- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 26 คัมภีร์ห้าธาตุเทียนกัง
ตอนที่ 26 คัมภีร์ห้าธาตุเทียนกัง
ตอนที่ 26 คัมภีร์ห้าธาตุเทียนกัง
ฉึก ฉึก ฉึก——
ทันทีที่ทางเข้าลับถูกเปิดออก ลูกธนูอาบยาพิษก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันสีดำพร้อมกับเสียงลมพัดบาดแก้วหู
“มีธนูอาบยาพิษ ทุกคนระวัง!”
สีหน้าของเยี่ยหานเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขากระทืบเท้าลงอย่างแรง ร่างกายทะยานขึ้นไปในอากาศและเอียงตัวหลบเล็กน้อย ทำให้ลูกธนูอาบยาพิษเหล่านั้นเฉียดผ่านตัวเขาไปอย่างหวุดหวิด
ฟั่บฟั่บฟั่บ!
ทว่าคนที่อยู่ด้านหลังบางคนไม่ทันได้ตั้งตัว เพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็ถูกลูกธนูอาบยาพิษเจาะทะลุร่าง ล้มลงกับพื้นเสียชีวิตในทันที
ซี้ด——
คนอื่นๆ เห็นศพที่อยู่บนพื้นก็ตกใจจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดและมีอาการหวาดผวา
“หลิ่วเจิ้นเทียน ไอ้เฒ่านี่ กล้าดีอย่างไรมาซุ่มซ่อนธนูอาบยาพิษไว้ในถ้ำลับ!”
เยี่ยไป๋หลี่เหลือบมองศพบนพื้นและทันใดนั้นก็โกรธจัด
หากพวกเขาไม่ระมัดระวังมากพอ ตระกูลเยี่ยคงต้องสูญเสียมากกว่านี้แน่นอน
“ที่นี่มีการป้องกันที่แน่นหนาเช่นนี้ และยังมีกับดักธนูซ่อนอยู่ ดูเหมือนว่าถ้ำแห่งนี้จะต้องเป็นคลังสมบัติของตระกูลหลิ่วเป็นแน่”
เยี่ยหานขมวดคิ้วและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เพราะตระกูลหลิ่วอุตส่าห์ใช้ความพยายามอย่างมากในการจัดวางกับดักไว้ที่นี่ แสดงว่าภายในถ้ำลับแห่งนี้ต้องซ่อนของล้ำค่าอะไรไว้แน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาจึงกวาดตามองทุกคนเบาๆ แล้วพูดอีกครั้งว่า
“ทุกคนถอยไปสองสามก้าว ข้าจะลองดูว่าที่นี่ยังมีกับดักอื่นอีกหรือไม่”
ตู้ม!
พูดจบ เยี่ยหานสูดหายใจเข้าลึก พลังวิญญาณภายในร่างกายพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว และยิงทะลุเข้าไปในปากถ้ำ
ทว่าคราวนี้ไม่มีลูกธนูอาบยาพิษพุ่งออกมาจากกลุ่มควันสีดำ
“ดูเหมือนว่ากับดักที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลับจะสามารถยิงได้เพียงครั้งเดียว และตอนนี้มันหมดประสิทธิภาพแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเยี่ยหานปลอดภัย ผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังก็มองหน้ากันและถอนหายใจโล่งอก
“ปากถ้ำไม่มีกับดักแล้ว สามารถเข้าไปในถ้ำลับได้ แต่ทุกคนควรระมัดระวังให้มากที่สุด อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายสิ่งของภายในโดยไม่จำเป็น ที่นี่เต็มไปด้วยอันตราย รับประกันไม่ได้ว่าจะไม่มีกับดักอื่นๆ อยู่ข้างใน”
ไม่นาน เสียงของเยี่ยหานก็ดังออกมาจากในถ้ำ เหล่าสมาชิกตระกูลต่างจุดคบเพลิงและกรูกันเข้าไป
ทันทีที่เข้าไปในถ้ำลับ ห้องหินที่กว้างขวางก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เยี่ยหานใช้คบเพลิงส่องไปข้างหน้า และเห็นว่าตรงกลางของห้องหินมีชั้นวางไม้โบราณตั้งอยู่มากมาย
“เหล่านี้คือ...อาวุธ?!”
สายตาของผู้อาวุโสหลายคนมองไปที่ชั้นวาง และเห็นว่าบนชั้นวางมีอาวุธวางอยู่มากมาย ทั้งกระบี่ ทั้งดาบ และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
อาวุธเหล่านี้ต่างก็เปล่งแสงสลัวๆ สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นอย่างมาก รีบเข้าไปตรวจสอบทันที
คิดไม่ถึงว่าบนชั้นวางเหล่านี้จะเต็มไปด้วยอาวุธล้ำค่าที่ตระกูลหลิ่วสะสมไว้!
“อาวุธวิญญาณ! มีอาวุธวิญญาณด้วย!”
สมาชิกตระกูลบางคนหยิบกระบี่เงินเล่มหนึ่งขึ้นมาและตะโกนอย่างตื่นเต้น
กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่ากระบี่ดาวเดือน เป็นอาวุธวิญญาณระดับสาม
อาวุธวิญญาณเป็นสมบัติล้ำค่า แม้แต่ตระกูลเยี่ยเองก็มีอาวุธวิญญาณไม่มากนัก
และหากพวกเขาได้อาวุธชุดนี้ของตระกูลหลิ่วมา มันจะสามารถยกระดับรากฐานและความแข็งแกร่งของตระกูลเยี่ยได้อย่างแน่นอน!
ดังนั้นทุกคนจึงรีบเริ่มนับอาวุธทั้งหมด
เยี่ยหานเดินไปพลางหยิบบรรดาอาวุธขึ้นมาเล่น อาวุธส่วนใหญ่เป็นอาวุธธรรมดา มีอาวุธที่เรียกได้ว่าเป็นอาวุธวิญญาณน้อยมาก
“ดาบอีกาทอง อาวุธธรรมดาระดับสาม”
“หน้าไม้จูเก๋อ อาวุธวิญญาณระดับสอง”
“กระบี่สุริยัน อาวุธวิญญาณระดับสี่…”
“…”
ของสะสมเหล่านี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
แม้ว่าตระกูลเยี่ยจะเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ แต่เมื่อเห็นของสะสมของตระกูลหลิ่วแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกด้อยกว่า
“เจ้าตระกูลน้อย ที่นี่มีอาวุธล้ำค่าทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยกว่าชิ้น”
“ในจำนวนนี้มีอาวุธธรรมดาหนึ่งพันสองร้อยกว่าชิ้นตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า และมีอาวุธวิญญาณอีกหนึ่งร้อยกว่าชิ้นในระดับต่างๆ”
ไม่นาน ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มและโค้งคำนับ
ด้านหลัง บรรดาลูกศิษย์ของตระกูลเยี่ยต่างก็ยิ้มแย้มและตื่นเต้นกันถ้วนหน้า
“รวบรวมอาวุธพวกนี้อย่างระมัดระวัง แล้วขนกลับไปเก็บไว้ที่ตระกูลเยี่ย”
เยี่ยหานพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
จากนั้นเขาก็กวาดตามองไปยังห้องหินอื่นๆ ในถ้ำลับ
ในถ้ำลับนี้ไม่ได้มีเพียงห้องหินเดียว แต่ห้องหินอื่นๆ ก็เก็บสมบัติของตระกูลหลิ่วไว้เช่นกัน
เมื่อเข้ามาในห้องหินที่สอง บนชั้นวางไม้โบราณมีม้วนคัมภีร์วางเรียงราย
อาจเป็นเพราะไม่มีใครดูแลมาเป็นเวลานาน ม้วนคัมภีร์ส่วนใหญ่จึงถูกปกคลุมด้วยฝุ่นและมีสีเหลืองซีด
“เคล็ดวิชาวิญญาณระดับสาม ฝ่ามือวิญญาณเพลิง”
เยี่ยหานเปิดม้วนคัมภีร์ขึ้นมาตามใจชอบ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือตัวอักษรจำนวนหนึ่ง ‘ฝ่ามือวิญญาณเพลิง’
ดูเหมือนว่าห้องหินนี้จะคล้ายกับหอคอยยุทธ์ของตระกูลเยี่ย ม้วนคัมภีร์เหล่านี้คือเคล็ดวิชาวิญญาณต่างๆ ที่ตระกูลหลิ่วสะสมไว้ทั้งหมด
เยี่ยไป๋หลี่และผู้อาวุโสคนอื่นๆ เปิดดูม้วนคัมภีร์ พลันดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขจนหุบยิ้มไม่ลง
สิ่งเหล่านี้คือเคล็ดวิชาวิญญาณอันล้ำค่า!
“ขนเคล็ดวิชาวิญญาณพวกนี้กลับตระกูลเยี่ยทั้งหมด!”
ผู้อาวุโสใหญ่สั่งคนในตระกูลด้านหลังอย่างตื่นเต้น คนของตระกูลเยี่ยจึงเข้ามาขนเคล็ดวิชาวิญญาณทั้งหมดออกไปอีกครั้ง
ในระหว่างที่คนของตระกูลเยี่ยกำลังขนย้ายเคล็ดวิชาวิญญาณ เยี่ยหานก็กำลังอ่านม้วนคัมภีร์เช่นกัน เขาสงสัยว่าที่นี่มีเคล็ดวิชาวิญญาณระดับสูงหรือไม่
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อยคือเคล็ดวิชาวิญญาณส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชาระดับต่ำ
และระดับสูงสุดที่เขาพบก็เป็นเพียงเคล็ดวิชาวิญญาณระดับหก ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้
“เอ๊ะ?”
ขณะที่เยี่ยหานกำลังจะหันหลังออกจากห้องหินแห่งนี้ จู่ๆ สายตาก็พลันตกไปที่ชั้นวางไม้สีแดงชาดอันหนึ่ง
ตรงมุมอับอย่างยิ่งของชั้นวาง มีม้วนเหล็กสีทองที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นวางอยู่
เหตุผลที่เขาถูกดึงดูด เป็นเพราะม้วนคัมภีร์นี้ทำจากโลหะ
ด้วยความสงสัย เยี่ยหานหยิบม้วนเหล็กสีทองออกมา เช็ดฝุ่นที่อยู่ด้านบนออก ก่อนจะเผยให้เห็นตัวอักษรที่เลือนรางสองสามตัว
ปรากฏว่าบนม้วนคัมภีร์เขียนไว้ดังนี้
“คัมภีร์ห้าธาตุเทียนกัง”
ด้วยสัญชาตญาณ เยี่ยหานรู้สึกว่าเคล็ดวิชาวิญญาณนี้ดูไม่ธรรมดา จึงรีบเปิดม้วนเหล็กออกเพื่ออ่านอย่างละเอียด
“หืม มีเคล็ดวิชาวิญญาณแบบนี้ด้วยหรือ”
หลังจากทำความเข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยหานก็ปิดคัมภีร์ลงช้าๆ ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความประหลาดใจ
เคล็ดวิชาวิญญาณนี้ค่อนข้างพิเศษ มันต้องใช้สมบัติห้าธาตุมาช่วยในการฝึกบำเพ็ญ
คัมภีร์ห้าธาตุเทียนกังประกอบด้วยเคล็ดวิชาปราณวิญญาณห้าบท การฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาวิญญาณแต่ละบทจำเป็นต้องมีสมบัติธาตุที่สอดคล้องกับธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดินมาเป็นตัวช่วย
ตัวอย่างเช่น หากต้องการฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาวิญญาณบทหนึ่งที่ชื่อว่าฝ่ามือวัชระเจดีย์ทอง จำเป็นต้องใช้สมบัติที่เกี่ยวข้องกับธาตุทองจากห้าธาตุมาช่วย
ทว่าคัมภีร์ห้าธาตุเทียนกังนี้ไม่ได้ระบุระดับเอาไว้ ดังนั้นเยี่ยหานจึงไม่แน่ใจว่าเคล็ดวิชาวิญญาณที่ประกอบด้วยห้าบทนี้อยู่ในระดับใดกันแน่
‘วิธีการฝึกบำเพ็ญคัมภีร์ห้าธาตุเทียนกังช่างพิเศษนัก ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเคล็ดวิชาวิญญาณธรรมดา มันถูกทิ้งไว้ที่นี่จนเต็มไปด้วยฝุ่น แสดงว่าคนในตระกูลหลิ่วเองก็ไม่ได้สังเกตเห็นเคล็ดวิชานี้ ข้าอาจจะลองฝึกบำเพ็ญดู บางทีมันอาจจะนำความประหลาดใจมาให้ข้าก็เป็นได้’
ในใจเยี่ยหานคิดเช่นนั้น เขาจึงเก็บม้วนเหล็กนี้ไว้ เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจที่จะหาโอกาสลองฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาวิญญาณนี้
ในไม่ช้า ห้องหินนี้ก็ถูกขนย้ายจนว่างเปล่าเช่นกัน
เหลือห้องหินอีกสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นที่เก็บสมุนไพร และอีกห้องหนึ่งเป็นที่เก็บหินวิญญาณและทรัพยากรการฝึกบำเพ็ญอื่นๆ จำนวนมาก
แน่นอนว่าตระกูลเยี่ยก็ไม่ปล่อยผ่าน จัดการเก็บกวาดจนหมดสิ้นเช่นกัน
และการที่ได้ยึดเอาทรัพยากรจำนวนมากของตระกูลหลิ่วมาได้เช่นนี้ ทำให้คาดการณ์ได้เลยว่าความแข็งแกร่งของตระกูลเยี่ยจะต้องเติบโตอย่างรวดเร็วแน่นอน...