- หน้าแรก
- วิญญาณยุทธ์ร่มแสนกล เปลี่ยนแปลงไร้สิ้นสุด
- ตอนที่ 5: ข้าจะพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณเอง
ตอนที่ 5: ข้าจะพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณเอง
ตอนที่ 5: ข้าจะพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณเอง
ตอนที่ 5: ข้าจะพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณเอง
ใบหน้าของผู้อำนวยการโรงเรียนนั่วติงค่อยๆ มืดครึ้มลง แต่อวี้เสี่ยวกันดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็น
"ข้าจะไปหาเขาก่อน"
เมื่อมองดูอวี้เสี่ยวกันเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไป ผู้อำนวยการนั่วติงก็นิ่งเงียบไปนาน
เขาเห็นอวี้เสี่ยวกันเป็นคนกันเอง แต่อีกฝ่ายล่ะ?
แค่เรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้กลับไม่ยอมทำ แม้แต่บ้านพักคนชรายังต้องจ่ายเงินเลยนะ
บ้าเอ๊ย!
หลังจากนั่งหน้าบึ้งอยู่พักใหญ่ ผู้อำนวยการนั่วติงก็หยิบกระดาษปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้อวี้เสี่ยวกัน
ใจความคร่าวๆ คือ
เขาอุปการะอีกฝ่ายมานานหลายปี จนลูกสะใภ้เขาเริ่มไม่พอใจแล้ว หวังว่าอวี้เสี่ยวกันคงจะไม่ทำให้เขาลำบากใจ
ไม่ยอมออกมาสอน ก็เชิญออกจากโรงเรียนนั่วติงไปเสีย
แม้จดหมายจะเขียนด้วยถ้อยคำที่อ้อมค้อมและรักษาน้ำใจ แต่ใครที่ไม่ได้แกล้งโง่ก็ย่อมเข้าใจความหมายที่แท้จริงได้
เมื่อเขียนเสร็จ ผู้อำนวยการนั่วติงจึงค่อยออกจากห้องไป
อวี้เสี่ยวกันเดินลงบันไดมาจนถึงหอพักเจ็ด มองเห็นหลี่เทียนกำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่บนเตียง
เขาเคาะประตู
หลี่เทียนลืมตาขึ้น มองอวี้เสี่ยวกันแล้วถามด้วยความงุนงง "อาจารย์ ท่านมาหาใครครับ?"
อวี้เสี่ยวกันยิ้มตอบ "ข้าไม่ใช่อาจารย์ของโรงเรียน"
"..."
หลี่เทียนพูดไม่ออก เขาเคยเห็นคนขี้อวดมาเยอะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนตั้งใจมาหาเขาถึงที่เพื่อจะอวด
"ก็ได้ครับ ท่านผู้เฒ่า ท่านมาหาใครครับ?"
"..."
อวี้เสี่ยวกันพูดไม่ออก เขาอาจจะดูมีอายุไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงขนาดเรียกว่าผู้เฒ่ามั้ง?
"เจ้าคงเป็นหลี่เทียนสินะ?"
อวี้เสี่ยวกันเคยเห็นหน้านักเรียนทุนทุกคนในโรงเรียนมาแล้ว มีเพียงหลี่เทียนที่เป็นหน้าใหม่
หลี่เทียนตอบ "ใช่ครับ"
อวี้เสี่ยวกันกล่าว "ขอแนะนำตัวก่อนนะ ทุกคนเรียกข้าว่า 'ต้าซือ' (ปรมาจารย์)"
หลี่เทียนถาม "แล้วไงต่อครับ?"
มุมปากของอวี้เสี่ยวกันกระตุก คิดในใจว่าทำไมเจ้าเด็กนี่ไม่เล่นตามบทเลยนะ?
ข้าบอกไปแล้วว่าทุกคนเรียกข้าว่าปรมาจารย์
เจ้าไม่ควรถามถึงเกียรติประวัติของข้า หรืออย่างน้อยก็ลุกขึ้นมาคารวะแสดงความเคารพหน่อยรึ?
ช่างไร้มารยาทอะไรขนาดนี้?
อวี้เสี่ยวกันคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการพูดตรงๆ เลยอาจจะดูหุนหันพลันแล่นเกินไป
ทันใดนั้นเขาก็ปิ๊งไอเดีย เขาจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องวงแหวนวิญญาณให้เด็กคนนี้ก่อน
ในระหว่างนั้น เขาจะค่อยๆ แสดงความสามารถให้หลี่เทียนได้เห็น
เพื่อให้เด็กคนนี้ยอมสยบ
การเอ่ยปากขอรับศิษย์เอง จะไปสะใจเท่าให้อีกฝ่ายมาอ้อนวอนขอเป็นศิษย์ได้อย่างไร?
"ทางโรงเรียนจัดให้ข้าเป็นคนพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณ"
หลี่เทียนตกใจจนสะดุ้ง เขาลุกพรวดขึ้นยืน ราวกับได้ยินเรื่องสยองขวัญที่สุดในชีวิต
อวี้เสี่ยวกัน: "???"
หมายความว่าไง? ข้าที่เป็นถึงมหาวิญญาณจารย์จะพาเจ้าไปล่าวงแหวนวิญญาณ มันทำให้เจ้ารู้สึกแย่ขนาดนั้นเลยรึไง?
แย่?
นี่ไม่ใช่เรื่องแย่หรือไม่แย่ แต่มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายต่างหาก!
หลี่เทียนยังไม่ลืม
ตอนอวี้เสี่ยวกันพาถังซานไปล่าวงแหวนวิญญาณวงแรก เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดทั้งคู่
แล้วเขาไม่ได้มีอาวุธลับเหมือนถังซานเสียด้วย
ท่านผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการเป็นบ้าอะไรไป? ไหนบอกว่าจะพาเขาไปเองไง?
ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นไอ้คนเสเฮงซวยนี่ได้ล่ะ?
ในเมื่อผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการรับปากแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เขาจะกลับคำกลางคัน
ต้องเป็นไอ้คนเสเฮงซวยนี่แน่ที่เสนอตัวมาเอง
คงเห็นพรสวรรค์ของเขา แล้วอยากจะใช้โอกาสตอนไปล่าวงแหวนวิญญาณรวบหัวรวบหางรับเป็นศิษย์สินะ?
บ้าเอ๊ย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ
หลี่เทียนยืนขึ้นแล้วกล่าว "ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับ แต่ข้าไม่รบกวนท่านดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาช่วยข้าล่าวงแหวนวิญญาณเอง"
ตลกแล้ว
เขายอมติดอยู่ที่ระดับสิบไปตลอดชีวิต ดีกว่าให้ไอ้คนเสเฮงซวยนี่พาไปล่าวงแหวนวิญญาณ
อวี้เสี่ยวกัน: "???"
เด็กคนนี้เป็นแค่สามัญชนที่เพิ่งออกมาจากหมู่บ้านไม่ใช่เหรอ? ใครจะมาช่วยเขา?
คนจากสำนักวิญญาณยุทธ์?
ก็เป็นไปได้ เพราะกลุ่มแรกที่ติดต่อกับเขาก็คือวิญญาณจารย์จากสำนักวิญญาณยุทธ์
ไม่ได้การ
ถ้าวิญญาณจารย์จากสำนักวิญญาณยุทธ์ยอมช่วยล่าวงแหวนวิญญาณ ก็แสดงว่าพวกนั้นต้องการหลอกล่อให้เขาเข้าร่วมสำนักแน่ๆ
อัจฉริยะระดับนี้จะปล่อยให้พวกดาดๆ สั่งสอนได้ยังไง?
ทั่วทั้งทวีปโต้วหลัว นอกจากเขา 'ปรมาจารย์' ผู้นี้แล้ว ยังมีใครมีคุณสมบัติพอจะสอนเด็กคนนี้ได้อีก?
ถ้าเรื่องล่าวงแหวนวิญญาณไม่ได้ผล งั้นลองเปลี่ยนวิธีดู
อวี้เสี่ยวกันถาม "งั้นเจ้ามีความคิดเกี่ยวกับวงแหวนวิญญาณวงแรกหรือยัง?"
"หรือคนที่มาช่วยเจ้าเขามีไอเดียอะไรบ้างไหม?"
"เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังได้นะ ข้าค่อนข้างเชี่ยวชาญด้านนี้ อาจจะช่วยชี้แนะแก้ไขได้บ้าง"
ด้วยความคิดแบบ 'ลองดูก็ไม่เสียหาย'
หลี่เทียนจึงเล่าคุณสมบัติของวิญญาณยุทธ์ของเขาให้อวี้เสี่ยวกันฟังและขอคำชี้แนะ
"คัดลอกวิญญาณยุทธ์เครื่องมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ?"
พายุลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในใจของอวี้เสี่ยวกัน เขาตกตะลึงกับคุณสมบัติวิญญาณยุทธ์ของหลี่เทียนอย่างแท้จริง
เขาคาดไม่ถึง
ว่าจะมีวิญญาณยุทธ์ที่พิเศษขนาดนี้อยู่ในโลก มันน่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าวิญญาณยุทธ์คู่เสียอีก
สายตาที่ลุกโชนของเขาทำเอาหลี่เทียนขนลุกไปทั้งตัว
"อะแฮ่ม!"
เมื่อเห็นหลี่เทียนถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยสีหน้าแปลกๆ อวี้เสี่ยวกันจึงกระแอมไอแก้เก้อ
เมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
เพราะเขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะใส่วงแหวนวิญญาณอย่างไรให้ดึงจุดเด่นของวิญญาณยุทธ์นี้ออกมาได้
มันเป็นไปไม่ได้เลย
วิธีเดียวที่เขาพอจะนึกออกคือ เลือกเน้นไปทางใดทางหนึ่ง แล้วใช้วิชาที่สร้างขึ้นเอง เสริมรูปแบบอื่นๆ
แต่วิชาที่สร้างขึ้นเองมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ?
ถ้าแค่รูปแบบเดียว การสร้างวิชาขึ้นเองอาจจะพอคุ้มค่าเหนื่อย
แต่นี่หลายรูปแบบ เขาจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำไหว?
เขาอยากจะบอกว่าขอเวลากลับไปวิจัยก่อนค่อยมาให้คำตอบ แต่ก็กลัวอีกฝ่ายจะดูถูก
ในเมื่อเขาภูมิใจหนักหนาว่าเป็นปรมาจารย์
ถ้าแค่นี้ตอบไม่ได้ จะเป็นปรมาจารย์ภาษาอะไร?
อีกฝ่ายจะยังยอมรับเขาเป็นอาจารย์อีกไหม?
อวี้เสี่ยวกันส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "พลังงานของคนเรามีจำกัด ช่องใส่วงแหวนวิญญาณก็มีจำกัดเช่นกัน"
"ข้าแนะนำให้เจ้ามุ่งเน้นฝึกฝนไปในวิถีทางเดียว"
"ข้ามีเส้นสาย ข้าสามารถพาเจ้าไปคัดลอกวิญญาณยุทธ์เครื่องมือระดับสูงสุดได้"
"ส่วนรูปแบบอื่นๆ..."
"ข้าจะช่วยเจ้าวิจัยวิชาสร้างเอง นี่คือวิธีที่ดีที่สุด"
"ไม่มีใครคิดวิธีที่ดีกว่าข้าได้อีกแล้ว"
หลี่เทียนพูดไม่ออก เดิมทีเขาคิดว่าต่อให้อวี้เสี่ยวกันจะหาทางออกที่สมบูรณ์แบบไม่ได้
อย่างน้อยก็น่าจะมีมุมมองที่แปลกใหม่บ้าง
อีกฝ่ายอ่านหนังสือในสำนักวิญญาณยุทธ์มาตั้งเยอะ ความรู้ย่อมต้องเหนือกว่าเขา
ที่ไหนได้ ความคิดของตานี่ก็ไม่ได้ต่างจากเขาเลย
พูดถึงวิชาสร้างเอง ถ้าจะหาอาจารย์จริงๆ เขาไปหาเฉินซินไม่ดีกว่ารึ?
ส่วนอวี้เสี่ยวกัน...
ก็ยังยืนยันคำเดิม จุดเด่นที่สุดของเขาคือทักษะผสานวิญญาณ
ไม่ใช่เรื่องอื่น
ขนาดกลุ่มพระเอกตอนหลังกลายเป็นเทพกันหมด ยังไม่มีใครมีวิชาสร้างเองสักคน
"ขอบคุณครับ ข้าจะลองเอาไปพิจารณาดู"
หลี่เทียนหมดความสนใจที่จะคุยต่อ เพราะระดับความรู้ของตานี่ไม่ได้สูงส่งอะไรจริงๆ
ในต้นฉบับไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องพวกนี้ไว้มากนัก
แต่ถึงอย่างนั้น ความคิดของเขาก็ยังเหมือนกับหลี่เทียนที่มีความรู้แค่หางอึ่ง
แค่นี้ยังไม่อธิบายปัญหาอีกหรือ?
อวี้เสี่ยวกันดูออกว่าหลี่เทียนไม่ค่อยพอใจกับแผนการของเขานัก
แต่เขาเองก็นึกวิธีอื่นไม่ออกจริงๆ ในเวลาสั้นๆ
"ตกลง เจ้าลองไปพิจารณาดู ข้าเองก็จะกลับไปวิจัยความเป็นไปได้ของวิธีอื่นๆ เพิ่มเติม"
"ถ้าเจ้าอยากคัดลอกวิญญาณยุทธ์เครื่องมือระดับท็อป เจ้าก็มาหาข้าได้"
"เส้นสายของข้าเหนือจินตนาการเจ้านัก ต่อให้เจ้าอยากคัดลอกวิญญาณยุทธ์ของระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ ข้าก็มีหนทาง"
อวี้เสี่ยวกันไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้
ถ้าเขาไม่สามารถหาทางออกที่มีประสิทธิภาพได้ พูดไปก็ไร้ความหมาย กลับไปวิจัยดีกว่า
ถ้าเขาค้นพบวิธีที่เชื่อถือได้ เขาไม่กลัวหรอกว่าหลี่เทียนจะไม่ยอมรับ
หลี่เทียนรู้ว่าเขาไม่ได้โม้ แต่เรื่องแบบนั้นเขาทำเองก็ได้
ด้วยพรสวรรค์ระดับเขา ไม่มีขุมกำลังไหนปฏิเสธลงหรอก
จบตอน