- หน้าแรก
- วิญญาณยุทธ์ร่มแสนกล เปลี่ยนแปลงไร้สิ้นสุด
- ตอนที่ 6: ขอบเขตความปลอดภัยของวงแหวนวิญญาณ
ตอนที่ 6: ขอบเขตความปลอดภัยของวงแหวนวิญญาณ
ตอนที่ 6: ขอบเขตความปลอดภัยของวงแหวนวิญญาณ
ตอนที่ 6: ขอบเขตความปลอดภัยของวงแหวนวิญญาณ
หลังจากอวี้เสี่ยวกันจากไป หลี่เทียนก็รีบบึ่งไปหาผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการที่ห้องพักครูด้วยความร้อนรน
ผู้อำนวยการเอ่ยถามด้วยความงุนงง "หลี่เทียน มีอะไรหรือ?"
หลี่เทียนกล่าว "ท่านผู้อำนวยการครับ เมื่อครู่มีชายแก่คนหนึ่งบอกว่าทางโรงเรียนจัดให้เขาเป็นคนพาข้าไปล่าวงแหวนวิญญาณ"
"ชายแก่?"
ผู้อำนวยการทำหน้าฉงน แต่ก็เดาได้ทันทีว่า 'ชายแก่' ที่หลี่เทียนพูดถึงคือใคร
จะเป็นใครไปได้นอกจากอวี้เสี่ยวกัน?
หลี่เทียนร้องโอดครวญ "ท่านผู้อำนวยการครับ ได้โปรดเถอะ ท่านห้ามให้เขาพาข้าไปเด็ดขาดนะครับ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
ผู้อำนวยการหัวเราะลั่น "ไม่ต้องห่วง ข้าบอกว่าจะพาเจ้าไป ก็ต้องเป็นข้าพาเจ้าไป ใครหน้าไหนก็มาเปลี่ยนไม่ได้ทั้งนั้น"
หลี่เทียนดีใจจนเนื้อเต้น "ขอบคุณครับท่านผู้อำนวยการ ขอบคุณมากครับ!"
ผู้อำนวยการพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปหาเจ้าที่หอพักแต่เช้า"
"ครับผม ขอบคุณครับ!"
หลี่เทียนขอบคุณซ้ำอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องพักครูด้วยความเบิกบานใจ
แม้เขาจะไม่รู้ระดับฝีมือที่แน่นอนของผู้อำนวยการท่านนี้
แต่การได้เป็นถึงระดับผู้อำนวยการ อย่างแย่ที่สุดก็คงไม่ด้อยไปกว่าอวี้เสี่ยวกันหรอก
ในอีกด้านหนึ่ง
เมื่ออวี้เสี่ยวกันกลับมาถึงห้องพัก เขาก็เห็นจดหมายของผู้อำนวยการนั่วติงวางอยู่
คิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากันทันที
โรงเรียนนั่วติงรับแต่นักเรียนที่มีพลังวิญญาณระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ส่วนใหญ่ไม่เกินระดับสาม
เด็กพวกนี้คู่ควรให้เขาสอนด้วยหรือ?
ตามนิสัยปกติของเขา ต่อให้ต้องออกจากโรงเรียนนั่วติง เขาก็ไม่มีวันลดตัวลงไปสอนแน่
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
ในที่สุดเขาก็ได้พบอัจฉริยะอย่างหลี่เทียน เขาจะยอมจากไปง่ายๆ ได้อย่างไร
ถ้าจะต้องไป เขาต้องพาหลี่เทียนไปด้วยให้ได้
แต่เวลาก็ยังพอมีเหลือ
อีกเกือบสามเดือนกว่าจะเปิดเทอมใหม่ เพียงพอที่เขาจะจัดการเรื่องหลี่เทียนให้เรียบร้อย
จากนั้นค่อยพาเด็กนั่นจากไปพร้อมกัน
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หลี่เทียนและผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการออกจากโรงเรียนนั่วติงแต่เช้า ขึ้นรถม้ามุ่งหน้าสู่ป่าล่าวิญญาณ
ผู้อำนวยการเอ่ยถาม "วิญญาณยุทธ์ของเจ้าเป็นสายป้องกันหรือ?"
หลี่เทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ "ร่างต้นน่าจะเป็นสายป้องกันครับ แต่คงต้องทดสอบดูอีกที"
ร่มแสนกลในร่างร่มตามเรื่องเทพยุทธ์เซียนกลอรี่นั้นเน้นการป้องกันจริงๆ
ปัญหาคือที่นี่ไม่ใช่กลอรี่ แต่เป็นโต้วหลัว ดังนั้นทดสอบให้แน่ใจจะปลอดภัยกว่า
"ร่างต้น?"
ผู้อำนวยการทำหน้างง วิญญาณยุทธ์ของเด็กคนนี้มีร่างแยกด้วยหรือ?
