เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 วีรบุรุษสวีเสี่ยวตง

บทที่ 28 วีรบุรุษสวีเสี่ยวตง

บทที่ 28 วีรบุรุษสวีเสี่ยวตง


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 28 วีรบุรุษสวีเสี่ยวตง

ทันทีที่พวกเขามาถึงถนนที่เกิดเหตุก็พบว่าเหตุการณ์ไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่หลินถงซูหรือคนอื่น ๆ คิด พวกนักเลงหลบอยู่หลังแปลงดอกไม้ข้างถนน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็หลบอยู่หลังพุ่มไม้อีกฝั่ง

ไม่ไกลจากที่นั่นมีรถยี่ห้อโฟล์คสวาเก้ซานตานาคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน

การมาถึงของเจ้าหน้าที่หน่วยสวาตเหมือนพระเจ้าในสายตาของตำรวจธรรมดาและตำรวจจราจรเหล่านั้น เจ้าหน้าที่ชายหญิงผู้กล้าหาญเลิกพูดจาหยอกล้อกันก่อนส่งสัญญาณให้กันตามแบบแผนและหยิบโล่กันกระสุนออกมา พวกเขาค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างเป็นระเบียบ

“ตามผมมา! ระวังตัวด้วย!” หลินชิวผูกวักมือเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาหน่วยตัวเอง ตำรวจหน่วยสืบสวนอาชญากรรมตั้งแถวอยู่ด้านหลังทัพหน้าอย่างหน่วยสวาตโดยแบ่งออกเป็นสามแถว

หนึ่งในหัวหน้าทีมของเจ้าหน้าที่หน่วยสวาตพูดผ่านไมโครโฟน “วางอาวุธแล้วยอมจำนนซะ ตอนนี้พวกคุณยังไม่ได้ทำร้ายใครยังไม่มีโทษหนัก แต่ถ้าพวกคุณกล้าต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าโจมตีทันที ปลดอาวุธซะตั้งแต่ตอนนี้จะเป็นการดีที่สุด”

“อย่ามาบังคับพวกกูนะโว้ย!” หนึ่งในนักเลงยิงปืนขึ้นฟ้า เสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนตกใจกลัวจนตัวสั่น รถบนท้องถนนที่ขับมาจากทางทิศใต้จอดลงทันที

หัวหน้าหน่วยสวาตยังพูดต่อ “พวกเราไม่มีนโยบายการถอนกำลัง ผมจะย้ำอีกครั้ง วางอาวุธลงและยอมจำนนเดี๋ยวนี้! ถ้าพวกคุณไม่ยอมจำนนง่าย ๆ แล้วละก็ เราเล่นพวกคุณหนักแน่! มาดูกันซิว่ากระสุนของพวกคุณจะเยอะกว่า หรือพวกเราจะเก่งกว่าคุณ”

อีกฝ่ายไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ตอบสนอง หลินชิวผูหันไปถามตำรวจจราจร “สถานการณ์เป็นมายังไง?”

“เราเห็นรถคันนี้ค่อนข้างน่าสงสัยจึงโบกให้พวกเขาจอดเพื่อตรวจค้น เพื่อนร่วมงานของผมเห็นกล่องขนาดใหญ่อยู่ในรถจึงสั่งให้เปิดออก ปรากฏว่ามีเงินสดอยู่ในนั้นเพียบ เมื่อนักเลงพวกนั้นเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วก็เหยียบคันเร่งออกไปทันทีจนชนเพื่อนผมกระเด็น หลังจากนั้นก็ไล่ล่ากันไปสักพัก ปัจจุบันก็เป็นอย่างที่คุณเห็นนี่แหละ”

“มีผู้เสียชีวิตไหม?”

“โชคดีที่ไม่มีครับ เพื่อนผมแค่มีบาดแผลฟกช้ำกับแผลถลอกไม่กี่แห่ง ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก”

หลินชิวผูฟังแล้วจึงหันไปพยักหน้าให้กับหัวหน้าหน่วยสวาต “คนพวกนี้เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมที่พวกผมกำลังสืบสวนอยู่ เป็นไปได้ผมอยากให้พวกคุณจับเป็นเขา”

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ”

ขณะนั้นเอง บนถนนด้านหลังบริเวณที่มีพวกนักเลงหลบอยู่มีกลุ่มเด็กอนุบาลกำลังเดินออกมาพร้อมกับคุณครูพี่เลี้ยง ทุกคนต่างตกใจมากเพราะลืมไปสนิทว่าเวลานี้คือช่วงพักเที่ยง หลินชิวผูรีบวิ่งออกไปโบกมือให้พวกเขา “รีบออกไปเร็วเข้า! ตรงนี้อันตราย!”

“ไม่ดีแล้ว พวกนักเลงนั่นกำลังเคลื่อนไหว!” หัวหน้าหน่วยสวาตร้องเตือน “ถ้าพวกเขาพยายามจะจับเด็ก ๆ เป็นตัวประกัน ผมไม่มีทางเลือกนอกจากวิสามัญเขาซะ”

“แต่นั่นจะทำให้เด็ก ๆ หวาดกลัวเอานะคะ!” หลินถงซูอุทาน

“ผมไม่มีเวลามานั่งกังวลเรื่องนั้นหรอก” หัวหน้าหน่วยสวาตตอบเสียงห้วน

คุณครูพี่เลี้ยงของเหล่าเด็กอนุบาลที่อยู่เหตุการณ์หวาดกลัวเกินกว่าจะร้องออกมา ส่วนเด็ก ๆ ก็หวาดกลัวไม่แพ้กันจนร่างน้อย ๆ สั่นสะท้าน แต่ละคนต่างตกใจแทบสิ้นสติ ด้านหลังแปลงดอกไม้ พวกนักเลงเห็นตัวช่วยในเวลาคับขันจึงพยายามจะวิ่งเข้าไปจับพวกเขาเป็นตัวประกัน

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งกลับวิ่งโร่ออกไปจากทีม ทุกคนรอบข้างต่างตกใจในการกระทำของเขา กลายเป็นว่าคนคนนั้นคือสวีเสี่ยวตง เขาวิ่งตรงไปหาเด็ก ๆ พร้อมตะโกนลั่น “รีบหนีไป! รีบหนีไปเร็วเข้า!”

“กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ!” หลินชิวผูตะโกนเรียกแต่สายเกินไป สวีเสี่ยวตงพาตัวเองเข้าไปอยู่ในระยะยิงของพวกนักเลงเป็นที่เรียบร้อย

“บุกไปข้างหน้าเลย!” หัวหน้าทีมสวาตสั่งให้กองกำลังยกโล่ขึ้นมาทันทีและทำการบุกจากสองทิศทาง เสียงปืนยิงปะทะกันดังสนั่น ไม่นานนักทุกอย่างจึงเงียบลง

สิ่งแรกที่ทุกคนทำคือมองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีใครถูกยิงบ้าง ไม่ไกลจากพวกเขา เด็ก ๆ และครูพี่เลี้ยงต่างหมอบราบด้วยความกลัวลงกับพื้น ส่วนสวีเสี่ยวตงใช้ร่างกายของตัวเองเป็นโล่กำบังให้กับพวกเขา

หลินชิวผูเดินไปข้างหน้าและพบว่านักเลงทั้งสี่ถูกกดลงในท่าคว่ำหน้าลงบนพื้น โดยที่สองมือถูกจับล็อกไพล่หลังด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่หน่วยสวาตรูปร่างกำยำ เขาถามออกมา “แล้วเสียงกระสุนที่เราได้ยินเมื่อกี้นี้ยิงไปที่ไหนกัน?”

หัวหน้าหน่วยสวาตอธิบาย “มีนักเลงคนหนึ่งกำลังจะชักปืนออกมา เราเลยยิงดักเขาไปที่แขน พวกเขาก็ตอบโต้โดยการยิงปืนขึ้นฟ้ารัวหลายนัด ไม่มีใครถูกฆ่าหรือได้บาดเจ็บ”

“เยี่ยมไปเลย!” หลินชิวผูปาดหยดเหงื่อเย็นเฉียบบนหน้าผากออกด้วยความโล่งอก

หลังจากหมดเรื่องอันตรายแล้ว นักเลงคนที่ถูกยิงถูกนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาล ส่วนอีกสามคนถูกใส่กุญแจมือและควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจ หลินชิวผูเดินไปหาสวีเสี่ยวตงที่กำลังปลอบเด็ก ๆ อยู่ก่อนถามคุณครูอนุบาลหญิง “ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหมครับ?”?”

“พวกเราโอเคค่ะ”

“ถ้าพวกคุณปลอดภัยก็กลับเข้าโรงเรียนเถอะ จากนี้ไปโปรดระมัดระวังตัวด้วยนะครับ”

“ขอบคุณมากเลยนะคะ เด็ก ๆ ขอบคุณคุณลุงตำรวจเร็วเข้า!”

เด็กทุกคนพูดอย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณครับ/ค่ะ คุณลุงตำรวจ!” แม้ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ จะหวาดกลัวและร้องไห้ระงม แต่ภายในพริบตาหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้วพวกเขาก็กลับมาร่าเริงอีกครั้งราวไม่เคยผ่านเรื่องน่ากลัวมาก่อน

หลินชิวผูส่งยิ้มให้พวกเขา จากนั้นจึงหันมาหาสวีเสี่ยวตงพร้อมกับตวาดเสียงดัง “ใครอนุญาตให้คุณวิ่งโร่ออกไปแบบนั้น ห๊ะ!”

“ผม… ผมแค่…” สวีเสี่ยวตงตอบกลับเสียงอ่อน “ร่างกายผมมันสั่งให้วิ่งน่ะครับ!” ขณะที่พูดขาของสวีเสี่ยวตงยังคงสั่นหงึก ๆ

“รู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันอันตรายขนาดไหน? ถ้ากลับถึงสถานีแล้วเขียนรายงานความประพฤติส่งให้ผมด้วย!”

“เข้าใจแล้วครับ!” สวีเสี่ยวตงตอบรับด้วยอาการคอตก

เมื่อกลับมาถึงที่รถ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสวาตต่างพากันชื่นชมความกล้าหาญของสวีเสี่ยวตงและยกย่องเขา หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชื่นชมว่า “หัวหน้าของพวกเราชมว่าคุณกล้าหาญมาก ถ้าคุณไม่ตัดสินใจเด็ดขาดแบบนั้นพวกนักเลงคงวิ่งไปประชิดตัวเด็ก ๆ แล้ว เรื่องคงบานปลายกว่านี้ถ้าอีกฝ่ายจับพวกเขาเป็นตัวประกันขึ้นมา”

เจ้าหน้าที่หน่วยสวาตอีกคนก็เข้ามาแซวเขาเช่นกัน “หัวหน้าผมถามชื่อของคุณด้วย เผื่อคุณต้องการย้ายมาเข้าทีมหน่วยสวาต”

สวีเสี่ยวตงยิ้มอย่างเขินอายพลางเกาหัวตัวเอง “โอ้ ไม่ใช่เรื่องน่าเชิดชูอะไรขนาดนั้นเลยครับ ผมเห็นคนจะทำร้ายเด็กแล้วเลือดมันก็ร้อนขึ้นมา”

หลินถงซูใช้ศอกกระทุ้งแขนเขา เธอยิ้มและชื่นชมเขาจากใจจริง “ถึงคุณจะโดนลงโทษ แต่ก็เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของทุกคนในภารกิจนี้เลยนะ!”

ได้ยินแบบนี้สวีเสี่ยวตงก็รู้สึกดีใจจนฉีกยิ้มกว้าง ใจฟูฟ่องราวกินน้ำผึ้งหวานเข้าไปเกือบหมดไห

หลังเคลียร์พื้นที่แล้วตำรวจจึงลากรถของนักเลงทั้งสี่กลับไปยังสถานีตำรวจ เมื่อพวกเขาเปิดรถสำรวจด้านในอย่างละเอียดทุกคนกลับก็ต้องเจอเรื่องช็อกระลอกที่สอง มีกระสอบใหญ่เปื้อนเลือดกองอยู่ตรงท้ายรถ ภายในกระสอบเป็นศพของชายคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายจนสะบักสะบอมผิดรูปผิดร่าง ทันทีที่หลินชิวผูเห็นเขาทำการยืนยันอย่างรวดเร็วว่าผู้ตายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสือใหญ่ที่พวกเขากำลังตามหา!

บนรถยังมีกระเป๋าเดินทางอีกหลายใบที่ภายในบรรจุเงินสดจำนวนมหาศาล พอนำออกมาตรวจสอบนับดูแล้วจึงสรุปได้ว่าเงินทั้งหมดมีมูลค่ามากถึงสิบล้านหยวนทีเดียว!

งานด้านการสอบปากคำเริ่มขึ้นภายในไม่ถึงชั่วโมง หลินชิวผูเป็นผู้เข้าไปสอบปากคำด้วยตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ยืนฟังสรุปอยู่ด้านนอก ภายในห้องสอบปากคำ หลินชิวผูก้มอ่านข้อมูลประวัติอาชญากรรมของคนร้ายตรงหน้าและเริ่มตั้งคำถาม “ในฐานะที่พวกคุณทั้งหมดเป็นลูกน้องของเสือใหญ่ เพราะฉะนั้นขอให้ตอบมาตามตรง เงินกับศพที่อยู่ในรถมีที่มาที่ไปยังไง?”

ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งส่ายหน้ารัวไม่ยอมรับด้วยความรักชีวิต “คุณตำรวจครับ ทั้งหมดนั่นไม่เกี่ยวกับพวกเรา! ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลยจริง ๆ!”

“คิดเหรอว่าผมจะเชื่อ?! ศพกับเงินนั่นอยู่ในรถของพวกคุณนะ! แล้วเมื่อกี้นี้คุณยังพยายามต่อสู้กับตำรวจด้วย ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับพวกคุณจริงแล้วจะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง!?”

อีกฝ่ายยังคงพึมพำเสียงสั่นและปฏิเสธคำให้การ ด้วยความโกรธหลินชิวผูจึงทุบโต๊ะเสียงดังลั่น “ถ้าคุณพูดความจริงอย่างน้อยยังพอได้รับการผ่อนปรนโทษอยู่บ้าง! ผมจะบอกให้ว่าเพื่อนของคุณที่ถูกสอบสวนอยู่ในห้องอื่นก็ถูกคาดคั้นแบบนี้เหมือนกัน ถ้าคุณเป็นคนแรกที่ยอมสารภาพจะได้รับการอภัยโทษ อาจจะรับโทษน้อยลงหน่อยสักสองสามปี แต่ถ้าเอาแต่บ่ายเบี่ยง แม้แต่ความหวังสุดท้ายก็คงไม่เหลืออยู่แล้ว!”

ความลังเลเริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาของนักเลงคนนั้น สายตาของเขากลอกล่อกแล่กไปมา ริมฝีปากขยับเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊ง จึงตระหนักถึงลูกไม้ในการบังคับขู่เข็ญของตำรวจเหล่านี้เป็นอย่างดี ทำให้เขามีความหนักแน่นมากพอที่จะไม่หลุดปากเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ออกมา

หลินชิวผูยังคงใช้คำพูดรวมถึงวิธีการทางจิตวิทยาโน้มน้าวอีกฝ่ายต่อไป “คุณเองก็อายุมากที่สุดแล้วในบรรดาเพื่อน ๆ อีกสามคน เดาว่าคุณคงมีประสบการณ์โชกโชนกว่าพวกเขาสินะ แต่ตอนนี้หัวหน้าของพวกคุณตายไปแล้ว ไม่มีใครที่จะต้องพลีกายถวายชีวิตอีกต่อไป เพราะงั้นคุณจะแข็งขืนไปเพื่ออะไรอีก? ลองคิดให้รอบคอบสิ!”

ไม่ทันขาดคำผู้ต้องสงสัยละล่ำละลักตอบทันที “คุณตำรวจ ผมยอมสารภาพทุกอย่างแล้ว!”

จบบทที่ บทที่ 28 วีรบุรุษสวีเสี่ยวตง

คัดลอกลิงก์แล้ว