เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 จดหมายจากบ้านสี่ฉบับ (ตอนพิเศษ)

บทที่ 124 จดหมายจากบ้านสี่ฉบับ (ตอนพิเศษ)

บทที่ 124 จดหมายจากบ้านสี่ฉบับ (ตอนพิเศษ)


ถึงฮุ่ยฉิน ภรรยาสุดที่รักของฉัน:

ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่จินหลิงจะยังสบายดีอยู่หรือไม่ ฉันกับคุณพ่อเดินทางถึงซานฟรานซิสโกแล้วเมื่อวันก่อน สิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างทางไม่สะดวกที่จะเล่าให้เธอฟังอย่างละเอียดในจดหมาย เพียงแต่รู้สึกได้ถึงความต่ำต้อยและไร้ความสามารถของตัวเองอย่างสุดซึ้ง เรือที่ฉันนั่งออกจากมณฑลกวางตุ้งผ่านทางฮ่องกง บนเรือกลับมีคนจีนส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ามนุษย์กับเด็กสาวที่พวกเขาหลอกลวงมา พอถึงซานฟรานซิสโกก็นำคนมาชั่งน้ำหนักคิดเป็นปอนด์คำนวณเงินราวกับเป็นปศุสัตว์ ช่างน่าปวดใจแต่กลับทำอะไรไม่ได้ ฉันเองก็เคยคิดจะทิ้งพู่กันไปเป็นทหาร แต่กลับทำได้เพียงเกลียดชังความอ่อนแอไร้ความสามารถของตัวเอง

นับวันดูแล้ว ตอนที่เธอได้รับจดหมายก็น่าจะได้เวลาออกเดินทางไปมณฑลกวางตุ้ง คุณพ่อฝากให้ฉันบอกเธอว่าให้ดูแลคุณแม่กับพี่ใหญ่ให้ดี พี่รองเสียไปแล้ว แม่หนูเฟินก็หายตัวไป หลังจากขึ้นเรือแล้วเธอต้องดูแลพวกท่านให้ดี อย่าให้พวกท่านเดินไปไหนมาไหนตามใจชอบ เดี๋ยวจะไปเห็นเด็กสาวที่ถูกหลอกลวงมาแล้วจะสะเทือนใจเอาได้ หมิงชิงถึงจะเป็นผู้ชายแต่ก็นิสัยขี้ขลาดไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ส่วนหมิงเจ๋อก็เอาแต่ทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระ หากเจอเรื่องใหญ่โตอะไรยังคงต้องรบกวนเธอช่วยใส่ใจให้มากหน่อย ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่เขยใหญ่มีข่าวคราวบ้างหรือเปล่า เธอก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป คุณพ่อจัดคนคอยรับรองที่จินหลิงไว้นานแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเธอก็จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน

หลายเดือนมานี้ ฉันมักจะครุ่นคิดอยู่บนดาดฟ้าเรือในยามค่ำคืน เรือฝ่าคลื่นลมไปข้างหน้า เสียงคลื่นที่ซัดกระทบตัวเรืออันหนักอึ้งในหูของฉันกลับเป็นเสียงคร่ำครวญทีละครั้ง หลายเดือนมานี้ มีเพียงตอนที่คิดถึงเธอ ฉันถึงจะมีความสุข ท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พอมองขึ้นไปก็จะเห็นดวงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า แต่ก็ไม่มีดวงใดส่องสว่างเท่าเธอ ฉันคิดถึงเธอมากขึ้นทุกวัน และก็รักเธอมากขึ้นทุกวันเช่นกัน

ฉันซื้อกุหลาบที่เธอชอบที่สุดมาหนึ่งกระถาง รอเพียงหิมะในฤดูหนาวละลาย ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิออกดอก เมื่อเธอมาถึง มันจะเบ่งบานเพื่อเธอ

หลี่หมิงอี วันที่ 17 เดือนธันวาคม

ถึงฮุ่ยฉินที่รักของฉัน:

สัปดาห์ก่อนเธอเขียนจดหมายมาบ่นว่าหมิงเจ๋อทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระและทำให้คุณแม่ไม่พอใจ ฉันเขียนจดหมายไปสั่งสอนเขาแล้ว เขาเองก็มีเจตนาดี หลังจากคุณพ่อจากไป คุณแม่ก็เศร้าซึมมาตลอด ถึงหมิงเจ๋อจะเอาแต่ทำเรื่องเหลวไหล แต่เจตนาเดิมของเขาก็ดี

ฉันตัดสินใจขายบ้านที่แวนคูเวอร์โดยพลการไปแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศดีขึ้นมาก ฉันกับเพื่อนอีกหลายคนร่วมกันบริจาคเงินสองแสนดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนการต่อต้านสงคราม ช่วงนี้ที่บ้านอาจจะลำบากหน่อย หวังว่าเธอจะไม่โกรธนะ อากาศที่แวนคูเวอร์ดีมาก ถึงฤดูหนาวจะหนาวแต่ฤดูร้อนก็เย็นสบาย มีคนขาวอยู่เยอะแต่ก็ไม่เหมือนที่ซานฟรานซิสโกที่ไม่เป็นมิตรกับคนผิวเหลือง ฉันเคยพูดกับคุณแม่หลายครั้ง แต่ท่านก็ไม่ยอมมาตลอด ตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว หวังว่าเธอจะช่วยฉันเกลี้ยกล่อมคุณแม่ด้วยกัน อากาศที่ซานฟรานซิสโกไม่เหมาะกับท่านจริง ๆ

จริงสิ ยังมีข่าวดีอีกอย่างหนึ่ง วันก่อนฉันได้ช่องทางติดต่อของมาร์กาเร็ต มิตเชลล์ที่คุณชื่นชมมาตลอด ฉันเขียนจดหมายไปหาเธอแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานคงจะได้รับการตอบกลับ

วันนี้เป็นวันชีซี น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เธอ หลายปีมานี้พวกเราช่างเหมือนหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าที่ได้เจอกันปีละครั้งจริง ๆ ฉันปลูกดอกไม้ไว้มากมาย น่าเสียดายที่เธอไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง หากดอกไม้เหล่านี้สามารถสร้างสะพานเหมือนนกกางเขนเพื่อส่งฉันไปอยู่ข้าง ๆ เธอได้ ฉันจะปลูกดอกไม้ทุกวันไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถบอกความคิดถึงที่มีต่อเธอได้ด้วยปากตัวเอง ทำได้เพียงเขียนลงในจดหมายส่งไปให้เธอ

ทุกครั้งที่ฉันเห็นกุหลาบที่ปลูกไว้ ก็รู้สึกเหมือนได้เห็นเธอ ฮุ่ยฉิน ทั้งชีวิตนี้ฉันรักแค่เธอคนเดียว เธอรู้ใช่ไหม?

หลี่หมิงอี วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ

ถึงหมิงอี สามีของฉัน:

วันนี้เป็นวันชีซี ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแม่พูดขึ้นมาฉันก็คงไม่รู้ตัวเลยว่า เราสองคนจากกันมาสิบกว่าวันแล้ว ช่วงเวลานี้ มีเรื่องจุกจิกมากมายปะปนกันไปหมด จนยุ่งวุ่นวายจนไม่ทันสังเกตว่าเวลาผ่านไปเร็วแค่ไหน

ช่วงก่อนหน้านี้ได้ยินว่าสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นมาก ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจ ฉันกับคุณแม่ปรึกษากันแล้วตัดสินใจจะบริจาคเงินที่เหลือในบ้านทั้งหมด หวังว่าคุณจะไม่โกรธนะ ฉันได้งานใหม่แล้ว ถึงเงินเดือนจะไม่สูงแต่ก็พอประทังชีวิตได้ คุณไม่ต้องส่งเงินมาอีกแล้ว อย่าทำงานหนักเกินไป รักษาสุขภาพด้วย

ช่วงนี้คุณแม่ร่างกายไม่ค่อยดี กลางดึกมักจะไอจนตื่น แถมยังชอบคิดถึงพี่ใหญ่ ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องที่พี่ใหญ่ผูกคอตายก็มักจะเศร้าโศกจนทนไม่ไหวต้องร้องไห้ทุกครั้งไป โชคดีที่ในที่สุดหมิงเจ๋อก็รู้จักโตขึ้นแล้ว คอยไปหยอกล้อให้คุณแม่มีความสุขอยู่บ่อย ๆ แล้วก็ไม่ไปก่อเรื่องที่ไหนอีก ถึงแม้ผลลัพธ์จะไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจนัก แต่ก็ทำให้ฉันสบายใจขึ้นไม่น้อย

ตอนที่คุณไม่อยู่ข้าง ๆ วันเวลามักจะผ่านไปเร็วเป็นพิเศษ ฉันอยากจะบอกเล่าความคิดถึงในใจให้คุณฟัง แต่พอจรดปากกาลงบนกระดาษกลับเขียนไม่ออก บางทีฉันอาจจะไม่ถนัดเขียน มีเพียงตอนที่คุณอยู่ต่อหน้าฉันเท่านั้นฉันถึงจะพูดออกมาได้ ดูจากวันเวลาแล้วคุณก็ใกล้จะกลับมาแล้ว ฉันคิดถึงคุณมาก

คุณป้าหลิวที่ไชน่าทาวน์จะกลับประเทศแล้ว ลูกชายคนเล็กของเธอเสียชีวิตในสนามรบ เธอจะกลับไปเก็บศพ เธอบอกว่าจะปล่อยให้ลูกชายคนเล็กกลายเป็นผีไร้ญาติที่ไม่มีแม้แต่หลุมฝังศพไม่ได้ ฉันก็อยากกลับประเทศเหมือนกัน อัฐิของพี่ใหญ่กับคุณพ่อยังคงวางอยู่ที่บ้านรอพวกเรากลับไปทำพิธีฝัง พี่ชายกับหลานชายทั้งเจ็ดคนของฉันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราว ถึงจะรู้ว่าในชาตินี้คงยากที่จะได้พบกันอีก แต่ในใจฉันก็ยังคงมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ฉันมักจะคิดอยู่เสมอว่า หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ มีมหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่ขวางกั้นอยู่ แล้วจะตามหาฉันเจอได้อย่างไรกัน?

ขอให้สงครามจบลงโดยเร็ว สวรรค์คุ้มครองประเทศจีนด้วย!

ปล. ฉันรักคุณ

เจียงฮุ่ยฉิน วันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ

ถึงหมิงอี:

คุณแม่จากไปแล้ว

ตั้งแต่คุณจากไปเมื่อเดือนที่แล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็ไม่ดีมาตลอด คุณหมอเฉาบอกว่าคุณแม่ป่วยเพราะความคิดถึงบ้าน ภายในร่างกายอ่อนแอลง ยารักษาไม่ได้ ฉันคิดจะเขียนจดหมายให้คุณกลับมา แต่คุณแม่ไม่ยอม แย่งจดหมายของฉันไปเผาทิ้ง ไม่ยอมให้คุณต้องเป็นห่วง

หมิงชิงอยู่ที่ยุโรป หมิงเจ๋ออยู่นิวยอร์ก คุณก็อยู่ที่แวนคูเวอร์ ที่บ้านไม่ครื้นเครงเหมือนเก่า มีแค่ฉันคนเดียว แต่กลับมีโกศอัฐิเพิ่มขึ้นมาอีกใบ ก่อนคุณแม่จากไปมักจะพูดเสมอว่าคิดถึงบ้าน คิดถึงเป่ยผิง ฉันก็คิดถึงเป่ยผิงแล้วเหมือนกัน ในหนังสือพิมพ์บอกว่า ญี่ปุ่นจะยอมแพ้แล้ว ในที่สุดสงครามก็จะจบลงแล้ว ในที่สุดพวกเราก็จะได้กลับบ้านแล้ว น่าเสียดายที่คุณแม่ทนอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ไหว ไม่สามารถกลับไปเห็นเมืองเป่ยผิงด้วยตาตัวเองได้ ก่อนท่านจากไป ท่านบอกให้พวกเรากลับประเทศแล้วนำอัฐิของท่านไปฝังไว้ที่สวนในบ้านเก่า ถ้าบ้านเก่ายังอยู่นะ

เรากลับบ้านกันเถอะ

เจียงฮุ่ยฉิน วันที่ 5 เดือนธันวาคม

……….……….……….……….

ผู้แปล: สงสัยใช่ไหมคะว่าอยู่ ๆ ตอนนี้โผล่มาแทรกได้ไง ตามต้นฉบับคุณนักเขียนลงในวันวาเลนไทน์ค่ะ ประมาณตอนพิเศษล่ะมั้งคะ เราเลยเขียนกำกับท้ายชื่อตอนไว้ แต่ว่า… วันวาเลนไทน์แบบใด (⊙_⊙)

จบบทที่ บทที่ 124 จดหมายจากบ้านสี่ฉบับ (ตอนพิเศษ)

คัดลอกลิงก์แล้ว