- หน้าแรก
- หน้าต่างความชำนาญ ยิ่งฝึกข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 14 - คำไหว้วานของกวนเซิ่ง
บทที่ 14 - คำไหว้วานของกวนเซิ่ง
บทที่ 14 - คำไหว้วานของกวนเซิ่ง
บทที่ 14 - คำไหว้วานของกวนเซิ่ง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สิ่งที่หานอี้ไม่รู้ก็คือ หลังจากที่เขาออกจากตลาดมา มีเงาร่างสายหนึ่งแอบสะกดรอยตามเขามาตลอดทางในที่มืด จนกระทั่งเห็นเขาเดินเข้าไปในร้านโอสถเสวียนฮั่ว รออยู่ครู่หนึ่ง เงาร่างนั้นจึงย้อนกลับไปที่ตลาด
"ถ้าเดาไม่ผิด ไอ้หนูคนนั้นน่าจะเป็นนักปรุงยาของร้านโอสถเสวียนฮั่ว" "แต่มันน่าแปลก นักปรุงยาที่สามารถปรุงยาขจัดมารคุณภาพเกือบได้มาตรฐาน ทำไมถึงไปอยู่ที่ร้านโอสถเสวียนฮั่วได้" "ตามข้อมูลที่ข้ารู้มา นักปรุงยาที่มีทักษะระดับนี้และอายุยังน้อยขนาดนี้ ส่วนใหญ่มักจะอาศัยอยู่ภายในสำนักเสวียนตาน น้อยคนนักที่จะลงจากเขามา"
หลงจู๊เฒ่าที่เพิ่งทำการค้าขายกับหานอี้เสร็จเมื่อสิบห้านาทีก่อน นั่งอยู่ในห้องสงบที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยาน ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
"ช่างเถอะ เจ้าลงไปก่อน ในเมื่อไอ้หนูนั่นเป็นคนของร้านโอสถเสวียนฮั่ว งั้นก็อย่าไปแหวกหญ้าให้งูตื่น"
เขาโบกมือเบาๆ เบื้องหน้าของเขามีเงาร่างหนึ่งที่คลุมกายด้วยชุดคลุมสีดำสนิท เงียบเชียบไร้สุ้มเสียงราวกับไม่มีลมหายใจ เงาร่างนั้นประสานมือคารวะเล็กน้อย ก่อนจะวูบหายออกไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย
"ความเป็นไปได้มากที่สุด คงเป็นศิษย์ที่ลงเขามาหาประสบการณ์" "สำนักเสวียนตานไม่ใช่สิ่งที่ควรไปตอแย ปล่อยไปก่อนแล้วกัน"
หลงจู๊เฒ่าลุกขึ้นยืน สลัดความคิดบางอย่างที่มีต่อหานอี้ทิ้งไป หากหานอี้เป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร เขามีวิธีมากมายที่จะทำให้หานอี้มาทำงานให้เขา หรือต่อให้ใช้งานไม่ได้ ก็สามารถทำให้โอสถและของมีค่าทั้งหมดของหานอี้กลายเป็นของเขาอย่างเงียบเชียบ
น่าเสียดายที่หานอี้มีแบ็คอัพใหญ่เกินไป ทำให้ตระกูลเล่ยไม่กล้าบุ่มบ่าม
หานอี้ไม่รู้เลยว่า ตนเองได้รอดพ้นจากธุรกิจ 'จ็อบพิเศษ' ของตระกูลเล่ยมาได้อย่างหวุดหวิดโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาในร้านโอสถเสวียนฮั่ว เขาถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตลอดทางที่ผ่านมา จิตสังหารที่เคยสัมผัสได้เมื่อสี่เดือนก่อนไม่ได้ปรากฏขึ้นอีก
ที่หน้าเคาน์เตอร์ กวนเซิ่งมองเห็นหานอี้ปรากฏตัว แววตาฉายประกายบางอย่างวูบหนึ่ง
"ยินดีด้วยศิษย์น้องหานที่ทะลวงสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 3 น่ายินดียิ่งนัก"
กวนเซิ่งมองปราดเดียวก็จับสัมผัสคลื่นพลังของขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 3 ที่ยังไม่เสถียรดีนักบนตัวหานอี้ได้
หานอี้กล่าวถ่อมตัวสองสามประโยคก่อนจะเข้าเรื่อง
"ขออภัยด้วยศิษย์พี่กวน เดิมทีตามสัญญาข้าควรจะมารายงานตัวตั้งแต่เมื่อช่วงก่อน แต่พอดีข้าเกิดปัญญาญาณขึ้นมากะทันหัน เพื่อที่จะทะลวงระดับชั้น เลยทำให้เสียงานเสียการของศิษย์พี่ไป เป็นความผิดของศิษย์น้องเองขอรับ"
เมื่อหานอี้วางท่าทีอ่อนน้อม กวนเซิ่งจึงไม่ได้ติดใจเอาความอะไร จากนั้นหานอี้ก็นำยาบำรุงปราณและยาขจัดมารออกมาทำการแลกเปลี่ยน เช่นเคย ยาบำรุงปราณขายแลกหินวิญญาณ ส่วนยาขจัดมารแบ่งผลประโยชน์แปดต่อสอง ทำให้ได้หินวิญญาณมาอีกราวสิบก้อน
