เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 67 - อยากเล่นหรอ? งั้นเราจะเล่นใหญ่กว่า!

Chapter 67 - อยากเล่นหรอ? งั้นเราจะเล่นใหญ่กว่า!

Chapter 67 - อยากเล่นหรอ? งั้นเราจะเล่นใหญ่กว่า!


 

Chapter 67 - อยากเล่นหรอ? งั้นเราจะเล่นใหญ่กว่า!

ถ้าเขาไม่เข้าร่วม พวกเขาจะต่อสู้ทันที!

นี่เป็นการบังคับให้ลั่วเทียนตายโดยตรง.

ซูเหยาซง พูดด้วยความภูมิใจอย่างเปิดเผย: “เจ้าไม่มีทางเลือก เมื่อมันเริ่มต้น.”

ซูไทเหรินหัวเราะอย่างเย็นชา.

สาวกรอบข้างของทั้งสองตระกูลที่เตรียมพร้อมมาก่อน เมื่อคำสั่งถูกส่งไปพวกเขาจะวิ่งเข้าไปในตระกูลลั่วเหมือนคลื่นยักษ์.

ไม่มีทางที่ตระกูลลั่วในปัจจุบันสามารถต่อต้านพวกเขาได้!

“ผู้นำ เรามาต่อสู้กับพวกเขาเถอะ!”

“ถูกต้องพวกเขากำลังทำตัวยโสเกินไป ข้าไม่เคยเห็นการข่มขู่ในเอาชีวิตตรงๆมาก่อน.”

“พวกเขาเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองภูเขาหยกได้อย่างไร พวกเขาคิดว่าจะบังคับให้ใครมีส่วนร่วมในการแข่งขันของตระกูลได้บ้าง? ข้าหล่ะสงสัยจริงๆว่าพวกเขามีความตั้งใจใดๆอยู่เบื้องหลัง ถูกมั๊ย?”

“นายท่าน สู้ไปด้วยกัน! เราไม่กลัว อย่างแย่เราก็แค่ตาย!”

เลือกของเหล่าสาวกเดือดพล่านในขณะนี้.

พวกเขาทั้งหมดยังเด็กอยู่ ด้วยอายุเพียงแค่นี้ พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีทางที่พวกเขาจะทนต่อการรังแกกันได้ขนาดนี้.

มันเหมือนกับสิ่งที่พวกเขาบอกไว้ อย่างที่เลวร้ายที่สุด ก็แค่ตาย!

ความตาย มันไม่มีอะไรต้องกลัวกับเรื่องพวกนี้.

แต่การส่งตัวเองไปตายก็มีความหมายว่า ไม่ต้องการมีชีวิต.

ตั้งแต่ที่ลั่วเทียนเป็นผู้นำตระกูลที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาตร์ เขาไม่สามารถละเลยอนาคตของตระกูลลั่วและพี่น้องที่ร้อนแรงเหล่านี้ไปได้.

เมื่อพวกเขาเปิดฉากทำสงครามพี่น้องทุกคนจะตาย.

คิ้วของลั่วเทียนขมวดและกำหมัดแน่นภายในแขนเสื้อของเขา หลังจากที่ลั่วจินซานได้บังคับให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบากแล้ว เขาไม่เคยคิดว่าหลังจากที่ได้กำจัดลั่วจินซาน เขาจะถูกบังคับให้อยู่ในสถานะที่ยากลำบากอีกครั้งโดย ตระกูลโจวและซู ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เขาหงุดหงิด.

เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบ?

ทันใดนั้น...

ความคิดของลั่วเทียนเปลี่ยนไป เมื่อเจตนาฆ่าของเขาแผ่ออกมาและมีพลังมายิ่งขึ้น.

โจวเหรินหร่านและซูเหยาซงยังคงมีรอยยิ้มที่เย็นชา ขณะที่รอการตอบกลับของลั่วเทียน.

ไม่ว่าลั่วเทียนจะตอบสนองอย่างใด พวกเขาจะต้องกลืนกินตระกูลลั่วแน่นอน.

ซูเหยาซง ใจร้อนและถามว่า: “ลั่วเทียนเจ้าตัดสินใจได้หรือยังว่าตระกูลลั่วของเจ้าจะเข้าร่วมหรือไม่?”

“เร็วเข้ารีบๆตอบออกมา อย่าให้ความอดทนของเราหมดลง.”

“เร็วเข้า!”

“ตัดเรื่องไร้สาระออกไปและเข้าทำลายตระกูลลั่วโตนตรง!”

“อย่าพูดว่าเราไม่ให้โอกาสเจ้า เราให้ทางเลือกแก่เจ้า เพื่อให้เจ้าเลือกอย่างชาญฉลาดโดยที่เจ้าจะไม่ต้องเสียใจภายหลัง.”

“ข้าไม่รู้จริงๆว่าตระกูลลั่วได้ยอมให้เศษขยะกลายเป็นผู้นำได้อย่างไร ส่วนที่เหลือของตระกูลลั่วที่มีความสามารถได้ตายไปหมดแล้วหรือยัง?”

“555…”

เหล่าสาวกของตระกูลซูและโจวกล่าวเยาะเย้ย

ดวงตาของสาวกตระกูลลั่วเบิกกว้างราวกับโคมไฟด้วยความโกรธ.

ความโกรธของลั่วเทียนเทียนก็ไม่ได้ลดน้อยลง ขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้าและความโกรธ: “เวรเอ้ย ย่าเจ้าเถอะ บิดาไม่เชื่อว่าเขาจะช่วยชยะอย่างพวกเจ้า…”

“โฮ้ยยย โฮ้ย.”

“ที่นี่ชีวิตชีวาอย่างมาก ตระกูลใหญ่ๆของเมืองภูเขาหยกมารวมกันอยู่ที่นี่ถึง 3 ตระกูล มันคงแย่ถ้าไม่ให้ตระกูลซ่งได้เข้าร่วมสิ่งที่มีชีวิตชีวาเหล่านี้?”

ขณะที่ลั่วเทียนกำลังคลั่ง ซ่งหยวนหนานเดินทางมาพร้อมกับสาวกที่เก่งที่สุดของตระกูลซ่ง.

การมาถึงในเวลาที่เหมาะสม.

หากว่าช้ากว่านี้สัก วินาที ลั่วเทียนจะปล่อยกำปั้นคู่ออกมาแล้ว.

การแสดงออกของซูเหยาซงและโจวเหรินหร่านกลายเป็นเคร่งเครียด แต่การแสดงออกของโจวเหินหร่านมีรอยยิ้มน้อยๆ: “ผู้นำซ่งมาทันเวลาพอดี เด็กคนนี้ได้ฆ่าลุงแท้ๆของเขาสามคน ลั่วจินซาน ลั่วเซียวซาน ลั่วฉางซาง ถ้าเราผู้อาวุโสไม่สั่งสอนเด็กคนนี้ จิตวิญญาณของลั่วจินซานคงไม่สงบ.”

ตระกูลซ่งก็เข้าร่วมด้วยเช่นกัน

ผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเมืองภูเขาหยก.

การแสดงออกของตระกูลลั่วตกใจอย่างมาก ถ้าตระกูลซ่งเข้าร่วมตระกูลซูและโจว แม้ว่าจะมีสาวกชั้นยอดและผู้อาวุโสที่ไม่ตกตายก็ตามที มันก็ไม่สามารถต้านทานตระกูลทั้งสามได้.

ซูเหยาซงยิ้มน้อยๆและพูด: “เราไม่สามารถปล่อยให้ตระกูลลั่วถูกทำลายโดยเศษขยะคนนี้ เราไม่สามารถปล่อยให้ลั่วเจียงซานตายด้วยความเสียใจ.”

ทั้งสองเข้าขากันได้อย่างกับร้องเพลงและโยนขี้ไปที่หน้าของลั่วเทียน.

