- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 16 หลิ่วหมิง
ตอนที่ 16 หลิ่วหมิง
ตอนที่ 16 หลิ่วหมิง
“เจ้าตระกูลน้อย แย่แล้ว!”
ไม่ไกลออกไป เงาร่างสีดำร่างหนึ่งเคลื่อนไหวว่องไวราวกับวานร พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและคุกเข่าลงต่อหน้าเยี่ยหาน
เยี่ยหานค่อยๆ หุบมือทั้งสองข้างเก็บพลังวิญญาณเข้าสู่จุดตันเถียน พลังวิญญาณที่แผ่ซ่านรอบกายค่อยๆ สงบลง
“มีเรื่องอะไร”
เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ลืมตาขึ้นอย่างสงบเงียบ และมองผู้คุ้มกันคนนั้นอย่างเฉยเมย
“ตระกูลหลิ่วพาคนมาก่อความวุ่นวายที่เหมืองแร่เทือกเขาเทียนหยางของตระกูลเยี่ยเราขอรับ!”
ผู้คุ้มกันชุดดำรีบประสานมือคารวะด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ตระกูลหลิ่วหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเยี่ยหานก็เย็นชาลงในทันที ความบาดหมางระหว่างตระกูลหลิ่วกับตระกูลเยี่ยมีมานานแล้วในฐานะที่เป็นสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหยียน
ต้นตอของความบาดหมางนั้นมาจากการแย่งชิงเหมืองวิญญาณแห่งหนึ่ง
เทือกเขาเทียนหยางตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของอาณาเขตตระกูลหลิ่วกับตระกูลเยี่ย บริเวณนี้กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ เมื่อหลายปีก่อนมีการค้นพบเหมืองวิญญาณที่มีทรัพยากรมากมาย ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าแย่งชิงกันอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างผลัดกันแพ้ชนะ เรื่องนี้จึงยังไม่มีข้อยุติ
ต่อมา เหมืองแร่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนเหนือและส่วนใต้ โดยตระกูลเยี่ยควบคุมเหมืองทางตอนเหนือ และตระกูลหลิ่วควบคุมเหมืองทางตอนใต้ การที่ตระกูลหลิ่วพาคนบุกเข้ามาเพื่อก่อความวุ่นวายในเหมืองที่ตระกูลเยี่ยควบคุมอย่างโจ่งแจ้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่จะฮุบเหมืองทางตอนเหนือทั้งหมด
ต้องบอกว่าตระกูลหลิ่วมีความทะเยอทะยานอย่างมหาศาลจริงๆ!
“แม้ว่าตระกูลเยี่ยจะเคยเลือดเย็นกับข้า แต่เหมืองวิญญาณแห่งนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนของตระกูลหลิ่วสมควรเข้ามายุ่ง ไป ไปดูกันหน่อย”
เสียงของเยี่ยหานเต็มไปด้วยความเยือกเย็น รีบมุ่งหน้าไปยังเหมืองแร่เทือกเขาเทียนหยางพร้อมกับผู้คุ้มกันทันที
...
เมืองเหยียน เทือกเขาเทียนหยาง
ที่นี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเหยียน เทือกเขาทอดยาว พื้นดินเป็นสีแดงเพลิงราวกับภูเขาไฟ
บริเวณนี้ร้อนระอุมาก ก้อนหินบนพื้นล้วนร้อนจัด อากาศเต็มไปด้วยพลังวิญญาณธาตุไฟที่เข้มข้น สาเหตุเป็นเพราะใต้เทือกเขาเทียนหยางแห่งนี้มีเส้นพลังเพลิงใต้พิภพสายหนึ่ง และพลังวิญญาณอันรุนแรงของเส้นพลังเพลิงตกตะกอนและถูกอัดแน่นเป็นเวลานาน จนในที่สุดก็รวมตัวกันกลายเป็นเหมืองแร่คุณภาพสูงใต้พื้นดินแห่งนี้
เหมืองวิญญาณไม่เพียงแต่เป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการฝึกบำเพ็ญเท่านั้น แต่ยังเป็นเงินตราในการค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ด้วย
ใครก็ตามที่สามารถควบคุมเหมืองแร่ได้ ผู้นั้นก็จะมีที่ยืนในเมืองเหยียน!
ณ บริเวณเหมืองทางตอนเหนือ มีคนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ดูเหมือนว่าจะเกิดการปะทะกันอย่างหนัก
เนื่องจากอากาศร้อนจัด บริเวณนี้จึงแทบไม่มีพืชพรรณใดๆ ทั่วทุกที่มีแต่หินโล้น
“หลิ่วหมิง เจ้าจะทำอะไร!”
เยี่ยหลิงกำหมัดแน่น กัดฟันจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างโกรธแค้น
บนโขดหินฝั่งตรงข้าม มีเงาร่างสิบกว่าคนในชุดสีขาวยืนอยู่ พวกเขามองเยี่ยหลิงและกลุ่มคนจากตระกูลเยี่ยอย่างเหยียดหยามพร้อมกับมุมปากที่เผยรอยยิ้มเย็นเยียบ ส่วนผู้นำนั้นเป็นเด็กหนุ่มรูปงามในชุดคลุมสีขาว
แม้ว่าเขาจะยังอายุน้อย แต่ความผันผวนของพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากตัวแสดงให้เห็นว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่ครึ่งขั้นก่อนถึงเขตแดนมหรรณพวิญญาณแล้ว
เด็กหนุ่มผู้นี้มีนามว่าหลิ่วหมิง เป็นนายน้อยคนปัจจุบันของตระกูลหลิ่ว
หลิ่วหมิงยิ้มเล็กน้อย แต่ภายในกระดูกของเขากลับซ่อนไว้ซึ่งความเย็นชาและร้ายกาจราวกับงูพิษ เขายกยิ้มมุมปากและพูดว่า
“เหมืองแร่ที่สำคัญเช่นนี้ ตระกูลเยี่ยกลับส่งพวกไม่ได้เรื่องอย่างพวกเจ้ามาเฝ้า นี่คิดจะมอบเหมืองแร่ทางตอนเหนือให้แก่ตระกูลหลิ่วของข้าด้วยตัวเองเลยหรือ”
ด้านข้าง เยี่ยหงหลิงกัดฟันและพูดด้วยความโกรธว่า
“ฝันไปเถอะ! หลิ่วหมิง เจ้าบุกรุกพื้นที่เหมืองแร่ของตระกูลเยี่ยเรา นี่คิดจะก่อสงครามระหว่างสองตระกูลหรือ”
คิดไม่ถึง หลิ่วหมิงไม่ปิดบังความทะเยอทะยานของตนเลยแม้แต่น้อย กลับกันยังพูดด้วยรอยยิ้มสุดละโมบ
“เหมืองแร่ทางตอนเหนือแห่งนี้มีทรัพยากรมากกว่าเหมืองแร่ทางตอนใต้ของตระกูลเราหลายเท่า ทำไมถึงควรเป็นของตระกูลเยี่ยของพวกเจ้า หากตระกูลหลิ่วของข้าสามารถฮุบเหมืองแห่งนี้ได้ทั้งหมด จะต้องก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเหยียนอย่างแน่นอน”
ที่แท้ตระกูลหลิ่วก็อยากได้เหมืองทางตอนเหนือที่ตระกูลเยี่ยควบคุมอยู่มานานแล้ว!
“หลิ่วหมิง ไม่คิดเลยว่าตระกูลหลิ่วของเจ้าจะเพ้อฝันเก่งขนาดนี้”
สีหน้าของเยี่ยหลิงมืดครึ้มลงอย่างสิ้นเชิง เขารู้ว่าตระกูลหลิ่วคงไม่ยอมจบง่ายๆ หลิ่วหมิงจงใจมาเพื่อยั่วโมโห
ดังนั้นเขาจึงโบกมือให้กับศิษย์ตระกูลเยี่ยหลายสิบคนที่อยู่ด้านหลัง และตะโกนสั่งว่า
“ลงมือ!”
ตูม! ตูม! ตูม!
ศิษย์ตระกูลเยี่ยหลายสิบคนด้านหลังต่างปลุกพลังวิญญาณ ร่างกายสั่นสะเทือนด้วยคลื่นพลัง จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มคนตระกูลหลิ่วราวกับเสือโหย
“ไม่เจียมตัว!”
ใบหน้าของหลิ่วหมิงเผยรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อย จากนั้นนำกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังกระโดดลงจากก้อนหินยักษ์เข้าต่อสู้กับกลุ่มคนตระกูลเยี่ย
เงาร่างหลายสิบคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนเกิดความวุ่นวายในพริบตา
“หมัดทลายภูผา!”
เยี่ยหลิงตะโกนก้อง แขนทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับขุนเขา ถูกห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีน้ำตาล และเหวี่ยงเข้าใส่หลิ่วหมิงเต็มแรง
หมัดทลายภูผานี้เป็นวิชาวิญญาณระดับสาม!
“วิชาวิญญาณระดับสามกระจอกๆ กล้ามาอวดดีต่อหน้าข้า!”
หลิ่วหมิงแค่นเสียงเย็น จากนั้นร่างกายก็ถูกห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณสีทอง ก่อนจะตบฝ่ามือไปด้านหน้าอย่างรุนแรง
“ฝ่ามือแปดทิศ!”
ตูม—
ฝ่ามือนี้กลายเป็นรอยฝ่ามือพลังวิญญาณขนาดใหญ่ที่ทรงพลัง พัดพามาพร้อมกับลมกรรโชก
ปัง! ฝ่ามือที่เกรี้ยวกราดและดุดันนี้ปะทะเข้ากับหมัดทลายภูผาของเยี่ยหลิงอย่างรุนแรง
ทว่าฝ่ามือแปดทิศของหลิ่วหมิงเป็นถึงวิชาวิญญาณระดับห้า ประกอบกับความแข็งแกร่งระดับครึ่งขั้นก่อนถึงเขตแดนมหรรณพวิญญาณ พลังฝ่ามือที่ดุดันของเขาจึงบดขยี้วิชาหมัดของเยี่ยหลิงอย่างง่ายดาย จากนั้นแรงฝ่ามืออันคมกริบก็ซัดเข้าที่หน้าอกของเยี่ยหลิงอย่างจัง
ปัง!
พรูด—
รูม่านตาของเยี่ยหลิงหดตัวในฉับพลัน เลือดสดๆ พุ่งออกมาจากปาก ร่างของเขากระเด็นกระแทกไปด้านหลังอย่างแรง
“ศิษย์พี่เยี่ย!”
ดวงตางดงามของเยี่ยหงหลิงแดงก่ำ ขณะที่ศิษย์ตระกูลเยี่ยที่อยู่ด้านหลังก็เข้าต่อสู้ด้วยความบ้าคลั่ง
ตระกูลหลิ่วช่างรังแกกันเกินไปแล้ว!
“สาวน้อย เจ้าเองก็เอาตัวไม่รอดแล้ว ยังจะไปห่วงเขาทำไม”
เสียงเย้าแหย่ที่แฝงความขี้เล่นดังขึ้น เด็กหนุ่มตระกูลหลิ่วคนหนึ่งหัวเราะอย่างหยาบคาย
“ไสหัวไป!”
เยี่ยหงหลิงโกรธจัดจนควบคุมไม่อยู่ กระบี่วิญญาณในมือฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งและรวดเร็วจนสร้างเงาร่างของคมกระบี่
แต่ในขณะนั้นกลุ่มคนตระกูลหลิ่วหลายคนก็เข้ามาล้อมไว้ ทำให้นางตกอยู่ในอันตรายและมีความเสี่ยงรอบด้าน
ส่วนคนอื่นๆ ของตระกูลเยี่ยมีทั้งล้มตายและบาดเจ็บอย่างน่าอนาถ
“หลิ่วหมิง ตระกูลเยี่ยของเราจะไม่ปล่อยเจ้าไป! ข้าส่งคนไปแจ้งข่าวที่ตระกูลแล้ว เยี่ยหานจะมาจัดการเจ้าแน่!”
เยี่ยหลิงกุมหน้าอก สีหน้าเจ็บปวดดวงตาแดงก่ำ
“เยี่ยหาน? ฮ่าๆๆ! คิดว่าแค่เขาจะมาต่อกรกับข้าได้อย่างนั้นหรือ”
หลิ่วหมิงส่ายหน้า อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างอำมหิต
ทั่วทั้งมืองเหยียน ใครบ้างจะไม่รู้จักอัจฉริยะที่ร่วงหล่นอย่างเยี่ยหาน
หากตระกูลเยี่ยส่งเยี่ยเทียนเกอมา บางทีหลิ่วหมิงอาจจะยังต้องเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นเยี่ยหานล่ะก็ นั่นมันคือการรนหาที่ตายชัดๆ!
ตู้ม!
แต่ในขณะนั้นเอง พลังวิญญาณสีทองจางๆ สายหนึ่งก็พุ่งมาพร้อมกับลมกรรโชกโดยไม่รู้ว่ามาจากไหน ด้วยพลังอันมหาศาลราวกับเงาของสายฟ้า ปัง! พลังนั้นพุ่งทะลุร่างของศิษย์ตระกูลหลิ่วคนหนึ่ง ทำให้เขาล้มลงขาดใจตายในทันที!
ฟึ่บ!
ในพริบตานั้น คนของตระกูลหลิ่วต่างตื่นตัวอย่างรวดเร็วและมองไปรอบๆ
“ใครซ่อนตัวอยู่ ไสหัวออกมาซะ!”
หลิ่วหมิงมองดูศิษย์ที่ล้มตายอยู่บนพื้นด้วยสีหน้ามืดครึ้มลงอย่างสิ้นเชิง
“หลิ่วหมิง กล้าดีอย่างไรมาสร้างความวุ่นวายในเหมืองแร่ของตระกูลเยี่ย เจ้าช่างกล้านัก!”
เสียงตะคอกเย็นชาดังขึ้น ขณะนั้นเอง ร่างเงาชุดสีครามร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมาจากด้านหลัง...