เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ปัญญาอ่อน

บทที่ 3 ปัญญาอ่อน

บทที่ 3 ปัญญาอ่อน


บทที่ 3 ปัญญาอ่อน

"นายน้อยอยู่ที่ไหน?"

ทันใดนั้น เสียงเย็นชาสายหนึ่งก็ดังมาจากด้านนอก

"นายน้อยกำลัง..."

"พาข้าไปเดี๋ยวนี้!"

เสียงเย็นชานั้นดังขึ้นอีกครั้ง เพียงครู่เดียวเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามา หลินเว่ยเงยหน้าขึ้นมองเห็นคนสองคนกำลังเดินตรงมาหาเขา คนนำหน้าคือศิษย์ที่ทำหน้าที่เฝ้าคุกใต้ดิน เป็นลูกน้องของผู้อาวุโสสามนามว่า หลัวหมิง

ด้านหลังหลัวหมิงคือชายวัยกลางคนคนหนึ่ง

เสื้อผ้าของชายผู้นั้นขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือด ใบหน้าดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นหลินเว่ย แววตาพลันฉายแววปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะรีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าหลินเว่ยทันที

"เซี่ยงเฮิงคารวะนายน้อย!"

ชายผู้นั้นคุกเข่าลงตรงหน้าหลินเว่ย ข้อมูลเกี่ยวกับชายคนนี้ผุดขึ้นในความทรงจำของหลินเว่ย

เซี่ยงเฮิง

หนึ่งในผู้คุ้มกฎของพรรคมาร ระดับการบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ขอบเขตแบ่งแยกวิญญาณขั้นสูงสุด เขาเคยได้รับความช่วยเหลือจากหลินจ้านเทียนในป่าทมิฬ และติดตามหลินจ้านเทียนมาโดยตลอดด้วยความจงรักภักดีอย่างยิ่งยวด

หลังจากหลินจ้านเทียนเสียชีวิต เขาก็ไม่ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับเก้าผู้อาวุโสใหญ่

ตรงกันข้าม เขากลับต้องการสนับสนุนหลินเว่ยให้ลุกขึ้นสู้

ทว่าเก้าผู้อาวุโสใหญ่นั้นแข็งแกร่งเกินไป และเมื่อสิ้นหลินจ้านเทียน ก็ไม่มีใครในพรรคมารยอมติดตามหลินเว่ยที่เป็นเพียงมดปลวกในขอบเขตแก่นทองคำ มีเพียงเซี่ยงเฮิงเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือหลินเว่ย หากไม่มีเซี่ยงเฮิง หลินเว่ยคงตายไปนานแล้ว!

แต่ถึงกระนั้น

หลินเว่ยก็ยังถูกผู้อาวุโสสามทำลายวรยุทธ์และจับโยนลงมาในคุกใต้ดินแห่งนี้

บัดนี้ เซี่ยงเฮิงกลับมาอีกครั้ง

"รีบลุกขึ้นเร็ว!"

หลินเว่ยรีบกล่าว ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง

ในเมื่อเขากำลังจะผงาดขึ้น เขาจำเป็นต้องมีคนข้างกาย!

เซี่ยงเฮิงผู้นี้ ต่อไปจะได้ติดตามเขา

"ขอบคุณนายน้อย!"

เซี่ยงเฮิงลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพ

จากนั้นราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ประกายเย็นยะเยือกวาบผ่านดวงตา เขาจ้องมองไปยังชายที่ยืนอยู่ข้างกายแล้วกล่าวเสียงเย็น "ทำไมเจ้ายังไม่รีบเปิดประตูคุกแล้วปล่อยนายน้อยออกมาอีก?!"

เมื่อหันกลับมามองหลินเว่ย เซี่ยงเฮิงกล่าวอย่างหนักแน่น "นายน้อย ท่านออกไปกับข้าก่อน ข้าจะช่วยท่านฟื้นฟูตันเถียนและทวงคืนพรรคมารกลับมาให้จงได้!"

"เอ่อ เรื่องนี้..."

แววตาของหลัวหมิงฉายแววลำบากใจ จากนั้นเขาก็บีบยันต์แผ่นเล็กในมือจนแตกละเอียด... มันคือยันต์ส่งเสียง

"เจ้ากล้าส่งข่าวรึ?"

"ตายซะ!"

"ปัง!"

เซี่ยงเฮิงลงมืออย่างเด็ดขาด เขาตบฝ่ามือลงบนศีรษะของหลัวหมิง ศีรษะของหลัวหมิงระเบิดออกทันที เลือดสาดกระเซ็นไปไกลกว่าหนึ่งจั้ง หลังจากสังหารหลัวหมิงแล้ว เซี่ยงเฮิงก็ก้าวไปข้างหน้า หมายจะใช้กำลังเปิดกรงขัง

"ตึง!"

แต่เพียงชั่วครู่ ร่างของเขาก็ถูกดีดกระเด็นออกมา

คุกใต้ดินแห่งนี้

ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา มันถูกผู้อาวุโสสามลงค่ายกลเสริมความแข็งแกร่งเอาไว้ การบำเพ็ญเพียรของเซี่ยงเฮิงอยู่เพียงขอบเขตแบ่งแยกวิญญาณ จะเปิดกรงขังนี้ได้อย่างไร? แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผสานกายก็ยังยากที่จะเปิดมันออก

การบำเพ็ญเพียรของผู้อาวุโสสามนั้น อยู่ในระดับขอบเขตผสานกายขั้นสูงสุด

"เซี่ยงเฮิง สุดท้ายเจ้าก็มารนหาที่ตายสินะ?"

ทันใดนั้น เสียงชั่วร้ายก็ดังมาจากด้านนอก ไม่นานนักชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา

ชายผู้นั้นมองเซี่ยงเฮิงด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ด้านหลังเขายังมีชายอีกสองคนเดินตามมา

"โม่เหวิน!"

เมื่อเซี่ยงเฮิงเห็นผู้มาเยือน สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปทันที

ผู้ที่มาคือบุตรชายของผู้อาวุโสสาม โม่เหวิน!

การบำเพ็ญเพียรของเขาอยู่ที่ขอบเขตแบ่งแยกวิญญาณขั้นสูงสุดเช่นกัน ส่วนชายสองคนที่ด้านหลังก็มีการบำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตผสานกายขั้นต้น เห็นได้ชัดว่าโม่เหวินวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว

เขารอให้เซี่ยงเฮิงปรากฏตัวอยู่ที่นี่

และหลินเว่ยก็เป็นเพียงเหยื่อล่อ

"เจ้าสุนัขโม่เหวิน!"

ใบหน้าของเซี่ยงเฮิงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาผุดลุกขึ้นกำดาบในมือแน่น ปราณมารสีโลหิตปกคลุมดาบมาร แผ่จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

"จับมันไว้! ส่วนเจ้าเด็กนี่ ข้าจะจัดการเอง!"

โม่เหวินสั่งการเสียงเย็น สายตาที่มองไปยังหลินเว่ยเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นายน้อยที่เคยอยู่สูงเสียดฟ้า นายน้อยที่แม้แต่เขาเคยต้องนอบน้อม บัดนี้ได้ตกมาอยู่ในกำมือของเขาแล้ว?

"โม่เหวิน!"

หลินเว่ยเลิกคิ้วขึ้น

แค่โม่เหวินคนเดียว

หลินเว่ยไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

ในดินแดนเก้าทวีป ช่องว่างระหว่างระดับพลังนั้นมหาศาล แม้แต่ความต่างระหว่างขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สองยังห่างไกลกันมาก นับประสาอะไรกับหลินเว่ยที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์แล้ว ในขณะที่โม่เหวินเป็นเพียงขอบเขตแบ่งแยกวิญญาณขั้นสูงสุด

ทั้งสองคนอยู่คนละระดับกันโดยสิ้นเชิง

"หลินเว่ย เมื่อก่อนเจ้าหยิ่งยโสนักไม่ใช่หรือ? จำได้ไหม? เคยมีโอสถโลหิตมารเม็ดหนึ่งที่ข้าอยากได้ แต่เพราะคำพูดเดียวของพ่อเจ้า มันก็ตกเป็นของเจ้าทันที ไหนจะคัมภีร์จักรพรรดิโลหิตมาร นั่นเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ถึงขอบเขตจักรพรรดิมาร เจ้ามีคุณสมบัติอะไรถึงได้ฝึกมัน? แล้วทรัพยากรนับไม่ถ้วนพวกนั้นอีก..."

"ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเจ้า คนอย่างเจ้าจะมีปัญญาครอบครองสิ่งเหล่านี้หรือ?"

ขณะมองหลินเว่ย แววตาของโม่เหวินค่อยๆ เต็มไปด้วยความริษยา

"โม่เหวิน บังอาจนัก! นายน้อยเป็นบุตรชายของประมุขพรรค ย่อมมีสิทธิ์ฝึกฝนคัมภีร์จักรพรรดิโลหิตมาร! เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมาหมายปองคัมภีร์จักรพรรดิโลหิตมาร?!"

เซี่ยงเฮิงตวาดด้วยความโกรธ

"หุบปาก!"

ใบหน้าของโม่เหวินบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย

ในแง่ของพรสวรรค์

เขาแข็งแกร่งกว่าหลินเว่ยมาก ในแง่ของการบำเพ็ญเพียร เขาก็เหนือกว่าหลินเว่ย ทำไมหลินเว่ยถึงได้ฝึกคัมภีร์จักรพรรดิโลหิตมาร? ทำไมหลินเว่ยถึงมีทรัพยากรมากกว่าเขา? เขาไม่ยอมรับ!

แต่เพราะมีหลินจ้านเทียนอยู่

เขาและพ่อจึงไม่กล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว

ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว

เพราะหลินจ้านเทียนตายแล้ว

"ฮ่าๆๆ... เซี่ยงเฮิง เจ้าคิดว่าเจ้าขยะนี่จะยังเป็นนายน้อยของพวกเราอยู่อีกรึ? ตอนนี้หลินจ้านเทียนตายแล้ว ทุกอย่างต้องตกเป็นของข้า! เมื่อท่านพ่อของข้าขึ้นเป็นประมุขพรรคมาร ทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะเป็นของข้า!"

โม่เหวินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางจ้องมองหลินเว่ย

ส่วนหลินเว่ย

เขามองโม่เหวินด้วยรอยยิ้มกึ่งบึงกึ่งยิ้ม

ช่างน่าสมเพช!

แน่นอนว่าเป็นเพราะระดับการบำเพ็ญเพียรของหลินเว่ยสูงกว่าโม่เหวินมากเกินไป มิฉะนั้นโม่เหวินอาจสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่ในเวลานี้ โม่เหวินมองเห็นหลินเว่ยเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

"โม่เหวิน เจ้ากล้าแตะต้องนายน้อยงั้นรึ?!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเซี่ยงเฮิงก็เปลี่ยนเป็นสีเลือดทันที ปราณมารในกายปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

โม่เหวินดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้มาก เขามองเซี่ยงเฮิงด้วยสายตาดูแคลนและยิ้มเยาะ

"เซี่ยงเฮิง วันนี้ข้าจะฆ่ามันต่อหน้าต่อนตาเจ้า!"

พูดจบ

เขาประสานอินมือ ประตูคุกใต้ดินก็เปิดออก โม่เหวินเดินตรงเข้าไป จากนั้นประสานอินมืออีกครั้ง ประตูคุกก็ถูกเขาปิดลง

"โม่เหวิน เจ้ากล้า?!"

สีหน้าของเซี่ยงเฮิงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงทันที

ในความคิดของเขา หลินเว่ยที่สูญเสียวรยุทธ์จะเป็นคู่ต่อสู้ของโม่เหวินที่อยู่ขอบเขตแบ่งแยกวิญญาณได้อย่างไร?

"ผ่าโลหิตมาร!"

ด้วยเสียงคำรามกึกก้อง เซี่ยงเฮิงฟาดดาบใส่กรงขังเต็มแรง

"ปัง!"

แต่ในวินาทีถัดมา แสงสว่างเจิดจ้าก็พุ่งขึ้นจากกรงขัง อักขระมารนับไม่ถ้วนส่องสว่าง การโจมตีของเซี่ยงเฮิงนอกจากจะผ่ากรงขังไม่ได้แล้ว ยังส่งร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปไกล

"พรวด!"

เซี่ยงเฮิงกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต

"ฮ่าๆๆ... ต่อไปก็คอยดูเจ้าขยะนี่ตายด้วยน้ำมือข้าเถอะ!"

โม่เหวินหัวเราะลั่น คุกใต้ดินนี้มีเขตอาคมของผู้อาวุโสสาม หากไม่มีวิธีเปิดเฉพาะทาง ก็ไม่มีทางเข้ามาได้ แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผสานกายทั่วไปยังเข้ามาไม่ได้

นับประสาอะไรกับเซี่ยงเฮิง

"เจ้ามีความสุขมากสินะ?"

หลินเว่ยมองโม่เหวินแล้วกล่าวเรียบๆ

เปิดเขตอาคมเข้ามา

แล้วก็ปิดเขตอาคมขังตัวเองอีกครั้ง เจ้าโม่เหวินนี่ต้องเป็นคนปัญญาอ่อนแน่ๆ!

หากโม่เหวินรู้ว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีพลังเทียบเท่าขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์ ไม่รู้ว่ามันจะคิดอย่างไร และยังจะหัวเราะออกอยู่อีกไหม

"ภายในพรรคมาร ท่านพ่อของข้าควบคุมยอดฝีมือไว้ได้เจ็ดส่วนแล้ว หลินเว่ย ตอนนี้ข้าจะฆ่าเจ้า ไม่มีใครหยุดข้าได้หรอก เจ้ารู้สึกกลัวมากไหม? อยากคุกเข่าขอชีวิตหรือเปล่า?"

โม่เหวินจ้องมองหลินเว่ย เขาอยากเห็นความหวาดกลัวบนใบหน้านั้น

แต่ครู่ต่อมา

เขาก็ต้องผิดหวัง!

หลินเว่ยเพียงแค่จ้องมองเขาอย่างเงียบเชียบ

ภายในกรงขัง

พลันเงียบสงัดลงในชั่วขณะ

เนิ่นนานผ่านไป

หลินเว่ยก็เค้นคำพูดออกมาสองคำ

"ปัญญาอ่อน!"

สองคำเบาๆ นั้น ฟังดูแสบแก้วหูอย่างยิ่งในคุกใต้ดินแห่งนี้

จบบทที่ บทที่ 3 ปัญญาอ่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว