- หน้าแรก
- เจ้าปีศาจจะหนีไปไหน
- บทที่ 45: กะโหลกประกบ
บทที่ 45: กะโหลกประกบ
บทที่ 45: กะโหลกประกบ
บทที่ 45: กะโหลกประกบ
นี่ไม่ใช่จางอวี้หนิง และเกรงว่าจะไม่ใช่ศิษย์สำนักเซิงฮวาอะไรนั่นด้วย
แต่นี่คือมารร้าย!
เซี่ยฮาหมาพุ่งทะยานลงมาจากกลางอากาศ ชายเสื้อคลุมนักพรตสะบัดพริ้วตามแรงลมดูราวกับพญาอินทรีตัวใหญ่
ยันต์อัคคีแผ่นหนึ่งลากหางไฟลุกโชนพุ่งตรงออกไป พญาอินทรีขยับปีกอีกครา ยันต์อัคคีอีกหลายแผ่นก็บินตามออกไปติดๆ
ทันใดนั้น เปลวเพลิงก็ลุกโชติช่วงปกคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของห้อง!
มารร้ายมิได้หวาดหวั่นต่อภยันตราย มันเงยหน้าเผชิญหน้ากับเซี่ยฮาหมาพร้อมกับวาดแขนออกไป
กระดาษวาดภาพบนโต๊ะลอยหวือขึ้นมา พร้อมกับขยายขนาดกว้างและยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เปลวไฟพุ่งเข้าปะทะกับกระดาษ กระดาษแผ่นนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำและแข็งตัวขึ้นในพริบตา
มันถูกเผาจนเกรียม
แต่ก็สามารถป้องกันเปลวไฟเอาไว้ได้
มารร้ายสะบัดมืออีกครั้ง ภาพวาดบนผนังพลันขยับไหว เสือโคร่งหน้าผากขาวตัวมหึมากระโจนออกมาจากในภาพ เงยหน้าขึ้นคำรามกึกก้อง!
หลังคาบ้านแตกกระจายอีกครั้ง เงาร่างคนผู้หนึ่งฝ่าเปลวเพลิงลงมาราวกับเทพสังหาร เหยียบย่ำเปลวไฟที่ลุกไหม้ บุกตะลุยลงมาด้วยท่วงท่าดุดัน
ดาบยาวฟันฉับ!
เสือโคร่งเงยหัว!
หัวเสือถูกผ่าแยกเป็นสองซีก เสือโคร่งตัวนั้นเลือนหายไปทันที ภาพวาดบนผนังก็ฉีกขาดเสียหาย
น่าสงสารเจ้าป่า ยังไม่ทันได้เก๊กหล่อคำรามข่มขวัญสักแอะ ก็โดนฟันร่วงไปซะแล้ว
หวังฉีหลินม้วนตัวลงพื้น ใช้มือซ้ายตบพื้นส่งแรงดีดลำตัวพุ่งขวางไปด้านหน้า มือขวากระชับดาบมารฟันรัวเร็วสามดาบซ้อน!
มารร้ายสะบัดมืออีกครั้ง ฉากกั้นห้องระเบิดออก กระดาษขาวแผ่นหนึ่งปลิวออกมา กลายสภาพเป็นผ้าปูที่นอนสีขาวผืนใหญ่พุ่งเข้าใส่เซี่ยฮาหมา
เซี่ยฮาหมาลงถึงพื้นก็อาศัยจังหวะถอยหลัง สะบัดมือรัวๆ ปล่อยยันต์ออกมาต้านทานผ้าขาวผืนนั้น
หวังฉีหลินเผชิญหน้ากับมารร้าย หลังจากฟันสามดาบแล้วเขาก็ยืนปักหลักมั่น เปลี่ยนมาจับดาบด้วยสองมือ ฟันออกไปหนึ่งดาบ กระบวนท่า... นกยูงรำแพน!
เงาดาบนับสิบสายแผ่กระจายเรียงรายกวาดเข้าใส่มารร้าย แต่มารร้ายกลับเคลื่อนไหววูบวาบ หลบหลีกคมดาบทั้งหมดไปได้อย่างเหลือเชื่อ
หวังฉีหลินใจหายวาบ
ร่างของมารร้ายวูบไหวอีกครั้ง เพียงก้าวเดียวก็มาโผล่ตรงหน้าเขา ยื่นมือมาคว้าลำคอเขาไว้แน่น
ไอเย็นยะเยือกแฝงความโหดเหี้ยมไหลทะลักผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายเขา ในใจของเขาพลันบังเกิดความรู้สึกโหดร้าย ทารุณ และเคียดแค้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ปลาไท่จี๋ในหยกคู่มัจฉาเริ่มแหวกว่าย มือของมารร้ายที่บีบคอเขาอยู่ลุกไหม้เป็นไฟขึ้นมาทันที ร่างของมันวูบไหวอีกครั้ง รีบถอยร่นออกไป
เปลวไฟไหลตามไอเย็นเข้าสู่ร่างกายของหวังฉีหลิน เผาผลาญความหนาวเหน็บจนมลายสิ้น
หวังฉีหลินกลับสู่สภาวะปกติ เขารู้ว่ามารร้ายตนนี้รับมือยาก จึงรีบโคจรลมปราณขับปราณดาบออกมา ร่างกายหมุนวนดุจสายลม ไล่ตามมารร้ายไปพร้อมกับฟันดาบใส่อย่างต่อเนื่อง
ปราณดาบเล่นงานมารร้ายจนตั้งตัวไม่ติด ร่างของมันถอยหลังหลบคมดาบไปได้ แต่ก็เฉียดฉิวถูกปราณดาบกวาดใส่
สนิมแดงดั่งเลือดบนตัวดาบบิดเบี้ยว ร่างของมารร้ายถูกกรีดเป็นแผล หมอกสีแดงเข้มพวยพุ่งออกมา
ฉวยโอกาสตอนมันเจ็บ เอาชีวิตมันซะ!
หวังฉีหลินรุกไล่กระชั้นชิด ร่างของมารร้ายวูบหายไปโผล่หลังฉากกั้น
เซี่ยฮาหมาเหวี่ยงเก้าอี้ตัวหนึ่งตามเข้าไป
จังหวะที่เก้าอี้จะกระแทกฉากกั้น มันกลับกลายเป็นแมวป่าตัวหนึ่ง
กรงเล็บแมวป่าฉีกกระชากฉากกั้น แต่ใต้ฉากกั้นกลับเป็นแผ่นน้ำแข็ง ซึ่งแช่แข็งแมวป่าเอาไว้ในพริบตา
จากนั้นแผ่นน้ำแข็งก็ลามไหลออกมา หมายจะแช่แข็งพวกเขาไปด้วย
หวังฉีหลินฟันดาบใส่ แผ่นน้ำแข็งเกิดรอยร้าวแต่ไม่แตกสลาย
ลมแรงปะทะใบหน้า
เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นศีรษะด้านหลัง ลอยข้ามอากาศมา ฝ่ามือขาวซีดตบลงมาที่เขา
อานุภาพร้ายกาจ
หวังฉีหลินรีบถอยหลัง
ด้านหลังก็มีแผ่นน้ำแข็งปรากฏขึ้น ฝ่ามือฟาดเข้ามาถึงหน้า หวังฉีหลินจำต้องระดมลมปราณสิบปีฟันดาบเข้าใส่สุดแรง
คมดาบปะทะฝ่ามือ
มารร้ายกระเด็นถอยหลัง หวังฉีหลินเองก็เซถอยหลัง
จากนั้นร่างของมารร้ายก็ส่ายไหวอย่างพิสดารกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้ง
พลังเก่าหมดไป พลังใหม่ยังไม่ก่อกำเนิด!
หวังฉีหลินร้องโอดโอยในใจ กลิ้งตัวหลบหลีก ของในอกเสื้อสั่นไหว เขาฉุกคิดถึง 'โอสถเทพประทาน' ที่เพิ่งหลอมเสร็จเมื่อครู่ขึ้นมาได้ทันที
ช่างเป็นยาวิเศษที่รู้ความจริงๆ!
พอตั้งสติได้เขาก็ลุกขึ้น พร้อมกับคว้าเม็ดยายัดใส่ปาก
ละลายในปากทันที
ลมปราณใหม่หลั่งไหลเข้าสู่แขนขาและจุดชีพจรทั่วร่างไม่ขาดสาย
มารร้ายไล่ตามไม่ลดละ หวังฉีหลินบิดเอวใช้กระบวนท่า... ม้าหวน!
ลมปราณที่รุนแรงกว่าเดิมพุ่งทะยานดุจลาวาระเบิด ไหลเข้าสู่ดาบมาร ปราณดาบวูบวาบดั่งลิ้นงูพิษ ยืดพุ่งออกไปอีกหนึ่งศอก!
การโจมตีนี้เล่นงานมารร้ายจนตั้งตัวไม่ทัน เท่ากับว่ามันพุ่งเข้ามาหาที่ตายเอง ปราณดาบเฉือนผ่านศีรษะของมัน เส้นผมรุงรังถูกตัดขาด กลายเป็นหมอกเลือดฟุ้งกระจายเต็มฟ้า
มารร้ายถอยหนี หวังฉีหลินไล่ตาม มือหนึ่งถือดาบไล่ฟัน อีกมือล้วงยาในอกเสื้อยัดใส่ปากไม่ยั้ง
พลังใหม่ก่อเกิด!
พลังใหม่ก่อเกิด!
พลังใหม่มาอีกแล้ว!
ดาบมารแปรเปลี่ยนเป็นเงาดาบไร้ที่สิ้นสุด พัวพันรอบตัวมารร้ายไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแสงดาบรออยู่!
หมอกเลือดพุ่งเสียดฟ้า
แสงไฟหมื่นครัวเรือน!
ปราณดาบอันหนาวเหน็บทะลวงร่างมารร้าย ร่างที่วูบไหวไปมาของมันหยุดชะงัก แล้วสลายกลายเป็นลำควันสีแดงขนาดใหญ่
เตาหลอมโชคชะตาลอยออกมา...
เพียงไม่กี่กระบวนท่าสั้นๆ แต่หวังฉีหลินรู้สึกหมดแรงข้าวต้ม รอจนเตาหลอมโชคชะตาปรากฏตัว เขาจึงใช้ดาบยันพื้นนั่งยองๆ สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
ในขณะเดียวกัน เสียงตวาดก้องของสวีต้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตู "ปีศาจจากทิศใด ให้ท่านปู่ได้ลองเชิงเจ้าหน่อย!"
ด้านนอกห้องนอนเสียงคนดังเซ็งแซ่ เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของหมอเทวดาจาง เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างตื่นเต้นของพวกอันธพาล และแน่นอนว่าต้องมีเสียงคำรามอันน่าเกรงขามของสวีต้า
หลังจากโคจรลมปราณครบรอบเล็ก หวังฉีหลินก็ลุกขึ้นเดินออกไปแล้วกล่าวว่า "เงียบ!"
หมอเทวดาจางวิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาเขา ร้องถามว่า "ใต้เท้าหวัง นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ?"
หวังฉีหลินตอบ "จับผี!"
"ไม่ใช่ผี แต่เป็นปีศาจ นี่คือ 'เหอเป้านู่' (ปีศาจกะโหลกประกบ)!" เซี่ยฮาหมาเดินโขลกเขลกออกมาอธิบาย
หมอเทวดาจางมองทั้งสองคนด้วยความคาดหวัง "งั้นหลานข้า..."
เซี่ยฮาหมาเอ่ยเสียงเบา "ขอแสดงความเสียใจด้วย"
หมอเทวดาจางตาเหลือกทำท่าจะเป็นลมล้มพับ
หวังฉีหลินนึกถึงภาพอาถรรพ์บนผนัง จึงกล่าวว่า "น่าจะยังไม่ตาย"
หมอเทวดาจางเซไปก้าวหนึ่งแล้วรีบพุ่งเข้าไปในห้อง "ยัง... ยังไม่ตาย? หนิงเอ๋อร์? หนิงเอ๋อร์!"
ในห้องข้าวของระเกะระกะ โต๊ะเก้าอี้กระดาษวาดภาพแตกหักเสียหายเกลื่อนกลาด แต่ไม่มีคน
ไม่มีคนเป็น และไม่มีคนตาย
หมอเทวดาจางมองเขาด้วยสายตาวิงวอน "หนิงเอ๋อร์ของข้าไม่ได้อยู่ในห้อง ใช่ไหมขอรับ?"
หวังฉีหลินพาเขาเดินไปที่ภาพเหมือนของจางอวี้หนิง แล้วกล่าวว่า "หลานท่านน่าจะถูกผนึกอยู่ในนี้"
หมอเทวดาจางคิดว่าเขาพูดจาเหลวไหล กำลังจะกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง แต่ปรากฏว่าจางอวี้หนิงในภาพวาดกลับกระพริบตาปริบๆ อย่างช้าๆ
เล่นเอาหมอเทวดาเฒ่าตกใจแทบสิ้นสติ รีบถอยหลังกรูด "นี่... นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
เซี่ยฮาหมาถาม "สองเดือนมานี้หลานชายท่านได้ไปสถานที่แปลกประหลาดอะไรมาบ้างหรือเปล่า?"
หมอเทวดาเฒ่าส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ "อย่างมากก็ไปตรวจคนไข้ตามหมู่บ้านในชนบท ไม่ได้ไปที่แปลกๆ แน่นอนขอรับ"
เซี่ยฮาหมาถามต่อ "ไม่ได้ไปพวกป่าช้า หลุมศพเก่า หรือลานประหาร?"
หมอเทวดาจางตอบ "เปล่าขอรับ เขาไม่ได้ไป"
เซี่ยฮาหมาลูบเคราขมวดคิ้ว "แปลกแฮะ"
หวังฉีหลินเองก็รู้สึกแปลกใจ
เขารู้จัก 'เหอเป้านู่' ปีศาจชนิดนี้เกิดจากศีรษะที่ถูกตัดขาดหรือกะโหลกศีรษะที่ถูกทุบจนแตกละเอียด เมื่อศีรษะคนหรือเศษกะโหลกที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นมารวมตัวกัน และมีภูตผีมาสิงสู่ ปีศาจกะโหลกประกบก็จะถือกำเนิดขึ้น
ตามความหมายตัวอักษร ปีศาจชนิดนี้ก็คือหัวคนละครึ่งซีกสองหัวมาประกบติดกัน ความจริงอาจจะเป็นเศษหัวหลายๆ ชิ้นมารวมกันก็ได้ ดังนั้นบางครั้งบนหัวจึงไม่มีหน้า บางครั้งก็มีหลายหน้า
นี่เป็นปีศาจที่พบเห็นได้ยาก หวังฉีหลินจึงคาดเดาว่ามันน่าจะหลุดออกมาจากเส้นทางยมโลกสายใหม่
เขาถามเซี่ยฮาหมาอีกว่า "ท่านนักพรต ทำไมเจ้าปีศาจกะโหลกประกบนี่ถึงใช้วิชาของสำนักเซิงฮวาได้ล่ะ?"
เซี่ยฮาหมาส่ายหน้า "ไม่รู้สิ แต่อาจจะไม่ใช่วิชาของสำนักเซิงฮวา แค่มีหลักการคล้ายคลึงกันเฉยๆ"
ไม่กลัวปีศาจที่รับมือยาก แต่กลัวปีศาจที่รู้วิชาอาคม
ตอนนั้นเอง สวีต้าที่กำลังเก็บรวบรวมภาพวาดอยู่ในห้องก็ร้องขึ้นมา "ซาต้าต่าน?"
พวกอันธพาลพยายามจะเบียดเข้ามาดู หวังฉีหลินรู้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี จึงสั่งสวีต้า "คุมสถานการณ์"
สวีต้ายื่นภาพวาดให้เขา แล้วก้าวพรวดไปที่ประตู คว้าคอเสื้ออันธพาลตัวดีที่เบียดเข้ามาอย่างกระตือรือร้นที่สุด แล้วจับทุ่มลงพื้น!
เรียบง่าย รุนแรง ได้ผล
หวังฉีหลินดูภาพวาดนั้น เป็นภาพใบหน้าที่ปีศาจกะโหลกประกบวาดไว้บนโต๊ะเมื่อครู่นี้เอง
เขาเอ่ยขึ้น "ข้ารู้แล้ว เจ้าปีศาจกะโหลกประกบอยากใช้หน้าของซาต้าต่าน"
สวีต้าเกาหัวแกรกๆ "มันตาบอดหรือไง? ถึงได้ถูกใจหน้าตาแบบนั้น? หน้าของคุณชายจางไม่ดีตรงไหน? นอกจากเจ้าเจ็ดแล้ว ในตำบลฝูหลงก็มีเขานี่แหละที่หล่อเหลา"
หมอเทวดาจางถลึงตาใส่เขา!
หวังฉีหลินนึกถึงใบหน้าที่ควบคุมไม่ได้ของจางอวี้หนิงตอนเจอกันเมื่อหัวค่ำ จึงกล่าวว่า "หน้าของคุณชายจางน่าจะใช้ได้อีกไม่นาน ถ้าข้าเดาไม่ผิด หน้าคนหนึ่งหน้ามันใช้ได้ไม่นานหรอก"
"หน้าหนึ่งหน้าใช้ได้ไม่นาน แต่มันวาดใหม่ได้" เซี่ยฮาหมาส่ายหน้า "ดังนั้นสิ่งที่มันถูกใจไม่ใช่หน้าของซาต้าต่าน แต่เป็นร่างกายของซาต้าต่านต่างหาก"
สวีต้ายิ่งงงหนัก "อยากได้ตัวมัน?"
พูดจบเขาก็หัวเราะก๊าก "โอ๊ยแม่เจ้า รสนิยมแปลกพิลึกชะมัด"
"เจ้าโง่" เซี่ยฮาหมากล่าวเสียงขรึม "ก่อนหน้านี้ลูกน้องเจ้าเคยบอกว่า เจ้าซาต้าต่านนี่ซื่อบื้อมาตั้งแต่เกิด เขาอาจจะเป็นพวกวิญญาณไม่สมประกอบมาแต่กำเนิด คนแบบนี้ง่ายต่อการถูกผีเข้าหรือปีศาจสิงสู่"
"แต่ลูกน้องเจ้าก็บอกอีกว่าเขาชอบไปเดินเล่นแถวป่าช้ามาตั้งแต่เด็กโดยไม่เป็นอะไร แสดงว่าเขาน่าจะมีพลังหยางสูง ธาตุไฟแรงกล้า ดังนั้นภูตผีปีศาจจึงเข้าใกล้ไม่ได้"
"แต่เจ้าซาต้าต่านกลับได้ภาพอาถรรพ์ที่มีปีศาจสาวออกมาเมื่อหลายวันก่อน พอใต้เท้าหวังเผาภาพนั้นทิ้ง ที่บ้านเขาก็มีภาพใหม่โผล่มาอีก มันคืออะไรกันแน่?"
หวังฉีหลินวิเคราะห์ออกมาได้เช่นกัน "ปีศาจกะโหลกประกบส่งภาพอาถรรพ์แบบนี้ให้เขาตลอด"
เซี่ยฮาหมาพยักหน้า "ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ให้ภาพ แต่ยังให้ยาบำรุงด้วย ทำแบบนี้เพื่ออะไร?"
หวังฉีหลินตอบ "คงไม่ใช่โครงการเอื้ออาทรเรื่องบนเตียงแน่"
"ถูกต้อง เพื่อสูบพลังหยางของเขา เพื่อดับไฟธาตุในตัวเขาไงล่ะ!"
หวังฉีหลินกล่าว "ข้าเข้าใจแล้ว มันแค่อาศัยสถานะของจางอวี้หนิงชั่วคราว เพราะยึดร่างจางอวี้หนิงไม่ได้ มันเลยต้องคอยวาดหน้าให้ตัวเองใหม่เรื่อยๆ และวิธีแก้ปัญหานี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็คือ ไปยึดร่างของซาต้าต่านซะ!"
เซี่ยฮาหมามองไปที่ภาพวาด "นี่ก็เป็นสาเหตุที่มันผนึกจางอวี้หนิงไว้ในภาพแทนที่จะฆ่าทิ้ง เพราะการจะใช้วิชาลับวาดหน้า จำเป็นต้องใช้ไอเลือดของมนุษย์"
"ในทำนองเดียวกัน ซาต้าต่านก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่ และถูกผนึกไว้ในภาพวาดเช่นกัน"