- หน้าแรก
- โต้วหลัว เชียนเริ่นเสวี่ยเมียข้า ให้กำเนิด เจ็ด พี่น้องน้ำเต้าป่วนโลก
- บทที่ 7: ปรากฏการณ์สะเทือนฟ้า พี่ใหญ่ถือกำเนิด
บทที่ 7: ปรากฏการณ์สะเทือนฟ้า พี่ใหญ่ถือกำเนิด
บทที่ 7: ปรากฏการณ์สะเทือนฟ้า พี่ใหญ่ถือกำเนิด
บทที่ 7: ปรากฏการณ์สะเทือนฟ้า พี่ใหญ่ถือกำเนิด
พยัคฆ์ขาวลายมาร: “เมี๊ยว?”
ฟีนิกซ์เพลิงมาร: “จิ๊บๆ...”
เต่าเสวียนหมิง: “เอ่อ... โฮ่ง!”
สัตว์วิญญาณผู้ทรงพลังเหล่านี้ต่างพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแสดงออกถึงความไร้พิษสง ซึ่งทำให้ซือป้าเทียนรู้สึกทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
เสือที่ร้องเหมือนแมว ฟีนิกซ์ที่ส่งเสียงเหมือนนกกระจิบ... แล้วไอ้เต่าที่เห่าเหมือนสุนัขนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
แต่เหล่าสัตว์วิญญาณหมื่นปีเหล่านี้หาได้สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นไม่ พวกมันต่างหมอบกราบลงด้วยท่าทีที่ว่าง่ายและเชื่อฟังอย่างเหลือเชื่อ
ซือป้าเทียนพบว่าไม่ว่าเขาจะพยายามไล่พวกมันไปอย่างไร สัตว์วิญญาณเหล่านี้ก็ไม่ยอมจากไป เขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม
“พวกเจ้า... ไม่คิดจะไปไหนเลยงั้นรึ? หรือตั้งใจจะติดตามข้า?”
เหล่าสัตว์วิญญาณต่างพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง แน่นอนสิ! ขืนไม่อยู่ที่นี่ มีหวังความตายได้มาเยือนพวกมันแน่
ซือป้าเทียนรู้สึกขบขัน... แม้เขาจะไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัด แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ ‘ลูกชาย’ ของเขาใช่ไหมนะ?
ในเมื่อเป็นความต้องการของลูกชาย ซือป้าเทียนจึงไม่ปฏิเสธ ทำให้กระท่อมหลังน้อยของเขามี ‘ผู้เช่า’ เพิ่มขึ้นมาอีกสองสามราย
เสือฟันหลอ นกปีกไหม้เกรียม และเต่ากระดองแตก... การมาถึงของผู้เช่ารายใหม่เหล่านี้ทำให้บ้านของซือป้าเทียนดูครึกครื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมผู้เช่าพวกนี้ยังไม่ต้องรอให้เขาสั่งงาน แต่ละตัวกลับขยันขันแข็งยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก
เต่าเสวียนหมิงรับหน้าที่พรวนดินเตรียมแปลงปลูกให้เถาว์น้ำเต้า พยัคฆ์ขาวลายมารรับผิดชอบเรื่องการรดน้ำ ส่วนฟีนิกซ์เพลิงมารก็คอยกำจัดศัตรูพืชและใส่ปุ๋ย... ภาระงานของซือป้าเทียนเบาลงไปถนัดตา
หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนแห่งการดูแลเอาใจใส่ รดน้ำพรวนดินให้เถาว์น้ำเต้า ผิวพรรณของซือป้าเทียนก็คล้ำลงไปบ้าง แต่กล้ามเนื้อกลับดูชัดเจนและแข็งแกร่งขึ้น จากเด็กหนุ่มบ้านนาที่ดูสดใส กลายเป็นชายหนุ่มที่ดูสุขุมนุ่มลึกขึ้นหลังจากผ่านแดดผ่านฝนมาหลายวัน
นับจากวันที่เขาแยกทางกับเฉียนเริ่นเสวี่ย ก็ผ่านมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว!
ซือป้าเทียนหวนนึกถึงเฉียนเริ่นเสวี่ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต พลางปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก โดยมีเหล่าสัตว์วิญญาณเดินเตาะแตะตามหลังต้อยๆ
“ท่านพ่อ... ท่านพ่อ... เหนื่อยหน่อยนะขอรับ”
“ขอบคุณครับท่านพ่อ... ขอบคุณครับท่านพ่อ” น้ำเต้าน้อยทั้งเจ็ดส่งเสียงตะโกนเจื้อยแจ้วพร้อมกัน
เมื่อได้ยินเสียงเจ้าตัวเล็กคุยกัน ซือป้าเทียนก็รู้สึกคลายกังวลและเดินกลับเข้าบ้านไปพักผ่อน
“เผลอแป๊บเดียว... พี่ใหญ่โตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?”
