- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 23 อสนีมารดำอันทรงพลัง
ตอนที่ 23 อสนีมารดำอันทรงพลัง
ตอนที่ 23 อสนีมารดำอันทรงพลัง
ตู้ม!
ร่างของเยี่ยไป๋หลี่ร่วงหล่นจากกลางฟ้าลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
เสียงระเบิดกัมปนาทนั้นแทบจะฉุดรั้งหัวใจของคนในตระกูลเยี่ยทั้งตระกูลให้ดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวังอันเย็นเยียบ!
คนตระกูลเยี่ยจำนวนนับไม่ถ้วนใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและหวั่นวิตก
พวกเขารู้ดีว่าพอเสาหลักอย่างผู้อาวุโสใหญ่ล้มลงก็เท่ากับตระกูลเยี่ยล่มสลาย
สิ่งที่พวกเขากำลังจะต้องเผชิญหน้า คือการสังหารหมู่ที่โหดเหี้ยมโดยตระกูลหลิ่วอย่างแน่นอน!
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตระกูลเยี่ยในวันนี้ก็เหมือนเสือที่ไร้เขี้ยว ความเสื่อมถอยปรากฏชัด!”
“นับจากนี้ไป สี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหยียนจะหายไปหนึ่ง ตระกูลเยี่ยจะไม่มีอยู่อีกต่อไป”
ในทางกลับกัน ศิษย์ของตระกูลหลิ่วต่างก็มีสีหน้าดีใจสุดขีด และขวัญกำลังใจก็พุ่งสูงขึ้น
โครม! โครม! โครม!
พวกเขากวัดแกว่งอาวุธวิญญาณอีกครั้งและเริ่มการตอบโต้ โจมตีสวนกลับสังหารคนของตระกูลเยี่ย ทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ความโกลาหลอีกครั้ง
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!—
“อ๊ากกก!”
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องน่าสยดสยองดังมาเป็นระยะ ทั่วลานกว้างมีเลือดไหลนองเต็มพื้น เป็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง
“เจ้าตระกูล! เด็กนั่นหลบอยู่ตรงนั้น มันสังหารหลิ่วสือ!”
ด้านหลัง ผู้อาวุโสหลิ่วสีในชุดคลุมสีขาวชี้ไปที่เยี่ยหานและพูดด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย
เหลิ่วเจิ้นเทียนมองไปทางเยี่ยหานด้วยจิตสังหารอันรุนแรง อากาศรอบกายถูกพลังวิญญาณสั่นสะเทือนจนเดือดพล่าน เยี่ยหานฆ่าหลิ่วหมิงบุตรชายคนเดียวของเขา แถมยังฆ่าผู้อาวุโสสี่ของตระกูลหลิ่วอีกด้วย วันนี้ต่อให้ต้องแลกมาด้วยราคามหาศาลเพียงใด เขาก็ต้องสังหารเยี่ยหานที่นี่ให้ได้!
ดังนั้น เขาจึงมองไปยังแมงป่องหินยักษ์ที่หมอบอยู่ด้านหลังด้วยสายตาจริงจังและพูดด้วยเสียงเหี้ยมว่า
“แมงป่องหินยักษ์ ไปสังหารเด็กนั่นซะ!”
ครืน!
แมงป่องหินยักษ์ขนาดมหึมาค่อยๆ คลาน เสียงดังสนั่นทุกย่างก้าว พื้นไม่สามารถรับน้ำหนักได้และแตกเป็นเสี่ยงๆ
แรงกดดันอันทรงพลังนั้นบีบให้เยี่ยหานถอยหลังไปหลายก้าวเช่นกัน
พลังวิญญาณในร่างกายของเขาพุ่งออกมาเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวและปกคลุมที่ขา ทำให้ขาทั้งสองข้างราวกับหล่อด้วยทองคำเปล่งประกายเจิดจ้า
ตู้ม! เข็มพิษขนาดยักษ์แทงลงมาในฉับพลัน
เยี่ยหานกระโดดถอยหลังอย่างรวดเร็ว ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ หลบหลีกราวกับเงา ในขณะที่เข็มพิษกระแทกพื้นจนเกิดหลุมขนาดใหญ่
เมื่อหลบการโจมตีนี้ได้ เยี่ยหานไม่เพียงแต่ไม่ถอยกลับ แต่เขากลับพุ่งตรงไปทางซ้ายของเข็มพิษ
วูบ!
เงาร่างปรากฏขึ้น กระบี่ในมือของเยี่ยหานฟันเข้าใส่เข็มพิษอย่างแรง แต่ไม่คาดคิดว่ามีเพียงเสียง เคร้ง! แล้วกระบี่ก็แตกเป็นเสี่ยงๆ
ครืน!
แมงป่องหินยักษ์เคลื่อนไหวอีกครั้ง หมอกสีเทาทั่วร่างปั่นป่วน มันยกก้ามยักษ์ทั้งสองขึ้น หวือ! เกิดการเสียดสีกับอากาศ ก่อนจะเหวี่ยงเข้าใส่
“แย่แล้ว!”
เยี่ยหานอุทานในใจและหลบหนีอีกครั้งด้วยความเร็วสูง เสียงกระแทกดังขึ้นด้านหลัง ก้ามยักษ์ทั้งสองทำลายหลังคาตำหนักที่อยู่ด้านหลังจนพังทลาย!
“ช่างไม่เจียมตัวเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ! พลังของแมงป่องหินยักษ์ได้เข้าสู่เขตแดนดวงจิตวิญญาณขั้นปลายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของมันยังแข็งแกร่งทนทานดุจหินและทองคำไม่มีทางทำลายได้ อย่าว่าแต่เขตแดนมหรรณพวิญญาณเล็กๆ อย่างเจ้า แม้แต่เยี่ยไป๋หลี่ก็ยังไม่อาจต้านทานสัตว์ร้ายตัวนี้ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!”
หลิ่วสีแค่นเสียงเย็นชา อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย
โครม! โครม! โครม!
ในระยะไกล ก้ามยักษ์ทั้งสองของแมงป่องหินยักษ์ราวกับเคียวขนาดใหญ่สองเล่มที่โจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
เยี่ยหานเป็นเหมือนแสงดาวที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วในอากาศ ภายใต้การไล่ล่าอย่างดุเดือดของแมงป่องหินยักษ์ เขารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง!
ครืน! ครืน!
หลังคาตำหนักหลายแห่งถูกทำลายกลายเป็นซากปรักหักพัง แม้แต่คนในตระกูลเยี่ยบางคนก็ถูกแมงป่องหินยักษ์บดขยี้จนกลายเป็นหมอกเลือด
แมงป่องหินยักษ์ตัวนี้โหดเหี้ยมจนน่าเหลือเชื่อ!
“หัตถ์สวรรค์เผาสุริยะ!”
ฟึ่บ—
เยี่ยหานทะยานขึ้นไปในอากาศ ดวงอาทิตย์ที่ลุกโชนปรากฏบนฝ่ามือของเขา ก่อนจะควบแน่นเป็นฝ่ามือเพลิงสีทองขนาดใหญ่และพุ่งออกไป
ปัง!
หัตถ์สวรรค์เผาสุริยะชนเข้ากับด้านหลังของแมงป่องหินยักษ์อย่างแรง ระเบิดเป็นประกายไฟและดับสลายไปในพริบตา
ดวงตาของเยี่ยหานกลายเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง เขาไม่คิดว่าวิชาวิญญาณระดับเจ็ดจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้แม้แต่น้อย!
ซู่—
ขณะที่เยี่ยหานกำลังครุ่นคิด เข็มพิษก็พุ่งออกมาอีกครั้งราวกับอาวุธลับที่ซุ่มซ่อนอยู่ ทิ้งร่องรอยเงาร่างไว้ในอากาศ
รูม่านตาของเยี่ยหานหดตัวลงกะทันหัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย
แย่แล้ว ประมาทเกินไป!
เข็มพิษโจมตีในฉับพลัน เขาไม่มีเวลาหลบเลี่ยงเลย!
“เจ้าตระกูลน้อย หลบไป!”
ตู้ม—
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าพร้อมกับพลังวิญญาณ
เยี่ยหานมองไปข้างหน้า นั่นคือชายชราในชุดคลุมสีเทา
ผู้อาวุโสสี่ของตระกูลเยี่ย เยี่ยไค!
ดวงตาของเยี่ยไคแดงก่ำ คำรามพร้อมกวัดแกว่งกระบี่เข้าปะทะกับเข็มพิษนั้น
ฉึก!
อย่างไรก็ตามเข็มพิษนั้นแทงทะลุร่างของเยี่ยไคโดยตรง ปัง! ร่างของเขาถูกกระแทกจนระเบิดเป็นหมอกเลือด!
“ผู้อาวุโสเยี่ยไค!”
ดวงตาของเยี่ยหานกลายเป็นเย็นยะเยือก มือกำหมัดแน่น
ทว่าเวลานี้เขายังไม่ทันสังเกตเห็นว่าเลือดบนฝ่ามือของเขากำลังซึมเข้าสู่ยันต์อสนีมารดำอย่างต่อเนื่องและถูกลวดลายบนยันต์ดูดซับ!
เมื่อเลือดหลั่งไหลเข้าไป ลายเส้นวิญญาณก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และยันต์วิญญาณในฝ่ามือของเขาก็เปล่งแสงและลอยขึ้นในที่สุด
หึ่ง—
“นั่นมัน…”
เมื่อยันต์นั้นลอยไปกลางอากาศ คลื่นความผันผวนลึกลับและน่าสะพรึงกลัวก็ปกคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยในทันที!
คลื่นความผันผวนนี้ แม้แต่เหลิ่วเจิ้นเทียนซึ่งอยู่ในเขตแดนดวงจิตวิญญาณขั้นปลายก็ยังสีหน้าเปลี่ยนดวงตาตื่นตระหนก!
“นี่มัน…อักขระยันต์!”
ผู้อาวุโสใหญ่ก็ตกตะลึงและรูม่านตาหดตัวเช่นกัน
คลื่นความผันผวนของยันต์นี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นยันต์ระดับกึ่งเสวียน!
คิดไม่ถึงว่าเยี่ยหานจะมีไพ่ตายที่ทรงพลังขนาดนี้!
เยี่ยหานเองก็ชะงักไป มองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจว่ายันต์อสนีมารดำปลุกได้ด้วยแก่นโลหิต!
“ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตระกูลหลิ่วจะทนต่อความโกรธของข้าได้หรือไม่!”
มุมปากของเยี่ยหานยกยิ้มเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ฉัวะ—
ความผันผวนที่น่าสะพรึงกลัวนั้นแพร่ขยายออกไป ยันต์ลอยขึ้นและกลายเป็นม่านแสงสีดำปกคลุมคฤหาสน์ทั้งหมด
ซ่า! ซ่า! ซ่า!
บนม่านแสงนั้นมีสายฟ้าสีดำที่มาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งความดับสูญ เต้นระริกเป็นพักๆ ทำให้ทุกคนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
อสนีมารดำทุกสายล้วนน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะบรรยาย!
“นี่คือ…อสนีมารดำหรือ! แย่แล้ว! รีบถอย!”
หลิ่วเจิ้นเทียนจ้องมองอสนีมารดำสีดำสนิท ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง หนังศีรษะชา และแทบจะหวีดร้องออกมา
“คิดหนีหรือ สายเกินไปแล้ว…”
เยี่ยหานยืนอยู่กลางอากาศ สายตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย เขาเองก็อยากประจักษ์ในพลังของอสนีมารดำนี้เช่นกัน!
เปรี้ยงปร้าง!
เวลานี้เสียงอสนีโบราณคำรามดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ พลังอสนีอันรุนแรงกำลังรวมตัวกัน
วูบ วูบ วูบ~
ทุกคนเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว เมฆฝนดำปกคลุมเต็มม่านหมอก สายฟ้าสีดำฟาดผ่านท้องฟ้าเป็นระยะราวกับมังกรดำโผล่หัวออกมา
สายฟ้าแต่ละสายเปรียบได้กับรัศมีของผู้ฝึกบำเพ็ญเขตแดนดวงจิตวิญญาณขั้นปลาย!
“เป็นไปไม่ได้! ตระกูลเยี่ยจะมียันต์ระดับสูงได้อย่างไรกัน!”
ใบหน้าของหลิ่วเจิ้นเทียนซีดเผือดราวกับคนตาย ความเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วสันหลัง สองตาเบิกโพลง
ส่วนพวกหลิ่วสีต่างตกใจจนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ราวกับถูกกลิ่นอายแห่งความตายปกคลุม
อสนีมารดำเหล่านั้นน่ากลัวเกินไป!
อสนีมารดำหลายร้อยสาย แม้เพียงสายเดียวก็เพียงพอที่จะสังหารพวกเขาได้!
“เร็วเข้า! ทลายม่านแสงป้องกัน!”
แสงวิญญาณเปล่งประกายไปทั่วร่างของหลิ่วเจิ้นเทียน ราวกับกำลังเผาผลาญพลังทั้งหมดในร่างกายเพื่อโจมตีม่านแสงป้องกันอย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตามไม่มีใครที่อยู่ต่ำกว่าเขตแดงวังสวรรค์จะสามารถทำลายม่านแสงป้องกันนี้ได้!
ตู้ม!
ในเวลานี้ ทันใดนั้นอสนีมารดำก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า!
แสงอสนีอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งฟาดลงมา ในชั่วพริบตา คฤหาสน์ตระกูลเยี่ยทั้งหมดก็สว่างไสวราวกับกลางวัน!
ภายใต้ทุกสายตาตื่นตระหนก อสนีมารดำฟาดลงมากลางศีรษะของหลิ่วเจิ้นเทียน
“ไม่!”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว อสนีมารดำพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิ่วเจิ้นเทียน หลิ่วเจิ้นเทียนคำรามด้วยความหวาดกลัว แต่ในวินาทีต่อมา...
ปัง!
ร่างของเขาระเบิดกลายเป็นหมอกเลือด!
“เจ้าตระกูล…”
คนตระกูลหลิ่วทั้งบนล่างทรุดลงไปกองกับพื้น
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
อสนีมารดำสายที่สอง สายที่สาม และสายที่สี่พุ่งตกลงมาเป็นชุดใหญ่
ปัง! ปัง! ปัง!—
“อ๊ากกก!”
อสนีมารดำราวกับเครื่องบดเนื้อแห่งความตาย ผ่าคนให้กลายเป็นหมอกเลือดร่างแล้วร่างเล่า แม้แต่แมงป่องหินยักษ์ก็ถูกเจาะทะลุร่างภายใต้การโจมตีของอสนีมารดำหลายสาย!
ตระกูลหลิ่วทั้งหมดต่างส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับภูติผี!