- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 39 ต็อกโปกีรสเผ็ด
บทที่ 39 ต็อกโปกีรสเผ็ด
บทที่ 39 ต็อกโปกีรสเผ็ด
“นายจะใช้เจ้านี่ทำต็อกโปกีรสเผ็ดเหรอ?” จี้เยวี่ยทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ไม่เพียงแต่จี้เยวี่ยเท่านั้น หลิวเชี่ยนและหลิวจื่อเซวียนก็ทำหน้าเหมือนกับว่า ‘ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม’
แม้แต่ในห้องไลฟ์สดที่เงียบสงัดราวกับน้ำนิ่งของหลิวเชี่ยน ก็มีคอมเมนต์หนึ่งลอยผ่านไป: ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม คนที่กินข้าวกับสตรีมเมอร์บอกว่าเขาสามารถทำต็อกโปกีบนกระดาษย่างได้
น่าเสียดายที่หลิวเชี่ยนไม่ได้ดูโทรศัพท์ เอาแต่จ้องมองเจียงเฟิงด้วยความตกตะลึง
หลิวจื่อเซวียนมองเขาด้วยความเลื่อมใส พลางคิดในใจ: สมแล้วที่เป็นคนระดับประธานชมรมได้ วางมาดได้เหนือชั้นไม่เหมือนใครจริง ๆ
“เอาค่ะ เอา!” หลิวเชี่ยนพยักหน้าไม่หยุด
เจียงเฟิงไปหยิบเครื่องปรุงที่โซนเครื่องปรุง
นอกจากเกลือ น้ำส้มสายชู น้ำตาล และซีอิ๊วพื้นฐานแล้ว โซนเครื่องปรุงยังมีพริกหลากหลายชนิด ทั้งพริกสับ พริกขี้หนู พริกกระเทียม ซอสพริก และน้ำมันพริก เพราะไม่รู้รสชาติเจียงเฟิงจึงตักมาอย่างละนิดหน่อย เดินไปมาหลายรอบหยิบเครื่องปรุงมาไม่น้อย แม้แต่ซอสอาหารทะเลและซอสซี่โครงหมูก็ไม่เว้น
ก่อนหน้านี้จี้เยวี่ยหยิบผักกาดขาวมานิดหน่อย เจียงเฟิงจึงไม่ต้องไปหยิบเพิ่ม ถึงไม่มีหัวหอม แต่ก็พอกล้อมแกล้มกินได้
ก่อนอื่นก็โยนเค้กข้าวลงไปต้มในหม้อของตัวเอง หม้อของจี้เยวี่ยกับหลิวเชี่ยนมีของต้มอยู่แล้ว หม้อของหลิวจื่อเซวียนก็เป็นหม้อเผ็ด มีเพียงหม้อของเจียงเฟิงที่เป็นหม้อน้ำซุปใสที่มีแค่ต้นหอมสองท่อนลอยอยู่และใส่เกลือไปไม่มาก เหมาะที่สุดสำหรับการต้มเค้กข้าว
จากนั้นเจียงเฟิงก็เริ่มฉีกผักกาดขาวเป็นชิ้นเล็ก ๆ
ตอนนั้นเองหลิวเชี่ยนก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังไลฟ์สดอยู่
ในห้องไลฟ์สดของเธอยังมีคนดูจริง ๆ อยู่สองสามคน พอได้ยินเจียงเฟิงบอกว่าจะทำต็อกโปกีรสเผ็ดก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้เป็นอย่างมาก แต่หลิวเชี่ยนกลับไม่ดูไลฟ์ของตัวเองเลย ไม่ว่าพวกเขาจะส่งคอมเมนต์เรียกร้องให้หันกล้องไปทางเจียงเฟิงแค่ไหน หลิวเชี่ยนก็ไม่เคยมองไปที่โทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย
คนดูจริง ๆ สามสี่คน แต่กลับส่งคอมเมนต์กันรัว ๆ จนเหมือนมีคนดูเป็นสิบ ๆ คน
หลิวเชี่ยนเหลือบดูโทรศัพท์โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ต้องตกใจกับจำนวนคอมเมนต์ที่ลอยอยู่ข้างบน
“สตรีมเมอร์หันกล้องไปให้ดูพี่ชายคนนั้นทำอาหารหน่อยสิ! หันกล้องมาที่คุณมันหมายความว่ายังไง?”
“ทำอาหาร ฉันอยากดูการทำอาหาร!”
“ขอร้องล่ะสตรีมเมอร์ คุณดูคอมเมนต์สักทีเถอะ ฉันขอร้องล่ะ!”
“สตรีมเมอร์เลิกทำหน้าเหม่อลอยสักที ดูคอมเมนต์หน่อย ฉันขอร้องล่ะ!!!”
“สตรีมเมอร์น่าโมโห เลิกติดตามแล้ว เลิกติดตามแล้ว”
“ฉันอยากดูการทำอาหารนะ ไม่ได้อยากดูรูจมูกของคุณ (╯‵□′)╯︵┻━┻”
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ พอดีเมื่อกี้ไม่เห็นเลย” การที่มีคนดูจริง ๆ อยู่ในห้องไลฟ์ทำให้หลิวเชี่ยนตกใจเล็กน้อย เธอรีบอธิบายให้ทุกคนฟัง
“พระเจ้า ในที่สุดสตรีมเมอร์ก็ดูคอมเมนต์แล้ว”
“รีบถ่ายตอนทำอาหารเลย ฉันอยากดูทำอาหาร”
“ใช่ รีบถ่ายตอนทำอาหาร ฉันอยากดูทำต็อกปกกีผัดเผ็ดบนกระดาษย่าง”
“ประธานคะ คนดูในห้องไลฟ์ของฉันบอกว่าอยากดูคุณทำอาหาร ฉันถ่ายได้ไหมคะ?” หลิวเชี่ยนถาม
ไม่นึกเลยว่าห้องไลฟ์ของหลิวเชี่ยนจะมีคนดูด้วย ก่อนหน้านี้เจียงเฟิงยังสงสัยอยู่เลยว่าคนดู 46 คนนั้นเป็นแอคหลุมที่ระบบให้มา
ถ่ายหน่อยก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เคล็ดลับวิชาลับอะไรเสียหน่อย เจียงเฟิงพยักหน้า “ถ่ายสิ แต่อย่าถ่ายให้เห็นหน้าฉันนะ”
ด้วยระยะห่างระหว่างหลิวเชี่ยนกับเจียงเฟิง การจะถ่ายให้เห็นหน้านั้นจริง ๆ แล้วก็ค่อนข้างยาก
หลิวเชี่ยนเปลี่ยนจากการไลฟ์ด้วยกล้องหน้าเป็นกล้องหลัง สองมือจับโทรศัพท์ยืนขึ้นถ่ายมือของเจียงเฟิง เปลี่ยนจากสตรีมเมอร์กลายเป็นตากล้อง
เจียงเฟิงกำลังชิมเครื่องปรุง
ซอสพริกของร้านนี้เค็มเกินไป ใช้ไม่ได้แน่นอน แต่ซอสอาหารทะเลกลับดีเกินคาด ไม่ใช่แบบที่ซื้อตามท้องตลาดแต่เป็นแบบที่ทำเอง เจียงเฟิงใช้ตะเกียบชิมซอสที่หยิบมาทีละอย่าง แล้วเริ่มนำมาผสมกัน
หลิวเชี่ยนจดจำคำพูดของเจียงเฟิงที่ว่าอย่าให้เห็นหน้าได้เป็นอย่างดี กล้องของโทรศัพท์จึงจับจ้องไปที่ถ้วยเครื่องปรุงสองสามถ้วย คนในห้องไลฟ์ทำได้เพียงเห็นมือของเจียงเฟิงผลุบ ๆ โผล่ ๆ
“เขากำลังชิมเครื่องปรุงอยู่เหรอ?”
“ดูแล้วก็มืออาชีพดีนะ”
“มือสตรีมเมอร์อย่าสั่นได้ไหม ดูแล้วเวียนหัวจัง!”
คนดูในห้องไลฟ์ดูกระตือรือร้นขึ้นมาก
“ขอโทษนะคะ ฉันจะพยายามไม่ให้มือสั่นค่ะ ประธานชมรมของเรากำลังชิมเครื่องปรุงอยู่ค่ะ” หลิวเชี่ยนตอบคำถามในคอมเมนต์
“สตรีมเมอร์เปลี่ยนชื่อห้องไลฟ์หน่อยเถอะ ชื่อนี้ไม่มีใครดูหรอก”
ตอนนี้ห้องไลฟ์ชื่อว่า ‘ชีวิตประจำวันงานเลี้ยงชมรม’
หลิวเชี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ทำต็อกโปกีรสเผ็ดในร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง’
เจียงเฟิงปรุงซอสเผ็ดเสร็จแล้ว เค้กข้าวก็ตักขึ้นมาแล้ว เขาเริ่มผัดผักกาดขาว
ทาน้ำมันบนกระดาษหนึ่งชั้น เจียงเฟิงใช้ตะเกียบคีบซอสเผ็ดครึ่งหนึ่งลงบนกระดาษ เทผักกาดที่ฉีกไว้ลงไป แล้วราดน้ำซุปหนึ่งช้อน
เสียง ‘ฉ่า’ ดังขึ้น ควันขาวจำนวนมากลอยขึ้นมาแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว เจียงเฟิงใช้ตะเกียบผัดผักกาดขาวอย่างรวดเร็วเพื่อให้ซอสเผ็ดเคลือบอยู่บนนั้น
ทุกคนต่างก็ถูกควันขาวดึงดูดความสนใจ
“พี่เฟิงทำอะไรน่ะ?” สมาชิกชมรมที่นั่งอยู่ไกลออกไปยืดคอชะโงกดูโต๊ะของเจียงเฟิง
“เหมือนจะผัดผักกาดขาวอยู่นะ พี่เฟิงเจ๋งอ่ะ!”
“ทำไมฉันคิดไม่ถึงนะ เดี๋ยวเรามาผัดผักกาดขาวกันบ้างดีกว่า”
แม้แต่พนักงานเสิร์ฟก็ยังมามุงดูด้วย เป็นพนักงานในร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างมาหลายปี เห็นลูกเล่นแพรวพราวมาก็ไม่น้อย พนักงานที่ทำงานมานานบางคนเห็นจนชินตาแล้ว มองดูสองสามครั้ง แล้วพูดกับพนักงานใหม่ว่า “ไฟไม่ลุก ไม่ต้องไปสนใจ”
“ฉันว่ากลิ่นมันก็หอมดีนะ” พนักงานใหม่พยายามสูดจมูก
เพราะชื่อห้องไลฟ์ของหลิวเชี่ยนค่อนข้างแปลกแหวกแนว จึงมีชาวเน็ตบางคนคลิกเข้ามา พอเห็นเจียงเฟิงกำลังผัดผักกาดขาวบนกระดาษย่าง คอมเมนต์ก็พิมพ์ 666 กันหลายอัน (หมายถึง เจ๋ง)
และก็มีคนที่เคยทำแบบนี้เข้ามาสาดน้ำเย็น
“ครั้งที่แล้วตอนกินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างฉันก็เคยทำแบบนี้ สุดท้ายไหม้ติดกระดาษ ตะเกียบคีบไม่ขึ้นเลย ไม่ได้เรื่อง แถมยังไม่อร่อยอีกด้วย”
ในไม่ช้าคอมเมนต์นี้ก็หน้าแหก เจียงเฟิงไม่เพียงแต่ผัดได้ แต่ยังทำได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย
ถึงแม้ว่าหน้าจอไลฟ์จะเต็มไปด้วยควัน แต่ผักกาดขาวที่เคลือบซอสเผ็ดบนกระดาษย่างก็ยังคงดูน่ากินจนน้ำลายสอ
“ผักกาดขาวนี่ดูน่ากินจัง”
“ใช่ เห็นแล้วฉันก็อยากกินผักกาดเผ็ดเลย”
“สตรีมเมอร์เก่งนี่นา ฝีมือทำอาหารนี่เจ๋งอ่ะ!”
คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่นึกว่าเจียงเฟิงที่กำลังทำอาหารอยู่เป็นสตรีมเมอร์
คอมเมนต์ส่วนใหญ่หลิวเชี่ยนไม่ได้ตอบ คำถามเหล่านั้นเธอก็ตอบไม่ได้ อย่างเช่น นี่ปรุงยังไง ทำไมไม่ติดกระดาษ คำถามประเภทนี้แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ แต่กลับมีคนคิดว่าเจียงเฟิงเป็นสตรีมเมอร์ เธอจึงต้องเอ่ยปากอธิบาย
“คนที่ทำอาหารคือประธานชมรมของฉันค่ะ วันนี้เป็นงานเลี้ยงของชมรมเรา”
“ประธานเก่งจัง ชมรมทำอาหารมีประธานเป็นผู้ชายด้วยเหรอเนี่ย” คอมเมนต์หนึ่งลอยผ่านไป
“พวกเราคือชมรมหมากรุกจีนค่ะ” หลิวเชี่ยนอธิบาย
“…”
“…”
“…”
ผักกาดขาวบนกระดาษย่างใกล้จะสุกแล้ว
เจียงเฟิงเทเค้กข้าวที่ต้มสุกแล้วกับซอสเผ็ดที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งลงไป ตักน้ำส้มสายชูหนึ่งช้อน สุดท้ายโรยน้ำตาลเล็กน้อย
ยังคงใช้ตะเกียบผัดต่อไป รอจนเค้กข้าวทุกชิ้นเคลือบไปด้วยซอสเผ็ดสีแดงฉาน ผักกาดขาวก็สุกทั่วแล้ว เจียงเฟิงใช้ตะเกียบเขี่ย ๆ จิ้ม ๆ แล้วพูดว่า “กินได้แล้ว”
แค่กลิ่นก็ยั่วยวนใจมากแล้ว
พนักงานเสิร์ฟผู้มากประสบการณ์ที่เดินจากไปแล้วก่อนหน้านี้ยังถูกกลิ่นหอมดึงดูดกลับมาอีกครั้ง
“ระวังร้อนนะ” เจียงเฟิงเตือน
หลิวเชี่ยนไม่สนใจไลฟ์สดอีกต่อไปแล้ว เธออยู่ใกล้ที่สุด ได้กลิ่นนานแค่ไหนก็ทนมานานแค่นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะในมือกำลังถือโทรศัพท์อยู่ ตอนที่ผักกาดใกล้จะผัดเสร็จเธอก็คงจะลงตะเกียบไปแล้ว
วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ หลิวเชี่ยนก็รีบร้อนคีบต็อกโปกีเข้าปากคำหนึ่ง
“อร่อยเกินไปแล้ว!” หลิวเชี่ยนเป่าลมออกจากปากไปพลางก็อุทานไปพลาง
ห้องไลฟ์สดที่เดิมทีมีคอมเมนต์ 666 เต็มไปหมด ก็กลายเป็นหน้าจอดำเพราะหลิวเชี่ยนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
ครู่ใหญ่ต่อมา คอมเมนต์หนึ่งก็ค่อย ๆ ลอยผ่านไป
“สตรีมเมอร์ ตอนนี้ฉันขอมอบคำว่า พ่องงงง ให้เลย! เลิกติดตามโว้ย!!”