เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - เฉิงเหยาจินมาแล้ว

บทที่ 26 - เฉิงเหยาจินมาแล้ว

บทที่ 26 - เฉิงเหยาจินมาแล้ว


บทที่ 26 - เฉิงเหยาจินมาแล้ว

ตอนฟันคนมันสะใจ แต่ตอนรับกรรมมันยาวนาน ตีหวังซวินไปแล้ว แม้จะรู้สึกสะใจโคตรๆ แต่พายุลูกใหญ่ที่จะตามมา ก็ทำเอาหานเยว่กลุ้มใจเหมือนกัน

ถ้าบอกว่าไม่กลัว ก็โกหก!

ตระกูลใหญ่ไม่ได้หน้าบางเหมือนหลี่ซื่อหมิน

หลี่ซื่อหมินเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มีความใจกว้างดั่งมหาสมุทร ขอแค่มีเหตุผล คุณสามารถยืนด่ากราดใส่พระองค์เหมือนเว่ยเจิงได้ รับรองพระองค์ไม่สั่งฆ่า

แต่ตระกูลใหญ่ไม่ใช่ พวกนี้คือฝูงหมาป่ากินคนไม่คายกระดูก มีวิธีสกปรกสารพัด พันปีที่ผ่านมา ฉากหน้าสร้างภาพใจบุญซื้อใจคน ฉากหลังทำเรื่องชั่วช้าสารเลวไม่มีเว้น

ตระกูลหวังแห่งไท่หยวนในฐานะตระกูลพันปี เพื่อรักษาอำนาจให้มั่นคง ต้องใช้เงินมหาศาลขนาดไหน? ลำพังรายได้ปกติจะไปพออะไร

ลูกหลานสายย่อยหลายร้อยสาย คนเป็นหมื่น กินดื่มใช้จ่ายต้องใช้เงิน ซื้อใจคนสร้างชื่อเสียงต้องใช้เงิน ดึงขุนนางยุแยงแม่ทัพยิ่งต้องใช้เงิน รายจ่ายพวกนี้มาจากไหน? ส่วนใหญ่ก็มาจากธุรกิจเปื้อนเลือด

ในเมื่อธุรกิจเปื้อนเลือด ที่มาก็ย่อมไม่ใสสะอาด ดีไม่ดีอาจแย่งชิงมาด้วยวิธีสกปรก...

...

ตระกูลหวังเดิมทีก็จ้องจะงาบยาแก้ลมแดดของเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ลูกหลานโดนเขากระทืบอีก ในฐานะตระกูลพันปี พวกเขาไม่มีทางยอมจบง่ายๆ แน่

หานเยว่ประเมินว่า การแก้แค้นของตระกูลหวัง ถ้าไม่มาก็แล้วไป แต่ถ้ามา ต้องรุนแรงเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย

ซวยตรงที่ตอนนี้เขายังตั้งตัวไม่ติด ร่างกายยังไม่แข็งแรง ต้านไม่อยู่แน่

เริ่มเสียใจแล้วสิ!

รู้งี้ทนหน่อยก็ดี ยาแก้ลมแดดก็ไม่ใช่ของวิเศษอะไร ยกให้ไปซื้อเวลาหน่อยไม่ดีเหรอ? ไอ้สันดานหมาบ้านี่นะ! แก้ไม่หายสักที! เจ็บมาตั้งกี่ครั้งแล้ว...

แต่โลกนี้ไม่มียาแก้เสียใจ คนก็ตีไปแล้ว จะไปหวังให้คนตระกูลหวังใจกว้างไม่ถือสา คงได้แต่ฝันกลางวัน...

...

