- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าคือฝันร้ายของเล่าปี่และขงเบ้ง
- บทที่ 32 - คำขอของเคาทู และของขวัญจากโจโฉ
บทที่ 32 - คำขอของเคาทู และของขวัญจากโจโฉ
บทที่ 32 - คำขอของเคาทู และของขวัญจากโจโฉ
บทที่ 32 - คำขอของเคาทู และของขวัญจากโจโฉ
เนิ่นนานผ่านไป
โจโฉถึงได้สติ
เพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียกิริยา เขากระแอมสองสามที แล้วหันไปถามตันกุ๋ยและเทียหยก
"จ้งเต๋อ ฉางเหวิน พวกท่านล่ะ คิดว่าแผนนี้เป็นอย่างไร"
เมื่อถูกถาม
ทั้งสองคนได้สติ จึงตอบตามความจริง
"เรียนท่านอุปราช นี่นับเป็นยอดกลยุทธ์ที่หาได้ยากยิ่งขอรับ"
"แม้การทำเช่นนี้จะสิ้นเปลืองเสบียงอาหารไม่น้อย แต่สามารถสลายกลุ่มชาวบ้านที่ติดตามเจ้าหูยาวได้อย่างชะงัดนัก"
"ไม่ใช่แค่นั้น ที่สำคัญคือผ่านศึกนี้ไป เราจะสามารถทำลายภาพลักษณ์ผู้ทรงคุณธรรมของเจ้าหูยาวให้พังทลายลงได้!"
"แผนต้อนรับชาวบ้านกลับบ้านของท่านอุปราช หากใช้ให้ดี อย่าว่าอื่นไกล ชาวเมืองซินเอี๋ยจะต้องสำนึกในบุญคุณของท่านอุปราชอย่างแน่นอน!"
"ถูกต้อง!"
"กระบี่แห่งคุณธรรม เขาเล่าปี่ใช้ได้ ข้าโจโฉทำไมจะใช้บ้างไม่ได้?"
โจโฉที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกังฉินมาค่อนชีวิต แบกรับชื่อเสียงเลวร้ายมานาน
พอยิ่งคิด ก็ยิ่งสะใจ
เงยหน้าหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
ได้ยินเสียงหัวเราะนั้น เทียหยกก็อดชื่นชมไม่ได้
"สติปัญญาของกาเหวินเหอ ช่างล้ำเลิศจริงๆ จ้งเต๋อคนนี้ยอมรับนับถือจากใจ"
"อื้ม เหวินเหอมีปัญญาฉับไว เสียดายก็แต่เรื่องนิสัยส่วนตัว ที่ยังบกพร่องไปหน่อย"
ตันกุ๋ยพยักหน้าเห็นด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่ายังเคืองเรื่องก่อนหน้านี้อยู่
จึงแอบเหน็บแนมทิ้งท้ายอย่างไม่เต็มใจ
เห็นท่าทีของตันกุ๋ย
โจโฉและเทียหยกต่างพากันยิ้มขำ ไม่พูดอะไรต่อ
ทำนองว่าปล่อยผ่านเรื่องหยุมหยิมไป
แต่ในขณะที่พวกเขาขำขันกัน
เคาทูที่ยืนเก๊กท่าเอามือไพล่หลังอยู่หน้าสุด ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
หันกลับมามองหน้าคนข้างหลังด้วยความมึนงง
...
?!
เดี๋ยวนะ
ทำไมคราวนี้ไม่มีใครชมข้าเลย
แผนนี้ข้าอุตส่าห์ง้างปากท่านซูมาได้เชียวนะ
ทำไมทุกคนถึงไปชมกาเซี่ยง กาเหวินเหอกันหมด?
เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับหมอนั่น
หรือว่ากาเซี่ยงกับท่านซู จะใจตรงกัน คิดแผนเดียวกันได้?
...
ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ก็ไม่มีใครสนใจ
หลังจากโจโฉชื่นชมเสร็จ ก็รีบหันไปสั่งการตันกุ๋ยและเทียหยกทันที
ให้รีบแจ้งแผนการนี้แก่โจหยิน ให้ปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด ต้องพาชาวบ้านชาวซินเอี๋ยกลับมาให้ได้ทั้งหมด ก่อนที่กองทัพใหญ่ของเขาจะไปถึง
ตันกุ๋ยและเทียหยกรับคำสั่ง แล้วขอตัวลาไปดำเนินการ
หลังจากทุกคนออกไปกันหมดแล้ว
เคาทูถึงเริ่มจะทนไม่ไหว
เพราะเขายังมีสัญญาที่ให้ไว้กับซูเฉินติดตัวอยู่
ด้วยความคิดนั้น เขาจึงเริ่มกระสับกระส่าย
ทำหน้าหนาระรื่น เดินตามต้อยๆ ไปยืนอยู่ข้างหลังโจโฉ
อยากจะพูดแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
เดินตามอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมง
"จ้งคัง เจ้าเป็นอะไรไป? มีเรื่องอะไรอีกรึ?"
ตามจนโจโฉเริ่มรำคาญ ต้องเอ่ยปากถามเอง
เคาทูถึงได้อึกอักบอกความต้องการ หวังว่าเห็นแก่ความดีความชอบที่เสนอแผนเด็ด จะขอรางวัลสักอย่างหนึ่ง
"โธ่เอ๊ย ที่แท้อยากได้รางวัลนี่เอง?"
"เรื่องแค่นี้เอง เอาอย่างนี้ไหม ข้าจะจ้างช่างฝีมือดีมาหลอมค้อนพยัคฆ์ของเจ้าใหม่ เจ้าว่าไง?"
โจโฉฟังจบก็หัวเราะ ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด
ไม่ใช่ว่าเขาพูดส่งเดช
แต่หลายปีมานี้
เขาเคยพระราชทานเงินทองหรือสาวงามให้เคาทูหลายครั้ง แต่เจ้าทึ่มนี่ปฏิเสธหมด
จนเขาเริ่มจับทางถูก
เจ้าทึ่มนี่ไม่สนอย่างอื่น สนแต่ยอดม้าและอาวุธคู่มือเท่านั้น
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่โจโฉยิ่งเอ็นดูเคาทู
เพราะนี่คือคนที่มีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
คิดพลางเงยหน้าขึ้น ยิ้มอย่างเมตตา
แต่คราวนี้ ผิดคาด เขาไม่เห็นรอยยิ้มดีใจบนหน้าเคาทูเหมือนทุกที
พอพูดจบ เคาทูกลับหน้าเปลี่ยนสี ส่ายหัวดิก
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง อันนี้ข้าว่าดีอยู่แล้ว"
"ถ้าท่านอุปราชอยากให้รางวัลข้าจริงๆ งั้นก็ประทานผู้หญิงให้ข้าสักคนเถอะ"
พูดจบ สายตาของเคาทูก็เปี่ยมด้วยความคาดหวัง
แต่พอได้ยินคำขอนั้น
โจโฉถึงกับอ้าปากค้าง
"อะไรนะ ผู้... ผู้หญิง?!"
สีหน้าตอนนั้น ยิ่งกว่าตอนได้ยินข่าวลือ "เจ้าเสือทึ่มสยบมังกรหลับ" ครั้งแรกเสียอีก
เหมือนเห็นต้นงิ้วออกดอก เห็นก้อนหินพูดได้
"ใช่แล้ว ผู้หญิง!"
"คำขอนี้คงไม่มากไปใช่ไหมท่านอุปราช..."
"ทำไมท่านเงียบไปล่ะ ท่านจะให้หรือไม่ให้"
เคาทูเริ่มร้อนใจ
และเริ่มหวั่นใจ
นึกถึงสิ่งที่จะพูดต่อไป
กลัวโจโฉจะโกรธ
แต่สีหน้าท่าทางของเขาในสายตาโจโฉ กลับถูกตีความไปอีกทาง
เห็นแบบนั้น
โจโฉตั้งสติได้ ก็หัวเราะลั่น
"ให้ แน่นอนต้องให้สิ ไม่นึกเลยว่าเจ้าเสือทึ่มของข้า จะมีวันที่หัวใจเรียกร้องหาความรักกับเขาบ้าง ดีมาก ข้าเองก็เป็นห่วงเรื่องออกเรือนของเจ้าอยู่พอดี"
"ทีนี้ก็คุยง่ายแล้ว"
"เจ้าบอกมาเลย เจ้าเล็งลูกสาวบ้านไหนไว้ ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ต่อให้เป็นลูกขุนนางใหญ่ ข้าก็จะไปสู่ขอให้เจ้าด้วยตัวเอง!"
"ไม่ใช่ ไม่ใช่ ผู้หญิงคนนี้... พิเศษหน่อย ขอแค่ท่านอุปราชพยักหน้าก็พอ" เคาทูเห็นปฏิกิริยาโจโฉก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็ยังรู้สึกกระดากปากที่จะพูด
"ขอแค่ข้าพยักหน้า?"
โจโฉชะงัก
สักพักเหมือนนึกอะไรได้
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ พลันมืดครึ้มลงทันที
"ไอ้เจ้าทึ่ม เจ้าคงไม่ได้เล็งลูกสาวข้าไว้นะ?!"
"ไม่ได้! หนูฮัวปีนี้เพิ่งกี่ขวบ เพิ่งจะเดินเตาะแตะเองนะ เคาทู เจ้า..."
เห็นสายตาระแวดระวังของโจโฉ
เคาทูก็เหวอรับประทาน
ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
รีบโบกไม้โบกมือ อธิบายพัลวัน
"ท่านอุปราช ท่านคิดไปถึงไหนแล้ว"
"ผู้หญิงพวกนั้นข้าไม่สนหรอก ข้าหมายถึง อะแฮ่ม คือมือสังหารที่ลอบฆ่าท่านอุปราชเมื่อวานต่างหาก"
"มือสังหาร?"
"เจ้าหมายถึงลูกสาวลิโป้ ลิหลิงฉี?"
โจโฉอึ้ง
เคาทูพยักหน้า คุกเข่าลงกับพื้นทันที
"ใช่แล้ว คือนางนั่นแหละ ขอท่านอุปราชประทานนางให้ข้าเถอะ!"
"..."
เห็นท่าทางแบบนั้น
โจโฉเงียบกริบ
มีความโล่งใจ แต่ก็มีความครุ่นคิดแฝงอยู่
เขาก้มมองเคาทูที่หมอบอยู่แทบเท้า คิ้วขมวดมุ่นโดยไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปทีละวินาที
โจโฉยังคงเงียบ
"อะแฮ่ม คือว่า ท่านอุปราช ถ้าท่านไม่ตกลง ก็ถือว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน เรื่องนี้ช่างมันเถอะ ดีไหม?"
ถูกสายตาโจโฉพิจารณาแบบหัวจรดเท้า
แม้แต่เคาทูผู้ไม่เคยกลัวตายในสนามรบ ยังรู้สึกกดดันมหาศาล
ผ่านไปนานจนเริ่มทนไม่ไหว
กระแอมแก้เก้อ แล้วยอมถอย
"ท่านอุปราช จ้งคังขอลา!"
พูดจบ
ก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว
เตรียมจะใส่เกียร์หมาวิ่งหนี
แต่ยังไม่ทันก้าวขา
ก็ถูกโจโฉเรียกไว้เสียก่อน
"ก็ดี เจ้าฉายาเสือทึ่ม!"
"แม่นั่นก็เป็นนางพยัคฆ์ลูกแม่ทัพ พวกเจ้าจับคู่กัน ก็ถือว่าเหมาะสมกันดี"
"หมายความว่าไง..."
"ท่านอุปราช ท่านตกลงแล้ว?"
"ท่านยอมยกนางลิหลิงฉีให้ข้าแล้ว?"
เคาทูดีใจจนเนื้อเต้น
โจโฉพยักหน้า
"ถูกต้อง!"
"แค่ผู้หญิงคนเดียว"
"อย่าว่าแต่ลิหลิงฉีเลย ต่อให้เป็นเตียวเสี้ยนแล้วจะทำไม"
"มัดรวมกันยังเทียบไม่ได้กับขนหน้าแข้งเส้นเดียวของเจ้าเสือทึ่มของข้า"
โจโฉตบไหล่เคาทู ยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ท่านอุปราช!"
"ท่านอุปราชวางใจ ข้าจะยอมบุกน้ำลุยไฟ ถวายชีวิตเพื่อท่าน!!"
เคาทูได้ยินดังนั้น ก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าอีกครั้ง โขกศีรษะแสดงความจงรักภักดี
"ฮ่าๆๆ! ดี!"
"มีคำพูดนี้ของจ้งคัง งานใหญ่ของข้าสำเร็จแน่!"
"จ้งคัง เจ้ากลับไปรอที่บ้านเถอะ คืนนี้ข้าจะส่งคนพาตัวแม่นางลิหลิงฉีไปส่งให้ถึงจวนเจ้าเลย"
โจโฉพูดจบ
แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
เคาทูไม่ได้คิดลึก
พยักหน้ารับคำอย่างตื่นเต้น
แล้วรีบเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไปด้วยความดีใจ
ส่วนโจโฉ มองตามหลังเคาทูไปอย่างลึกซึ้ง
แล้วหันไปสั่งการลูกน้องทันที
"ไป... หาหญิงรับใช้ที่ไว้ใจได้สักสองสามคน พาตัวลิหลิงฉี..."
"แต่นางลิหลิงฉีวรยุทธ์สูงส่งนะขอรับ"
"ไอ้โง่!"
"เป็นวรยุทธ์แล้วไง ใช้ธูปหอมรมยาสลบไม่เป็นรึไง?"
"จำไว้ ต้องให้ผู้หญิงจัดการเท่านั้นนะ เข้าใจไหม ในเมื่อเป็นของขวัญ ก็ต้องรับประกันว่านางยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้รอยขีดข่วน..."
[จบแล้ว]