เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 โอสถโพธิ์พฤกษา

ตอนที่ 40 โอสถโพธิ์พฤกษา

ตอนที่ 40 โอสถโพธิ์พฤกษา


ณ ห้องโถงใหญ่ สมาคมนักหลอมโอสถ

ในยามนี้ ภายในตำหนักอันกว้างขวางเป็นที่รวมตัวของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ทั้งสมาคม แม้แต่ประมุขสมาคมเองก็ยังปรากฏตัวอยู่ที่นี่ด้วย

ทว่า ผู้อาวุโสและศิษย์เหล่านี้ต่างกำลังจ้องมองไปยังร่างสองร่างเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ

“หงหยวน เจ้าบังอาจดูหมิ่นท่านประมุข!”

ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงขบฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น

เขาสายตาจดจ้องไปยังชายชราในชุดคลุมสีดำ ร่างกายเตี้ยแคระแกร็นและมีเส้นผมสีเงินบางตาผู้นั้น

ชายชราผู้นี้แผ่กลิ่นอายอันชั่วร้ายและเย็นเยียบออกมาทั่วร่าง เขาคือผู้อาวุโสหงหยวน ผู้ที่เคยถูกสมาคมนักหลอมโอสถขับไล่ออกไปในอดีต!

ในตอนนั้นเอง เด็กหนุ่มชุดคลุมสีเทาที่อยู่ข้างกายหงหยวนก็ก้าวออกมา

เด็กหนุ่มผู้นี้ก็คือ ‘เว่ยอวิ๋น’ อัจฉริยะนักหลอมโอสถที่หงหยวนรับเป็นศิษย์!

เว่ยอวิ๋นจ้องมองผู้อาวุโสอวิ๋นหลงด้วยสายตาหยิ่งยโส พลางพูดเยาะเย้ยว่า

“เหอะ ไอ้พวกขี้แพ้ เจ้ามีคุณสมบัติอันใดจะมาเจรจากับอาจารย์ของข้า”

“เจ้า!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงโกรธจนหายใจติดขัด ทรวงอกกระเพื่อมไหวแทบจะกระอักเลือดออกมา

เขาอายุอานามนับร้อยปี กลับถูกรุ่นเยาว์หยามหมิ่นถึงเพียงนี้ ช่างเป็นความอัปยศอดสูยิ่งนัก!

“ห้ามเจ้าดูหมิ่นอาจารย์ของพวกเรานะ!”

ศิษย์ที่อยู่ด้านหลังหลายคนต่างพากันโกรธแค้นจนตัวสั่น

“หรือว่าข้าพูดผิดไป แม้แต่อาจารย์ของพวกเจ้ายังพ่ายแพ้ให้แก่ข้า วิชาหลอมโอสถของพวกเจ้าที่เป็นศิษย์ก็คงจะต่ำต้อยไร้ค่าเสียยิ่งกว่า”

มุมปากของเว่ยอวิ๋นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มดูแคลน

สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิดนัก เพราะในการประลองวิชาหลอมโอสถก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงพ่ายแพ้ให้แก่เขาอย่างยับเยิน!

“ไอ้พวกคนแก่ ในสมาคมนักหลอมโอสถของพวกเจ้าไม่มีใครพอจะประมือได้แม้แต่คนเดียว ดูท่าจะมีแต่ฝูงสวะและพวกแมลงชั้นต่ำที่ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะถือรองเท้าให้ศิษย์พี่อย่างข้า ตอนที่พวกเจ้าขับไล่อาจารย์ข้าออกไป สงสัยคงจะตาถั่วสิ้นดีสินะ”

สายตาของเว่ยอวิ๋นกวาดมองไปทั่ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามและไม่เห็นหัวผู้ใด

วาจานี้เปรียบเสมือนฝ่ามืออันอัปยศที่ตบเข้าฉาดใหญ่บนใบหน้าของทุกคน

ศิษย์ของสมาคมนักหลอมโอสถต่างกำหมัดแน่น ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้น

ทว่าแม้พวกเขาจะโกรธจนไฟลุกท่วมอก แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย

เพราะเด็กหนุ่มชุดเทาเบื้องหน้านี้ อายุเพียงยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี แต่กลับก้าวเข้าสู่ระดับนักหลอมโอสถระดับสี่ได้แล้ว!

ซ้ำร้าย วิชาหลอมโอสถของเขายังดูจะเหนือชั้นยิ่งกว่าท่านประมุขสมาคมที่เป็นระดับสี่เช่นเดียวกันเสียอีก!

“หงหยวน เจ้าต้องการอะไรกันแน่”

ในที่สุด ประมุขสมาคมก็เอ่ยปากขึ้น

เขาผู้ซึ่งปกติมีนิสัยมุทะลุดุดัน ในยามนี้กลับมีน้ำเสียงที่สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด

นั่นก็เพราะว่าวิชาหลอมโอสถของเขาพ่ายแพ้ให้แก่เว่ยอวิ๋นไปแล้ว

เว่ยอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นพลางแค่นยิ้มเย็น

“ง่ายมาก ท่านเพียงแค่คุกเข่าโขกศีรษะขอขมาอาจารย์ของข้าเสีย”

“เว่ยอวิ๋น เจ้าอย่าให้มันมากนัก!”

สิ้นคำกล่าว ศิษย์ของสมาคมนักหลอมโอสถทุกคนต่างกรูเข้าไปด้วยความโกรธแค้น พลังวิญญาณในร่างเริ่มหมุนวนอย่างลับๆ

นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว!

การให้ท่านประมุขคุกเข่าโขกศีรษะให้หงหยวน นี่มันเป็นการตั้งใจจะเหยียบย่ำเกียรติยศของท่านประมุขให้จมดินชัดๆ!

“ถอยไป! ในเมื่อวิชาหลอมโอสถของข้าด้อยกว่าเขาจริง ข้าก็ไม่มีคำใดจะโต้แย้ง”

ประมุขสมาคมตวาดสั่งศิษย์ด้านหลัง

ยามนั้นเอง ผู้อาวุโสหงหยวนที่นิ่งเงียบมาตลอดก็เปิดปากขึ้น เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน น้ำเสียงแหบพร่าราวกับมีเสมหะติดอยู่ในลำคอว่า

“ข้ามาที่นี่วันนี้ เพื่อทวงของสิ่งหนึ่งจากสมาคม หากพวกเจ้ายอมส่งเมล็ดพันธุ์ไฟนั่นมาให้ ข้าจะยอมจากไปแต่โดยดี”

ซี้ด—

“อะไรนะ! เจ้าต้องการเมล็ดพันธุ์ไฟอย่างนั้นหรือ”

พวกผู้อาวุโสอวิ๋นหลงต่างหน้าถอดสี

ในสมาคมนักหลอมโอสถแห่งนี้ มีเมล็ดพันธุ์ไฟทรงพลังที่ก่อเกิดรูปร่างถูกกักขังเอาไว้อยู่ดวงหนึ่ง

และเมล็ดพันธุ์ไฟลึกลับดวงนั้น แม้แต่ประมุขสมาคมก็ยังไม่อาจสยบมันได้ มันมีอานุภาพทำลายล้างมหาศาลและบ้าคลั่งอย่างยิ่ง

ประมุขสมาคมหรี่ตาลง ที่แท้การกลับมาของหงหยวนในครั้งนี้ นอกจากจะมาหยามเกียรติสมาคมแล้ว ยังคิดจะครอบครองเมล็ดพันธุ์ไฟดวงนั้นอีกด้วย

ตาแก่นี่ช่างมักใหญ่ใฝ่สูงไม่เคยเปลี่ยน!

ทว่าทันใดนั้นเอง ภายในโถงใหญ่พลันมีเสียงอันกราดเกรี้ยวของผู้อาวุโสจูเก๋อดังแทรกขึ้นมา

“เหอะ! หงหยวน อย่าเพิ่งดีใจเร็วนัก ใครบอกว่าสมาคมนักหลอมโอสถของเราไร้ผู้มีความสามารถ วันนี้ข้าจะให้อัจฉริยะนักหลอมโอสถที่โดดเด่นที่สุดของสมาคมเรามาประลองกับศิษย์ของเจ้าดูสักตั้ง ให้รู้กันไปว่าใครจะชนะใครจะแพ้!”

สิ้นเสียงนั้น ร่างของเยี่ยหาน ผู้อาวุโสจูเก๋อ และหลิ่วชิงถาน ทั้งสามคนก็ก้าวเท้าเข้าสู่โถงใหญ่ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จ้องมองมา

ฮือฮา—

“เป็นเขานั่นเอง!”

“เขาก็คืออัจฉริยะที่เอาชนะท่านปรมาจารย์จูเก๋อได้ในวันนั้นไม่ใช่หรือ”

ทั่วทั้งโถงใหญ่เกิดความวุ่นวายย่อมๆ ศิษย์ของสมาคมต่างจดจำบุคคลผู้นี้ได้อย่างแม่นยำ

เพราะเยี่ยหานไม่เพียงแต่ชนะปรมาจารย์จูเก๋อได้เท่านั้น แต่เขายังให้คำชี้แนะเพียงไม่กี่คำ จนทำให้ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงบรรลุข้ามขั้นได้!

วิชาหลอมโอสถของเขาช่างลึกล้ำสุดหยั่งถึง!

“ไม่รู้ว่าเขาจะรับมือกับความโอหังของเว่ยอวิ๋นได้หรือไม่”

ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันซุบซิบกระซิบกระซาบ มีทั้งความอยากรู้อยากเห็นและความกังวลใจปนเปกัน

แม้เยี่ยหานจะมีวิชาหลอมโอสถที่เก่งกาจ แต่เว่ยอวิ๋นเองก็นับเป็นยอดอัจฉริยะเช่นกัน

“หึหึ นี่หรือที่พวกเจ้าเรียกว่าศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของสมาคม ก็งั้นๆ แหละ”

เว่ยอวิ๋นมองมาที่เยี่ยหาน เขาประเมินดูตั้งแต่หัวจรดเท้าเพียงครู่เดียวก็เบือนหน้าหนี ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและดูแคลน

ที่ด้านข้าง หงหยวนเองก็เบะปากพลางแค่นเสียงหึออกมา

เด็กหนุ่มตรงหน้าดูอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปี อายุน้อยกว่าเว่ยอวิ๋นเสียอีก วิชาหลอมโอสถจะไปเก่งกว่าเว่ยอวิ๋นได้อย่างไร

ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี!

“ว่ามาเถอะ จะให้ประลองหลอมโอสถชนิดใด”

เยี่ยหานยิ้มบางๆ กล่าวด้วยท่าทีท่าทีสบายๆ ไม่ต่างกับลมพัดเมฆลอยเอื่อย

เว่ยอวิ๋นผู้นี้ช่างบังอาจมาทำท่าทีผยองพองขนต่อหน้าเขา ตอนที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับเซียนโอสถทำให้สั่นสะเทือนไปทั่วดินแดนโบราณ เจ้าเด็กนี่เกรงว่ายังไม่ได้มาเกิดด้วยซ้ำ!

“ในเมื่อเจ้าอยากรนหาที่อัปยศเองนัก ได้ ข้าจะสงเคราะห์ให้ เรามาประลองกันด้วยการหลอมโอสถโพธิ์พฤกษาเป็นอย่างไร”

เว่ยอวิ๋นพูดด้วยใบหน้ายิ้มหยันและท่าทีล้อเลียน

ฮือฮา!

โอสถโพธิ์พฤกษา?!

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ทั่วทั้งโถงใหญ่พลันเกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที แม้แต่ประมุขสมาคมเอง แววตาก็ยังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เว่ยอวิ๋นถึงกับกล้าท้าประลองด้วยโอสถโพธิ์พฤกษา!

นั่นคือโอสถระดับสี่ขั้นสูงสุด ซ้ำความยากในการหลอมยังเทียบเท่ากับโอสถระดับห้าเสียด้วยซ้ำ ในพริบตานั้น ทุกคนต่างรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที

การที่เว่ยอวิ๋นกล้าเสนอให้หลอมโอสถชนิดนี้ แสดงว่าวิชาหลอมโอสถของเขาต้องล้ำลึกเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้มากนัก

อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็น...กึ่งระดับห้า!

แม้เยี่ยหานจะเป็นอัจฉริยะ แต่เขาจะเอาชนะได้จริงหรือ

เว่ยอวิ๋นมองไปยังเยี่ยหานด้วยสายตาท้าทาย เดิมทีเขาคิดว่าเยี่ยหานจะถอดใจด้วยความกลัว หรือไม่ก็ต้องแสดงอาการตกใจออกมา

ทว่าเมื่อเยี่ยหานได้ยินว่าจะให้ปรุงโอสถโพธิ์พฤกษา เขากลับไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจหรือตกตะลึงเหมือนคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบอย่างยิ่ง

สิ่งนี้ทำให้เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้ว ในใจแอบคิดว่า หรือเจ้าหมอนี่จะปรุงโอสถโพธิ์พฤกษาได้จริงๆ

เป็นไปไม่ได้! มันต้องแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแน่ๆ!

‘ก็แค่โอสถโพธิ์พฤกษาไม่ใช่หรือ’

เยี่ยหานลอบยิ้มเยาะในใจ ในสายตาคนอื่นการหลอมโอสถโพธิ์พฤกษานั้นยากเย็นแสนเข็ญ

แต่สำหรับเขาแล้ว มันมิใช่เรื่องยากเย็นอันใดเลย

ในฐานะนักหลอมโอสถผู้ยอดเยี่ยม ในโลกใบนี้ไม่มีโอสถในระดับเดียวกันชนิดใดที่เขาจะหลอมออกมาไม่ได้

“ตกลงตามที่เจ้าว่า ประลองด้วยโอสถโพธิ์พฤกษาก็แล้วกัน”

เยี่ยหานพยักหน้าส่งๆ และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เจ้าช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง”

เมื่อพูดจบ เว่ยอวิ๋นก็สะบัดแขนเสื้อ แล้วหม้อหลอมโอสถสีดำทมิฬใบหนึ่งก็ร่วงลงบนแท่นหิน

เขาเดินไปที่หน้าแท่นหิน จากนั้นหงายฝ่ามือขึ้น พรึ่บ! เปลวเพลิงสีเหลืองอ่อนขุมหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา

เปลวเพลิงดวงนี้ แตกต่างจากเปลวเพลิงที่เขาใช้ต่อกรกับประมุขก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อเปลวเพลิงนี้ลุกโชนขึ้น ทั่วทั้งโถงใหญ่พลันแปรเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งและร้อนระอุขึ้นมาทันตา

“นั่นมัน...”

รูม่านตาของประมุขสมาคมหดเกร็งลงอย่างรุนแรง

เปลวเพลิงที่เว่ยอวิ๋นใช้ แท้จริงแล้วคือเปลวเพลิงเมฆาวารีสวรรค์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 285 ของทำเนียบเปลวไฟโอสถระดับปฐพี!

จบบทที่ ตอนที่ 40 โอสถโพธิ์พฤกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว