- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 15 เคล็ดวิชาดูดมังกร
ตอนที่ 15 เคล็ดวิชาดูดมังกร
ตอนที่ 15 เคล็ดวิชาดูดมังกร
รอบหอคอยยุทธ์ ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉามากมาย ม้วนคัมภีร์สีเหลืองจางม้วนหนึ่งร่อนจากท้องฟ้าลงสู่ฝ่ามือของเยี่ยหาน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ญาณเทพของเขาไหลซึมตามฝ่ามือเข้าไปในม้วนคัมภีร์ แล้วข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ทะเลแห่งปัญญา กลายเป็นตัวอักษรที่ซับซ้อนลึกซึ้ง
“เคล็ดวิชาดูดมังกร”
เมื่ออักษรเหล่านี้ค่อยๆ ปรากฏขึ้น จิตวิญญาณของเยี่ยหานก็สั่นสะเทือนในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
นี่คือเคล็ดวิชาวิญญาณระดับเก้าอย่างแท้จริง!
ทว่าเคล็ดวิชานี้กลับแตกต่างจากเคล็ดวิชาวิญญาณทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันไม่ใช่วิชาวิญญาณสายโจมตี แต่เป็นวิชาวิญญาณสายสนับสนุน
การฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาดูดมังกรจำเป็นต้องเปิดกระแสวนพลังวิญญาณในร่างกาย โดยมีจุดเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยกระแสวน เมื่อใดก็ตามที่สามารถรวบรวมกระแสวนพลังวิญญาณในร่างกายได้สำเร็จ ก็จะสามารถดูดซับพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินได้ในปริมาณมหาศาลราวกับมังกรที่ดูดกลืนมหาสมุทร ส่งผลให้ระดับพลังบำเพ็ญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นอย่างน่าอัศจรรย์
แต่การเพิ่มขึ้นของพลังบำเพ็ญในลักษณะนี้แตกต่างจากการที่เยี่ยเทียนเกอใช้โอสถเม็ดเพิ่มพลังอย่างสิ้นเชิง เพราะมันจะไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ เลยแม้แต่น้อย!
และหากฝึกบำเพ็ญจนถึงเขตแดนสูงสุดก็จะสามารถสร้างกระแสวนพลังวิญญาณได้ถึงหนึ่งล้านกระแสวน!
เมื่อบรรลุถึงขั้นนั้น การเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญก็จะเหนือจินตนาการ อาจถึงขั้นสามารถเลื่อนระดับขึ้นหลายเขตแดนใหญ่ภายในช่วงเวลาสั้นๆ
“มูลค่าของเคล็ดวิชานี้เกรงว่าจะเหนือกว่าเคล็ดวิชาวิญญาณระดับเก้าอย่างมาก ไม่ใช่เคล็ดวิชาวิญญาณสายโจมตีทั่วไปจะเทียบได้เลย”
เยี่ยหานกำม้วนคัมภีร์ไว้ราวกับได้สมบัติล้ำค่า เคล็ดวิชานี้ช่างถูกจริตของเขาอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดวิชาสายสนับสนุนเช่นนี้ยังหาได้ยากมาก เรียกได้ว่ามีเงินก็หาซื้อไม่ได้
ไม่นาน ญาณเทพก็ถอนตัวออกจากม้วนคัมภีร์ เยี่ยหานเก็บมันลงในถุงเฉียนคุนด้วยความยินดี
ไม่ไกลออกไป ผู้อาวุโสใหญ่เดินเข้ามา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายและซับซ้อน พวกเขาย่อมไม่คาดคิดว่าเยี่ยหานที่เคยตกเป็นคนไร้ความสามารถจะมีวันที่กลับมาผงาดและสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ตระกูลได้อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกละอายใจกับการกระทำที่เลือดเย็นและไร้หัวใจของตัวเองในอดีต
“เยี่ยหาน ในอดีตตระกูลเยี่ยทำสิ่งผิดต่อเจ้า หวังว่าเจ้าจะไม่เก็บอดีตแย่ๆ มาใส่ใจ ตระกูลเยี่ยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชดเชยให้เจ้า นับจากนี้เป็นต้นไป ทรัพยากรฝึกบำเพ็ญทั้งหมดของตระกูล เจ้าสามารถใช้ได้ตามใจชอบ รวมถึงการเข้าหอคอยยุทธ์ด้วย และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้ายังคงเป็นเจ้าตระกูลน้อยแห่งตระกูลเยี่ยของเรา”
ฮ้า!
เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้อาวุโสใหญ่ สายตาของศิษย์ตระกูลเยี่ยโดยรอบก็ลุกโชนความริษยาจนแทบจะกลายเป็นลูกไฟ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา
แม้แต่เขตต้องห้ามอย่างหอคอยยุทธ์ เยี่ยหานก็สามารถเข้าไปได้ตามใจชอบ!
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสใหญ่ แม้ความขุ่นเคืองในใจของเยี่ยหานจะลดลงไปไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งอะไรนัก เพราะเขาไม่สนใจตำแหน่งเจ้าตระกูลน้อยตระกูลเยี่ยเลยสักนิด ทว่าในตอนนี้เขายังมีพลังบำเพ็ญตื้นเขิน และอยู่ในช่วงสำคัญของการสร้างรากฐาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากจริงๆ
ดังนั้นเยี่ยหานจึงจำใจพยักหน้า
เมื่อเห็นเยี่ยหานพยักหน้า ผู้อาวุโสใหญ่ก็โล่งใจมากและพูดต่อไปว่า
“นอกจากนี้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาข้าส่งคนออกไปสืบข่าวคราวของบิดาเจ้าแล้ว”
“บิดาของข้า?”
เยี่ยหานขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ ภาพใบหน้าอันอ่อนโยนและเมตตาของบิดาพลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
ในความทรงจำ บิดาผู้นี้ดูแลเขาอย่างดี ไม่เพียงแต่เข้มงวดกวดขันให้เขาขยันฝึกฝน แต่ในชีวิตประจำวันยังมักจะฝึกซ้อมวิชาต่อสู้ร่วมกับเขาอยู่เสมอ
ทันทีที่นึกถึงใบหน้าที่คุ้นเคยนี้ ความรู้สึกอบอุ่นก็พลันถาโถมเข้าสู่ใจของเยี่ยหานอย่างไม่มีสาเหตุ
ทว่านับตั้งแต่ที่ตันเถียนของเขาถูกทำลาย จู่ๆ บิดาของเขาก็หายไปจากตระกูลเยี่ยกะทันหัน
“หากเจ้าสามารถทำให้ตระกูลเยี่ยแข็งแกร่งขึ้นได้ ต่อไปบิดาของเจ้าทราบเรื่องเข้าก็คงจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง”
รองผู้อาวุโสใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“หมดเวลาแล้ว ปิดหอคอยยุทธ์ได้”
บรรดาผู้อาวุโสสบตากัน ก่อนจะยิงกระแสพลังวิญญาณเข้าไปในหอคอยยุทธ์
ซู่ ซู่ ซู่!
กลุ่มแสงทั้งหมดถูกดูดกลับเข้าไปในเจดีย์และกลับคืนสู่สภาพเดิม
ไม่นาน ศิษย์ทุกคนก็ทยอยกันออกจากหอคอยยุทธ์ บางคนเห็นได้ชัดว่ากลับไปพร้อมกับของดีมากมาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดี
แน่นอนว่าศิษย์บางคนดูเหมือนจะโชคไม่ค่อยดีนัก เคล็ดวิชาวิญญาณที่พวกเขาเลือกมีคุณภาพอยู่ในระดับธรรมดา จึงดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
แต่ไม่ว่าอย่างไร การเปิดหอคอยยุทธ์ที่หาได้ยากนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ได้รับผลประโยชน์กลับไปบ้างไม่มากก็น้อย
...
หลังจากหอคอยยุทธ์ปิดลง เยี่ยหานกลับไปยังลานบ้านเล็กๆ ทันที แม้ว่าตระกูลเยี่ยจะจัดหาที่พักที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่าให้เขา แต่เขาก็ยังคงชินกับลานที่เงียบสงบแห่งนี้
ภายในลานเล็กๆ อันเงียบสงบ เยี่ยหานยืนอยู่ข้างสระหิน ในมือของเขาถือม้วนคัมภีร์และกำลังอ่านเนื้อหาอยู่ บางครั้งขมวดคิ้ว บางครั้งก็ครุ่นคิด ม้วนคัมภีร์นี้แน่นอนว่าเป็นเคล็ดวิชาดูดมังกร
ผ่านไปนานพอสมควรกว่าที่เขาจะพ่นลมหายใจอับออกมาช้าๆ และพึมพำกับตัวเองว่า
“เหมือนว่าการฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาดูดมังกรนี้จะไม่ง่ายนัก การรวบรวมกระแสวนพลังวิญญาณในร่างกายดูเหมือนจะยากไม่น้อย และการดูดซับพลังวิญญาณมารวมกันเหมือนกับมังกรแท้ๆ นั้นยิ่งยากกว่า”
แม้ว่าเคล็ดวิชานี้จะทำให้คนอยากได้จนน้ำลายหก แต่ความยากในการฝึกบำเพ็ญก็ไม่น้อยเลย
แม้แต่เยี่ยหานเองก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถฝึกบำเพ็ญสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น
แต่เขาก็ยังคงตั้งใจที่จะลองดู
ฮู่ว~
เยี่ยหานสูดหายใจเข้าลึก เริ่มด้วยการคลายกล้ามเนื้อและกระดูก จากนั้นหาหินที่สะอาดก้อนหนึ่งและลงนั่งขัดสมาธิ
“รวมพลังวิญญาณสู่ตันเถียน พ่นลมหายใจดุจมังกร ให้พลังวิญญาณไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เปิดกระแสวน หายใจเข้าออกดุจร้อยสายธารรวมสู่มหาสมุทร”
เมื่อพูดจบเขาก็หลับตาลง
วูบ!
พลังวิญญาณสีทองจางๆ สายแล้วสายเล่าพันรอบไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย เยี่ยหานฝึกบำเพ็ญตามที่จารึกไว้ในคัมภัร์
พลังวิญญาณในร่างกายวนเวียนเป็นวัฏจักรสวรรค์และโลก ไหลเวียนอย่างต่อเนื่องทั่วแขนขาและทุกอณูกระดูก
หนึ่งชั่วยาม สองชั่วยาม...
โดยไม่รู้ตัว หลายชั่วยามผ่านไป เยี่ยหานยังคงไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในร่างกายเลย ไม่ต้องพูดถึงการรวบรวมกระแสวนพลังวิญญาณ
อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังคิดจะยอมแพ้ พลังวิญญาณสีทองจางๆ ในตันเถียนก็พลันเดือดพล่านขึ้นมากะทันหัน ในความเดือดพล่านนั้น เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และร่างกายของเขาก็ราวกับระเบิดพลังดูดอันน่าทึ่งออกมาดูดกลืนพลังวิญญาณรอบข้างอย่างละโมบ
“เอ๊ะ?”
เยี่ยหานรู้สึกอัศจรรย์ใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพลังวิญญาณถูกดูดซับเข้าสู่ตันเถียน ความรู้สึกสบายอย่างสุดซึ้งก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
แต่ขายังไม่กล้าผ่อนคลาย พลังวิญญาณเหล่านั้นหมุนเวียนไปตามเส้นลมปราณ และในที่สุดก็ถูกอัดแน่นตรงตันเถียนอย่างต่อเนื่อง ในความเลือนราง จุดแสงสีดำจุดหนึ่งดูเหมือนจะถูกบีบอัดออกมาในตันเถียน
จากนั้นแสงสีดำก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นกระแสวนที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือ
“กระแสวนพลังวิญญาณ!”
จิตใจของเยี่ยหานสั่นสะท้าน เพราะความเร็วในการดูดซับของกระแสวนนี้มันมีอำนาจเกินไป แรงดูดอันทรงพลังปะทุออกมาจากภายในร่างกายของเขา แย่งชิงพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินด้วยลักษณะที่แทบจะป่าเถื่อน แล้วรวมเข้าสู่กระแสวนพลังวิญญาณ
และเยี่ยหานสามารถรับรู้ได้ถึงรัศมีพลังของเขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น
“ยังไม่พอ ข้าต้องฝึกบำเพ็ญให้สำเร็จหนึ่งร้อยกระแสวนพลังวิญญาณจึงจะถือว่าเริ่มต้นได้”
เยี่ยหานไม่ได้ดีใจจนเหลิง แต่กลับจริงจังและมีสมาธิมากขึ้น เขาจมดิ่งอยู่กับการฝึกบำเพ็ญ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็ผ่านไปสามวันแล้ว
โฮก——
ตู้ม!
วันที่สาม เสียงคำรามของมังกรดังขึ้น คลื่นพลังวิญญาณอันทรงพลังพุ่งออกทุกทิศทาง สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
รัศมีอันแข็งแกร่งนี้บ่งบอกว่าได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนมหรรณพวิญญาณขั้นกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
“สำเร็จแล้วหรือ”
เยี่ยหานลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง
เวลานี้รัศมีพลังของเขาก้าวเข้าสู่เขตแดนมหรรณพวิญญาณขั้นกลางอย่างแท้จริง ถึงขั้นที่พลังวิญญาณแข็งแกร่งกว่าเยี่ยเทียนเกอที่ฝืนเลื่อนระดับสู่เขตแดนมหรรณพวิญญาณขั้นกลางด้วยโอสถเม็ดระเบิดปราณเสียอีก
“แต่ว่าเคล็ดวิชาดูดมังกรนี่เป็นแค่เคล็ดวิชาวิชาวิญญาณสายสนับสนุนเท่านั้น มันสามารถเพิ่มพลังบำเพ็ญของข้าได้เพียงชั่วครู่และคงอยู่ได้ไม่นาน”
เยี่ยหานพึมพำกับตัวเอง
แต่เมื่อคิดอีกครั้ง การที่สามารถเลื่อนขึ้นหนึ่งระดับเล็กๆ ได้ในระยะเวลาสั้นๆ ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
“เจ้าตระกูลน้อย แย่แล้ว!”
ขณะที่เยี่ยหานกำลังเก็บพลัง ร่างคนรับใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาในลานบ้านด้วยความตื่นตระหนก...