"หรือว่าตอนนี้ป๋าจะบุกไปฉางอัน ไปกอดขาหลี่ซื่อหมินดีวะ!" เขาลูบคางครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ส่ายหน้าเยาะเย้ยตัวเอง ปัดความคิดนี้ทิ้งไป

กษัตริย์อย่างหลี่ซื่อหมิน เห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่าความผูกพัน ยิ่งคนเก่ง ยิ่งคิดเรื่องได้เสียทุกย่างก้าว ซวยตรงที่หานเยว่ยังไม่ได้แสดงคุณค่าอะไรให้หลี่ซื่อหมินเห็นว่าคุ้มที่จะแตกหักกับตระกูลหวัง

จะบอกว่าความชอบเรื่องกังหันน้ำยิ่งใหญ่? อย่ามาตลก ฮ่องเต้เอาบรรดาศักดิ์แลกไปแล้ว บัญชีปิดไปแล้ว...

"อนาคตมืดมน ชะตากรรมรันทดแท้!"

คิดไปคิดมา ก็หาทางออกไม่ได้ ช่วยไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่เร่งความเร็วในการสร้างหมู่บ้านตระกูลเถียน หวังว่าจะอัพเกรดระบบได้ทันก่อนตระกูลหวังจะแก้แค้น

"ลุงเถียน ลุงพาคนไปฉางอันเดี๋ยวนี้ เจอช่างก่อสร้างว่างงานที่ไหน จ้างมาให้หมด บอกพวกเขาว่า กินอยู่ฟรี ค่าแรงเบิ้ล"

ในเมื่อเวลามีน้อย ก็ต้องเร่งมือ แม้ตอนนี้จะเย็นแล้ว แต่หานเยว่ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว

และไม่กล้าเสียเวลาด้วย!

พายุกำลังตั้งเค้า...

...

ในเมืองฉางอัน ตำหนักไท่จี๋!

หลี่ซื่อหมินวางฎีกาที่เพิ่งตรวจเสร็จลง ยกชามหยกบนโต๊ะขึ้นมา พบว่าซุปรังนกข้างในเย็นชืดไปแล้ว ขมวดคิ้วนิดหน่อย วางลงที่เดิม

"กี่ยามแล้ว?" ฮ่องเต้หาวหวอด รู้สึกเพลีย

"กราบทูลฝ่าบาท ดึกแล้ว สองยามแล้วพะยะค่ะ!"

"สองยามเหรอ ยังไม่ดึกมาก ให้คนยกซุปมาใหม่ แล้วก็หาของว่างมาหน่อย เรากินเสร็จจะตรวจฎีกาต่ออีกนิด"

ขันทีรับคำสั่ง รีบถอยออกไป

หลี่ซื่อหมินลุกจากโต๊ะ บิดขี้เกียจเต็มแรง แล้วเดินไปเดินมาในห้องช้าๆ เพื่อยืดเส้นยืดสาย ฮ่องเต้ก็คน นั่งนานก็ปวดเมื่อย ต้องเดินเหินบ้าง...

...

เดินไปสักพัก รู้สึกหายเมื่อย จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาลอยๆ ไม่มีปี่มีขลุ่ย "เรื่องราวเป็นไงบ้าง?"

คำถามนี้ช่างน่าขนลุก!

ขันทีเวรเพิ่งออกไปสั่งอาหาร ในห้องชัดเจนว่าไม่มีคน ตามหลักไม่น่าจะมีใครตอบ

แต่วินาทีต่อมา ในมุมมืดของห้อง กลับมีเสียงแผ่วเบาดังขึ้น

"เมื่อสามวันก่อน หนานแห่งจิงหยางคิดค้นสูตรลับอีกแล้ว ว่ากันว่าเป็นยาแก้ลมแดด เรียกว่ายาแก้ลมแดดฮั่วเซียง จากการตรวจสอบ วันนั้นเขาให้ภรรยาไปซื้อยาที่ร้านยา แต่ถูกหวังซวินจากสายรองตระกูลหวังสะกดรอยตามไปถึงหมู่บ้านตระกูลเถียน หวังจะชิงสูตรลับ..."

"ขอเนื้อๆ!"

"หนานแห่งจิงหยางโกรธที่โดนข่มขู่ เลยไม่ยอม แถมยืมมือชาวบ้านตระกูลเถียน รุมตีหวังซวินจนบาดเจ็บ!"

"...กล้าตีลูกหลานตระกูลหวังเชียวรึ? หรือว่าเด็กนั่นไม่รู้ที่มาที่ไปของอีกฝ่าย?" หลี่ซื่อหมินแปลกใจ

"กราบทูลฝ่าบาท จากการตรวจสอบ ตอนนั้นหวังซวินแสดงตัวตนแล้ว!"

"น่าสนใจ! รู้ทั้งรู้ว่าเป็นคนตระกูลหวัง เด็กนั่นยังกล้าลงมือ! หึหึ เราชักจะนับถือความกล้าของมันแล้วสิ..."

คนในมุมมืดเงียบกริบ!

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงแผ่วเบานั้นถึงดังขึ้นอีกครั้ง ราบเรียบว่า "ไม่รู้ว่ากล้าหาญจริงๆ หรือแค่วัยรุ่นเลือดร้อน!"

หลี่ซื่อหมินชะงัก ครุ่นคิด!

"สั่งการหน่วยองครักษ์เงาเพิ่มกำลังพล จับตาดูเรื่องนี้ให้ใกล้ชิด! พวกตระกูลใหญ่ส่วนมากละโมบ ตระกูลหวังยิ่งตัวดี ในเมื่อเล็งหานเยว่แล้ว คงไม่ยอมรามือแน่ ตอนพวกเจ้าเฝ้าดู ถ้าสถานการณ์อำนวย ก็ขัดขวางบ้างก็ได้!"

คนในมุมมืดเงียบไป

หลี่ซื่อหมินเริ่มไม่พอใจ พูดเสียงเย็น "คำพูดของเรา เจ้าไม่ได้ยิน หรือไม่อยากทำตาม?"

...

"...ฝ่าบาท ตอนนี้ต้าถังเพิ่งตั้ง แผ่นดินยังไม่นิ่ง การปะทะกับตระกูลใหญ่ตอนนี้ ไม่เป็นผลดีต่อราชสำนัก!"

"ไม่เป็นไร เราแค่เสียดายเด็กคนนั้น เด็กชาวนาตัวเล็กๆ ต้องมาเจอกับยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลหวัง ร่างกายผอมแห้งแบบนั้นจะทนพายุฝนได้กี่น้ำ? พวกเจ้าไม่ต้องชนกับตระกูลหวังตรงๆ แค่รักษาชีวิตหานเยว่ไว้ก็พอ!"

"ถ้าฝ่าบาทแค่ต้องการรักษาชีวิตเขา ก็ไม่ต้องสั่งองครักษ์เงาลงมือหรอกพะยะค่ะ"

หลี่ซื่อหมินงง "ทำไมล่ะ?"

"ฝ่าบาทอาจจะลืมไป สาวน้อยตระกูลหลัวคนนั้น ยังพักอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลเถียน..."

"จิ้งเอ๋อยังอยู่ที่นั่น? นางไม่ได้จะไปหาอี้กั๋วกงหรอกรึ?"

หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้ว แล้วก็โบกมือเบาๆ เป็นเชิงว่าช่างมันเถอะ

ในความมืด มีเงาคนโค้งคำนับ แล้วหายวับไป...

...

หมู่บ้านตระกูลเถียน เสียงดังจอแจ คึกคักวุ่นวาย

รื้อบ้าน สร้างบ้าน ทำถนน ชาวบ้านร้อยกว่าคนบวกช่างอีกหลายสิบ เปลี่ยนหมู่บ้านให้กลายเป็นไซต๋ก่อสร้างขนาดยักษ์... ขุดเจาะทั่วทิศ ก่อสร้างทั่วถิ่น คนนับร้อยทำงานพร้อมกัน มีแม่บ้านอีกหลายสิบทำกับข้าวส่งเสบียง สเกลงานขนาดนี้ จะไม่ให้คึกคักได้ไง

หานเยว่วันนี้ยุ่งจนตีนไม่ติดพื้น ปากเป็นแผลร้อนในพุพอง ในฐานะสถาปนิกใหญ่บวกนายทุนบวกผู้รับเหมา เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ต้องผ่านมือเขาหมด แทบจะไม่มีเวลาตด อยากจะแยกร่างได้สักแปดร่าง

ถ้าไม่กลัวตระกูลหวังบุกมา เขาคงเทงานทิ้ง หาที่นอนพักผ่อนให้สบายใจเฉิบ...

...

วันร้อนระอุ แดดแรงเผาจนหัวหมุนตาลาย หานเยว่รู้สึกเหมือนจะเป็นลมแดดอีกรอบ!

เขาค่อยๆ กระดึ๊บไปในที่ร่ม ล้วงยาแก้ลมแดดฮั่วเซียงครึ่งขวดออกมาจากอกเสื้อ เขย่าเบาๆ กัดฟันกระดกเข้าปาก

วันนี้ล่อไปเจ็ดขวดแล้ว ของพรรค์นี้แม้จะแก้ลมแดด แต่มีส่วนผสมเหล้า แถมฮั่วเซียงก็ฤทธิ์แรง กินเยอะไม่ดีต่อสุขภาพ

"ไม่ไหวแล้ว ป๋าต้องพักสักหน่อย..." เขาแลบลิ้น ทิ้งตัวนอนแผ่ใต้ร่มไม้ หลับตาปุ๊บ กรนสนั่นปั๊บ

ไม่ได้นอนดีๆ มาสามวันแล้ว หลับสบายชะมัด...

...

ไม่ไกลนัก ม้าศึกสองตัวควบตะบึง ฝุ่นตลบ พุ่งตรงเข้ามา

ม้าสองตัววิ่งตามกันมา เพราะหมู่บ้านตระกูลเถียนขุดเจาะไปทั่ว มีแค่ตรงที่หานเยว่นอนหลับที่เรียบพอจะวิ่งได้ คนขี่ม้าตั้งใจจะผ่านทางนี้ พอมาถึงใกล้ๆ ถึงได้ตกใจเห็นคนนอนอยู่บนพื้น

ฮี้!

คนขี่ม้าฝีมือฉกาจ แม้จะเห็นช้า แต่ก็กระตุกบังเหียนหยุดม้าได้ทันท่วงทีแบบเฉียดฉิว

ห่างจากตัวหานเยว่แค่ครึ่งคืบ

"เอ๊ะ ท่านพ่อ คนที่นอนอยู่บนพื้น เหมือนจะเป็นหนานจิงหยางนะ..." เด็กหนุ่มบนม้าอุทาน เหมือนจะจำคนบนพื้นได้

ถามว่าทำไมเด็กคนนี้รู้จักหานเยว่ ไม่มีอะไรมาก คนคุ้นเคยกัน หมอนี่ไม่ใช่ใครอื่น คือเฉิงชู่ม่อที่หานเยว่เคยจะหลอกตังค์นั่นเอง!

"วะฮ่าฮ่า จริงเหรอ? บังเอิญอะไรขนาดนี้ สวรรค์ลิขิตชัดๆ ท่านโหวจิงหยางต้องรู้แน่ว่าพ่อจะพาเจ้ามาทำพิธีเชือดไก่สาบานเป็นพี่น้อง เลยมารรอรับล่วงหน้า!" ทั่วต้าถังคนที่พูดจาหน้าด้านได้ขนาดนี้ นอกจากเฉิงเหยาจินจอมกลิ้งกลอก ก็ไม่มีคนที่สองแล้ว

"ท่านพ่อ นี่มันมารับที่ไหน เขาหลับอยู่ชัดๆ..."

"วะฮ่าฮ่า ลูกไม่รู้อะไร คนแปลกย่อมทำเรื่องแปลก ท่านโหวจิงหยางทำแบบนี้ เรียกว่าวิชาต้อนรับในฝัน! สมัยพ่อขึ้นเขาเหลียงซานใหม่ๆ ตอนเจอพวกพี่น้อง พวกเขาก็ใช้วิชานี้กันทั้งนั้น..."

พอเถอะ! พ่อนั่นแหละไปตื้อจะสาบานกับเขา ลุงๆ เขาปฏิเสธไม่ลง เลยแกล้งหลับหนีต่างหาก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - เฉิงเหยาจินมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว