- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าคือฝันร้ายของเล่าปี่และขงเบ้ง
- บทที่ 15 - เคาทูผู้รีบร้อนมาแจ้งข่าวดี!
บทที่ 15 - เคาทูผู้รีบร้อนมาแจ้งข่าวดี!
บทที่ 15 - เคาทูผู้รีบร้อนมาแจ้งข่าวดี!
บทที่ 15 - เคาทูผู้รีบร้อนมาแจ้งข่าวดี!
ข้อความนั้นสั้นมาก มีเพียงประโยคเดียว
ระบุเพียงว่ามีหญิงสาวถือทวนคู่สั้น ลักษณะคล้ายลิหลิงฉี เคยปรากฏตัวแถวชานเมืองฮูโต๋
ดูเหมือนจะมีเจตนาลอบสังหารโจโฉ เพื่อแก้แค้นให้บิดา
แต่เพียงประโยคเดียวนี้
ก็เพียงพอแล้ว
ซูเฉินอ่านจบก็เขียนจดหมายลับ ส่งถึงกงยูทันที
สั่งการให้หอเสียงสวรรค์จับตาดูความเคลื่อนไหวของลิหลิงฉีอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ หากพบเบาะแส ให้รีบรายงานทันที
ซูเฉินไม่ใช่พ่อพระ และไม่ได้มีความเมตตาล้นเหลือจนคิดว่าได้รับพละกำลังของลิโป้มาแล้ว จะต้องช่วยลิโป้แก้แค้น
เหตุที่เขาให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ ย่อมมีแผนการแอบแฝง
เพียงแต่ต่างจากที่คนอื่นคิด
เขาไม่ได้หวังในตัวลิหลิงฉี หรือเตียวเสี้ยนที่นางพาหนีมาด้วย
สิ่งที่ซูเฉินสนใจในครั้งนี้
ไม่ใช่ความงามของสตรี
แต่เป็นกองกำลังในตำนานที่เคยสร้างชื่อเสียงสะท้านปฐพีภายใต้การนำของลิโป้... [กองพันทะลวงค่าย]!
กองพันทะลวงค่ายคือกองทหารราบเกราะหนัก จำนวนไม่มาก เพียงแปดร้อยกว่านาย แต่ทุกคนล้วนเก่งกาจสามารถ อาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันเป็นระเบียบ
ไม่ใช่แค่ในนิยายสามก๊กที่มีการกล่าวถึง แม้แต่ในจดหมายเหตุสามก๊ก เปยซงจือผู้ให้คำอธิบายเพิ่มเติม ยังยกย่องกองพันนี้ว่า "บุกโจมตีที่ใด ไม่มีที่ไม่แตกพ่าย!"
เพราะมีกองกำลังนี้ ลิโป้จึงรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดอยู่ช่วงหนึ่ง ถึงขั้นต่อกรกับกองทหารชิงโจวและทหารเสือพยัคฆ์ของโจโฉได้สูสี
และกองทหารนี้ ก็หายสาบสูญไปพร้อมกับการตายของลิโป้ และแม่ทัพโกซุ่น
ในใต้หล้ายามนี้ หากจะมีใครรู้เบาะแสของกองกำลังนี้
ก็คงมีเพียงบุตรสาวของลิโป้ ลิหลิงฉี เท่านั้น
"เกิดในยุคกลียุค หากคิดจะเอาตัวรอด เพียงแค่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ย่อมไม่เพียงพอ จำต้องมีรากฐานกองกำลังของตนเองจึงจะมั่นคงที่สุด หากได้กองพันทะลวงค่ายมาช่วย ต่อให้วันหน้าข้าถูกโจโฉเขม่น ก็ยังมีเขี้ยวเล็บพอจะป้องกันตัว ยามคับขันก็สามารถตีฝ่าวงล้อมออกไปตั้งตัวเป็นใหญ่ได้..."
ซูเฉินพึมพำ
แม้ตอนนี้จะมีความคิดอยากตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่เขาก็ไม่วู่วามลงมือ
เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะขัดขวางกลุ่มเล่าปี่ได้มากที่สุด และเก็บเกี่ยวค่าอารมณ์ด้านลบได้มากที่สุด
หากแยกตัวออกไปตอนนี้ ก็เป็นเพียงคนหัวเดียวกระเทียมลีบ
ต่อให้ได้กองพันทะลวงค่ายมา ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการรบที่ผาแดงได้มากนัก หากคิดจะเล่นงานเล่าปี่ ลำพังกำลังของตัวเองคงมีจำกัด
คิดได้ดังนั้น ซูเฉินก็หันกลับมาตรวจสอบผลกำไรในครั้งนี้
รอบนี้ รางวัลจากระบบบวกกับผลจากแผนการ
ซูเฉินได้รับค่าอารมณ์รวม 4275 แต้ม และหีบสมบัติทองคำอีกหนึ่งใบ!
เขาไม่ลังเล เลือกแลกเปลี่ยนระดับสูงสุดทั้งหมด
พริบตาเดียว ตรงหน้าก็ปรากฏหีบสมบัติเงินสี่ใบ และหีบสมบัติทองคำหนึ่งใบ เปิดออกทีละใบ
...
[ยินดีด้วย โฮสต์เปิดหีบสมบัติเงิน x4 สำเร็จ!]
[ได้รับรางวัล ถุงน่องสีดำของจิงหนี x1! สูตรหมักสุราชั้นเลิศ x1! เมล็ดพันธุ์ข้าวปรับปรุง x1! เครื่องเทศย่างสูตรลับ x999!]
[คำเตือน: รางวัลที่เป็นสิ่งของ เมื่อแลกเปลี่ยนแล้วจะไปปรากฏอยู่ที่คฤหาสน์ ทั้งหมด โปรดให้โฮสต์เดินทางไปรับรางวัลที่คฤหาสน์ในเมืองฮูโต๋ด้วยตนเอง]
...
[ยินดีด้วย โฮสต์เปิดหีบสมบัติทองคำสำเร็จ ได้รับรางวัล: เนตรสัตยา!]
เมื่อใดก็ตามที่ค่าความจงรักภักดีหรือความรู้สึกดีของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือคนใกล้ชิดที่มีต่อโฮสต์เกิดการเปลี่ยนแปลง เนตรสัตยาจะแจ้งเตือนทันที
...
ซูเฉินตั้งตารอคอยรางวัลอย่างใจจดใจจ่อ
แต่พอเห็นรางวัลชิ้นแรก เขาก็แทบจะเป็นลมล้มพับ
คาดไม่ถึงเลยจริงๆ
อุตส่าห์คาดหวังไว้สูง
สิ่งแรกที่เห็นกลับเป็นถุงน่องสีดำของจิงหนี
นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย
ระบบเห็นข้าเป็นคนยังไง
ข้าดูเหมือนพวกบ้ากามงั้นหรือ?
ซูเฉินบ่นอุบอิบ
แล้วก็เก็บถุงน่องสีดำที่ตกลงมาในมือไว้อย่างมิดชิดแนบกาย ก่อนจะดูรายการต่อไป
ต้องยอมรับว่าระบบนี้ยังพอมีความดีความชอบอยู่บ้าง
นอกจากรางวัลชิ้นแรกที่ดูจะปั่นประสาทไปหน่อย ที่เหลือก็ดูปกติดี
ไม่ว่าจะเป็นสูตรหมักสุราหรือเมล็ดพันธุ์ข้าว ล้วนเป็นของล้ำค่าหายากในยุคนี้
ส่วนเครื่องเทศย่างสูตรลับ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แม้จะสร้างรายได้มหาศาลไม่ได้เหมือนสองอย่างแรก
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ทำให้ซูเฉินตื่นเต้นที่สุดกลับเป็นเจ้านี่
เพราะอาหารการกินในยุคโบราณนี้มันช่างจืดชืดเหลือทน
ต่อให้เป็นอาหารหรูหราในงานเลี้ยง
รสชาติก็งั้นๆ
ทำให้ปากคอของเขาจืดสนิทมาพักใหญ่แล้ว
เครื่องเทศย่าง 999 ชุดนี้ ชัดเจนว่าเป็นพระมาโปรดต่อมรับรสของเขา
แน่นอน ตื่นเต้นก็ส่วนตื่นเต้น
เขารู้ดีว่ารางวัลที่มีมูลค่าสูงสุดในครั้งนี้ไม่ใช่ของพวกนั้น
แต่เป็นรางวัลสุดท้าย เนตรสัตยา!
"พรสวรรค์ติดตัวงั้นหรือ..."
"ฟังดูร้ายกาจไม่ใช่เล่น"
"ไม่รู้ว่าพอใช้งานจริง จะเป็นอย่างไร"
"ช่างเถอะ เลิกคิดเรื่องนี้ มีโอกาสค่อยลองของ ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือเนื้อย่าง!"
ซูเฉินกวาดตามองคำอธิบาย
จากนั้นก็รีบสั่งพ่อครัวให้เตรียมขาแกะย่างสดๆ มาส่งให้เขาที่นี่
คาดไม่ถึงว่าเพิ่งจะสั่งไป
พอบิเจินเดินเข้ามา
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ของระบบก็ดังขึ้นที่ข้างหู
...
[ติ๊ง เนตรสัตยาแจ้งเตือน ค่าความจงรักภักดีของบิเจินที่มีต่อคุณเพิ่มขึ้นเป็น 100%! เข้าสู่สถานะ 'ยอมตายถวายชีวิต' แล้ว!]
...
??!
แค่ให้บิเจินไปส่งกงยู ทำไมค่าความภักดีถึงพุ่งเต็มร้อยได้ล่ะ
ซูเฉินงุนงง
ยังไม่ทันหายสงสัย
บิเจินก็รายงานว่า เคาทูขอเข้าพบ
"เคาทู?"
"พาเขามาพบข้าเถอะ"
ซูเฉินรู้อยู่แล้วว่าเคาทูมาทำไม
จึงสั่งให้บิเจินออกไปต้อนรับ
บิเจินพยักหน้า แต่ยังไม่ทันเดินออกไป
เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ของแม่ทัพเจ้าเสือทึ่ม ก็ดังแว่วมาจากนอกกำแพง
"ฮ่าฮ่าฮ่า~"
"น้องซู เจ้าทายสิว่าข้ามาหาเจ้าด้วยเรื่องอันใด?"
เคาทูร่างยักษ์
วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากข้างนอก
จากนั้นก็รีบถามเขาด้วยความตื่นเต้น
...
[ติ๊ง เนตรสัตยาแจ้งเตือน ค่าความรู้สึกดีของเคาทูที่มีต่อคุณเพิ่มขึ้นเป็น 80%! เข้าสู่สถานะ 'ไว้วางใจ' แล้ว!]
...
มองดูเจ้าเสือทึ่มที่ตื่นเต้นดีใจตรงหน้า แล้วมองดูข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
ซูเฉินก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ยุคสมัยนี้ ไม่ใช่ใครจะมีคุณสมบัติได้รับความไว้วางใจจากเคาทูได้ง่ายๆ
"จะมีเรื่องอะไรได้อีก"
"ถ้าข้าเดาไม่ผิด คงเป็นเรื่องทุ่งพกบ๋องเกิดไฟไหม้ตามที่คาดไว้ใช่หรือไม่"
"ถูกต้อง!"
"สมกับเป็นอัจฉริยะกิเลน เจ้าหนุ่ม เจ้านี่มันหยั่งรู้ดินฟ้าจริงๆ!"
เคาทูยกนิ้วโป้งให้ซูเฉิน
แล้วก็เริ่มเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ หน้าตาเบิกบาน
"เฮอะๆ เจ้าไม่รู้อะไร ตอนที่ท่านอัครมหาเสนาบดีเห็นข่าวนี้ ถึงกับเหงื่อตก ร้องว่าโชคดีเป็นบ้า ดีใจที่กองทัพส่วนหลังไม่บุ่มบ่ามเหมือนแฮหัวตุ้น
ไม่อย่างนั้นถ้าโดนขงเบ้งเผาด้วยไฟบรรลัยกัลป์เข้าจริงๆ กองทัพแสนนายคงเสียหายไปกว่าครึ่งแน่ๆ"
"คราวนี้เจ้าเฒ่าแฮหัวตุ้นคงโดนเรียกตัวกลับมารับโทษที่ฮูโต๋แหงๆ"
"เจ้าว่า พอแฮหัวตุ้นกลับมา จะถึงคราวที่ข้าจะได้ออกโรงสำแดงเดชบ้างหรือยัง?"
สำหรับเคาทู นี่คือฉากจบที่เขาปรารถนาที่สุด
พูดไปพูดมา ก็กำหมัดแน่น
ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นอยากลองของ
เห็นท่าทางเช่นนี้ นึกถึงภารกิจที่เพิ่งรับมา ซูเฉินก็ตาลุกวาว
เงียบไปครู่หนึ่ง จึงแกล้งถามลองเชิงว่า
"ท่านแม่ทัพเคาทู ท่านอยากฟังความจริง หรือคำโกหกเล่า?"
[จบแล้ว]