- หน้าแรก
- ครัวนี้มีค่าประสบการณ์
- บทที่ 31 ความทรงจำ
บทที่ 31 ความทรงจำ
บทที่ 31 ความทรงจำ
หลังจากที่ได้รู้ว่าศาสตราจารย์หลี่เป็นญาติของตัวเองแล้ว ชีวิตของเจียงเฟิงมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม?
มีสิ เจียงเฟิงได้รับโอกาสในการถูกศาสตราจารย์หลี่เรียกชื่อในชั้นเรียนมากขึ้น
โอกาสนี้มีมากเสียจนคนในชั้นเรียนบางคนสงสัยว่าเจียงเฟิงไปทำอะไรให้ศาสตราจารย์หลี่ขุ่นเคืองถึงได้ถูกกลั่นแกล้งหรือเปล่า เพราะภาพลักษณ์นักเรียนผลการเรียนไม่ดีของเจียงเฟิงนั้นฝังลึกอยู่ในใจของผู้คน ทำให้ยากที่จะนึกไปในทางที่ว่าศาสตราจารย์รักและเอ็นดูในความสามารถของเขา
เปิดเทอมมาได้ครึ่งเดือนกว่าแล้ว เจียงเฟิงสามารถจัดการชีวิตระหว่างการฝึกฝนฝีมือทำอาหาร ช่วยงานที่ร้าน และการเรียนแบบถู ๆ ไถ ๆ ไปได้อย่างลงตัว จี้เยวี่ยขอเงินทุนชมรมสำหรับปีนี้จากสภานักเรียนมาได้สำเร็จ ร้านอาหารตามสั่งเจี้ยนคังก็เริ่มมีลูกค้าประจำที่มั่นคง ความคืบหน้าของภารกิจหลักก็เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ในทุกวัน
แต่เจียงเฟิงกลับรู้สึกว่า ชีวิตที่ทุกวันเอาแต่สับ ๆ ๆ อยู่ในครัว นานทีจะได้จับกระทะ ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไปนั่งเล่นที่ชมรม มันช่างน่าเบื่อเกินไปหน่อย
“เสี่ยวเฟิง โจ๊กน่าจะได้ที่แล้ว ลูกเอาไปส่งให้คุณทวดเขาหน่อย” เจียงเจี้ยนคังตะโกนมาจากหลังร้าน
เจียงเฟิงเดินเข้าไปในครัวหลังร้าน เปิดฝาหม้อใบเล็กบนเตาแก๊ส ใช้ช้อนคนดู คาดว่าน่าจะได้ที่แล้ว เขาตักโจ๊กใส่กล่องข้าว แล้วหิ้วกล่องข้าวเดินไปที่บ้านของศาสตราจารย์หลี่
บ้านของศาสตราจารย์หลี่อยู่ห่างจากถนนสายของกินไม่ถึงสิบนาที เป็นแฟลตอาจารย์ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดสรรให้เมื่อ 20 ปีก่อน ตัวอาคารเก่ามาก ปูนที่ฉาบผนังขรุขระเต็มไปด้วยรู
หลายวันมานี้เจียงเฟิงเป็นคนนำโจ๊กมาส่งตลอด มีครั้งหนึ่งตอนที่เจียงเฟิงมา หลี่หมิงอีกำลังเลอะเลือนอยู่พอดี เขาจับมือเจียงเฟิงแล้วตะโกนว่า “เฉิงเต๋อ ทำไมคุณเพิ่งจะมา ผมกับฮุ่ยฉินตามหาคุณมาสิบกว่าปีแล้วนะ…” เห็นได้ชัดว่าเป็นชายชราที่ผอมแห้งและอ่อนแอ แต่แรงที่มือกลับเยอะเป็นพิเศษ เจียงเฟิงไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวจะทำให้เขาบาดเจ็บ ทำได้เพียงฟังเขาพึมพำเล่าเรื่องในอดีตอย่างไม่ชัดเจน
แต่ไม่นานนัก หลี่หมิงอีก็จำเขาไม่ได้อีก ปล่อยมือเขาแล้วเดินตามหาฮุ่ยฉินไปทั่ว
ศาสตราจารย์หลี่ยังไม่กลับ คนที่มาเปิดประตูให้เจียงเฟิงคือภรรยาของเขา เฉินซู่หวา
“คุณป้าครับ คุณทวดเป็นยังไงบ้างครับ?” เจียงเฟิงถาม
“สบายดีจ้ะ ตอนนี้ท่านกำลังรู้สึกตัวดีอยู่พอดี เธอเข้าไปคุยเป็นเพื่อนเขาสักครู่นะ” เฉินซู่หวารับกล่องข้าวไปแล้วเดินเข้าครัว “สองวันนี้ท่านไม่เลอะเลือนเลย ตอนเช้าที่ฉันไปซื้อของเห็นพุทราน่ากินมาก เดี๋ยวฉันล้างมาให้เธอกิน เธอนั่งรอก่อนนพ”
เฉินซู่หวาเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านในชนบทที่ศาสตราจารย์หลี่เคยอาศัยอยู่เมื่อยังเป็นเยาวชน เธอไม่ได้มีการศึกษาสูง เรียนไม่จบแม้แต่ชั้นประถม เธออายุห้าสิบหกสิบปีพูดจาทำการทำงานกระฉับกระเฉง เป็นคนอยู่นิ่งไม่เป็น
หลี่หมิงอีกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง สวมแว่นสายตายาวดูอัลบั้มรูป พอเห็นเจียงเฟิงเข้ามาก็ยิ้มพลางกวักมือเรียก
“เสี่ยวเฟิงมาส่งโจ๊กแล้วเหรอ” หลี่หมิงอีเรียกให้เจียงเฟิงมานั่งข้างๆ เขาชี้ไปที่รูปถ่ายขาวดำในอัลบั้มแล้วพูดว่า “นี่เป็นรูปแต่งงานของฉันกับอาทวดของเธอ น่าเสียดายที่ตอนนั้นไม่มีรูปสี ถ่ายสีออกมาไม่ได้ ชุดแต่งงานของอาทวดสวยมากนะ ตอนนั้นฉันบอกว่าจะถ่ายแค่รูปแต่งงานแบบตะวันตก เธอก็ไม่ยอม ยังไงก็ไม่ยอมใส่ชุดเจ้าสาวเด็ดขาด ผลสุดท้ายก็เลยกลายเป็นฉันใส่สูทส่วนเธอใส่ชุดเจ้าสาวดั้งเดิมถ่ายรูปแต่งงานกัน...”
“พ่อคะ ทานข้าวค่ะ” เฉินซู่หวามือซ้ายถือชามโจ๊กมือขวาถือจานพุทรา เธอวางจานพุทราไว้บนโต๊ะข้างเตียง “โจ๊กยังร้อนอยู่นิดหน่อยนะคะ เดี๋ยวหนูคนให้ จริงสิ เสี่ยวเฟิง ลองกินพุทรานี่สิ หวานมากเลยนะ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันทำเอง” หลี่หมิงอีวางอัลบั้มรูปลงช้าๆ รับชามมาแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ ใช้ช้อนคนโจ๊กในชามอย่างช้า ๆ
เจียงเฟิงมองดูอัลบั้มรูปที่เปิดอยู่บนเตียง เป็นรูปถ่ายขาวดำเก่า ๆ ที่ค่อนข้างเหลือง ในรูปมีชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองยังเด็กมาก ดูแล้วน่าจะอายุราว ๆ นักเรียนมัธยมไม่ก็ต้นมัธยมปลาย ผู้ชายสวมสูทผูกไท หน้าตาเรียบเฉย ผู้หญิงสวมมงกุฎหงส์ มีผ้าสี่เหลี่ยมปิดหน้าครึ่งหนึ่ง หน้าอกยังแขวนกระจกไว้บานหนึ่ง สวมชุดเจ้าสาว ทั้งสองคนไม่มีการสัมผัสร่างกายกันเลย ถ้าไม่ใช่เพราะหลี่หมิงอีบอกว่านี่เป็นรูปแต่งงานของเขา เจียงเฟิงคงดูไม่ออกจริง ๆ
หลี่หมิงอีตักโจ๊กขึ้นมาช้อนหนึ่ง เป่าเบา ๆ ที่ริมฝีปาก
เจียงเฟิงสังเกตเห็นว่าบนรูปถ่ายมีเส้นผมสั้น ๆ สีเทาขาวติดอยู่เส้นหนึ่ง
หลี่หมิงอีอ้าปาก
เจียงเฟิงยื่นมือออกไป
โจ๊กเข้าปาก
มือปัดเส้นผม
“ติ๊ง สำเร็จภารกิจรอง [ยาขนานสุดท้าย] ได้รับรางวัลภารกิจเป็นไอเทม: [ความทรงจำส่วนหนึ่งของหลี่หมิงอี]”
“ติ๊ง ได้รับไอเทม: [ความทรงจำส่วนหนึ่งของเจียงฮุ่ยฉิน]”
เอ๊ะ?
เกมขี้เหนียวให้ไอเทมทีเดียวสองชิ้นเลยเหรอ?
ใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ?!
เจียงเฟิงหยิบเส้นผมที่ปัดออกมาไปทิ้งลงถังขยะ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้ดูรูปถ่ายหรือเพราะได้เจอเด็กรุ่นเหลนมาให้แบ่งปันเรื่องราวสมัยหนุ่ม ๆ ด้วย วันนี้หลี่หมิงอีจึงอารมณ์ดีมาก ความอยากอาหารก็ดีมากเช่นกัน หลังจากซดโจ๊กไปชามครึ่ง เขาก็ดึงเจียงเฟิงมาพร่ำบ่นเล่าเรื่องราวสมัยหนุ่ม ๆ กับภรรยาอีกมากมาย
เกี๊ยวบนแผงลอยทางตะวันออกของเมือง เกี๊ยวของเจียงฮุ่ยฉิน ชุดเดรสที่ขาดเป็นรู นึกอะไรออกก็เล่าเรื่องนั้น สุดท้ายเป็นเพราะคนแก่เรี่ยวแรงไม่ดี พูดไปพูดมาก็เริ่มง่วง เจียงเฟิงจึงจากมาพร้อมกับพุทราหนึ่งถุงที่เฉินซู่หวายัดเยียดให้
ใช้เวลาไปส่งโจ๊กชั่วโมงกว่า ตอนที่เจียงเฟิงกลับมา หลิวจื่อเซวียนก็ไปห้องสมุดแล้ว ในร้านมีเพียงจี้เยวี่ยนั่งวาดรูปด้วยเมาส์ปากกาอยู่ข้างโต๊ะ
“ร้านปิดแล้ว เดี๋ยวฉันเฝ้าร้านเอง คุณลุงคุณป้าไปซื้อของแล้ว บอกว่ามีของดีเข้าล็อตหนึ่ง เลยรีบร้อนออกไป” จี้เยวี่ยพูด “นายกลับไปนอนพักผ่อนเถอะ ทิ้งฉันไว้คนเดียวพอแล้ว”
พอจี้เยวี่ยพูดแบบนี้ เจียงเฟิงก็รู้สึกง่วงและต้องการนอนกลางวันขึ้นมาจริง ๆ แต่ไม่ต้องกลับหอพักหรอก ขึ้นไปนอนข้างบนก็พอแล้ว
พอปิดประตูห้อง ก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา ในช่องเก็บไอเทมมีกลุ่มหมอกสองกลุ่มเพิ่มขึ้นมา
[ความทรงจำส่วนหนึ่งของหลี่หมิงอี]: ความทรงจำส่วนหนึ่ง สามารถเข้าไปซ้ำได้
[ความทรงจำส่วนหนึ่งของเจียงฮุ่ยฉิน]: ความทรงจำส่วนหนึ่ง สามารถเข้าไปได้เพียงครั้งเดียว
ใช้ได้ครั้งเดียว?
ด้วยความอยากรู้ เจียงเฟิงจึงคลิกที่ความทรงจำของเจียงฮุ่ยฉิน แล้วคลิกใช่ที่ตัวเลือกว่าจะเข้าสู่ความทรงจำหรือไม่
วินาทีต่อมา เจียงเฟิงพบว่าตัวเองปรากฏตัวขึ้นในห้องนอนของหญิงสาวคนหนึ่ง
เด็กสาวในชุดนักเรียนหญิงสมัยสาธารณรัฐจีนคนหนึ่ง กำลังกอดเสื้อคลุมตัวนอกสีแดงสด ปักลวดลายบนปลายแขนเสื้ออย่างประณีต ดูจากเค้าหน้าแล้ว เหมือนกับเจียงฮุ่ยฉินในรูปถ่ายที่หลี่หมิงอีดูในวันนี้ไม่ผิดเพี้ยน
แต่ดูเหมือนว่าเจียงฮุ่ยฉินจะมองไม่เห็นเจียงเฟิง เธอกำลังจดจ่ออยู่กับเสื้อคลุมในอ้อมแขนของตัวเอง เจียงเฟิงลองหยิบถ้วยชาบนโต๊ะเล็กข้าง ๆ มือของเขาทะลุผ่านถ้วยชาไปราวกับเป็นวิญญาณ เขาลองเดินทะลุกำแพงออกไป แต่กลับถูกกำแพงที่มองไม่เห็นขวางไว้ หลังจากพบว่าตัวเองทำได้เพียงอยู่ข้าง ๆ เจียงฮุ่ยฉิน เจียงเฟิงก็เริ่มสำรวจห้องนี้
นี่เป็นห้องที่คับแคบมาก เฟอร์นิเจอร์ก็เรียบง่าย มีเตียง ตู้ไม้ โต๊ะเล็กหนึ่งตัว และเก้าอี้หนึ่งตัว ถึงจะเล็กแต่ก็มีครบทุกอย่าง
เตียงเป็นเตียงไม้ธรรมดา ๆ ข้างบนปูด้วยผ้าห่มสีเทา ตู้ไม้สูงเท่าคน เป็นของใหม่มาก ดูเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ตัวล็อกทองเหลืองยังใหม่เอี่ยม ทาสีอย่างสม่ำเสมอ ข้างบนยังมีลายแกะสลัก ดูแล้วไม่น่าใช่ของราคาถูก
ห้องสะอาดมาก บนโต๊ะมีหนังสือ ‘วรรณคดีจีน’ วางอยู่เล่มหนึ่ง บนขอบหน้าต่างมีกระป๋องเหล็กที่เต็มไปด้วยดิน ข้างในปลูกต้นหอมไว้สองต้น
“น้องเล็ก น้องเล็ก!”
มีคนตะโกนอยู่หน้าประตู
“จ้ะพี่ รอเดี๋ยวนะ อย่าเข้ามา เดี๋ยวฉันออกไปเอง!” เจียงฮุ่ยฉินวางเสื้อคลุมลง แล้วเปิดประตูออกไป เจียงเฟิงจึงรีบตามไปทันที