เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 หลินถงซู

บทที่ 2 หลินถงซู

บทที่ 2 หลินถงซู


กำลังโหลดไฟล์

บทที่ 2 หลินถงซู

หลินถงซูเดินลงไปที่โรงจอดรถใต้อาคารด้วยความเคยชิน แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ารถของตัวเองจอดซ่อมอยู่ที่อู่ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อนเพราะขับไล่ตามคนร้ายจนเฉี่ยวชนระเนระนาด ภายในไม่กี่นาทีกลับละเมิดกฎจราจรไปแล้วเป็นสิบ ๆ ข้อทำให้ถูกยึดใบขับขี่ไปตามระเบียบ ทั้งยังถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรงเหตุฝ่าฝืนคำสั่งและปฏิบัติเกินหน้าที่

ด้วยความที่ยังไม่หายหงุดหงิดกับเรื่องครู่นี้จึงเดินออกจากตัวอาคารอย่างไร้จุดหมาย ขณะนั้นเองรถคันหนึ่งก็ขับมาจอดเทียบและบีบแตรทักทาย ใบหน้ายิ้มแป้นของคนขับโผล่ออกมาจากกระจกใสที่ค่อย ๆ ละระดับลง “ถงซู ให้ผมไปส่งไหม?”

“ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้” หญิงสาวปฏิเสธทันควัน

“ทะเลาะกับพี่ชายมาอีกแล้วล่ะสิ” สวีเสี่ยวตงสังเกตจากสีหน้าจึงเดาออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “จะหงุดหงิดไปทำไมกัน? พี่ชายคุณเป็นถึงหัวหน้าหน่วยสืบสวนเลยนะ! คนอื่น ๆ คาดหวังแทบตายแต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับเขา คงมีแต่คุณที่เป็นน้องสาวเท่านั้นแหละ ถ้าผมเป็นคุณคงยิ้มไม่หุบทั้งวันทั้งคืนแน่ ๆ”

หลินถงซูหยุดเดินกะทันหันแล้วหันไปตวาดเสียงดังทันที “ในสายตาของทุกคนฉันก็เป็นได้แค่น้องสาวของหัวหน้าหน่วยแค่นั้นแหละ! ไม่มีใครรู้จักหลินถงซูในฐานะที่ฉันเป็นฉันเลยสักคน! ถ้าคุณอยากเป็นน้องสาวเขามากละก็... เอาไปเลย! ฉันไม่อยากมีชีวิตแบบนี้เลยสักนิด!”

พอระบายความอัดอั้นจนหมดแล้วเธอจึงเดินเลี่ยงออกจากอาคารจอดรถไปอย่างรวดเร็ว

“อะไรกัน? ไอ้เราก็แค่หยอกเล่นเอง ทำไมเธอโกรธขนาดนี้ล่ะ?” สวีเสี่ยวตงเกาหัวด้วยความงุนงง

เมื่อหลินถงซูข้ามสี่แยกไฟแดงมาแล้วจึงคิดคำนวณเส้นทางใหม่ และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่สวีเสี่ยวตงขับลาดตระเวนเป็นประจำเพื่อที่จะไม่ต้องเจอกับเขาเป็นครั้งที่สอง

เธอตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเรียกรถในแอปอูเบอร์ ซึ่งคนขับก็กดยอมรับคำขอของเธอแทบจะทันที แต่พอเธอใช้เวลารอรถเกือบห้านาที ตำแหน่งของรถในแผนที่กลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

หญิงสาวรีบกดโทรหาคนขับรถเพื่อต่อว่า “คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ฉันยืนรอคุณมาห้านาทีแล้วนะ!”

ปลายสายตอบกลับเสียงราบเรียบ “ขอโทษครับคนสวย พอดีผมติดธุระนิดหน่อย รบกวนคุณเดินข้ามมาหาผมได้ไหม?”

“งั้นก็ช่างเถอะ งั้นฉันจะกดเรียกรถคันอื่น!”

“อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิคุณ งั้นผมลดค่าโดยสารให้คุณยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยโอเคไหม? คุณเห็นร้านสตูเนื้อที่อยู่อีกฟากถนนหรือเปล่า?”

“เห็นค่ะ แล้วยังไงต่อ?”

“มันจะมีซอยเล็ก ๆ อยู่ถัดจากร้านนั้น ถ้าคุณข้ามถนนมาจะเห็นรถผมจอดอยู่ในซอย”

“ยุ่งยากชะมัด!”

หลินถงซูรีบวิ่งข้ามถนนและเดินมาจนถึงหน้าปากซอยนั้น ตอนแรกเธอคิดว่าธุระที่อีกฝ่ายหมายถึงคือรถติด แต่เท่าที่เห็นคือบนถนนแทบไม่มีรถขับผ่านไปมา มีเพียงลุงคนหนึ่งกำลังล้างรถโดยใช้สายยางจากครัวของร้านอาหารอยู่เท่านั้น

รถคันดังกล่าวเป็นยี่ห้อฉางอันอีโดสีแดง เธอเช็คป้ายทะเบียนอีกทีจึงพบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่กดยอมรับคำขอของเธอในแอปอูเบอร์

เธอเดินตรงมาและกอดอกมองตาลุงที่กำลังล้างรถอย่างขะมักเขม้น อีกฝ่ายบ่นพึมพำเสียงดังเพราะยังไม่เห็นเธอ “ไอ้นกเฮงซวย! ที่ก็มีให้แกอึตั้งเยอะทำไมต้องมาอึใส่รถสุดที่รักของฉัน!”

หญิงสาวแกล้งกระแอมดัง ๆ หนึ่งครั้ง ตาลุงคนนั้นจึงหันกลับมามองตามเสียงและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร “โอ้ คุณมาถึงแล้ว เปิดประตูเข้าไปนั่งด้านในก่อนสิครับ!”

หลินถงซูมองอีกฝ่ายตาขวาง “นี่น่ะเหรอธุระของคุณ? ฉันต้องยืนตากแดดรอรถตั้งห้านาทีแต่คุณดันล้างรถสบายใจเฉิ่มเนี่ยนะ?”

“โธ่ อย่าคิดมากไปเลย แค่ห้านาทีเอง”

“คุณก็พูดได้สิว่าแค่ห้านาที สำหรับฉันแค่วินาทีเดียวก็มีค่ามาแล้ว นี่มันตั้งห้านาที! บอกซิว่าคุณจะชดใช้ให้ฉันยังไง?”

อีกฝ่ายหันมายิ้มให้เธอ ดวงตาที่จริงจังคู่นั้นทำให้เขาดูเหมือนชายวัยใกล้สี่สิบที่ผ่านประสบการณ์มากมายในชีวิตมาอย่างโชกโชน เขาโต้แย้งอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้าคุณถามหาเหตุผลงั้นผมก็คงต้องอธิบายยาวหน่อย จากจุดที่คุณเรียกผมไปกับตรงนี้ห่างกันประมาณห้าสิบห้าเมตรเท่านั้น แต่ถ้าผมเป็นฝ่ายไปหาคุณผมจะต้องไปหาที่ยูเทิร์นอีกไกลเลยเชียว หมายความว่าผมต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบนาทีกว่าจะไปถึง เพราะงั้นถ้ามองในมุมกลับกันผมไม่ได้ทำให้คุณเสียเวลาห้านาที แต่ทำให้คุณประหยัดเวลาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมตั้งห้านาทีเลยนะ! แล้วที่ผมต้องล้างรถก็เพราะตัวผมเป็นคนชอบความสะอาด มีนกมาอึใส่กระโปรงรถผม... เวลาขับก็ต้องมองคราบอึนั่นไปตลอดทาง แล้วมันจะทำให้ผมไม่สบายใจและมองทางไม่ชัดจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ไม่ดีเหรอที่ผมลงทุนล้างรถเพื่อให้คุณได้รับบริการที่ดีขึ้น? หรือจะให้ผมขับไปทั้งแบบนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันอันตรายล่ะ?”

“เหอะ! มันก็เป็นแค่ข้อแก้ตัวเท่านั้นแหละ” เธอแค่นเสียง “ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่าจริง คุณก็ควรโทรมาบอกฉันตั้งแต่แรก ทำไมถึงปล่อยให้ยืนรออยู่อย่างนั้นตั้งห้านาที?”

“เอาล่ะ นั่นเป็นความผิดของผมเอง ตอนนั้นมีสายเรียกเข้าพอดี แม่ของผมป่วยโรคเส้นเลือดในสมองอุดตันแถมเพิ่งผ่าตัดเสร็จ คุณหมอเลยโทรมาแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ คุณคิดว่าผมควรรับสายหมอหรือโทรบอกคุณก่อน?”

คราวนี้หลินถงซูถึงกับเถียงไม่ออก “ฉันเข้าใจแล้ว! หยุดเล่นบทน่าสงสารแล้วสตาร์ทรถสักที!”

เธอมองไปที่ป้ายใบขับขี่และเห็นชื่อ ‘เฉินฉี’ พิมพ์ไว้เด่นชัด เฉินฉีปรับกระจกมองหลังเล็กน้อยพลางเหลือบมองหน้าอกของอีกฝ่ายก่อนเอ่ยปากถาม “คุณจะไปไหนครับ?”

“นี่ อย่าพูดจายืดยาดได้ไหม? ไม่ได้ดูปลายทางที่ฉันปักหมุดในแอปเหรอ?”

“ขอโทษที ผมเคยขับแท็กซี่มาก่อนน่ะครับเลยติดถามปลายทางเป็นนิสัย ถือเป็นการชวนคุยไปในตัวด้วย”

“ไม่มีใครเขาอยากคุยเล่นกับคุณหรอก อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”

หลังบทสนทนาเงียบไปสักพักหลินถงซูจึงสังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเธอผ่านกระจกจนเธอรู้สึกอึดอัด พอทนไม่ไหวจึงฟาดไหล่คนขับไปหนึ่งที “มองถนนอย่างเดียวไม่ได้รึไงคุณ? เลิกทำตัวเหมือนโรคจิตซะที!”

“เปล่า! ผมไม่ได้จะใช้สายตาล่วงเกินคุณ ผมกำลังสังเกตคุณต่างหาก”

เธอหัวเราะเสียงดัง “ฉันมีอะไรให้น่าสังเกตกัน?”

“คุณรู้สึกร้อนวาบอยู่ข้างในตับจนมีอาการนอนไม่หลับ แล้วก็รู้สึกขมปากขมคอเพราะรสชาติของยาด้วยใช่ไหม? ผมเห็นลิ้นคุณเป็นสีขาว”

“คะ-คุณรู้จักยาจีนด้วยเหรอ?”

“อ๋อ ผมพอมีความรู้เรื่องนี้บ้างนิดหน่อย” เฉินฉียิ้มพลางหยิบซองบุหรี่ออกมาจากช่องใส่ของข้างรถ

“นี่! คุณจะสูบบุหรี่ในรถไม่ได้นะ! ทำไมถึงไม่มีมารยาทแบบนี้เนี่ย”

“ผมยังไม่ได้สูบสักหน่อย แค่จะดูว่ามันเหลืออยู่เท่าไหร่ แค่ดูเฉย ๆ ก็ไม่ได้เหรอ?” เขาเขย่าซองแล้วจึงโยนกลับเข้าที่ “คุณทำอาชีพอะไรครับคนสวย?”

“ฉันจะทำอาชีพอะไรก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ ขับรถเงียบ ๆ ไปเลย!”

“คุณเป็นตำรวจใช่ไหมล่ะ?”

หลินถงซูนิ่งอึ้ง เธอรีบก้มเช็คตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ‘ฉันก็ใส่ชุดลำลองนี่! หรือเขาเห็นปืนของฉันงั้นเหรอ? แต่ฉันซ่อนไว้หลังเสื้อแจ็กเกตตลอดนี่นา...’

อีกฝ่ายยังคงพูดต่อ “ทุกอาชีพการทำงานจะทิ้งร่องรอยไว้บนตัวทุกคนเสมอ สายตาของคุณที่มองคนอื่นไม่เหมือนคนทั่วไป มันฉายแววชัดว่าคุณทำงานให้กับกฎหมาย”

“แล้วทำไมถึงเดาว่าฉันเป็นตำรวจล่ะ? อาชีพที่ทำงานให้กับกฎหมายมีถมเถไป”

เฉินฉียิ้ม “ก็ที่ที่คุณจะไปอยู่ห่างจากสถานีตำรวจแค่สองช่วงถนนเอง เฮ้! งั้นคุณเปิดเผยข้อมูลสักนิดได้ไหมครับว่าตอนนี้พวกคุณกำลังสืบสวนคดีอะไรอยู่?”

ใจจริงหลินถงซูไม่ค่อยอยากบอกเท่าไหร่ แต่เธอคิดว่าการตอบคำถามนี้เป็นการตอบแทนที่เขาอธิบายข้อสังเกตให้เธอฟังอย่างละเอียดจึงไม่คิดปิดบัง “คดีฆาตกรรมแอปอูเบอร์ค่ะ”

เขาตอบกลับโดยไม่มีร่องรอยความประหลาดใจแม้แต่นิด “งั้นเหรอครับ? ถ้าคุณต้องการให้ผมไปร่วมงานสามารถเรียกใช้ได้เลย มีรางวัลแจกสำหรับคนให้เบาะแสไหมล่ะ?”

“คุณมีเบาะแสเหรอ?”

“ตอนนี้ยังไม่มี แต่ถ้ามีรางวัลงาม ๆ ล่อตาล่อใจผมอาจจะไปสืบดูสักหน่อย”

“ฮ่าๆๆ พูดเหมือนกับว่าคุณสืบคดีด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ อย่างนั้นแหละ”

“มันก็แค่คดีง่าย ๆ ถ้าจะไขก็ต้องพึ่งโชคซะหน่อย ไม่แน่วันนี้ผมอาจโชคดีก็ได้!”

คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดใจไม่น้อย แต่ยังไม่ทันอ้าปากเถียงเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์กลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน แถบการแจ้งเตือนจากวีแชทระบุว่าสวี่เสี่ยวตงส่งคำเชิญให้เธอเข้าร่วมกรุปแชท

ทุกครั้งที่มีคดีใหม่ ๆ เขามักเป็นคนสร้างกรุปแชทเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี

สวีเสี่ยวตงพิมพ์ข้อความแรกในแชทอย่างตื่นเต้น “ทุกคนครับ! ผมเจอแล้วล่ะว่าใครเป็นคนขับรถในคืนนั้น!”

หลินถงซูเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ ‘ขี้อวดชะมัด!’

ข้อความยาวเหยียดเด้งขึ้นในกรุปแชทที่เพิ่งสร้าง “ชื่อเฉินฉี เพศชาย อายุสามสิบหกปี เป็นพลเมืองของเมืองหวู่อัน ทำอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสารมาแล้วสิบห้าปี ป้ายทะเบียนหมายเลข ...”

หลินถงซูเงยหน้าขึ้นมองป้ายใบขับขี่ซึ่งมีใบหน้ายิ้มแฉ่งของคนขับอย่างรวดเร็วก่อนรีบร้อนรูดซิปเสื้อแจ็กเกตลงพร้อมคว้าปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลังขึ้นจ่อหัวเฉินฉีทันที! “ฉันขอสั่งให้คุณหยุดรถ เดี๋ยวนี้!”

จบบทที่ บทที่ 2 หลินถงซู

คัดลอกลิงก์แล้ว