ซือป้าเทียนสังเกตเห็นผลน้ำเต้าสีแดงที่ดูโดดเด่นที่สุด แล้วเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
จริงดังว่า ตอนนี้น้ำเต้าผลสีแดงมีขนาดใหญ่กว่าผลอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ดูราวกับว่ามันกำลังสุกงอมเต็มที่
“เจ้าใหญ่ เจ้าใหญ่? ทำไมวันนี้ไม่พูดไม่จาล่ะ...”
ซือป้าเทียนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ปกติแล้วเจ้าใหญ่มักจะช่างพูดช่างเจรจาที่สุด ทำไมวันนี้ถึงเงียบไป?
“ท่านพ่อ... ท่านพ่อ พี่ใหญ่บอกว่าวันนี้รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยขอรับ”
น้ำเต้าผลอื่นๆ ช่วยกันอธิบาย
“แต่ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก... ท่านพ่อไม่ต้องห่วงนะขอรับ พวกเราจะดูแลพี่ใหญ่เป็นอย่างดี”
เจ้าน้องเจ็ด น้ำเต้าสีม่วงเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงจิ้มลิ้ม
“ปะ... ปกป้องพี่ใหญ่!!”
เมื่อเห็นความสามัคคีกลมเกลียวของเหล่าลูกน้ำเต้า ซือป้าเทียนก็ยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ
เมื่อรัตติกาลมาเยือน ซือป้าเทียนก็กลับเข้าไปพักผ่อนในบ้านตามปกติ
ดึกสงัด!
ภาพที่น่าตกตะลึงปรากฏขึ้นบนเถาว์น้ำเต้า ผลน้ำเต้าสีแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อน แกว่งไกวไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
น้ำเต้าอีกหกผลที่เหลือ เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่กำลังจะ ‘ถือกำเนิด’ ก็พากันแกว่งไกวไปตามสายลมราวกับกำลังปรบมือเชียร์ พร้อมกับแอบซุบซิบวางแผนกันผ่านจิตสื่อสารเฉพาะกลุ่ม:
“พี่ใหญ่... ในที่สุดพี่ใหญ่ก็จะออกมาแล้ว”
“โย่โฮ่... ข้าเองก็อยากออกไปวิ่งเล่นข้างนอกเหมือนกัน อยู่ในน้ำเต้านี่มันอึดอัดจะแย่ ท่านพ่อบอกว่า... โลกภายนอกมีเรื่องสนุกๆ เพียบ แถมยังมีของอร่อยให้กินเยอะแยะเลย”
“กิน กิน กิน... รู้จักแต่กินหรือไง! ลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วเหรอ? พวกเราต้องไปช่วยท่านแม่นะ!!”
“เอ้อใช่... ต้องช่วยท่านแม่... ช่วยท่านแม่คนสวย ท่านพ่อจะได้มีความสุขยิ่งขึ้น!!”
“ดีล่ะ งั้นให้พี่ใหญ่ออกไปช่วยท่านแม่คนสวยก่อนเลย”
เหล่าลูกน้ำเต้าส่งเสียงจ้อกแจ้กอย่างตื่นเต้น แต่ไม่นาน พี่รองหรือน้ำเต้าสีเหลืองก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว พี่ใหญ่กำลังจะออกมาแล้ว!”
สิ้นเสียงนั้น!
ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสเมื่อวินาทีก่อนพลันมืดมิดลงทันตาเห็น เมฆดำทะมึนก่อตัวหนาทึบสร้างบรรยากาศกดดันไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตาเดียว สายฟ้าแลบแปลบปลาบก็ฉีกกระชากท้องฟ้า ราวกับขวานยักษ์ที่ส่องประกายเย็นยะเยือกผ่าแยกความมืดมิดออกเป็นสองส่วน
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องก็ระเบิดขึ้น ราวกับจะเขย่าสวรรค์และปฐพีให้สั่นสะเทือน สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว เหมือนเสาน้ำนับไม่ถ้วนพุ่งตรงลงมาจากสรวงสวรรค์
เม็ดฝนซัดสาดเข้าใส่หน้าผาอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดละอองหมอกสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว เปรียบประดุจภูเขาถล่มและพายุคลั่ง ภาพเหตุการณ์นี้ปลุกสัตว์วิญญาณทั้งหุบเขาให้ตื่นขึ้นทันที!
พวกมันต่างแหงนหน้ามองฟ้าด้วยความตื่นตระหนก ไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุอาเพศอันใดขึ้นถึงได้มีนิมิตวิปริตเช่นนี้!
เมืองเทียนโต้ว!
ตู๋กูโป๋ ยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมืองสูงเสียดฟ้า คิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อยขณะมองไปทางทิศที่ตั้งบ้านของซือป้าเทียน
“คลื่นพลังรุนแรงขนาดนี้... หรือว่าราชันย์สัตว์วิญญาณตนใหม่ถือกำเนิด?”
ทิศทางสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติ
กระบี่พรหมยุทธ์ เฉินซิน ลืมตาโพลงขึ้นจากการเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ในชั่วพริบตา ปราณกระบี่ก็พวยพุ่งไปทั่วห้อง เขาหรี่ตาลงพร้อมกล่าวด้วยเสียงทุ้มลึก
“พลังมหาศาลปานนี้... ตัวตนระดับไหนกำลังจะถือกำเนิดกัน? หรือจะเป็นสัตว์วิญญาณแสนปีกำลังฝ่าด่านเคราะห์... ไม่สิ ไม่น่าใช่ แม้แต่สัตว์วิญญาณแสนปีฝ่าด่านเคราะห์ ก็ไม่น่าจะปล่อยพลังปราณที่รุนแรงขนาดนี้ออกมาได้”
ไม่ว่าจะอย่างไร ภายในรัศมีเกือบพันลี้นี้ ราชทินนามพรหมยุทธ์จำนวนมากต่างสัมผัสได้ถึงสถานการณ์นี้
ณ หน้าผา!
ด้านนอกบ้านของซือป้าเทียน เหล่าสัตว์วิญญาณผู้ทรงพลัง—พยัคฆ์ขาวลายมาร, ฟีนิกซ์เพลิงมาร และเต่าเสวียนหมิง—ต่างพากันตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัวต่อปรากฏการณ์วิปริตเบื้องหน้า
“เชี่ยเอ้ย... นี่มันทัณฑ์สวรรค์ชัดๆ มันจะเกินไปหน่อยไหม!”
“ทัณฑ์สวรรค์ตอนเจ้าน้ำเต้านี่เกิด ดูจะเวอร์วังยิ่งกว่าตอนสัตว์วิญญาณแสนปีฝ่าด่านเคราะห์ซะอีก... ตกลงไอน้ำเต้าพวกนี้มันคือตัวอะไรกันแน่?”
“สวรรค์เท่านั้นที่รู้... พวกเราทำตัวดีๆ เข้าไว้เถอะ เดี๋ยวจะโดนฟ้าผ่าตายเอา”
ความคิดที่จะต่อต้านใดๆ ที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้
ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็พุ่งขึ้นจากเถาว์น้ำเต้าสีเขียว
วูบ!
ม่านแสงสีเขียวรัศมีหลายพันเมตรแผ่ขยายออกมาจากรอบบ้านของซือป้าเทียน... ปิดบังกลิ่นอายจากบริเวณนี้ไว้โดยสิ้นเชิง
และในวินาทีนั้นเอง!
สายฟ้าสีม่วงลำใหญ่ก็ฟาดเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้า กระแทกเข้าใส่ผลน้ำเต้าสีแดงอย่างจัง เปลือกน้ำเต้าที่ถูกสายฟ้าฟาดแยกออกเป็นสองซีกทันที
ตู้ม!
ซือป้าเทียนที่นอนอยู่ในบ้านสะดุ้งตื่นสุดตัวจากเสียงฟ้าร้องกึกก้อง เมื่อได้ยินเสียงความวุ่นวาย เขาก็รีบวิ่งถลันออกมา
และภาพที่เขาเห็น คือผลน้ำเต้าสีแดงที่แตกออกเป็นสองเสี่ยง
นัยน์ตาของซือป้าเทียนแดงก่ำขึ้นทันที!
“เจ้าใหญ่... เจ้าใหญ่ เจ้าเป็นอะไรไป?”
ด้วยความคิดที่ว่าลูกคนโตของตนประสบเหตุร้าย ซือป้าเทียนแทบคลุ้มคลั่ง เขาโผเข้ากอดซีกน้ำเต้าทั้งสองไว้แน่น แล้วทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน คนอย่างซือป้าเทียน แทบจะไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครมาก่อนในชีวิต!
แต่ตอนนี้หัวใจของเขาแตกสลายอย่างแท้จริง... นี่คือลูกคนแรกของเขาเชียวนะ!
“ลูกพ่อ!!!”
แต่ในวินาทีถัดมา ซือป้าเทียนก็รู้สึกจั๊กจี้ที่แผ่นหลัง ราวกับมีใครบางคนกำลังเอานิ้วมาจิ้มเขา
“ท่านพ่อ... ท่านพ่อ ร้องไห้ทำไมขอรับ?”
“ไม่ต้องร้องนะ... ไม่ต้องร้อง พี่ใหญ่อยู่นี่แล้ว”