ซ่งหยวนหนานเดินขึ้นมาและยิ้ม: “เมื่อข้าอยู่ที่ไกลๆข้าได้ยินว่าจะมีการแข่งขันระหว่างตระกูล เจ้าก็เชิญข้าด้วยเหมือนกัน ถูกไม๊?”

“เอ๋?”

“เอ๋?”

โจวเหรินหร่านแอบมองเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างไม่ตั้งใจ. “เราจะแจ้งให้ผู้นำซ่งให้ทราบในเรื่องนี้ หลังจากที่ได้ตกลงกันแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าเด็กคนนี้จะไม่ไว้หน้าพวกเรา.”

“มันคงจะดีที่แค่ไม่ไว้หน้าพวกเรา แต่เขายังทุบตีคนของข้าบางคน.”

“เขากล้าที่จะทำร้ายอาวุโสตระกูลซูของข้าต่อหน้าข้า ผู้นำซ่งไม่คิดว่าข้าจะต้องสั่งสอนเด็กคนนี้หน่อยหรอ เกี่ยวกับการเป็นคนดี?”

โจวเหรินหร่านยิ้มอย่างชั่วร้าย.

ซ่งหยวนหนานนิ่วหน้าก่อนที่จะพูดกับลั่วเทียน: “ผู้นำลั่ว การทุบตีผู้คนความจริงแล้วมันผิด ตระกูลใหญ่หนึ่งในสี่ของเมืองภูเขาหยก ไม่สามารถปฏิเสธการเชิญเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างตระกูลได้ ถ้าท่านทำอย่างนั้นถือว่าไม่ไว้หน้าผู้นำตระกูลโจวและซู ฟังคำแนะนำของข้าและนำสาวกของตระกูลลั่วเข้าร่วมแข่งขัน.”

“หืม?”

ลั่วเทียนกำลังคิดตามซ่งหยวนหนานอย่างรวดเร็ว.

เขาเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซ่ง

แต่มันเป็นเพราะตัวเขาเอง ไม่ใช่ตระกูลลั่ว.

อะไรคือความตั้งใจที่ซ่งหยวนหนานต้องการให้เขามีส่วนร่วม?

ลั่วเทียนต้องคิดทุกแง่มุม การตัดสินใจครั้งเดียวของเขาตอนนี้อาจจะทำให้ตระกูลลั่วล่มจม.

ขณะที่ลั่วเทียนกำลังงงอยู่ ซ่งหยวนหนานก้าวออกมาและยิ้มน้อยๆ: “น้องลั่ว แค่เข้าร่วม เจ้าอาจไม่รู้ แต่การแข่งครั้งนี้อาจจะทำให้เมืองภูเขาหยกได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของตระกูลลั่ว.”

ริมฝีปาของตระกูลโจวและซูยิ้มกว้าง.

ลั่วเทียนมีการแสดงออกที่จริงจังขณะที่เขาพูดเบาๆ: “ดี เราจะเข้าร่วม แต่…”

โดยไม่รอให้ลั่วเทียนพูดจบ สาวกตระกูลโจวและซูก็ขัดขึ้น.

“นั่นดีเยี่ยม.”

“ควรจะทำตั้งแต่ก่อนหน้านี้.”

“มันก็เยี่ยมที่เจ้ารู้ว่าควรทำอย่างไร.”

โจวเหรินหร่านมีรอยยิ้มและพูดว่า: “ผู้นำลั่ว เจ้าเลือกได้ถูำกต้อง 555…”

“ถูกต้อง”

“การแข่งขันระหว่างตระกูลคือการที่เหล่าสาวกจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน มันสามารถเพิ่มการบ่มเพาและการเข้าใจของวิชาต่อสู้ของพวกเขา นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากสำหรับพวกเขา.” ซูเหยาซงพูดด้วยรอยยิ้มที่เยาะเย้ย.

บทพูดคุยของทั้งสองคนแท้จริงเป็นอย่างนี้: “เจ้าตกลงที่จะเข้าร่วม คอยดูว่าข้าจะจัดการตระกูลลั่วอย่างไร! แล้วไงหากว่าเจ้า ลั่วเทียน เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง? คนเพียงคนเดียวจะช่วยคนทั้งหมดได้งั้นรุ? หยุดผันได้แล้ว!”

ความชั่วร้ายของพวกเขาประสบความสำเร็จ.

ทั้งสองคนมีความสุขอยู่ในใจของพวกเขา แต่การแสดงออกทางใบหน้าของพวกเขายังคงสงบ.

ลั่วเทียนยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เย็นชา จากนั้นเขาก็บอกว่า: “แต่เนื่องจากพวกเขาอยากเล่นอย่างนั้น งั้นเราก็ควรจะทำใหญ่ยิ้งขึ้นไปอีก!”

โจวเหรินหร่านตกใจเล็กน้อยขณะถาม: “เล่นใหญ่? เราจะเล่นอย่างไร?”

ลั่วเทียวพูดต่อ: “เจ้าไม่ต้องการพื้นที่ของตระกูลลั่วของข้า? เราจะใช้เงินในการเดิมพันหน่อยเป็นไง?”

“555…”

ซูเหยาซงเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง นี่เป็นเรื่องตลกของลั่วเทียน?

เขากำลังเสาะหาความตายด้วยตัวของเขาเอง?

โจวเหรินหร่านกำลังอยู่ในความตื่นเต้นและถามว่า: “ท่านคิดว่ายังไงผู้นำซง?”

ซงหยวนหนานลังเลนิดหน่อยก่อนจะตอบ: “เนื่องจากทุกคนสนใจเรื่องนี้แล้วอย่างงั้นก็ทำตามความสนุกของทุกคน.”

“ดี!”

“งั้นเราจะพนันกับมัน!”

จากนั้นลั่งเทียนก็กล่าวทันที: “ตระกูลลั่วได้รับความเดือดร้อนมากในช่วงเวลาสั้นๆ เราจึงไม่สามารถส่งสาวกเข้าร่วมได้ การแข่งขันจะเริ่มในปีหน้า.”

“ไม่มีทาง!”

“ไม่มีทาง!”

โจวเหรินหร่านและซูเหยาซงตะโกนพร้อมกัน.

เวลาหนึ่งปีก็เพียงพอแล้วที่ตระกูลลั่วจะฟื้นความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาไม่ใช่คนโง่ อย่างนั้นพวกเขาจะให้ลั่วเทียนยืดเวลาออกไปอีกหนึ่งปีได้อย่างไร?

“นั่นเป็นไปไม่ได้.”

“เวลาหนึ่งปีมันยาวเกินไป.”

“อย่างนั้นเราจะทำมันในสิบเดืิอน.”

“เจ้าสามารถรอนานได้ แต่เราไม่อาจทำได้.”

“งั้นเจ้าลองเสนอมาว่ารอได้นานแค่ไหน?”

“งั้นถ้ามันเกิดในหนึ่งเดือน!”

“ดี ตกลง! มันจะเกิดขึ้นในหนึ่งเดือน.” ลั่วเทียนมีความสุขมาก เขาสามารถทำอะไรได้มากมายในหนึ่งเดือน.

สิ่งที่ตระกูลลั่วไม่มีตอนนี้คือเวลา.

ด้วยเวลาเพียงหนึ่งเดือน เขากำลังวางแผนหล่อหลอมตระกูลลั่วให้หลายเป็นเหล็กที่มีประสิทธืภาพ!

แค่รอสักหน่อย!

คอยดูว่าบิดาคนนี้จะทำให้เจ้าสูญเสียอะไรไป จนเจ้าไม่อาจปกป้องได้ดัวยตัวของเจ้าเอง!

จบบทที่ Chapter 67 - อยากเล่นหรอ? งั้นเราจะเล่นใหญ่กว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว