เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 จุดประหลาดในคดี

บทที่ 22 จุดประหลาดในคดี

บทที่ 22 จุดประหลาดในคดี


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 22 จุดประหลาดในคดี

“น่ารำคาญ! น่ารังเกียจ! ฉันอยากจะฆ่าเขาให้ตาย!” หลินถงซูเดินลงมาถึงด้านล่างอาคารก่อน เธอเตะก้อนกรวดกระเด็นไปทั่ว

“คุณหลิน ทำไมจู่ ๆ ก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบนี้ล่ะ?” เฉินฉีเดินตามหลังมาพร้อมถามยิ้ม ๆ

“ฉันหงุดหงิดที่พี่ชายชอบเข้ามายุ่งมาบงการชีวิตฉันไปซะทุกเรื่อง!” หลินถงซูหยุดเดินก่อนหันไปทำลายกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจากตัวกระถาง

“ผมสงสัยข้อนี้อยู่เหมือนกัน ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาไม่ค่อยดีนัก แล้วทำไมคุณถึงยังเลือกมาประจำการที่สถานีนี้ล่ะ?”

“ฉันไม่ได้เลือกเองซะหน่อย! ตอนที่ฉันเพิ่งบรรจุใหม่ก็พยายามหลีกเลี่ยงสถานีที่พี่ฉันประจำการอยู่ ใครจะคิดว่าหลังจากฉันเข้าทำงานได้แค่ปีเดียวเขาก็ย้ายมาเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนที่สถานีนี้ แถมบอกว่าจะคอยดูแลฉันเอง อี๋! น่ารำคาญสุด ๆ!”

“จริง ๆ แล้ว พี่ชายคุณก็ดูรักคุณมากนะเนี่ย”

“อย่าพูดเอาดีเข้าตัวเขาหน่อยเลย ฉันเกลียดทุกครั้งที่เขาเอาแต่พูดว่าทำไปก็เพื่อฉัน ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะต้องมารับฟังคำพูดพวกนี้แล้ว คุณไม่อยู่ตรงนี้ไม่รู้หรอกว่าฉันต้องมีความอดทนสูงแค่ไหนเมื่อต้องทำงานร่วมกับพี่ชายที่แสนเอาแต่ใจคนนี้!”

“โอเค งั้นถือซะว่าผมไม่เคยพูดอะไรละกัน”

“เดี๋ยวคุณจะไปที่ไหนต่อ?”

“ผมจะไปที่โรงพยาบาล เผื่อเด็กชายคนนั้นอาจฟื้นแล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าผมยังไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเลย ต้องไปสะสางเรื่องค่าใช้จ่ายก่อน”

หลินถงซูมองไปที่สี่แยกอะพาร์ตเมนต์หรูพลางถามเขา “คุณไม่ต้องไปสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้วเหรอ?”

“ไม่ต้องแล้ว เดี๋ยวพี่ชายของคุณคงจัดการเรื่องนั้นเอง รูปการณ์ของคดีนี้จะยิ่งง่ายขึ้นถ้ามีเจ้าหน้าที่หลายคนช่วย ในเมื่อพี่ชายของคุณรับปากไว้แล้วว่าจะแบ่งปันข้อมูลกับผม คิดว่าเขาคงไม่กล้ากลับคำหรอก”

หลินถงซูหันมองเขาด้วยความสงสัย “ฉันนึกว่าคุณจะพูดประมาณว่าคุณเก่งที่สุดอะไรทำนองนั้นซะอีก แต่ดูเหมือนคุณจะยังรู้อยู่บ้างว่าตัวเองไม่ได้เก่งไปหมดทุกอย่าง”

“ผมเคยพูดตอนไหนว่าผมเก่งที่สุด?” เฉินฉียิ้ม “การทำงานคนเดียวจริง ๆ แล้วก็มีข้อเสียอยู่มาก การสืบสวนคดีอาชญากรรมยิ่งมีคนเยอะก็ยิ่งไขคดีได้ง่ายขึ้น นี่เป็นคดีใหญ่ แน่นอนว่าตำรวจต้องให้ความสนใจอยู่แล้ว หรือถ้าพี่ชายของคุณไขคดีไม่สำเร็จ ยังไงหน้าที่การปิดคดีก็ต้องเป็นของผม”

หลินถงซูหัวเราะ “ถึงขั้นนี้แล้วยังมีหน้ามาปฏิเสธอีกว่าคุณไม่ได้เก่งไปกว่าใคร”

ปลายทางต่อมาของทั้งคู่คือโรงพยาบาลที่รับรักษาเด็กชายตกตึก เมื่อไปถึงหน้าเคาน์เตอร์การเงินเฉินฉีไม่รอช้าชี้แจงทันที “ผมรบกวนคุณออกใบแจ้งหนี้ในนามหน่วยสืบสวนจากกองตำรวจสืบสวนอาชญากรรมหลงอันด้วยนะครับ”

หลินถงซูหันขวับ “กับเรื่องนี้คุณก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านเลยนะ!”

“ทำไมผมต้องออกเงินเองล่ะ? ผมไม่ใช่เศรษฐีใจบุญซะหน่อย”

ทั้งคู่เดินตามพยาบาลมาถึงห้องที่เด็กชายพักรักษาตัวอยู่ เธอแจ้งอาการว่าข้อเท้าของเด็กชายหัก บริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่างได้รับแรงกระแทกเล็กน้อย อาการบาดเจ็บโดยรวมถือว่าไม่อันตรายถึงชีวิต

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในห้องจึงพบว่าเด็กชายซึ่งสวมชุดผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลนั่งอยู่บนเตียง เขามองออกไปนอกหน้าต่างและเอาแต่ร้องไห้เงียบ ๆ หลินถงซูรู้สึกเศร้าใจ เห็นเขาแล้วนึกถึงตอนที่ตัวเองต้องเสียพ่อและแม่ไปตลอดกาลจากอุบัติเหตุรถชน

สำหรับเด็กคนหนึ่งแล้ว เรื่องแบบนี้หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าการดิ่งพสุธาลงมาจากตึกเสียอีก

“เด็กน้อย เธอเป็นยังไงบ้าง?” เฉินฉีพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เด็กชายคนนั้นหันหน้ามา บนใบหน้าของเขามีคราบน้ำตาเปียกชื้นทั่ว เขายังคงนิ่งเงียบ

“ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า?”

“...”

“ลุงแค่อยากจะถามอะไรเธอนิดหน่อย ได้มั้ย? หืม?”

“…”

เฉินฉีเห็นแบบนั้นแล้วไม่รู้ว่าควรเกลี้ยกล่อมอย่างไรต่อ หลินถงซูจึงกระซิบบอกเขา “ให้ฉันลองดู...”

เธอส่งยิ้มหวานพร้อมตั้งคำถาม “เจ้าหนู เธอชื่ออะไรเหรอ? พี่สาวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะ ไม่ต้องกลัวไปหรอก พวกเราจะปกป้องเธอเอง”

ได้ยินดังนั้นเด็กชายจึงไม่กลั้นน้ำตาอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของหลินถงซู เธอกอดร่างเล็ก ๆ ของเขาไว้พร้อมลูบหลังอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะ... ไม่เป็นไรแล้ว”

เฉินฉีมองหลินถงซูด้วยสายตาชื่นชม

เด็กชายยังคงร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ซึ่งหลินถงซูไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นตั้งคำถามอย่างไรดี เพราะการถามเขาถึงความทรงจำอันเลวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนก็อาจจะโหดร้ายเกินไป ขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่ เฉินฉีกลับเป็นฝ่ายโพล่งถามเสียเอง “เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง เธอยังจำได้อยู่ไหม?”

เด็กชายมองเฉินฉีด้วยสายตาหวาดกลัวพร้อมกับกอดหลินถงซูแน่นขึ้นกว่าเก่า แต่ยังคงไม่พูดอะไรออกมา

เฉินฉีถามต่อ “พ่อกับแม่ของเธอ…”

“อ๊ะ! อ๊าาาา!” เด็กชายรีบมุดตัวกลับไปอยู่ในผ้าห่มทั้งที่ตัวสั่นสะท้าน เขายกมือกุมศีรษะตัวเองและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ไม่ต้องถามเขาแล้ว ตอนนี้คงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเท่าไหร่” หลิงถงซูกระซิบเตือนเขา

“ทำไมปฏิกิริยาของเขาถึงได้รุนแรงแบบนี้ล่ะ?” เฉินฉีพึมพำ

“ยังจะพูดอยู่อีก!” หลินถงซูบุ้ยใบ้ให้เขาออกไป “นึกถึงสภาพจิตใจของเด็กหน่อยเถอะน่า วันนี้เรากลับกันก่อนแล้วค่อยหาเวลามาใหม่ก็แล้วกัน”

เฉินฉีมองหลินถงซูและยอมเดินออกจากห้องไป ระหว่างนั้นเขาได้แต่เงียบงันอยู่ในห้วงความคิด เมื่อเดินออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ทันใดนั้นเขาก็วิ่งกลับเข้าไปใหม่ หลินถงซูตะโกนเรียกแทบไม่ทัน

คราวนี้เฉินฉีไม่ได้กลับไปที่ห้องรักษาตัวของเด็กชาย แต่ตรงไปยังห้องพักเจ้าหน้าที่พยาบาลแทนและเอ่ยถาม “ใครรับหน้าที่ดูแลห้อง 203 เหรอครับ?”

พยาบาลร่างอวบอ้วนถามกลับ “คุณกำลังตามหาฉันอยู่เหรอคะ?”

“ผมขอรบกวนคุณคุยเรื่องอะไรนิดหน่อยได้ไหม?”

ทั้งสามเดินหลบไปยืนอยู่ข้างทางเดิน เฉินฉีก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา “รบกวนเพิ่มผมเป็นเพื่อนบนวีแชทให้หน่อยนะครับ”

“หมายความว่ายังไงคะ?” พยาบาลร่างอวบถามด้วยความไม่ไว้วางใจ

หลินถงซูไม่รู้ว่าเฉินฉีมีแผนการลึกลับอะไรอีกจึงรีบหยิบตราตำรวจของตัวเองออกมาแสดง “พวกเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ โปรดให้ความร่วมมือด้วย”

“เกิดอะไรผิดปกติขึ้นกับเด็กคนนั้นหรือคะ?” เมื่อพยาบาลเห็นตราตำรวจ ท่าทางของเธอก็แปรเปลี่ยนไปทันที

“ก่อนอื่นเพิ่มเพื่อนผมบนวีแชทเลยครับ มันจำเป็นมาก ๆ” เฉินฉีพูดซ้ำ

“โอ้ โอเค ได้สิคะ!”

หลังจากทำการเพิ่มเพื่อนบนวีแชทเรียบร้อยแล้วเฉินฉีก็รีบหยิบธนบัตรให้เธอเป็นจำนวนหนึ่งพันหยวน พยาบาลรู้สึกตกใจมาก “ว้าว คุณพี่ นี่เป็นค่าสำหรับอะไรคะ? คุณต้องการให้ฉันดูแลเด็กให้ดี ๆ ใช่ไหม? ไม่ต้องห่วงเลย... ฉันทำได้แน่นอนค่ะ แต่คงรับเงินไว้ไม่ได้เพราะมีกฎเกณฑ์ห้ามไว้”

“งั้นคุณช่วยผมอีกอย่างหนึ่ง ระหว่างที่เด็กคนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ถ้ามีใครเข้าเยี่ยมเขา คุณจะต้องจำหน้าตาของคนที่มาเยี่ยมให้ได้ ถ้าจะเป็นการดีที่สุดช่วยถ่ายคลิปไว้และส่งให้ผมในแชทด้วย คุณทำได้ไหมครับ?”

“คุณต้องการให้ฉันเป็นคนคอยแจ้งข้อมูลเหรอ?” พยาบาลถามกลับทั้งที่ยังไม่คลายสงสัย

“อย่าคิดมากเลยครับ แค่ส่วนหนึ่งสำหรับการไขคดีน่ะ”

“โอเคค่ะ แต่สัปดาห์นี้ฉันขึ้นวอร์ดแค่ช่วงกลางวันเท่านั้นนะคะ”

“ถ้างั้นคุณก็ลองคิดหาวิธีดูว่าจะทำยังไงได้บ้าง”

พยาบาลก้มมองเงินในมืออีกฝ่าย จากนั้นจึงตอบตกลงและรับมันมาโดยดี หลังออกมาจากตัวโรงพยาบาลแล้ว หลินถงซูจึงหันมองเฉินฉีด้วยความสับสน “ปกติคุณออกจะเป็นคนประหยัด ทำไมจู่ ๆ ก็เกิดใจกว้างไปแจกเงินแบบนั้นล่ะ?”

“อย่างแรกเลย... ผมจริง ๆ แล้วผมเป็นคนฟุ่มเฟือยมาก คุณคงยังไม่รู้จักผมดีพอ อย่างที่สอง... ที่ผมทำไปก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคดี”

“คุณคิดว่าฆาตกรจะมาเยี่ยมเด็กผู้ชายคนนั้นใช่ไหม?” หลินถงซูคาดเดา

“เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดที่สุดในคดีนี้คือจุดนี้แหละ ทำไมฆาตกรถึงปล่อยให้เด็กคนนั้นรอดชีวิต? นี่อาจจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราปิดคดีนี้ก็ได้!”

“อาจไม่ใช่อย่างนั้นซะทีเดียว คนบางคนถึงชั่วช้ายังไงแต่เขาไม่มีวันทำร้ายเด็กที่เป็นผู้บริสุทธิ์”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วทำไมเขาถึงไม่ไว้ชีวิตคนแก่อายุแปดสิบล่ะ?”

คำพูดของเฉินฉีทำให้เธอคิดได้และนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะพูดออกมา “โอ้ จริงด้วย…”

“สิ่งแรกที่ฆาตกรคิดก็คือความปลอดภัยของตัวเอง กังวลว่าจะมีหลักฐานอะไรหลงเหลืออยู่ให้สาวมาถึงตัวเองบ้าง ซึ่งนี่เป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดพื้นฐานของทุกคน ในเมื่อเขาสามารถลงมือกับคนแก่ได้ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะปล่อยเด็กไปนอกจากจะมีเหตุผลอื่น และเหตุผลนั้นจะเป็นจุดตัดสินว่าคดีนี้เป็นมายังไง”

“ฆาตกรอาจเป็นญาติกันงั้นเหรอ?”

ขณะนั้นเองหลินชิวผูก็โทรมา “ถงซู คดีได้ข้อสรุปแล้ว กลับมาประชุมเร็ว!”

หลังจากวางสายแล้วหลินถงซูก็หันมาถามเขา “พี่ชายบอกให้ฉันกลับไปที่สถานีแล้ว คุณจะไปด้วยกันไหม?”

“ไม่เป็นไร คุณค่อยเล่าให้ผมฟังทีหลังแล้วกัน” เฉินฉีพูดพลางมองหลินถงซูตั้งแต่หัวจรดเท้า

หลินถงซูต่อว่าเขาทันที “มองอะไรน่ะตาลุง?”

“คุณจะใส่ชุดแบบนั้นไปประชุมงานราชการจริงเหรอ?”

หลินถงซูก้มมองตัวเองและก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันทำงานและเธอก็สวมชุดเดรสอยู่ เฉินฉีจึงแนะนำ “คุณควรกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะก่อน”

“จะทันเหรอ? ฉันไม่อยากไปสายนะ”

“ถ้าตาลุงขับรถอย่างฉันบอกว่าทัน ยังไงก็ทัน!” เฉินฉีฉีกยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 22 จุดประหลาดในคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว