นก็หันกลับมาตะโกนด่าเฉินฉีก่อนจะวิ่งเตลิดหนีการถูกจับ “เดี๋ยวฉันจะหาคนมาถลกหนังหน้าแกซะ!”

“ช่วยผ่าตัดให้ผมดี ๆ ด้วยล่ะ! ผมอยากทำศัลยกรรมอยู่พอดีเลย!” เฉินฉีพูดประชดไล่หลังคนขายที่กำลังวิ่งแจ้นเต็มฝีเท้า

หลินถงซูหัวเราะก่อนจะหันไปต่อว่าเขา “คุณนี่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริง ๆ เลย!”

“ขายแผ่นซีดีเถื่อนมันก็เหมือนกับการขโมยเงินนั่นแหละ มันเป็นเงินของไอดอลผมนะ จะให้ผมจะอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง?” เฉินฉีตอบอย่างจริงจัง

“หึ ไอดอลของคุณคงซาบซึ้งน่าดู”

“นั่นไม่สำคัญหรอก โอ้ ใช่ คุณอยากได้แท่งไฟสักอันไหม? เดี๋ยวผมซื้อให้”

“ถ้าต้องดูไปด้วยและโบกเจ้านั่นไปด้วยฉันคงดูงี่เง่ามากแน่ ๆ!”

“เอาน่า โอกาสแบบนี้นาน ๆ ทีจะมีสักครั้ง” เฉินฉีเรียกคนขายมาและซื้อแท่งไฟกับป้าย LED ที่เขียนว่า ‘God of Songs I love you’ พอคนขายได้รับเงินแล้วจึงใช้คารมชมเชยเขา “แฟนของคุณสวยมากเลยนะ!”

หลินถงซูกระทืบเท้าทันที “ฉันไม่ใช่แฟนเขาซะหน่อย ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่าเดาส่งเดชสิ!” พูดแล้วก็หันไปมองหน้าเฉินฉีที่ยังยิ้มแฉ่งไม่รู้สึกรู้สา “คุณมันแย่ มัวยิ้มหน้าระรื่นไม่ยอมแก้ตัวแทนฉันอีก! ตาลุงพวกนี้เป็นประเภทเดียวกันหมดหรือยังไงนะ!”

“การที่ผมเป็นผู้ชายเส้นตื้นอารมณ์ดีมันผิดขนาดนั้นเลยรึไง?!” เฉินฉีตอบด้วยความสัตย์จริง

หลินถงซูเบือนหน้าหนีและไม่สนใจเขาอีก ทันใดนั้นเธอก็เห็นสวีเสี่ยวตงกำลังยืนต่อคิวอยู่ในแถวที่คดเคี้ยวเป็นรูปตัว S และกำลังพูดคุยและหัวเราะกับสาวสวยคนหนึ่งอย่างอารมณ์ดี หลินถงซูถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง จากนั้นจึงรีบหันขวับไปด้านหลังและกระซิบกับเฉินฉี “ดูนั่นสิ ตรงนั้น!”

“ผมเห็นก่อนคุณอีก ทำไมเหรอ?” เฉินฉีดูใจเย็นมาก

“คุณไม่คิดว่าไอ้หมอนี่ทำเกินไปหน่อยรึไง?! พอถูกฉันเทปุ๊บก็เปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนอื่นปั๊บ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ตกลงมาดูคอนเสิร์ตกับเขา!” หลินถงซูแค่นเสียงฮึดฮัด

“ผมไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน อย่าลืมว่านี่เป็นธรรมชาติของผู้ชายนะคุณ อุตส่าห์หว่านแห่ไปหลายที่ยังไงก็ต้องได้อะไรกลับมาให้ชื่นใจบ้าง คุณคิดว่าผู้ชายคนหนึ่งจะรอผู้หญิงคนเดียวไปตลอดกาลเลยรึไง?”

“นี่! คุณไม่ยอมเข้าข้างฉันไม่พอ ยังหยิบยกเหตุผลอะไรก็ไม่รู้มาทำให้เขาเป็นฝ่ายถูกซะงั้น”

“โอ้ จริงอย่างที่คุณว่า เจ้าบ้านั่นใจโลเลชะมัดเลย!” เฉินฉีแกล้งทำท่าไม่พอใจ

“คุณแอคติ้งได้ห่วยแตกมาก!” หลินถงซูยิ้มออกและกำหมัดชกแขนเขาเบา ๆ

หลังใช้เวลายืนต่อแถวเข้างานอย่างยาวนาน ในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถเข้ามาภายในพื้นที่จัดคอนเสิร์ต หลินถงซูเจอที่นั่งของตัวเองแล้ว โชคดีที่ไม่ได้นั่งใกล้กับสวีเสี่ยวตง เธอกำลังจะหันไปบอกเฉินฉี แต่เขากลับไม่ได้เดินตามเธอมาแต่อย่างใด

ผ่านไปสักพักเฉินฉีก็เดินกลับมาพร้อมถุงขนมและเครื่องดื่มอีกหลายอย่าง เขานั่งลงข้างหลินถงซูพร้อมรอยยิ้ม “ระหว่างรอคุณควรกินอะไรรองท้องสักหน่อย กว่าการแสดงจะเริ่มก็อีกตั้งชั่วโมงหนึ่ง”

หลินถงซูบ่นอุบ “รองท้องด้วยเครื่องดื่มพวกนี้เนี่ยนะ? ไม่กลัวฉันจะปวดฉี่กลางคันรึไง? รู้ไหมว่าผู้หญิงอย่างเรา ๆ น่ะเข้าห้องน้ำลำบากแค่ไหน ยิ่งอยู่นอกสถานที่ที่มีผู้คนมากมายล้อมหน้าล้อมหลังแบบนี้ คุณนี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลย!” เธอต่อว่าเขาพร้อมเอื้อมมือไปหยิบกระป๋องโคล่าออกมาจากกระเป๋าสะพาย

จบบทที่ บทที่ 35 คอนเสิร์ต

คัดลอกลิงก์แล้ว