ครั้งนี้หานอี้ได้รับหินวิญญาณรวมทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดก้อน เขาเจียดออกมาเพียงห้าสิบก้อนเพื่อซื้อวัตถุดิบปรุงยาบำรุงปราณ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากซื้อเยอะกว่านี้ แต่แค่วัตถุดิบยาบำรุงปราณอย่างเดียว ร้านโอสถเสวียนฮั่วก็มีให้แค่เท่านี้
ส่วนยาชนิดอื่น เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวในตอนนี้ เชี่ยวชาญไปทีละอย่างจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
"ศิษย์น้องหาน ทักษะการปรุงยาของเจ้าช่ำชองขึ้นเรื่อยๆ อัตราความสำเร็จก็รักษาไว้ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยฝีมือระดับนี้ การสอบกลับเข้าสำนักในอีกครึ่งปีข้างหน้าเจ้าต้องผ่านฉลุยแน่นอน" "ศิษย์พี่ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าไว้ตรงนี้เลยนะ"
กวนเซิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม หานอี้ประสานมือขอบคุณ
จากนั้นกวนเซิ่งก็มอบวัตถุดิบยาขจัดมารยี่สิบชุดให้กับหานอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้กวนเซิ่งไม่ได้จบแค่นั้น เขาทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย ขึ้นว่า
"ศิษย์น้องหาน ไม่ปิดบังเจ้า ศิษย์พี่มีเรื่องหนึ่งอยากจะขอความช่วยเหลือจากเจ้า"
"โอ้? เป็นเรื่องอะไรหรือขอรับ เชิญศิษย์พี่กวนสั่งมาได้เลย" หานอี้ถามด้วยความสงสัย
เรื่องที่กวนเซิ่งจัดการเองไม่ได้ แล้วคนอย่างเขาจะมีความสามารถอะไรไปช่วยได้กันนะ? แต่ถ้าหากเขาช่วยได้จริงๆ ด้วยความดูแลเอาใจใส่ที่กวนเซิ่งมีให้เขามาตลอด เขาก็คงปฏิเสธไม่ลง
กวนเซิ่งเห็นหานอี้ไม่ได้ปฏิเสธทันทีก็ยิ้มดีใจ รีบพูดต่อว่า "เรื่องนี้ไม่ใช่ต้องทำตอนนี้หรอก" "ตามธรรมเนียมปฏิบัติ อีกสามเดือนข้างหน้าจะมีผู้ดูแลจากในสำนักลงมาตรวจสอบร้าน ศิษย์พี่ดันมีธุระสำคัญต้องออกไปข้างนอกในช่วงนั้นพอดี"
"ข้าไม่ไว้ใจคนอื่น ถึงเวลานั้นข้าหวังว่าศิษย์น้องจะช่วยมาเป็นธุระดูแลร้านให้ข้าสักครึ่งเดือน ศิษย์น้องโปรดวางใจ เรื่องราวต่างๆ ข้าจะจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย รับรองว่าเจ้าจะรับช่วงต่อได้อย่างราบรื่นแน่นอน"
"อีกอย่าง ที่ต้องรบกวนเวลาศิษย์น้องครึ่งเดือน ศิษย์พี่จะมีเบี้ยเลี้ยงเป็นหินวิญญาณให้ ไม่ให้ศิษย์น้องต้องเหนื่อยเปล่าแน่นอน"
หานอี้ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเจื่อนๆ
"ศิษย์พี่กวน ร้านโอสถเสวียนฮั่วใหญ่โตขนาดนี้ ธุรกิจโอสถก็มีตั้งมากมาย" "ความรับผิดชอบนี้มันยิ่งใหญ่เกินไปหน่อย ข้าเกรงว่าถึงเวลาข้าจะรับมือไม่ไหวน่ะสิขอรับ" "แถมถ้าผู้ดูแลจากสำนักลงมา ข้าก็ไม่รู้จะต้อนรับขับสู้อย่างไรด้วย"
หานอี้ผายมือออกอย่างจนใจ
พูดตามตรง เขาแค่อยากจะมุดหัวอยู่เงียบๆ ปั่นค่าความชำนาญ แล้วเสพสุขกับความรู้สึกที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ วัน แม้กระทั่งตอนที่ได้กลับเข้าสำนักในอนาคตเขาก็วางแผนจะทำแบบนี้เหมือนกัน ส่วนเรื่องการเป็นหลงจู๊หรือผู้จัดการร้านอะไรเทือกนี้ เขาไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวเลยสักนิด
กวนเซิ่งถอนหายใจเบาๆ กล่าวอย่างจนปัญญาว่า "ก็เพราะความรับผิดชอบมันยิ่งใหญ่นี่แหละ ข้าถึงไว้ใจคนอื่นไม่ได้"
"การตรวจสอบจากสำนักปีนี้ มันเกี่ยวพันถึงการประเมินผลงานของข้า จะให้มีข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว" "แล้วก็ดันประจวบเหมาะกับที่ข้ามีธุระสำคัญจริงๆ จำเป็นต้องไปให้ได้"
"ดังนั้นข้าถึงได้พิจารณาให้ศิษย์น้องหานมาช่วย" "จากการติดต่อกันหลายครั้งที่ผ่านมา ศิษย์น้องหานให้ความรู้สึกที่มั่นคงและหนักแน่นกับข้า ข้าเชื่อใจเจ้า และเชื่อในสายตาของตัวเอง" "ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่กล้าเอ่ยปากขอร้องหรอก"
"ส่วนเรื่องการต้อนรับผู้ดูแลจากสำนักก็ไม่ใช่ปัญหา มันมีขั้นตอนปฏิบัติที่ตายตัวอยู่แล้ว ศิษย์พี่จะเตรียมการไว้ให้พร้อม เจ้าไม่ต้องกังวลไป"
หานอี้ฟังแล้วก็คิดทบทวนอีกครั้ง สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง
"เอาอย่างนั้นก็ได้ขอรับ" "ในเมื่อศิษย์พี่กวนให้เกียรติข้าขนาดนี้ ถ้าศิษย์น้องยังบ่ายเบี่ยงอีก ก็จะดูไร้น้ำใจเกินไปหน่อย"
ในที่สุดหานอี้ก็ตอบรับ กวนเซิ่งหน้าบานด้วยความยินดี
"ดี! ดีมาก! มีศิษย์น้องหานมาช่วย การตรวจสอบครั้งนี้จะต้องไม่มีอะไรตกหล่นแน่นอน"
จากนั้นหานอี้ก็สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ กวนเซิ่งก็อธิบายให้ฟังทีละข้อ ครึ่งชั่วยามต่อมา หานอี้ก็เดินออกจากร้านโอสถเสวียนฮั่ว
ภายในร้าน รอยยิ้มที่มุมปากของกวนเซิ่งยังคงไม่จางหาย
"จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายครบแล้ว ไม่เสียแรงที่ข้าปูทางมานานขนาดนี้" "ลูกไก่เดินเข้าเล้า การใหญ่ใกล้สำเร็จแล้ว"
รอยยิ้มของกวนเซิ่งหุบลงกะทันหัน เมื่อชายหนุ่มร่างผอมสูงเดินลงมาจากชั้นสอง ชายหนุ่มคนนั้นคือเจียงเต๋อ
เจียงเต๋อละสายตาจากแผ่นหลังของหานอี้ที่เพิ่งเดินออกไป หันมาจับจ้องที่ใบหน้าของกวนเซิ่ง แล้วกล่าวเสียงขรึม
"ท่านอา ท่านคิดจะให้ไอ้เด็กนั่นรับเคราะห์แทนในช่วงที่ผู้ดูแลจากสำนักมาตรวจสอบอย่างนั้นรึ"
"แผนการนี้มันมีช่องโหว่เยอะเกินไปหน่อยนะ ถึงเวลานั้นถ้าเรื่องแดงขึ้นมา พวกเราได้ตายกันหมดแน่" "ข้อเสนอของข้ายังเหมือนเดิม รีบลงมือฆ่ามันทิ้งซะ แล้วสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเลย" "อีกอย่าง ไอ้เด็กนี่เพิ่งทะลวงขอบเขตกลั่นลมปราณชั้น 3 พอดีเลย ข้ออ้างเรื่องยักยอกวัตถุดิบจะได้ฟังดูสมเหตุสมผล"
เจียงเต๋อทำท่าจะเกลี้ยกล่อมต่อ แต่ถูกกวนเซิ่งพูดขัดขึ้น
"เจียงเต๋อ แผนการของข้า ไม่ต้องให้เจ้ามาสอด" "ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน ช่วงนี้อย่าได้ไปก่อเรื่องเด็ดขาด ถ้ามาทำให้เสียงานใหญ่ของข้า เจ้าได้รับผลที่ตามมาไม่ไหวแน่"
สีหน้าของกวนเซิ่งดูทะมึนลงอย่างหาได้ยาก เจียงเต๋อจ้องมองเขาเขม็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกเกลี้ยกล่อม หันหลังเดินกลับขึ้นไปบนชั้นสอง สักพักก็เดินลงมาแล้วมุ่งหน้าออกไปทางหน้าร้าน
"จะไปไหน" กวนเซิ่งก้มหน้าถาม
"ไปรับของ" เจียงเต๋อชูรายการสั่งของในมือไปมา ใบหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะเดินออกจากร้านไป
กวนเซิ่งก้มหน้าลงทำงานต่อไม่สนใจอีก วันนี้เป็นวันรับสมุนไพรวิญญาณจริงๆ
......
อีกด้านหนึ่ง หานอี้ที่เดินออกมาจากร้านโอสถเสวียนฮั่วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาคิดเพียงแค่ว่าเป็นคำไหว้วานธรรมดาจากศิษย์พี่กวน ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความโลภ ต่อให้มีปัญหาก็น่าจะอธิบายได้ ถือซะว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณก็แล้วกัน
[จบแล้ว]