เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 68 - พิการหรือตาย

Chapter 68 - พิการหรือตาย

Chapter 68 - พิการหรือตาย


 

Chapter 68 - พิการหรือตาย

ฝูงชนแยกย้าย

ตระกูลลั่วอยู่ในอารมณ์ที่หมองหม่น.

พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการมีส่วนร่วมแข่งขันระหว่างสี่ตระกูล.

ลั่วเทียนไม่มีทางเลือกอื่น

หนึ่งเดือนมันเป็นระยะเวลาสั้นๆสำหรับนักต่อสู้ มันสั้นมากจนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมายนักและระดับการบ่มเพาะแทบจะไม่กระเตื้องแม้แต่น้อย.

แข่งขัน?

พวกเขาจะแข่งขันด้วยอะไร?

พวกเขาจะเอาอะไรมาแข่งกับตระกูลลั่วที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แทบจะไม่มีสาวกที่เหมาะสมขึ้นบนเวที หากคนเหล่านี้ืที่เหลืออยู่เกิดอะไรขึ้นตระกูลลั่วจะถูกทำลาย.

หลายคนในตระกูลลั่วเริ่มเกิดคำถามเกี่ยกับการตัดสินใจ.

ไม่ว่าพวกเขาจะอายุ 16 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเห็นว่าเขาเป็นเด็กในสายตาของคนส่วนมาก เป็นเหตุให้หลายคนไม่ยอมรับการเป็นผู้นำของเขา.

ลั่วเทียนเพิ่งจะได้อำนาจของตระกูลมา ถ้าเขาไม่ต้องการให้คนอื่นมาแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับอำนาจของเขา เขาต้องแสดงความแข็งแกร่งของเขา การแข่งขันระหว่างตระกูลเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาระงับปัญหาเหล่านี้.

ถ้าเขาชนะในการแข่งขันครั้งนี้จะไม่มีใครกล้ามาถามเกี่ยวกับอำนาจของตระกูลลั่วจากเขาอีก.

กลางโถงหลัก.

ทุกคนจ้องมองด้วยสายตาอย่างเป็นกังวลและไม่พูดอะไรสักคำ.

ลั่วเทียนแสดงออกมาว่าไม่แย่แสขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีต่างๆมากมายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง.

เขาเป็นคนไร้ความปราณีเมื่อพูดถึงการบ่มเพาะ ไม่ว่าจะเป็นพลังปราณจากสวรรค์และโลก และไม่แม้แต่จะเข้าใจความสามารถทางกายภาพของมนุษย์ที่เขาไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย.

วิธีการบ่มเพาะของเขาคือการฆ่าคนและมอนเตอร์ ถ้าสาวกตระกูลลั่วมีการบ่มเพาะเหมือนกับเขา เขาจะนำสาวกเหล่านี้เข้าไปยังเทือกเขาวิญญาณเพื่อฝึกฝน.

“เทือกเขาวิญญาณ?”

ทันใดนั้นเอง...

เขาก็ตระหนักถึงวิธีการแข่งขันของตระกูลลั่วในหนึ่งเดืิอนก่อน หัวใจของลั่วเทียนเต้นไม่เป็นจังหวะขณะที่เขาพูดกับตัวเอง: “ทั้งสองตระกูลโจวและซูต้องกาฆ่าแน่นอน มันจะเป็นการรอดชีวิตหรือตายบนเวที แทนที่จะให้พวกเขาเพิ่มระดับการบ่มเพาะเพียงเล็กๆน้อยๆแล้ว มันคงจะดีว่าที่จะให้พวกเขาสัมผัสกับความเป็นความตาย เมื่อความเป็นความตายเหล่านี้มาถึง พวกเขาจะเผชิญหน้ากับมันอย่างเยือกเย็น.”

เดินไปบนเส้นทางระหว่างชีวิตและตาย.

การก้าวเดินไปบนเส้นทางระหว่างชีวิตและตายจะช่วยให้เขาปรับปรุงจิตใจและพัฒนาบุลคลิกได้ดีขึ้น.

มันจะดีถ้าพวกเขาไม่เคลื่อนไหว แต่เมื่อพวกเขาทำผลก็คือมีแค่ตายเท่านั้น!

“แค่กๆ~…”

ลั่วเทียนกระแอมและพูด: “ลุงคุนซาน โปรดเลือกสาวกสิบคนที่มีความแข็งแกร่งในด้านการบ่มเพาะหรือพวกที่มีพรสวรรค์มากๆหน่อน”

ลั่วคุนซานตอบ: “ได้ ผู้นำ แต่ท่านจะทำอะไรกับพวกเขา?”

จากนั้นลั่วเทียนก็พูด: “ท่านสามารถบอกพวกเขาได้ว่าเป็นการฝึกซ้อมเกี่ยวกับความเป็นความตาย ข้าจะปล่อยให้พวกเขาไว้ที่เทือกเขาวิญญาณ แต่ข้าก็ไม่ต้องการให้พวกเขาฆ่าสัตว์ร้ายใดๆ พวกเขาจะต้องอยู่รอดในระยะเวลาหนึ่ง ถ้ามีคนที่ไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมการฝึกซ้อมข้าก็จะไม่บังคับ ข้า ลั่วเทียน จะไม่บังคับให้ใครทำอะไรที่เขาไม่ชอบทำ.”

“เทือกเขาวิญญาณ?”

“ผู้นำ นี่…”

ทุกคนตกใจ.

เทือกเขาวิญญาณเป็นอันตรายอย่างยิ่งเกี่ยวกับความบ้าคลั่งของสัตว์ปีศาจ ปล่อยสาวกชั้นสูงตระกูลลั่วไว้ที่นั่น...นั่น ไม่เท่ากับว่าเจ้าจะส่งพวกเขาไปตาย?

สาวกชั้นสูงของตระกูลลั่วเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังผลิดอกที่ต้องการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง วิธีที่ทำกับพวกเขาอย่างนั้น?

คนในห้องโถงไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

ฟางเล่ยเกาหัวและถาม: “นายท่าน เทือกเขาวิญญาณอันตรายอย่างมาก ถ้าให้พวกเขาไปฝึกที่นั่น มันไม่หมายความว่าให้พวกเขาไปตาย ถูกมั๊ย?”

ลั่วเทียนตอบ: “เวลาหนึ่งเดือนมันสั้นเกินไป ต้องการให้เขาทะลวงการบ่มเพาะมันเป็นไปไม่ได้เลย ตราบเท่าที่พวกเขาผ่านเส้นทางชีวิตและความตาย หัวใจของพวกเขาจะแตกต่างจากที่เคย และมีความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาบนเวทีก็จะเพิ่มอย่างมากกับการฝึกฝนนี้.”

คนบางคนรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการอธิบายของลั่วเทียน จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาที่จะถูดทำลายในเทือกเขาวิญญาณ?

“ลุงคุนซาน ท่านต้องบอกพวกเขาให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการบังคับใดๆและเหลือทางเลือกไว้ให้เขา ฟางเล่ยและข้าจะเป็นผู้นำกลุ่มฝึกฝนในขณะที่ท่านและลุงยูซานจะดูแลกิจการต่างๆในตระกูลลั่ว.”

“ครั้งก่อนมีเพียงสาวกที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะได้เข้าศาลาห้องสมุด ตอนนี้เราจะเปิดให้ทุกคนเข้าได้อย่างทั่วถึง.”

“นอกจากนี้ เรายังจัดหายาสร้างรากฐานและยาที่คล้ายๆกันให้อีกด้วย ตอนนี้การแข่งขันกระชั้นเข้ามา เราจะต้องทำทุกอย่างด้วยสิ่งที่เรามี”

ลองทำให้มันสุดยอด!

ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาร่วมกัน พวกเขาจะวางทุกอย่างตามที่เขากำหนด!

ทั้งสองตระกูลโจวและซู อาจจะต้องพิการหรือตาย!

ศาลาห้องสมุดจะเปิดให้ทุกคนและยาจะถูกแจกจ่ายให้กับทุกคน เรื่องดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นกับตระกูลลั่วมาก่อน.

มีสาวกบางคนของตระกูลลั่วยังคงฝึกทักษะการต่อสู้จากตลาดริมถนน มีสาวกบางคนที่ไม่เคยเห็นยารักษารากฐานทั้งชีวิต พวกเขาจำนวนมากรู้สึกว่าเลือดของพวกเขากำลังเดือดเพราะการกระทำของลั่วเทียน!

หัวใจของผู้คนกำลังสั่นไหว!

------------

“รายงาน!”

นอกโถงหลัก สาวกตระกูลลั่วรีบวิ่งเข้ามา.

“รายงานผู้นำ ตระกูลซ่งได้ส่งหีบขนาดใหญ่เข้ามา.”

“5555…”

“น้องลั่ว พี่ชายคนนี้มาหาเจ้า” ซ่งหยวนไคว่ยิ้มกว้างขณะที่เดินเข้ามา ด้านหลังเขามีสาวกสี่คนของตระกูลซ่งกำลังแบกหีบขนาดใหญ่.

ลั่วเทียนเดินออกมาอย่างรวดเร็วและยิ้มทักทาย: “ข้ายินดีต้อนรับ.”

ซ่งหยวนโคว่โบกมือและพูด: “นี่เป็นของขวัญเล็กน้อย ที่พี่ชายอย่างข้าจะให้น้องลั่ว.”

หลังจากพูดแล้วหีบก็ถูกเปิดและมีอาวุธแวววาวมากมาย.

พวกมันทั้งหมดเป็นอาวุธ ชั้น 1!

พวกมันทั้งสามสิบกว่าเล่ม มีมูลค่ากว่าหนึ่งหมื่นทอง!

อาวุธที่ดีเป็นสิ่งที่ตระกูลลั่วกำลังขาดอยู่ เมื่อใช้อาวุธชั้น 1 ทั้งหมดความแข็งแกร่งโดยรวมของตระกูลลั่วจะเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ตระกูลซ่งได้ส่งถ่านมาให้ในฤดูหนาวท่ามกลางพายุ ลั่วเทียนขอบคุณอย่างมากในหัวใจของเขา เขาติดหนี้ตระกูลซ่งเป็นอย่างมาก!

ลั่วเทียนป้องมือและพูดว่า: “ข้าจะไม่สุภาพมากไปกว่านี้แล้ว ขอบคุณผู้นำซ่ง โปรดบอกผู้นำซ่งเมื่อท่านได้กลับไปว่า ข้าลั่วเทียนจะรับขวัญที่ใจกว้างเหล่านี้ ข้าจะไม่พูดมากไปกว่าการขอบคุณ แต่เมื่อมีโอกาสที่ข้าได้ตอบแทน ข้าจะทำมันให้ดีที่สุดจากความเมตตาครั้งนี้!”

ซ่งหยวนโคว่หัวเราะอย่างสนิมสนมและพูดว่า: “น้องลั่วเกรงใจไปแล้ว ข้าจะไม่รบกวนเจ้าอีก ดังนั้นเมื่อการแข่งระหว่างตระกูลสิ้นสุกลง ข้าจะมาดื่มเหล้าและพูดคุยกับเจ้า.”

จากนั้นลั่วเทียนก็กล่าวว่า: “เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะเลี้ยงเหล้าที่ดีที่สุด”

คราวนี้จะไม่แตกต่างไปจาก พิการ หรือ ตาย!

ตระกูลโจว.

“ห๊ะ?”

“ตระกูลซ่งส่งอาวุธชั้น 1 ให้เปล่าๆ? ซ่งหยวนหนานวางแผนอะไรอยู่?” โจวเหรินหร่านตกใจกับข่าวนี้ แต่ยังคงมีริมฝีปากที่โค้งเป็นรอยยิ้มที่เย็นชา. “โฮ้ ซ่งหยวนหนาน ซ่งหยวนนาน...จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ จากมุมมองของข้า เจ้าจะเป็นจิ้งจอกที่ตายแล้ว 5555…”

“เหล่าอาวุโส ทุกท่านได้เห็นแล้วว่าตระกูลซ่งได้วางแผนที่จะปรองดองกันกับตระกูลลั่ว.”

“สมองของซ่งหยวนหนานไปหมดแล้ว? ทำไมเขาต้องเป็นพันธมิตรกับตระกูลลั่วที่กำลังถูกทำลาย?”

“ซ่งหยวนหนาน ที่สว่างไสวตลอดชีวิตของเขา แต่ก็ยังพลาดในการเลือกของเขา คราวนี้เขาทำผิดพลาดอย่างมาก.”

“เหล่าผู้อาวุโส นี่เป็นโอกาสของเรา มีโอกาสที่จะครอบครองเมืองภูเขาหยกทั้งหมดในครั้งเดียว!”

โจวเหรินหร่านหัวเราะ: “มันเป็นเรื่องดีที่ตระกูลซ่งได้เข้าร่วม เราสามารถใช้เรื่องนี้ในการสยบเขาได้เช่นกัน เมื่อเราได้ครองอาณาเขตทั้งหมดจากตระกูลลั่วแล้วเราก็ยังมุ่งความสนใจไปยังพื้นที่ของตระกูลซ่งได้ เมื่อถึงเวลานั้น...เมืองภูเขาหยกทั้งหมดจะตกเป็นของตระกูลโจว! 5555…”

ทุกคนในตระกูลโจวมีการแสดงออกที่ตื่นเต้นบนใบหน้าขณะที่พวกเขาหัวเราะร่าออกมาอย่างหยาบช้า ราวกับว่าพวกเขาได้เห็นตระกูลโจวของพวกเขา ได้ปกครองเมืองภูเขาหยกแต่เพียงผู้เดียว.

ตระกูลซู.

เมื่อซูเหยาซงได้รับข่าวว่าตระกูลซ่งได้ส่งอาวุธชั้น 1 ให้กับตระกูลลั่ว เขาก็รู้สึกตกใจและหัวเราะอย่างเย็นชา.

มองออกไปที่นอกโถงหลักและท้องฟ้าที่กำมืด ซูเหยาซง ไขว้มือไว้ข้างหลังด้วยท่าทีที่ยากหยั่งถึง.

สักพัก...

ซูเหยาซงถาม: “สามปีมาแล้ว นานแค่ไหนที่ซางเฟิงจะกลับมาอีกครั้ง?”

ซูเหยาซูยิ้ม “ประมาณสิบวัน ข้าได้รับจดหมายเมื่อวานและซางเฟิงกล่าวว่าเขาจะนำพี่น้องฝึกหัดสองคนมากลับเขา.”

“ดี!”

“ซางเฟิงไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง.”

“มันเป็นเพราะตระกูลซูของเราได้เลี้ยงดูเขามาหลายปี.” ซูเหยาซงมีใบหน้าที่ตื่นเต้นขณะที่เขาพูดเบาๆกับตัวเอง: “เมืองภูเขาหยกทั้งหมดจะต้องเป็นของตระกูลซู 55555…”

ซูซางเฟิงเคยเป็นสุดยอดอัจฉริยะในเมืองภูเขาหยกซึ่งเป็นคนที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเทียบได้ เมื่อห้าปีก่อนเขาได้เข้าสู่นิกายเมฆคราม.

ตระกูลซูได้บอกโลกภายนอกว่าซูซางเฟิงได้ออกจากบ้านและไปยังที่ๆใครก็ไม่อาจหาได้.

นี่คือสุดยอดอาวุธลับของตระกูลซู ซูเหยาซงตัดสินใจที่จะใช้เขาในเวลาที่สำคัญเพื่อให้พวกเขาพลิกโอกาส.

ด้วยนิกายเมฆครามที่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา จะมีใครบ้างที่จะเป็นศัตรูของตระกูลซู?

ในลานของตระกูลซู.

ซูเม่ยรำพึงอย่างสบายๆกับตัวเองและพูด: “พี่ใหญ่กำลังจะกลับมา? เขากำลังจะมาถึงแล้ว? ลั่วเทียน...ลั่วเทียน เจ้าเศษขยะสารเลว วันแห่งหายนะของเจ้ากำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้!”

เธอรู้สึกท้อแท้ในช่วงสองวันที่ผ่านมา แต่ตอนนี้รอยยิ้มของเธอเหมือนดอกไม้บาน!

“ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็จะตาย!”

จบบทที่ Chapter 68 - พิการหรือตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว