เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 65 - ข้าหยิ่ง? (ฟรี)

Chapter 65 - ข้าหยิ่ง? (ฟรี)

Chapter 65 - ข้าหยิ่ง? (ฟรี)


 

Chapter 65 - ข้าหยิ่ง?

เมื่อลั่วจินซานตาย ตระกูลโจวและซูได้นำคนจกนวนมากมาที่นี่ เห็นได้ชัดว่ามาเพื่อยั่วยุ!

ทางเข้าตระกูลลั่ว.

สาวกตระกูลลั่วสองคนที่เฝ้าหน้าทางเข้าหลั่งเหงื่อเย็นออกมา พวกเขาขวางทางเข้าหลักและไม่มีเสียงหรือความมั่นใจใดๆ “ผู้นำทั้งสอง พวกท่านไม่สามารถเข้ามาได้นี่เป็นคำสั่งของผู้นำตระกูล เราจึงไม่สามารถให้ท่านเข้ามาได้.”

“เหย เหย.”

“พวกหมาเฝ้าบ้านของตระกูลลั่วถึงได้หยิ่งเยี่ยงนี้?”

“เป็นไปได้ไหมที่พวกเจ้าไม่รู้ว่าเราสองคนเป็นใคร?” ดวงตาที่หยาบและคิ้วที่หนาของโจวอาเหรินเลิกขึ้น.

ขณะที่เขากำลังพูดอยู่เขาก็ปลดปล่อยกลิ่นอายกดดันสองสาวกที่เฝ้าประตูทางเข้าจนซีด ร่างกายของพวกเขายังไม่สามารถรับมือกับความกดดันได้และจบลงด้วยการก้มหัวลงเล็กน้อย.

ผู้คนรอบๆเริ่มเยาะเย้ย.

“ถ้าเราไม่แสดงอะไรบางอย่างให้พวกเขาเห็น พวกเขาอาจจะคิดว่าพวกเราสามารถกดดันได้ง่าย!”

“ลั่วจินซานตายไปแล้ว ตระกูลลั่วทีสิทธิ์อะไรที่จะแสดงความยโสที่นี่?”

“ผู้อาวุโสโจวไปข้างหน้าและฆ่าพวกเขา นอกจากนนี้ให้เราแสดงให้เห็นว่าตระกูลโจวของเรามีพลังไปถึงสวรรค์.”

โจวเหินหร่านยืนอยู่ข้างๆปล่อยให้โจวอาเหรินดูถูก.

ตั้งแต่ตระกูลโจวเคลื่อนไหวมาพร้อมกับตระกูลซูมันก็ไม่ใช่น้อยๆ.

สาวกหนุ่มจากตระกูลซูได้ก้าวขึ้นมาและยกขาขวาขึ้น เท้าของเขาแตะไปที่คางของสาวกตระกูลลั่วก่อนที่เขาจะกระเด็นเข้าไปด้านใน พวกสาวกของตระกูลซูเยาะเย้ย: “แม้ว่าลั่วจินซานจะตายเขาก็ยังไม่กล้าที่จะไม่เกรงใจเมื่ออยู่เบื้องหน้าเรา เนื่องจากเจ้าสองคนเป็นแค่หมาเฝ้าบ้านตัวน้อยๆ ทำแบบนี้เหมือนกับว่าเจ้ากำลังเบื่อชีวิตอยู่!”

เมื่อลั่วจินซานตายตรกูลลั่วก็เหมือนกับลูกพลับแห้ง.

นอกจากการตายของลั่วจินซาน ตระกูลลั่วก็ยังเสียอาวุโสกว่า 2 ใน 3 และอีกครึ่งของสาวกชั้นสูงของพวกเขา ปัจจุบันความแข็งแกร่งของตระกูลลั่วไม่ได้ถือว่าเป็นตระกูลอันดับสองในเมือภูเขาหยกอีกต่อไป.

เนื่องจากคนที่มีพรสวรรค์ได้ลดเหลือเพียงน้อยนิด.

สามารถอายุเด็กอายุ 16 ปี เพื่อค้ำยันตระกูลลั่วที่ใหญ่โตนี้?

ไม่มีใครในเมืองภูเขาหยกเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้.

ตระกูลลั่วมีการประทะกันภายในซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักและนี่เป็นโอกาศที่ดีที่ตระกูลใหญ่ทั้งสามจับมือกัน โจวเหรินหร่านและซูเหยาซง คิดเหมือนกันและจับมือกัน พวกเขาต้องการเชิญตระกูลซ่งด้วย แต่น่าเสียดายที่พวกเขาปฏิเสธ.

นี่เป็นสิ่งที่ดียิ่งขึ้น

คำหรับเค้กขนาดใหญ่ แบ่งกันน้อยคนยิ่งดีกว่า

โจวเหรินหร่านและซูเหยาซงกำลังยิ้มถึงหูอย่างลับๆ และต่อว่าซ่งหยวนหนานว่าเป็นคนโง่.

แน่นอน...

ใครจะเป็นคนโง่ที่สุดกันแน่… โฮ้ๆ!

พวกเขารวบรวมสาวกชั้นสูงทั้งหมดและรีบวิ่งไปที่ตระกูลลั่ว

แน่นอน...

คนเหล่านี้ต้องการใบหน้าและไม่ต้องการชื่อเสียใดๆ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาหาเหตุผลที่ชอบธรรม.

สาวกที่เฝ้าประตูทางเข้าถูกกดดันจิตใจและกดขี่ทางพลังปราณ.

ร่างกายของพวกเขาถูกผลักดันให้ถอยกลับโดยใครบางคน.

มันเป็นเรื่องที่อึดอัดมากสำหรับพวกเขา แต่มีคนหนึ่งที่พยายามจะพูด: “หาก… หากไม่มี…. หากไม่มีการอนุญาตของผู้นำก็ไม่มีใครสามารถก้าวเท้าเข้าไปได้แม่แต่เก้าเดียว.”

สาวกคนอื่นคลานขึ้นมายืนบนสองเท้าโดยการใช้กำแพงเป็นตัวช่วย การแสดงออกของเขาแข็งแกร้าวขณะที่เขาใช้พลังทั้งหมดตะโกน: “หากไม่มีอารอนุญาตของผู้นำ ก็ไม่มีใครสามารถก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลลั่วได้แม้แต่ก้าวเดียว!”

เสียงของเขาเหมือนกับคนบ้า!

ทั้งสองที่เฝ้าทางเข้าหลักได้ติดตามลั่วเทียนตั้งแต่การแข่งขันล่าสัตว์ จึงทำให้พวกเขาเย่อหยิ่งอย่างมาก เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับผู้นำสองตระกูลขนาดใหญ่ก็ยังคงแสดงท่าที่อย่างนี้.

“ยายเจ้าสิ!”

“หมาเฝ้าบ้านทั้งสองตัวนี้กล้าที่จะบ้าคลั่งขนาดนี้ บิดาจะดูสิกว่าเจ้าจะหยิ่งได้อีกนานแค่ไหน!” ใบหน้าของโจวอาเหรินมืดครึ้มขณะก้าวเดินเข้าไป.

“ตูม~!”

พื้นกระเบื้องแตกตามรอยเท้า.

ทันใดนั้น...

ร่างกายของเขาก็ระเบิดด้วยพลังฝ่ามือที่กวาดออกไป.

“ฟู่~...”

เสียงของมิติที่ถูกแยกออกจากกันโดยพลังปราณเชี่ยวชาญ.

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆสำหรับสาวกที่เฝ้าทางเข้าหลัก ร่างของเขานั่งอยู่ในท่าม้าเพื่อรักษาสมดุล เขากำลังวางแผนที่จะเอาหัวชนการโจมตีของฝ่ามือ.

“เขาต้องการจะตาย?”

“เขาต้องการต่อต้านการโจมตีของอาวุโสขั้น4 ปราณเชี่ยวชาญของตระกูลโจว?”

“เมื่อคิดถึงลั่วเทียนว่าบ้าแล้ว แม้แต่ลูกน้องของเขาก็บ้าอย่างมาก. 555…”

ผู้คนที่อยู่รอบๆเริ่มหัวเราอย่างบ้าคลั่ง.

ใบหน้าของสาวกที่เฝ้าประตูก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขณะที่เขาสาปแช่ง: “กล้าที่จะด่าผู้นำตระกูลของข้า? เจ้าบัดซบ ตระกูลของเจ้าก็บัดซบเหมือนกัน!”

“หาที่ตาย!”

ฝ่ามือขวายื่นออกมาและตบลง

“พลัก~!”

รอยฝ่ามือแดง แก้มที่บวมและฟันหลายซี่ก็หลุดออก พลังท่ี่อยู่เบื้องหลังการตบนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องรับมือกับสาวกพื้นฐานไม่จำเป็นต้องใช้กำลังมากมายใช่หรือไม่?

นี่เป็นการดูถูกอย่างจงใจ!

“วูซซซ~… วูซซ~…”

สองสาวกที่เฝ้าทางเข้าหลักก็ปลิวออกไป.

“กล้าที่จะแตะต้องพี่น้องของข้า ตาย!”

ด้วยเสียงคำรามอย่างเย็นชาและความต้องการฆ่าที่สูงเสียกฟ้า ประกอบด้วยกับสายลมที่อ่อนโยนตรมมาด้วยพลังปราณที่ถาโถมเข้ามา!

การแสดงออกของโจวอาเหรินเปลี่ยนไป.

ไม่มีเวลาพอที่เขาจะตอบสนองกำปั้งสีแดงคู่นึงพุ่งออกมจากมิติ.

“ปัง~!”

ใบหน้าที่เย่อหยิ่งก่อนหน้านี้ได้ถูกทุบจมลงไปเหมือนกับกระดาษและร่างกายก็ทรุดลง เมื่อร่างกายตกลงมาที่พื้นดินก็แน่นิ่งเหมือกับที่เสียงคำรามบอกไว้.

สามลมจากกำปั้นคู่นั้นก็อ่อนลง.

มีคนที่อยู่ตรงกลางที่ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธและต้องการฆ่า.

“ลั่วเทียน เจ้ามีความกล้าอย่างมาก! เจ้ากล้าที่จะลอบโจมตีอาวุโสตระกูลโจว?”

“อวดดีเกินไปแล้ว!”

“หาที่ตาย!”

ผู้คนจากตระกูลโจวทั่งหมดเริ่มก่นด่าด้วยความโกรธ

ลั่วเทียนทำหูทวนลมคำสาปแช่งของพวกเขาและพูดอย่างเย็นชา: “บิดาไม่มีเวลามายุ่งกับเจ้า.”

เมื่อเสียงของเขาจางหาย ลั่วเทียนก็หันไปมองสาวกตระกูลลั่วที่อยู่ติดผนัง คิ้วของเขาขมวดขณะที่ปราณเชี่ยวชาญ ขั้น4 ของเขาก็ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่งและกดดันอย่างมาก.

“อ่าาา…!”

สาวกตระกูลโจวรู้สึกเหมือนถูกภูเขาลูกหนึ่งกดทับเขาและทำให้เขานอนราบไปกับพื้น การแสดงออกปัจจุบันของเขาน่าเกลียดอย่างมาก.

ลั่วเทียนแสดงออกอย่างหนาวเย็น ขณะที่ถามสาวกประตูทางเข้า: “เขาตบเจ้าไปกี่ครั้ง?”

“1.” สาวกตอบ.

ลั่วเทียนพูดอย่างใจเย็น: “ตบเขาคืนหนึ่งร้อยครั้งและไม่สำคัญว่าเขาจะพิการหรือตาย ตราบเท่าที่มีคนกล้าที่จะเคลื่อนไหวเข้าหาเจ้า ข้าจะฆ่าเขาทันที!”

“ขอบคุณ ผู้นำ.” สาวกที่เฝ้าทางเข้ายิ้มก่อนที่จะประกบมือของเขาอย่างแรง.

“ปึก~!”

สาวกตระกูลซูถูกกดดันโดยพลังของลั่วเทียน ไม่ต้องพูดว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวมันไม่สามารถทำได้.

“ลั่วเทียน หยิดแสดงความหยิ่งได้แล้ว!” ซูเย้าเฟิงตะโกนขณะที่เขาก้าวออกไป.

ทุกคนสาวกตระกูลซูเริ่มวิ่งเข้าไปที่ทางเข้าหลัก.

สาวกเฝ้าประตูทางเข้าลั่งเลเล็กน้อย.

“ไม่ต้องหยุด มาใกล้ๆข้า ถ้าพวกเขาต้องการที่จะเคลื่อนไหว… ฮิฮิ.” ลั่วเทียนหยิบหูและลากไปที่ทางเข้าหลัก ริมฝีปากของเขาเยาะเย้ยเล็กน้อย, “หยิ่ง? ข้าเป็นคนที่ชอบแสดงความหยิ่งหรือเปล่า?”

“มีคนมาก่อความวุ่นวายหน้าบ้านข้าและข้าก็หยิ่ง?”

“พลัก~!”

“พี่น้องข้าถูกอัดจนติดกำแพงและข้าก็หยิ่ง?”

“ผัวะ~!”

“ผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลโจวข่มขู่สาวกที่เป็นเพียงเด็กน้อยที่ทางเข้าและข้าก็หยิ่ง?”

“ผลุบ~!”

“เมื่อเทียบกับพวกเจ้าแล้ว ข้าหยิ่งอย่างนั้นได้อย่างไร?”

“โพ้~!”

ทุกประโยคที่พูดออกมาราวกับไม่มีความโกรธ

แต่กลิ่นอายจากร่างกายของลั่วเทียนเหมือกับพายุที่เต็มไปด้วยความตั้งใจฆ่า เช่นเดียวกับที่เขากล่าวมาก่อนหน้านั้น ใครก็ตามที่ข้าวเข้ามาข้างหน้าจะถูกฆ่าทันที!

หลังจากที่จบแต่ละประโยคของลั่วเทียน สาวกเฝ้าทางเข้าก็จะตบ.

ทั้งสองเข้ากันได้อย่างดี.

ฉากนี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจองหองมาก!

ทันใดนั้น...

แรงกดดันที่แข็งแกร่งก็ผลักดันฝูงชนให้แยกออกกันโดยธรรมชาติ

โจวเหินหร่านและซูเหยาซงมีใบหน้าที่เย็นชาขณะที่เขาเดินออกมา ดวงตาทั้งสองคู่จ้องไปที่ลั่วเทียนที่อยู่ทางเข้าหลัก.

เจตนาฆ่าของเขากำลังลุกโชน!

ในเวลานี้เองที่ฟางเล่ยรีบวิ่งเข้ามาพร้อมคนทั้งตระกูลที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า!

จบบทที่ Chapter 65 - ข้าหยิ่ง? (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว