- หน้าแรก
- คืนฝนตก…เทพธิดาโรงเรียนเคาะประตูบ้านฉันและขอหลบฝน (อีกครั้ง)
- ตอนที่ 11 ฆาตกร…อยู่ที่ไหนกันแน่!
ตอนที่ 11 ฆาตกร…อยู่ที่ไหนกันแน่!
ตอนที่ 11 ฆาตกร…อยู่ที่ไหนกันแน่!
ซูฮุ่ยหรงเห็นว่าในมือของหลี่เอี๋ยนยังถือมีดเล่มหนึ่งอยู่ จึงถามอย่างสงสัยทันที
“ไปเก็บมีดมาจากไหน ทำไมมันถึงสกปรกแบบนี้?”
“อ๋า…เกือบลืมไปเลย มีดเล่มนี้ไม่รู้ว่าใครเอามาทิ้งไว้ตรงปากท่อระบายน้ำ มันไปขวางจนทำให้น้ำระบายไม่ออก น้ำขังเต็มถนนไปหมด ตอนที่ฉันหยิบขึ้นมาก็บังเอิญเจอเฉินม่อพอดี เลยลืมเอาไปทิ้ง” หลี่เอี๋ยนพูดพลางทำท่าจะเอามีดไปทิ้งในถังขยะ แต่เฉินม่อกลับสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อนครับครูหลี่ ขอผมดูมีดหน่อย” เฉินม่อรีบห้ามไว้
“มีดสกปรกแบบนี้จะดูไปทำไมกัน?” หลี่เอี๋ยนพูดพลางพลิกมีดกลับด้าน ยื่นส่งให้โดยหันคมมีดเข้าหาตัวเอง เหลือแต่ด้ามให้เฉินม่อหยิบไป
การกระทำทั้งหมดเป็นไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ทันคิด แสดงให้เห็นว่าครูหลี่เป็นคนอ่อนโยนจริงใจแค่ไหน
เฉินม่อรับมีดผลไม้เล่มนั้นมา ตรวจดูใบมีดอย่างละเอียด เพียงชั่วขณะเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในความมืด เขามองไม่ชัด แต่ตอนนี้กลับเห็นได้ว่า ใบมีดผลไม้เล่มนี้มีบางจุดที่คมบิ่นเล็กน้อย
ชัดเจนว่าโจวฮ่าวเคยใช้มันหั่นของแข็งจนทำให้คมมีดบิ่น
และมีดที่คมบิ่นแบบนี้ ต่อให้รอยบิ่นเล็กน้อย แต่เวลาฟันลงบนร่างกายมนุษย์ ร่องรอยแผลก็จะแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าในรายงานนิติเวชกลับไม่ได้กล่าวถึงลักษณะนี้เลย … นั่นหมายความว่า มีดที่ใช้ก่อเหตุจริง ๆ ไม่ใช่เล่มที่คมบิ่นนี้! ตนเองดันล็อกเป้าหมายผิดมาตลอด!
แน่นอนว่ามีดผลไม้ลักษณะนี้ไม่ได้หายากอะไร แต่การที่มีดอีกเล่มหนึ่งที่เหมือนกันมาปรากฏในคืนฝนตกหนัก และอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ … มันช่างบังเอิญเกินไป
จึงไม่แปลกที่เฉินม่อจะเข้าใจผิด
เพราะใครจะคิดว่าในคืนฝนตกเช่นนี้ จะมีคนสองคนถือมีดผลไม้ลักษณะเดียวกันโผล่มาในละแวกเดียวกันได้?
เฉินม่อหันมามองนาฬิกาข้อมือ เวลานี้เป็น 23:00 น. พอดี
“ไม่ได้แล้ว ต้องรีบกลับไป บางทีฆาตกรตัวจริงอาจเพิ่งจะปรากฏขึ้นตอนนี้!”
เขารีบส่งผ้าเช็ดตัวคืนให้ซูฮุ่ยหรง แล้วหันไปบอกว่า
“ขอโทษครับครูหลี่ ดึกมากแล้ว ผมคงต้องกลับก่อน ขอยืมเสื้อกันฝนไปก่อนนะครับ”
เฉินม่อวางมีดคืนใส่มือครูหลี่ สวมเสื้อกันฝนแล้ววิ่งหายลับไปท่ามกลางพายุฝน
หลี่เอี๋ยนแทบจะยังไม่ทันได้พูดอะไร
“ฝนตกถนนลื่น ระวังด้วยนะ!” หลี่เอี๋ยนตะโกนตามหลังไป
แต่เสียงฝนกลบจนเฉินม่อไม่ได้ยิน ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังห่วงใยตน
“คุณนี่นะ เกือบทำฉันตกใจตาย ทำไมถึงพาผู้ชายแปลกหน้ากลับมาบ้านได้กันล่ะ ดีว่าคุณไม่ใช้กุญแจไขเข้ามาเองนะ” ซูฮุ่ยหรงหน้าแดง มองตามเงาร่างของเฉินม่อแล้วหันไปบ่นสามี
“ก็ทนไม่ได้นี่ เห็นเด็กนั่นเปียกฝนอยู่ตรงเพิงเก่า ๆ จะให้ฉันปล่อยเขาไว้ได้ยังไง” หลี่เอี๋ยนยิ้มเจื่อน
“แล้วของล่ะ ซื้อมาไหม?” ซูฮุ่ยหรงถามเสียงแผ่ว แก้มแดงระเรื่อ
ทั้งสองแต่งงานกันสองปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ยังเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน นับว่าน่าอิจฉามาก
หลี่เอี๋ยนหัวเราะเบา ๆ “ไปถึงนั่นก็เจอเด็กนั่นพอดี เลยไม่สะดวกซื้อ จะสั่งเดลิเวอรี่แทนดีไหม? ฝนตกหนักแบบนี้ คนไม่มีเสื้อกันฝนคงไปไหนลำบาก”
“จะให้คนส่งของมาส่งถึงหน้าบ้านน่ะเหรอ น่าอายจะตาย” ซูฮุ่ยหรงก้มหน้าพูดอาย ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ให้เขาวางไว้หน้าประตูก็พอ เขาไม่รู้จักเราสักหน่อย” หลี่เอี๋ยนพูดด้วยท่าทีจริงจัง
สุดท้ายซูฮุ่ยหรงก็ยอมตาม เพื่อไม่ให้การฉลองครบรอบสามปีที่ทั้งคู่เจอกันต้องเสียเปล่า …
ในขณะเดียวกัน เฉินม่อวิ่งฝ่าสายฝนกลับไปยังจุดเกิดเหตุ
รอบ ๆ ไม่มีเงาคน เขาวนไปวนมาหลายรอบ แม้จะเห็นคนผ่านไปบ้าง แต่ล้วนเป็นคนรีบเดินผ่าน ไม่เหมือนคนที่มีเวลาจะก่อเหตุ
เวลาเดินไปจนถึง 23:30 น. ถนนเงียบสงัดไร้ผู้คน เฉินม่อหยิบมือถือขึ้นมาดูกล้องวงจรปิด — ซู๋อวี่ฉิงยังคงนั่งขดตัวอยู่บนโซฟา เริ่มง่วงจนหาวเงียบ ๆ ดวงตาปรือราวกับจะหลับ แต่พอได้ยินเสียงก็สะดุ้งเงยหน้ามองไปทางประตู เมื่อไม่เห็นเขากลับมา จึงขยี้ตาแล้วฝืนตื่นต่อ
เฉินม่อหันหน้าออก รับหยาดฝนที่ซัดกระแทกใส่หน้า
“ฆาตกร…อยู่ที่ไหนกันแน่!”
เขากำหมัดแน่น ชายเสื้อกันฝนพลิ้วไหว เปรอะโคลนจนขาเปียกชุ่ม
ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกหนักอึ้ง จนตัดสินใจถอดเสื้อกันฝนทิ้ง
เขาเดินวนในจุดเกิดเหตุอีกครึ่งชั่วโมง จนถึงเที่ยงคืน แต่ก็ไม่พบเงาคนที่น่าสงสัยแม้แต่คนเดียว แม้แต่คนทั่วไปยังไม่มีให้เห็น
สายฝนสาดกระหน่ำไม่หยุด เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปทั้งร่าง น้ำเย็นเฉียบตีใส่หน้าเหมือนแส้เล็ก ๆ นับไม่ถ้วน ทุกครั้งที่ฟาดลงมาล้วนแทงลึกถึงหัวใจ
ถนนร้างผู้คน มีเพียงเสียงสายฝน เสียงลม และฟ้าผ่าเป็นครั้งคราว
แต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า…กลับมีแต่ความว่างเปล่า
“นี่เราพลาดไปแล้วจริง ๆ เหรอ?” เฉินม่อพึมพำกับตัวเอง เสียงเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงฝน
แม้ในชาตินี้ ฆาตกรอาจไม่ได้ก่อเหตุขึ้น … แต่เขาก็ยังอยากรู้ให้ได้ว่าแท้จริงแล้วเป็นใคร
คนประเภทนี้เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม เขาไม่อาจผูกซู๋อวี่ฉิงไว้กับตัวตลอดเวลาได้ และสักวันโชคชะตาอาจทำให้เธอเจอกับอีกฝ่ายอีกครั้ง …
เฉินม่อไม่ยอมแพ้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาค้นแฟ้มคดีเดิมนับครั้งไม่ถ้วน ออกสืบหาทุกทาง แม้ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ก็ไม่เคยหยุด เพราะนี่คือบาดแผลในหัวใจที่ไม่เคยหาย
ต่อให้ไร้เงื่อนงำ ต่อให้ทุกอย่างถูกฝังกลบไปแล้ว เขาก็ยังไม่หยุดไขว่คว้า แม้บางครั้งตัวเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องยืนหยัดขนาดนี้…
(จบตอน)