เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 70 - พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง

Chapter 70 - พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง

Chapter 70 - พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง


 

Chapter 70 - พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง

กลางดึก

มีคน 12 คนรววมทั้งลั่วเทียนกำลังยืนอยู่เบื้อหน้าทิวเขาที่สูงตระหง่าน ด้วยผืนดินที่น่าสะพรึงกลัวของเทือกเขาวิญญาณที่อยู่ใต้เท้าเขา ทำให้ได้แต่กลิ่นของสัตว์ป่า นี่คือสิ่งที่ทำให้ทุกคนทั่วไปรู้สึกใจสั่น

จากส่วนลึกของป่ามีเสียงโหยหวนที่ทำให้หัวใจของพวกเขาไม่อาจข่มความกลัวได้

ทุกเวลาในเทือกเขาวิญญาณจะเป็นเวทีแห่งความตาย กฏของป่าเป็นสิ่งที่บรรยายได้ตรงที่สุดในตอนนี้.

ลั่วเทียนหันไปทั้ง 11 คนและถามด้วยรอยยิ้ม: “พวกเจ้ากลัวหรือไม่?”

ฟางเล่ยตอบคนแรก: “ความกลัวคืออะไร? ข้าไม่สามารถที่จะอดใจไม่ไปที่นั่นได้.”

“555...”

ทุกคนเริ่มหัวเราะ

ลั่วเทียนกรอกตาและมองไปที่ฟางเล่ยก่อนจะกล่าว: “บัดซบ คิดว่าทุกคนดื้อดึงเหมือนเจ้า? การดูดแก่นโลหิตจะทำให้เจ้าเพิ่มความแข็งแกร่งได้? เจ้าไม่อาจรอที่จะสนุกกับการฆ่า”

ฟางเล่ยเกาหัวและยิ้มอย่างโง่ๆ

หลังจากท่ี่มาถึงเทือกเขาวิญญาณแล้ว ฟางเล่ยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปเร็วๆ ราวกับว่ามีปีศาจกระหายเลือดสิงเขาอยู่ ร่างกายของเขาไม่อยากรอแม้แต่น้อยในการได้ดูดแก่นโลหิต.

เมื่อคิดว่าเขาได้ดูดแก่นโลหิตจากสัตว์ปีศาจเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมาก.

เพียงแค่คิดถึงว่ามันจะได้เวลาแล้วที่เขาจะได้ดูดแก่นโลหิต ฟางเล่ยอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย.

“ข้ากลัว!”

“ข้ากลัวมาก”

ลั่วเทียนพูดอย่างสงบ. “เราอาจจะตายได้ทุกเวลา ข้ากลัวตาย แต่ข้ากลัวการสูญเสียมากยิ่งกว่า การตายในเทือกเขาวิญญาณไม่น่ากลัว แต่การสูญเสียบนเวทีน่ากลัวมากยิ่งกว่า.”

“ย้อนกลับไปเมื่อข้าได้แพ้ขอทานและถูกเยาะเย้ยอยู่หลายปี มีเสียงของการดูถูกและทำให้อับอายอยู่ในหูทุกวัน พวกเจ้าสามารถจินตนาการว่าข้าจะอยู่ในอารมณ์แบบไหนที่ข้าต้องอดทนตลอดเวลา.”

“ทุกคนที่มีชีวิตเหล่านี่จะสูญเสีย แต่แน่นอนว่าไม่ใช่เวลานี้!”

จากนั้นลั่วเทียนก็เปลี่ยนเป็นเสียงที่จริงจัง: “คราวนี้เราใช้ตระกูลลัั่วเป็นเดิมพันกับพวกเรา ถ้าพวกเจ้าเสียหน้า ชื่อของตระกูลลั่วจะถูกลบออกจากเมืองภูเขาหยก ทุกคนต่างก็คาดหวังกับพวกเจ้า หวังว่าจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง.”

สายตาของสาวกนับสิบคนหดเกร็งและพวกเขาก็กำหมัดทั้งสอง.

พวกเขาต่างเป็นอนาคตของตระกูลลั่ว!

ไม่อาจพ่ายแพ้ได้!

แม้ว่าพวกเขาจะตาย แต่พวกเขาก็จะไม่สูญเสีย!

ลั่วเทียนหยิบหินหยวนออกมาจากป้ายมิติจำนวนสิบก้อนที่กำลังส่องแสงน้อยๆ จากนั้นเขาก็ส่งพวกมันไปยังฟางเล่ยและพูดว่า: “แจกจ่ายให้กับพวกเขา.”

“หินหยวน?”

“ผู้นำ.... หินพวกนี้คือหินหยวน!”

“มี...มี..หินหยวนมากมาย?”

มีคนบอกว่าแม้แต่จะเป็นสาวกหลักก็ยังไม่แม้กระทั่งเห็นรูปร่างของหินหยวน พวกเขารู้เพียงแค่ว่าหินหยวนมีค่าอย่างมาก มันต้องใช้ทองเป็นแสนๆเพื่อที่จะซื้อมัน.

“อึก~!”

ทุกคนกลืนน้ำลายลง มือของพวกเขาสั่นและไม่กล้าที่จะรับมัน.

หินหยวนเหล่านั้นมีค่ามากกว่าพวกเขา สิ่งของพวกนี้จะเป็นวันที่เขาไม่แม้จะมีโอกาสที่จะได้รับ ดังนั้นมันดีแล้วหรือที่จะให้กับพวกเขา?

การแสดงออกทางใบหน้าของลั่วเทียนขณะที่เขาได้รับหินหยวนจากหลี่ซูเอ๋อร์ก็เหมือยกับพวกเขาเหล่านั้น.

แต่น้องสาว...

หินเหล่านี้เป็นเหมือนกับกระหล่ำปีทีงออกมาได้ง่ายๆเลย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังของหลี่ซูเอ๋อร์คือ?

และเธอก็มีความสุขมากเมื่อได้ให้ของเหล่านั้นราวกับไม่มีค่าอะไร เธอกับลังทำเหมือยกับหินเหล่านี้เป็นผักปลาที่หาซื้อได้ง่ายๆ!

ลั่วเทียนอยากรู้ทันทีและถามว่า เธอได้รับหินเหล่านั้นมาจากไหน

หลี่ซูเอ๋อร์ก็ยิ้มและบอกว่าเธอได้มาจากการชนะพวกเขา

สิ่งที่บ้ายิ่งกว่านั้นคือหินเหล่านี้คือเศษเสี้ยวที่เธอมีมันและเธอได้เอามันมาเพิ่มศักยภาพขึ้น เธอบอกว่าเธอจะต้องใช้มันเพื่อบ่มเพาะเพื่อตามลั่วเทียนหรือไม่ก็ใช้ทุกอย่างรวมทั้งพรสวรรค์เพื่อเทียบกับเขา.

ในเวลานั้น...

ความคิดของลั่วเทียนก็คิดได้คำนึง - สง่างามและร่ำรวยอย่างสวยงาม! ¹

ฟางเล่ยเป็นคนแรกที่กำลังมองไปที่ลั่วเทียนอย่างตื่นเต้น แต่เขาก็มีร่องรอยของความไม่พอใจเพราะว่าไม่มีของเขา สิ่งของเหล่านี้จะให้ดีมันควรจะให้เจ้านายใช้.

ลั่วเทียนจ้องไปที่ฟางเล่ยและตะโกน: “ข้าบอกให้เอามันไปแจกจ่าย มันไมยังลังเลอยู่?”

“เอ่อ!”

ฟางเล่ยตอบทันทีก่อนที่จะเริ่มแจกหินให้กับทุกคน ทุกครั้งที่เขาแจกหินหยวนเขารู้สึกเหมือนกับว่าเนื้อและหัวใจของเขากำลังถูกเฉือนอย่างเจ็บปวด.

หลังจากที่การแจกจ่ายหินหยวนหมดแล้วลั่วเทียนก็กล่าวออกมา: “ข้าแน่ใจว่าทุกคนที่นี่รู้วิธีการใช้หินหยวนโดยที่ข้าไม่ต้องอธิบายถึงมัน นอกจากนี้การใช้ชีวิตแห่งความเป็นความตายจะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเจ้า มีคำถามอะไรอีกหรือไม่?”

“ไม่!”

“ไม่!”

ทุกคนตะโกนตอบเสียงดัง ความเครารพและความชื่นชมต่อลั่วเทียนก็มีเพิ่มมากเหมือนกัน.

ถ้ามองหลับไปเมื่อถึงเมื่อก่อน ไม่ต้องพูดถึงหินหยวน แม้กระทั่งยาสมุนไพรดีๆพวกเขาก็อาจจะไม่เคยเห็นเหมือนกัน.

พวกเขาทั้งหมดมีความสุขใจและในเวลาเดียวกันพวกเขาก็สาบานว่าจะสนับสนุนลั่วเทียนและปกป้องตระกูลลั่วในอนาคตด้วยทุกสิ่งที่พวกเขามีอยู่

นี่เป็นวิธีเดียวที่พวกเขาจะตอบแทนได้.

ลั่วเทียนโบกมือและตะโกน: “เข้าภูเขาได้!”

“ไป!”

สาวกทั้งสิบวิ่งเข้าไปในภูเขาราวกับเป็นสัตว์ร้ายกระโจนเข้าฝูงแกะ.

สาวกทั้งสิบแยกย้ายกันไปหลายทิศทาง.

เพื่อที่จะได้ประสบการณ์ของความเป็นความตาย พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้และต่อต้านเพื่อที่จะเข้าใจถึงความหมายเหล่านั้น.

ฟางเล่ยไม่ได้เคลื่อนกายไปไหนเขาอยู่ด้านหลังลั่วเทียน.

“เวร!”

“เจ้าอ้วนสารเลว เจ้าไม่ได้วางแผนที่จะตามข้าเข้าไปใช่หรือไม่?” ลั่วเทียนกล่าวขณะมองไปยังฟางเล่ย.

ฟางเล่ยเกาหัวและยิ้ม, “นายท่าน น้องสะใภ้บอกให้ข้าปกป้องข้าอย่างรอบคอบ.”

“ไปซิ!”

“เจ้าอ้วนสารเลว เจ้ามีประโยชน์อย่างไรโดยการตามข้าไปรอบๆและกินแก่นโลหิตโดยไม่ได้ข้าสัตว์ปีศาจใดๆ? คราวนี้เจ้าจะต้องออกจากฝันที่จะติดตามข้าไปได้เลย.” ลั่วเทียนเตะตูดอ้วนๆของฟางเล่ยและพูดต่อ: “การทดสอบนี้เป็นการทดสอบความสามารถในการใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ถ้าเจ้าหลับหูหลับตาติดตามข้า มันจะเป็นเรื่องยากที่เจ้าจะแข็งแกร่งด้วยความสามารถของตัวเจ้าเอง เจ้าเป็นคนกล้าหาญมากในการแข่งขันครั้งนี้ มันจะเป็นอะไรถ้าเจ้ายอมแพ้และตัดเนื้อเป็นชิ้นๆด้วยตัวของเจ้าเอง!”

ฟางเล่ยหัวเราะอย่างโง่ๆและพูด: “งั้นข้าจะออกไปแล้ว…?”

“ไป!”

ฟางเล่ยยกข้าและกระแทกลงกับพื้น ร่างอ้วนๆของเขากระโจนขึ้นไปยังอากาศอย่างรวดเร็วและหายไปในเวลาไม่เพียงกี่วินาที.

ลั่วเทียนถอนหายใจยาว

ถึงเวลาแล้วที่ฟางเล่ยจะต้องเติมโต!

เขาเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่ติดอยู่ในกรงและตอนนี้มันถึงเวลาที่จะปล่อยเขาคืนสู่ป่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาไม่ต้องยับยั้งความบ้าคลั่งและความกระหายเลือดของเขา.

ขณะที่เขากลับมา แน่นอนว่ามันจะต้องทำให้โลกสั่นสะเทือน!

ทุกคนได้ออกไปและเหลือเพียงแค่ลั่วเทียนคนเดียว.

ลั่วเทียนเงยหน้าขึ้นมองสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ริมฝีปากโค้งเป็นรอยยิ้มขณะที่เขาพูดกับตัวเอง: “พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง!”

“แค่รอบิดากลับมา ทั้งสองคนทั้งตระกูลโจวและซู! พวกเจ้ากล้าที่จะข่มขู่บิดาคนนี้? ดูกันว่าบิดาคนนี้จะทำให้พวกเจ้าทั้งสองจ่ายมากไปแค่ไหน!”

“วันที่ข้ากลับไป จะเป็นวันที่ทั้งสองตระกูลถูกทำลาย!”

หลังจากนั้น...

ลมอ่อนๆโชยมาและลั่วเทียนก็หายไป.

เขาได้รับการเพิ่มระดับเป็นปราณเชี่ยวชาญขั้น 4 เขาได้สร้างวงคลื่นแผ่ออกไปยังรอบๆโดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง ลั่วเทียนวิ่งไปยังตำแหน่ง เมกะทรอนและมอนเตอร์เหล็กอีกสองตัว อยู่

------------

เมื่อภูเขาหยก สนามประลองขององค์กรไวโอเล็ต.

ใจกลางสนาม หลี่ซูเอ๋อร์นั่งสมาธิอยู่

มีแสงอ่อนลอยอยู่เหลือหัวของเธอ.

แสงเหล่านั้นที่ส่องสว่างออกมาเป็นสีขาว รอบๆตัวเธอเต็มไปด้วยหินหยวนที่เปล่งแสงออกมา ดูเหมือนว่ามันจะทำงานร่วมกับแสงที่อยู่เหนือหัวของเธอ หินหยวนเหล่านั้นแผ่กลิ่นกลายพลังปราณที่เห็นอย่างได้ชัดเขน.

ตามลมหายใจของหลี่ซูเอ๋อร์ พลังปราณได้วิ่งพุ่งเข้าไปในร่างกายของเธอ

การบ่อเพาะของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!

ในห้องส่วนตัว.

ชายชราคนหนึ่งที่อายุประมาณ 70 ปี กำลังลูบเคราแพะของเขาพร้อมกับเฝ้ามองดูหลี่ซูเอ๋อร์ จากนั้นเขาก็ยิ้มและพึมพำกับตัวเอง: “เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะเป็นอย่างมาก!”

-----------

¹ - หมายถึงหญิงที่มีผิพรรณดีที่มาจากครอบครัวร่ำรวย มันเป็นการอธิบายว่าเป็นผู้หญิงที่รวยกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก.

จบบทที่ Chapter 70 - พี่น้องเพียงแค่ปล่อยหัวใจตามคำเรียกร้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว