เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 64 - ปล่อยไปตามธรรมชาติ

Chapter 64 - ปล่อยไปตามธรรมชาติ

Chapter 64 - ปล่อยไปตามธรรมชาติ


 

Chapter 64 - ปล่อยไปตามธรรมชาติ

เขาจูบเธอ...

หลี่ซูเอ๋อร์ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงมัน เธอปิดตาอย่างเบาๆ ขณะที่หัวใจเต้นแรง แก้มของเธอแดงอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าสาวตัวน้อยๆที่อยู่ในห้องเจ้าสาว

เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะมากไปกว่านี้...

หัวใจของลั่วเทียนเต้มรัวๆ.

ด้วยความนึดคิดของโอตาคุ ฝ่ามือของเขาเหงื่อออกและหัวใจของเขาเต้นอย่างกับคนป่า.

เมื่อเขาอยู่ห่างจากปากของเธอ 1 เซนฯ...

“แค่กๆๆ…”

“นายหญิง!”

มีเสียงออกมาจากลานหลี่ซูเอ๋อร์เปิดตาของเธอด้วยความตกใจเหมือนกับกระต่ายตื่นตูม เธอโยกศรีษะหลบลั่วเทียนจากนั้นก็วิ่งออกจากห้องไปทันที.

หัวของลั่วเทียนที่กำลังโค้งด้วยดวงตาที่ปิดอยู่ เขาดูอย่างมึนงงที่ดูได้ชัดเจนบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขาพูดกับตัวเอง: “เด็กน้อย ฉันอยู่นี่.”

เขาได้คิดถึงบางสิ่งที่เขาจะทำหลังจากนั้น.

ก่อนอื่นพวกเขาจะจูบและถอนเสื้อผ้าออก จากนั้นเขาก็จะค่อยๆเคลื่อนไหวช้าๆ...

“เอ๋?”

“จูบยังไม่มา?” ลั่วเทียนรู้สึกประหลากใจเล็กน้อยและหรี่ตาของเขาออกมา เขาค่อยๆเปิดตาและมองไปรอบๆ, “เรื่องบ้าอะไรเนี่ย? มันเกิดอะไรขึ้น?”

“ใครมันไม่มีสามัญสำนึกเลยฟระ?”

“ขัดจังหวะในเวลานั้น? เจ้ามีความตั้งใจอะไร?”

“แม่งเอ้ย!”

ลั่วเทียนโกรธมาก แกะตัวน้อยกำลังเข้าปากของเขาและก็หนีไป หมาป่าตัวใหญ่ที่หิวโหยอย่างเขาจะทำอะไรได้ในตอนนี้?

อย่างน้อยที่ผ่านมาเขาก็มีเสียงที่เรียกว่าความทรงจำจากชาติก่อน มันทำให้เขารู้ว่าตัวตนนั้นๆจะต้องทำอย่างไร นอกจากนี้ยังมีจากภาพยนต์แอคชั่นจากหลายๆประเทศ แต่ตอนนี้พี่ชายคนนี้ทำไมเทพถึงได้เลือกที่จะเราไปกัน?

เขาควรจะทำให้ความสามารถของเขาโด่งดังไปยังโลกภายนอกดีหรือไม่?

เวรเอ้ย!

“ฟู่~...”

ลั่วเทียนถอนหายใจลึกๆเพื่อเอาความร้อนที่อยู่ในตัวออกมา หัวใจของเขาสงบลงเล็กน้อยและไฟแห่งความชั่วร้ายก็ได้ลดลงนิดหน่อย จากนั้นเขาก็ลุกออกจากเตียงและออกไปข้างนอก.

เงาดำที่อยู่เบื้องหน้าของหลี่ซูเอ๋อร์.

บุคคลที่อยู่ในชุดดำนั่นไม่มีความผันผวนทางพลังงานใดๆ ลั่วเทียนยังไม่สามารถตรวจพบสัญญาณชีวิตใดๆจากบุคคลดังกล่าว.

หลี่ซูเอ๋อร์เห็นลั่วเทียนออกมาและช่วยไม่ได้ที่ใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงอีกครั้ง มันเป็นเพราะความมืดจึงไม่มีใครเห็นใบหน้าที่เป็นสีแดงของเธอ ขณะที่เธอนึกถึงฉากก่อนหน้าหัวใจของเธอก็เริ่มเต้นอย่างบ้างคลั่ง มีหัวเราะน้อยๆและพูด: “พี่ใหญ่ลั่วเทียน...”

ลั่วเทียนกับยิ้มและส่งเสียง “อึ้ม.”

ขณะที่เขายังพูดต่อ โดยมองไปยังผู้เชี่ยวชาญชุดดำ “ขอบคุณสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้…”

ไม่รอให้ลั่วเทียนพูดจบ เขาก็ถูกชุดดำขัดจังหวะ: “ไม่จำเป็น.”

เสียงไม่ดังมาก แต่มันหนาวยะเยือกเหมือนกับอยู่บนตึดที่อยู่บนยอดน้ำแข็งอีกที.

แต่เพราะมันเป็นเสียงนุ่มทำให้ลั่วเทียนไม่สามารถระบุได้ว่าเขาเป็นชายหรือหญิง และเนื่องจากคนๆนี้กำลังช่วยเหลือ แต่เขาก็เย็นชา มันไม่มีความจำเป็นที่จะเป็นมิตรกับคนเห้ๆแบบนี้.

ถ้าไม่มีใครไว้หน้าเขา เขาจะไว้หน้ามันทำไม?

หลีร่ซูเอ๋อร์หัวเราะและพูด: “พี่ใหญ่ลั่วเทียน เขามักจะเป็นอย่างนี้ ดังนั้นอย่ารังเกียจ.”

ลั่วเทียนตอบ: “ทำไมข้าต้องสนใจ? ผู้เชี่ยวชาญปกติจะรำคาญที่จะคุบกับข้า อย่างนี้ใช่ไหม? คุณผู้เชี่ยวชาญ?”

คนชุดดำก็ทำให้ลั่วเทียนหนาวจับใจ.

“นายหญิง เราต้องไปแล้วตอนนี้.” ชุดดำพูด.

ปากของหลี่ซูเอ๋อร์ดูยื่นออกมาเล็กน้อยขณะที่เธอดูเศร้านิดๆ จากนั้นก็มองไปพูดว่า: “ได้…”

หลังจากนั้นเธอก็เดินไปสองก้าวก่อนที่จะหัวเราะคิดคัก “พี่ใหญ่ลั่วเทียน ข้าจะมาพบกับท่านในวันพรุ่งนี้ พักผ่อนดีๆหล่ะ.”

หลังจากนั้นเธอก็กระโดดเหมือนกระรอกอย่าวร่าเริงและค่อยๆหายไป.

ลั่วเทียนเฝ้ามองเธอลับตาไปก่อนจะพูดว่า “เด็กโง่.”

ลั่วเทียนคิดว่าตัวตนของหลี่ซูเอ๋อร์คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีพลังขนาดนี้ การบ่มเพาะของชายชุดดำอาจจะถึงขั้นปราณจิตหรือสูงกว่า.

เพียงแค่คนเดียวก็สามารถทำลายเมืองภูเขาหยกได้ทั่งหมด.

และจากเท่าที่มองบุคคลนี้เป็นเพียงผู้คุ้มกันหลี่ซูเอ๋อร์เท่านั้น.

เพียงแค่มีสาวกที่ทรงพลังขนาดนี้ แล้วตระกูลเธอ...

หัวใจของลั่วเทียนฟ่อลงเล็กน้อยขณะที่ขมวดคิ้ว จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวและจมอยู่ในความคิดตัวเอง.

สักพัก...

ลั่วเทียนสูดลงหายใจเข้าลึกๆและพูดกับตัวเอง: “เราจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ!”

-----------

ขณะที่เดินกลับ...

หลี่ซูเอ๋อร์ถามด้วยใบหน้าที่เงียบสงบ: “ทำไมพี่ใหญ่ลั่วเทียนถึงได้เปลี่ยนความเชื่อง่ายๆ?”

บุคคลในชุดสีดำตอบ: “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน.”

หลี่ซูเอ๋อร์ก็ประหลาดใจและพูดว่า: “พี่สาวซวง ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นปราณจิตและเป็นนักแปลธาตุ ท่าไม่รู้เหตุผลได้อย่างไร?”

ปราณจิตขั้นที่ 6 มีความแข็งแกร่งอย่างมากและเธอยังเป็นนักแปรธาตุระดับสามอีกด้วย เธอจะมีพลังมากน้อยแค่ไหนกัน?

ตอนนี้เราต้องมุ่นมั่นบ่มเพาะให้สูงขึ้น จำนวนนักแปรธาตุในทวีปเทียนหยวนได้ถูกมองให้เป็นบุคคลที่อยู่บนจุดสูงสุด!

จุดสำคัญคือ...

ผู้เชี่ยวชาญชุดดำคือผู้หญิง และเธอก็เย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง.

และปกติแล้วนี่อาจจะเรียกได้ว่า “พี่สาว(oneesan)” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป้าหมายของลั่วเทียนต้องการคนที่อยู่ในประเภทนี้หรือไม่ ถ้าเขารู้เขาอาจจะรุกล้ำเข้าใส่ผู้หญิงที่เรียกว่า “พี่สาว” นี้ได้.¹

หญิงชุดดำก็บอกว่า: “เขาสามารถทำให้ร่างวกายของเขาเร่าร้อนขึ้นได้ทันทีถ้าเข้ามีความเชื่อ และความมุ่งมั่นในหัวใจของเขาก็รุนแรงมากขึ้น ความมุ่นมั่นในการฆ่าของเขาที่รุนแรงขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน คล้ายกับบรรดาปีศาจชั้นสูงที่มั่งมั่นไปในทางสังหาร นายหญิง จะดีทีี่สุดถ้าจะอยู่ห่างจากเขา. และ… และ…”

กลิ่นอายสังหารของเธอมีความรุนแรงขึ้น ด้วยพลังปราณจิตขั้น 6 ทำให้เธอต้องทุกข์ทรมาณอย่างมาก.

เมื่อเธอกำลังตรวจสอบอาหารบาดเจ็บของลั่วเทียน เจตนาฆ่าที่เขาปล่อยออกมาเกือบทำให้จิตใจของเธอหยุดเต้น.

ในใจของเธอ ลั่วเทียนเป็นตัวอันตราย

ตอนนี้เขาอาจจะไม่ใช่คนเดียว แต่เขาจะกลายเป็นหนึ่งในอนาคตอย่างแน่นอน.

เธอได้รับคำสั่งเดียวขณะที่เธอติดตามหลี่ซูเอ๋อร์มาที่นี่ - จัดการภัยคุกคามจากเธอให้หมด!

เจตนาฆ่าภายในลั่วเทียนก็ถือว่าเป็นภัยคุกคาม ตราบเท่าที่เป็นภัยคุกคามแม้แต่นิดเดียวที่มุ่งเป้าไปยังหลี่ซูเอ๋อร์ เธอจะฆ่าเขาโดยไม่ลังเล!

หลี่ซูเอ๋อร์ถามเบาๆ: “และอะไร?”

หญิงชุดดำตอบกลับ: “เขาไม่เหมาะกับท่าน ท่านและนายน้อย เจียน…”

คิ้วของหลี่ซูเอ๋อร์กระตุกขณะที่เสียงของเธอก็เปลี่ยนไป, “อย่าเอ่ยชื่อเขาต่อหน้าข้า!”

การแสดงออกของหญิงสาวในชุดดำก็หยุดลงทันที.

ทั้งสองเดินไปในความเงียบ - หนึ่งด้านหน้า หนึ่งด้านหลัง ไปยังสนามประลองขององค์กรไวโอเล็ต.

---------

เช้าตรู่.

ทั้งตระกูลลั่วกำลังมีบรรยากาศรื่นเริง เมื่อพวกเขาตกแต่งคฤหาสน์ของพวกเขา.

ภายในสนามฝึก.

ลูกศิษย์หลายร้อยคนในตระกูลลั่วกำลังยืนเข้าแถวเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ดวงตาของเขาสดใสขณะที่พวกเขากำลังจ้องมองไปยังกลางเวลที.

ฟางเล่ยโบกมือให้.

ทุกคนตะโกนพร้อมกัน: “ทักทายผู้นำคนใหม่!”

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อสาวกหลายร้อยคนคุกเข่าลงที่พื้น ฉากนี้ทำให้ลั่วเทียนตกใจมาก!

ลั่วเทียนกระแอมและจ้องมองไปที่ฟางเล่ยครั้งนึง จากนั้นเขาก็บอกว่า: “เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นไม่ต้องทำแบบนี้ ทุกคนลุกขึ้น!”

เมื่อเห็นคนจำนวนมากอยู่ด้านหน้าเขา มันก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น.

ตระกูลลั่ว!

ตอนนี้เขาได้เป็นผู้นำตระกูลลั่วแล้ว.

เมื่อลั่วเทียนหมดสติเมื่อวานนี้ ฟางเล่ยก็จัดการเคลื่อนไหวทำความสะอาด ทุกคนที่ใกล้ชิดกับลั่วจินซานถูกปลดออก

การตายของลั่วจินซานและตระกูลลั่วเหมือนกับการทำลายตระกูล.

ผู้อาวุโสสามคนที่อยู่ในขั้นปราณเชี่ยวชาญและครึ่งนึงของสาวกชั้นสูงตาย ในช่วงการแข่งขันล่าสัตว์ ลั่วเทียนได้ใช้พลังของกระทิงเดือดฟ้าคะนองที่มีพื้นที่อย่างมาก เพื่อฆ่าสาวกชั้นนอกตายหลายคนทันที ทั้งหมดนี้ทำให้ตระกูลลั่วเข้าสู่สภาวะวิกฤติ.

ตระกลูลั่วปัจจุบันสามารถบอกได้เลยว่ายังเหลืออีกหลายอย่างที่ต้องแก้ไข.

ลั่วเทียนเป็นเพียงโอตาคุที่ไม่มีความสามารถในการจัดการกับตระกูล ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะไม่อยู่ในเมืองภูเขาหยกเมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้น.

แต่เมื่อเขาได้เป็นผู้นำ เขาก็ยังอุทิศตัวเพื่อทำให้ตระกูลของเขาแข็งแกร่งขึ้น แม้ว่าจะเขาออกจากเมื่อไป.

“รายงาน!”

“รายงานผู้นำ: ตระกูลซูและกลุ่มคนจากตระกูลโจวได้มารวมตัวกันมากมายและตอนนี้กำลังจะมาถึงทางเข้าหลักตระกูลลั่วแล้ว!”

ลั่วเทียนขมวดคิ้วแน่น, “พวกเขาต้องการมาที่นี่เพื่อยั่วยุเรา?”

ในเวลานี้ มีสี่ตระกูลหลักอยู่ในเมืองและตระกูลลั่วก็อยู่ในนั้น แต่ตอนนี้ก็มีสองตระกูลหลักได้มาอยู่เบื้องหน้าพวกเขา? ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการสงคราม!

-------------

¹ - ในกระณีนี้ผู้อาจจะไม่รู้ว่า วัฒนธรรมของหญี่ปุ่นการที่มีคนรักที่มีอายุมากกว่า 18-35 ปี นั่นจะถือว่าเป็นสาวใหญ่และเซ็กซี่อย่างมาก.

ผู้แปล: ปราณจิตขั้น 6 คอยช่วยเหลือหลี่ซูเอ๋อร์ แต่นางโดนจับตัวไปหลายวัน ปราณจิตขั้น 6 ไปทำห่าที่ไหนมา มึงไปเบ็ตมาใช่มั๊ย 555

จบบทที่ Chapter 64 - ปล่อยไปตามธรรมชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว