- หน้าแรก
- ย้อนเวลาไปเป็นนักเลงแห่งต้าถัง
- บทที่ 31 - เผลอหลุดปากเรื่องเหล้า เฉิงเหยาจินขอร่วมทุน
บทที่ 31 - เผลอหลุดปากเรื่องเหล้า เฉิงเหยาจินขอร่วมทุน
บทที่ 31 - เผลอหลุดปากเรื่องเหล้า เฉิงเหยาจินขอร่วมทุน
บทที่ 31 - เผลอหลุดปากเรื่องเหล้า เฉิงเหยาจินขอร่วมทุน
ราตรีมืดมิด สายลมฤดูร้อนพัดโชย หานเยว่นั่งประจันหน้ากับเฉิงเหยาจิน บวกกับเฉิงชู่ม่อพี่ชายร่วมสาบานหมาดๆ ชายฉกรรจ์สามคนกินจุใช่เล่น ไก่ตุ๋นทั้งตัวหายวับไปในพริบตา
ไก่ตุ๋นรสชาติหอมหวน เฉิงเหยาจินดูท่าทางยังไม่อิ่มหนำ ส่วนเฉิงชู่ม่อนั้นแทบจะเคี้ยวกลืนลงไปทั้งกระดูก แขกมาเยือนถึงบ้านแต่การต้อนรับกลับไม่ทั่วถึง หานเยว่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่โต้วโต้วกลับมองว่าเป็นการเสียมารยาท สาวน้อยผู้รู้ความจึงอาศัยจังหวะที่พวกเขากำลังเจรจาธุรกิจ แอบไปเชือดไก่มาตุ๋นเพิ่มอีกสองตัว เตรียมไว้เป็นมื้อดึกหลังจากที่ทั้งสามคนคุยธุระเสร็จ
เฉิงเหยาจินมีพื้นเพมาจากจอมโจร แม้จะมีความหน้าด้านไร้ยางอายอยู่บ้าง แต่เวลาทำอะไรก็ดูใจป้ำสมเป็นลูกผู้ชาย เรื่องความร่วมมือเปิดโรงงานผลิตยาแก้ลมแดดฮั่วเซียง เขาพร้อมสนับสนุนทั้งคนและเงินทุนอย่างเต็มที่
หานเยว่รู้สึกซาบซึ้งใจ จึงไม่คิดปิดบังอำพรางอีกต่อไป เขาพยายามนึกย้อนถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจหลากหลายรูปแบบในยุคปัจจุบัน แล้วค่อยๆ อธิบายให้สองพ่อลูกตระกูลเฉิงฟังอย่างละเอียด
การสร้างธุรกิจหนึ่งอย่าง ตั้งแต่แนวคิด เริ่มลงมือ จนถึงการโปรโมต ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ แล้วจะจบ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องดูเหมือนง่าย แต่พอแจกแจงออกมาแล้วกลับมีรายละเอียดซับซ้อนมากมาย
แค่กลยุทธ์การตลาดสารพัดวิธีจากโลกอนาคต ก็เล่นเอาสองพ่อลูกตระกูลเฉิงนั่งอ้าปากค้าง มองหานเยว่ราวกับเห็นเทพเซียนลงมาจุติ
"ท่านลุงเฉิง การปรุงยาแก้ลมแดดฮั่วเซียงนี้ไม่ได้ยุ่งยากเลย ในสูตรยามีสมุนไพรหลักอยู่เก้าชนิด... ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา สมุนไพรพวกนี้ราคาถูกมาก เงินหนึ่งกว้านซื้อได้ตั้งสามสิบสี่สิบจิน"
เฉิงเหยาจินเริ่มรำคาญ "เจ้าบอกมาตรงๆ เลยดีกว่าว่าวัตถุดิบหนึ่งกว้านผลิตยาได้กี่ขวด ส่วนวิธีการปรุงกับตัวยาที่ต้องใช้ มันเป็นความลับทางการค้า ข้าไม่อยากฟัง..."
"ก็ได้ครับ" หานเยว่พยักหน้า ก่อนจะนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วค่อยๆ กล่าวว่า "ข้าเคยคำนวณดูแล้ว สมุนไพรสามสิบจินหลังจากผ่านการเตรียมแล้ว สามารถปรุงยาแก้ลมแดดฮั่วเซียงได้สี่ร้อยขวด หากคำนวณราคาขายขวดละยี่สิบอีแปะ ก็จะได้เงินแปดพันอีแปะ หรือเท่ากับแปดกว้าน"
"เจ้าว่าไงนะ แปดกว้าน?" เฉิงเหยาจินทำหน้าตกตะลึง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้น "นี่ก็หมายความว่า ทันทีที่ยานี้วางขาย จะมีกำไรถึงแปดเท่าตัว..."
เฉิงชู่ม่อยิ่งมีสภาพดูไม่ได้ เจ้าหนุ่มนี่ถึงกับปากเบี้ยวตาเหลือก น้ำลายไหลย้อยออกมา
"คิดแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ แปดกว้านนั่นมันแค่กำไรขั้นต้น เรายังต้องหักค่าแรงคนงาน ค่าเสื่อมสภาพโรงเรือน... เอ้อ... โรงงาน แล้วก็ค่าช่องทางการจัดจำหน่ายอีก..." หานเยว่เกาหัวแกรกๆ พยายามอธิบายให้ทั้งคู่เข้าใจ
"อย่ามาพูดจาวกวน ข้าฟังไม่รู้เรื่อง! เจ้าบอกมาเลยว่ากำไรสุทธิมันเท่าไหร่กันแน่ ขืนยังพูดจาเยิ่นเย้อ เชื่อไหมข้าจะตบให้คว่ำ"
"กำไรสุทธิเหรอครับ" หานเยว่ลากเสียงยาวพลางประเมิน "ต่อให้หักค่าแรง หักค่าเสื่อมโรงงานยังไง ข้าคิดว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีกำไรสักหกกว้านแหละน่า!"
"ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า!" เฉิงเหยาจินเงยหน้าหัวเราะร่า เสียงดังราวกับนกเค้าแมวกรีดร้องยามวิกาล ใบหน้าที่มีขนรุงรังแดงก่ำดูน่ากลัวพิลึก
"กำไรหกเท่าตัว ต่อให้แบ่งกับเจ้าคนละครึ่ง ตระกูลเฉิงของข้าก็ได้กำไรสามเท่า เยี่ยม เยี่ยมมาก ประเสริฐที่สุด แบบนี้ไม่เกินหนึ่งปี ตระกูลเฉิงต้องมีเงินทองกองเท่าภูเขา ข้าอยากจะเห็นนักว่าถึงตอนนั้นจะมีไอ้หน้าไหนในเมืองฉางอันกล้ามาเบ่งใส่ข้าอีก ต่อให้เป็นฝ่าบาทก็เถอะ... ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า!"
เฉิงเหยาจินยิ่งพูดยิ่งคึกคะนอง ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นเฉิงชู่ม่อกำลังฉีกยิ้มปัญญานิ่มตามไปด้วย จึงตบหัวลูกชายจนเซถลา
"จำใส่กะลาหัวเอาไว้ให้ดี ของสิ่งนี้เรียกว่ายาแก้ลมแดดฮั่วเซียง กำไรมหาศาลถึงหกเท่าตัว ถ้าเอ็งกล้าแพร่งพรายออกไป ข้าจะเชือดล้างโคตรเอ็ง"
"ครับ ครับ ครับ!" เฉิงชู่ม่อผู้น่าสงสารโดนพ่อตบจนตาลาย รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างขยันขันแข็ง แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ ทำหน้าตาตื่นน้ำตาคลอเบ้า "ท่านพ่อ ล้างโคตรข้า ก็เท่ากับล้างโคตรท่านไม่ใช่เหรอ จะเชือดทำไมกันเล่า"
เอ้อ... เฉิงเหยาจินอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
หานเยว่กำลังจะหัวเราะเยาะ แต่จอมโจรเฒ่าช่างหน้าด้านไร้ยางอาย พริบตาเดียวก็หาทางลงให้ตัวเองได้เฉยเลย เขาตบไหล่หานเยว่ดังป้าบ แล้วแสยะยิ้มเหี้ยม "ครอบครัวตัวเองเชือดไม่ได้ งั้นก็ไปเชือดล้างโคตรมันแทน ว่ะฮ่าฮ่า!"
คุณพระ นี่มันยังมียางอายเหลืออยู่บ้างไหมเนี่ย
หานเยว่นวดไหล่ที่ชาหนึบ แอบก่นด่าในใจ
เพื่อป้องกันไม่ให้ตาลุงเฉิงลุกขึ้นมาตบใครอีก เขาตัดสินใจสาดน้ำเย็นเข้าใส่สักถัง
"ท่านลุงเฉิง ท่านช่วยสงบสติอารมณ์ก่อนหัวเราะได้ไหม ให้ข้าพูดให้จบก่อน ยาแก้ลมแดดฮั่วเซียงนี่กำไรสูงจริงๆ นั่นแหละครับ แต่ถ้าจะผลิตจำนวนมาก ตอนนี้เกรงว่าจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง... ถ้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้ การจะหวังรวยจากธุรกิจนี้ก็คงเป็นแค่เรื่องตลก"
คำพูดนี้ได้ผลชะงัดนัก รอยยิ้มบนหน้าเฉิงเหยาจินหุบลงทันที
"ปัญหาอะไร ว่ามา!" ตาลุงเฉิงจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หน้าตาดุดันเหมือนยักษ์มาร "ถ้ากลัวว่าจะมีใครมาก่อกวน ข้าจะแบกขวานมาเฝ้าหน้าโรงงานเอง ใครกล้ามาแหยมพ่อจะฟันไม่เลี้ยง!"
พอเถอะครับท่าน! หานเยว่กลอกตามองบน พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
หน้าที่เฝ้าประตูมันเป็นงานของฉินฉยงกับอวี้ฉือจิ้งเต๋อเขา ด้วยหน้าตาขนดกปานวานรแถมยังดูดุร้ายของเฉิงเหยาจิน ขืนมายืนถือขวานเฝ้าหน้าโรงงาน อย่าว่าแต่คนนอกเลย แม้แต่คนงานของตัวเองก็คงไม่กล้าเข้า แล้วจะผลิตยากันยังไง
แม้ในใจจะนินทายับ แต่สีหน้ากลับไม่กล้าแสดงออก ช่วยไม่ได้ ก็คนมันกลัวโดนตื้บนี่นา
...
เฉิงเหยาจินเป็นคนใจร้อน พอเห็นหานเยว่อึกอักอยู่นานก็ยิ่งเร่งเร้า "รีบพูดสิโว้ย ตกลงมันติดขัดตรงไหน?"
"ต้องใช้หัวเชื้อสุราครับ! นี่เป็นส่วนผสมสำคัญในการปรุงยาแก้ลมแดดฮั่วเซียง..."
"หัวเชื้อสุรา? มันคือของสิ่งใด? หาซื้อได้ที่ไหน?" เฉิงเหยาจินทำหน้างง หันไปมองเฉิงชู่ม่อ ก็เห็นลูกชายทำหน้ามึนตึ้บเหมือนกัน เห็นได้ชัดว่าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"ไอ้หนู หรือเจ้าจะกุเรื่องมาหลอกต้มข้า..."
"มิกล้า มิกล้า!" หานเยว่เห็นจอมโจรเฒ่าทำท่าจะอาละวาด จึงรีบอธิบาย "ของสิ่งนี้ปัจจุบันยังไม่มีใครทำออกมาขาย เราต้องผลิตขึ้นมาเองครับ"
"งั้นก็ผลิตสิ..." เฉิงเหยาจินโบกมือวูบ ไม่ถามสักคำว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ พูดอย่างป๋าว่า "ในเมื่อเจ้าหนูเจ้ารู้จักหัวเชื้อสุรา ก็คงรู้วิธีทำอยู่แล้ว ก็ทำออกมาสิวะ แค่สร้างโรงเรือนเพิ่มอีกสักหลังจะเป็นไรไป"
หานเยว่ทำหน้ามุ่ย "ท่านลุงเฉิงคงต้องผิดหวังแล้วล่ะครับ ไอ้หัวเชื้อสุราเนี่ย เกรงว่าตอนนี้คงยังผลิตจำนวนมากไม่ได้ มันต้องใช้อุปกรณ์จากวิทยาการยุคใหม่..."
"อะไรคือ... วิทยาการยุคใหม่...?" สองพ่อลูกตระกูลเฉิงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วหันมาจ้องหน้าเขาตาแป๋ว
"วิทยาการยุคใหม่ก็คือ..." หานเยว่ถูกทั้งสองจ้องจนขนลุก ด้วยความรีบร้อน ทันใดนั้นสมองก็แล่นปราด ความคิดหนึ่งแวบเข้ามา จึงพึมพำว่า "จริงๆ ไม่ต้องใช้หัวเชื้อสุราก็ได้ ใช้เหล้าดีกรีแรงแทน... อุ๊ยตายละหว่า นี่มันธุรกิจทำเงินมหาศาล จะให้ตาแก่นี่รู้ไม่ได้เด็ดขาด...!"
เขาชะงักปากทันควัน แต่น่าเสียดายที่สองพ่อลูกตระกูลเฉิงหูผี ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
เหล้าดีกรีแรง? ทำเงินมหาศาล?
ดวงตาของเฉิงเหยาจินลุกวาวดุจดวงไฟ เบิกกว้างเท่าระฆังทองแดง ส่วนเฉิงชู่ม่อลอบกลืนน้ำลายลงคอ ถามยิ้มๆ อย่างเกรงใจว่า "น้องชาย ไอ้เหล้าดีกรีแรงเนี่ย มันคืออะไรเหรอ? ฟังจากน้ำเสียงเจ้า ของสิ่งนี้ทำเงินได้เยอะงั้นรึ? รสชาติดีไหม..."
หานเยว่ยังไม่ทันตอบ เฉิงเหยาจินก็หัวเราะร่า ตะโกนลั่น "ลูกพ่อถามอะไรโง่ๆ ไม่ดูสีหน้าไอ้หนูนี่หรือไง เหล้าดีกรีแรงต้องเป็นของวิเศษแน่นอน ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง แบ่งคนละครึ่ง!"
"ท่านลุงเฉิง เรื่องนี้..."
"ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หนูไม่ต้องกังวล โรงงานเหล้าดีกรีแรงตระกูลเฉิงของข้าจะเป็นคนออกทุนเอง เรื่องนี้ตกลงตามนี้! นึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้ข้ามาเที่ยวเล่น กลับได้ธุรกิจใหญ่ให้ตระกูลเฉิงถึงสองอย่าง รวยเละแน่งานนี้..." จอมโจรเฒ่าหัวเราะอย่างชั่วร้าย ตัดบทโป๊ะเชะ ไม่เปิดโอกาสให้หานเยว่ได้อ้าปากเถียง มัดมือชกเรื่องความร่วมมือผลิตเหล้าทันที
"ข้าว่าแล้วเชียว ข้าว่าแล้ว เนื้อชิ้นโตโดนหมาป่าจ้อง จะไปเหลือรอดอะไร!" หานเยว่เจ็บใจจนสมองเต้นตุบๆ ตบปากตัวเองฉาดใหญ่
"ตบให้ตายก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อท่านเฉิงผู้นี้หมายตาอะไรแล้ว ไม่ได้กินเข้าปากเป็นไม่ยอมเลิกรา! รีบเล่ามาซะดีๆ ว่าไอ้เหล้าดีกรีแรงเนี่ยมันมีกระบวนการยังไง"
หานเยว่โกรธจนแก้มพอง อึกอักอยู่นานก่อนจะลองหยั่งเชิง "ท่านลุงเฉิง ไม่บอกได้ไหมครับ!"
"ไม่บอก?" จอมโจรเฒ่าแหงนหน้าหัวเราะหึๆ หันไปสั่งเฉิงชู่ม่อว่า "ไปเอาขวานยักษ์ของพ่อมา วันนี้ดาวสวยลมเย็น พ่อเกิดพุทธิปัญญา อยากจะลองพัฒนาเพลงขวานสามกระบวนท่า ให้กลายเป็นเพลงขวานพายุหมุนหกกระบวนท่าเสียหน่อย กำลังอยากทดลองกับเจ้าหนูนี่พอดี..."
"ได้เลยครับ ท่านพ่อรอเดี๋ยว ขวานมาแล้ว!"
อย่านะคุ้ณ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากันดีๆ จะลงไม้ลงมือทำไมเล่า...
[จบแล้ว]