ในเมื่ออวี้เสี่ยวกันยังมีสิทธิ์รู้ หลี่เทียนก็ไม่คิดจะปิดบังท่านผู้อำนวยการเช่นกัน
เขาจึงอธิบายความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบของร่มแสนกลให้ฟัง
"เป็นอย่างนี้นี่เอง"
ผู้อำนวยการตกอยู่ในห้วงความคิด ถ้าเป็นแบบนั้น การเลือกวงแหวนวิญญาณก็เป็นเรื่องยากจริงๆ
"ถ้าคัดลอกคุณสมบัติได้ เป็นไปได้ไหมว่าจะคัดลอกทักษะวิญญาณได้ด้วย?"
หลี่เทียนอึ้งไป
ท่านกล้าคิดจริงๆ! นี่มันหลุดโลกยิ่งกว่าทฤษฎีทักษะเปลี่ยนตามรูปร่างของข้าเสียอีก
แต่เดี๋ยวนะ
ร่มแสนกลในกลอรี่ หลังจากเปลี่ยนรูปแบบแล้วก็ใช้สกิลของอาชีพนั้นๆ ได้ไม่ใช่หรือ?
เพียงแต่ผลลัพธ์อาจจะลดทอนลงบ้าง
ทันใดนั้น หลี่เทียนก็นึกถึง 'ไส้กรอกกระจกเงา' ของเอ้าซือข่าในต้นฉบับขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เจ้านั่นก็คัดลอกได้ทั้งวิญญาณยุทธ์และทักษะวิญญาณไม่ใช่เหรอ?
แถมผลลัพธ์ก็ลดทอนลงเหมือนกัน จะบอกว่าเหมือนร่มแสนกลในกลอรี่เปี๊ยบเลยก็ได้
สัตว์วิญญาณกระจกเงากับวิญญาณยุทธ์ของเขาดูจะเข้ากันได้ดีทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลี่เทียนก็ตื่นเต้นขึ้นมาดื้อๆ อยากจะเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่แดนเหนืออันไกลโพ้นเสียเดี๋ยวนี้
ติดอยู่ตรงที่...
ท่านผู้อำนวยการคงไม่ยอมพาเขาไปแดนเหนือแน่ และเขาเองก็ไม่มีเงิน
ต่อให้ไปถึงแดนเหนือ ก็ไม่มีใครช่วยเขาล่าสัตว์วิญญาณอยู่ดี
ทางเดียวที่ดูจะเป็นไปได้คือเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์ แล้วให้คนจากเมืองวิญญาณยุทธ์พาไป
เอาไงดี?
เข้าร่วมไปก่อน แล้วถ้าวันหลังไม่มั่นใจว่าจะชนะถังซานได้ ค่อยหนีทีหลังดีไหม?
ช่างเถอะ ลองดูก่อน
ถ้าสัตว์วิญญาณกระจกเงาทำได้ ร่มแสนกลก็อาจจะไม่ถึงขั้นคัดลอกทักษะวิญญาณไม่ได้เสียทีเดียว
ไม่งั้นคงเสียชื่อ 'แสนกล' แย่
คุณภาพวงแหวนวงแรกไม่สูง ต้นทุนในการลองผิดลองถูกไม่มากนัก เขาพอลองเสี่ยงได้
ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยไปเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์
แรงกดดันจากถังซาน พระเอกดั้งเดิมมันเยอะเหลือเกิน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากเข้าร่วมสำนักวิญญาณยุทธ์หรอก
"อะแฮ่ม!"
ผู้อำนวยการยิ้มเจื่อนๆ พอได้สติก็เพิ่งรู้ตัวว่าความคิดของตัวเองมันหลุดโลกขนาดไหน
คัดลอกทักษะวิญญาณ?
จะเป็นไปได้ยังไง?
ถ้าร่มแสนกลของหลี่เทียนทำได้ขนาดนั้นจริงๆ มันคงโกงเกินไปแล้ว
"ท่านผู้อำนวยการครับ ขีดจำกัดของวงแหวนวงแรกอยู่ที่เท่าไหร่หรือครับ?"
หลี่เทียนไม่เจาะลึกเรื่องความเป็นไปได้ที่ยังไม่แน่นอนนั้นต่อ แต่เลือกถามถึงขีดจำกัดของวงแหวนแรกแทน
เขาอยากรู้มาก
ว่าคนในโลกโต้วหลัวจริงๆ คิดเห็นอย่างไรกับทฤษฎีของอวี้เสี่ยวกัน
"ขีดจำกัดคืออะไร?"
ผู้อำนวยการรู้ได้โดยไม่ต้องถามเลยว่าอวี้เสี่ยวกันต้องเอาทฤษฎีมาโม้ให้หลี่เทียนฟังแน่ๆ
"เอ่อ..."
หลี่เทียนนึกคำพูดแล้วถามหยั่งเชิง "จำนวนปีสูงสุดที่คนส่วนน้อยจะทนไหว... มั้งครับ?"
"ถูกต้อง"
ผู้อำนวยการพยักหน้า "ถ้าสิบคนลองดูแล้วตายไปเก้าคน นั่นแหละเรียกว่าขีดจำกัด"
"แล้วคนที่รอดมาได้ก็พูดยากว่าสำเร็จจริงไหม"
"เขาบอกแค่ตัวเลข แต่ไม่บอกเงื่อนไขเบื้องต้นในการรองรับอายุวงแหวนนั้น"
"ไร้สาระสิ้นดี"
"ถ้าข้าบอกเจ้าตอนนี้ว่าขีดจำกัดวงแหวนแรกคือเก้าพันปี เจ้าจะกล้าลองไหม?"
หลี่เทียนส่ายหน้า
ผู้อำนวยการยิ้ม "นั่นไงล่ะ เก้าพันปีก็ไม่ต่างอะไรกับสี่ร้อยยี่สิบสามปีที่เขาอ้างหรอก"
"เพียงแต่ตัวเลขของเขาดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเมื่อเทียบกัน"
"อายุวงแหวนปกติของวงแรกจะต่ำกว่าสี่ร้อยปี ใครจะไปรู้ว่ายี่สิบสามปีที่เขาเติมเข้ามานั่นมั่วขึ้นมาเองหรือเปล่า?"
"มีเศษเลขแปลกๆ แบบนี้ มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่คิดได้"
หลี่เทียนพยักหน้าเห็นด้วย ความคิดของอีกฝ่ายตรงกับชาวเน็ตหลายคนเปี๊ยบ
แสดงว่าผู้รู้ย่อมมีความเห็นตรงกัน
ผู้อำนวยการกล่าวต่อ "การดูดซับวงแหวนวิญญาณที่ต่ำกว่าหมื่นปี ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของร่างกายล้วนๆ"
"วิญญาณยุทธ์ต่างกัน ร่างกายย่อมต่างกันโดยธรรมชาติ"
"ต่อให้วิญญาณยุทธ์เดียวกัน แต่คุณภาพต่างกัน ความแข็งแกร่งของร่างกายก็ย่อมไม่เท่ากัน"
"ขีดจำกัดที่รับไหวก็ย่อมต่างกันไปด้วย"
"ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่เคยมี 'ขีดจำกัด' ที่ตายตัว มีเพียง 'ช่วงขอบเขต' เท่านั้น"
"ถ้าเจ้าดูดซับตามตัวเลขอายุของเขา"
"วิญญาณจารย์ส่วนใหญ่จะต้องตาย มีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่ทนไหว"
"ต่อให้พรสวรรค์ดีเลิศแค่ไหน ถ้าตายไป ทุกอย่างก็จบ"
"เวลาดูดซับวงแหวนวิญญาณ ยอมลดจำนวนปีลงมาหน่อยดีกว่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อแลกกับเวลาแค่ไม่กี่สิบปี"
"เวลาไม่กี่สิบปีไม่ได้ช่วยให้เจ้าเก่งขึ้นมากนักหรอก"
มิน่าเล่า อวี้เสี่ยวกันถึงทำได้แค่ซุกหัวกินฟรีอยู่ในที่เล็กๆ อย่างโรงเรียนนั่วติง
ที่แท้ทฤษฎีของเขาก็ไร้ค่าในสายตาคนอื่นนี่เอง
หลี่เทียนถาม "ท่านผู้อำนวยการ แล้วปกติวิญญาณจารย์เขากำหนดอายุวงแหวนที่เหมาะสมกันยังไงครับ?"
ผู้อำนวยการตอบ "ไม่มีวิธีกำหนดที่แม่นยำหรอก ได้แต่คาดคะเนเอา"
"อย่างที่บอก ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความอดทนก็ไม่เท่ากัน"
"วิญญาณยุทธ์ต่าง พรสวรรค์ต่าง ล้วนมีผลทั้งนั้น"
"สิ่งที่โลกวิญญาณจารย์ยอมรับกันอย่างกว้างขวางคือ 'ช่วงขอบเขตความปลอดภัยในการดูดซับวงแหวนวิญญาณ' ที่สำนักวิญญาณยุทธ์ตีพิมพ์ออกมา"
"หนังสือเล่มนี้มีอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียน เจ้าไปหาอ่านได้"
"ในนั้นบันทึกช่วงขอบเขตความปลอดภัยของอายุวงแหวนวิญญาณสำหรับวิญญาณยุทธ์ประเภทต่างๆ และระดับพรสวรรค์ไว้อย่างละเอียด"
"ยกตัวอย่างเช่นเจ้า"
"วิญญาณยุทธ์ของเจ้าคือสายเครื่องมือ พลังวิญญาณระดับสิบ ดังนั้นขอบเขตความปลอดภัยจะอยู่ที่สามร้อยถึงสามร้อยห้าสิบปี"
"นี่คือช่วงที่ปลอดภัยแน่นอน"
"สี่ร้อยปีก็อาจจะพอลองได้ แต่มีความเสี่ยง และไม่แนะนำ"
"สี่ร้อยปีจะถือว่าปลอดภัยสำหรับพวกวิญญาณยุทธ์สัตว์ร้ายระดับท็อปเท่านั้น"
จบตอน