- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 10 สูตรโอสถที่ขาดหายไป
ตอนที่ 10 สูตรโอสถที่ขาดหายไป
ตอนที่ 10 สูตรโอสถที่ขาดหายไป
สองร่างก้าวเข้ามาในห้องโถง ดึงดูดสายตาของทุกคนทันที
ผู้มาก็คือปรมาจารย์จูเก๋อและหลิ่วชิงถาน
ปรมาจารย์จูเก๋อดูลำบากใจ กุมมือเป็นเชิงขอโทษและพูดว่า
“ปรมาจารย์เยี่ย สมุนไพรชิ้นสุดท้ายที่ท่านต้องการอย่างเถาวัลย์เต่าไม้เขียวหายากมาก สมาคมนักหลอมโอสถของเราเหลือเพียงต้นเดียว ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถตัดสินใจมอบมันให้ท่านได้ แต่ถ้าท่านต้องการสมุนไพรชิ้นนี้จริงๆ สามารถขอกับท่านประมุขได้”
“ขอกับประมุขสมาคมหรือ”
เยี่ยหานวางถ้วยชาลงอย่างเบามือและเลิกคิ้วขึ้น
ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า
“การพบท่านประมุขเกรงว่าคงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เขากักตนอยู่หลายเดือนแล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสสมาคมอย่างพวกเราก็ยังไม่สามารถพบเขาได้ง่ายๆ”
“ท่านประมุขมีนิสัยประหลาด ถ้าเราไปพบเขาโดยพลการ เกรงว่า...”
ผู้อาวุโสเทียนเชวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย มองเยี่ยหานด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ”
เยี่ยหานมีสีหน้าไม่สู้ดีในทันที อีกสองวันหอคอยยุทธ์ก็จะเปิดแล้ว เขาจำเป็นต้องได้สมุนไพรชิ้นสุดท้าย
“ประมุขกักตนครั้งนี้กินเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีครึ่ง เห็นว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนประมุขได้สูตรโอสถระดับสี่ที่ขาดหายมาหนึ่งสูตร ม้วนคัมภีร์โอสถอันล้ำค่านี้ขาดตรงส่วนที่เป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งไปพอดี และประมุขกำลังศึกษาสมุนไพรที่ขาดหายไปนั้นอยู่”
ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งจมอยู่กับความคิดสักพักก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หืม มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้นเยี่ยหานก็ครุ่นคิดแล้วพูดว่า
“บางทีข้าอาจจะหาสมุนไรที่ขาดหายไปให้ประมุขของพวกท่านได้ ทำให้สูตรโอสถระดับสี่กลับคืนสู่สภาพเดิม”
“เอ่อ...”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็สบตากันด้วยแววตาลังเลเล็กน้อย
ถึงแม้เยี่ยหานจะวิชาหลอมโอสถยอดเยี่ยม แต่ประมุขใช้เวลาหลายเดือนก็ยังไม่พบคำตอบ พวกเขาไม่เชื่อว่าเยี่ยหานจะทำได้
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้รับคำชี้แนะวิชาการหลอมโอสถจากเยี่ยหาน พวกเขาก็นับว่ารู้สึกติดหนี้บุญคุณเขา ด้วยเหตุนี้ ผู้อาวุโสจูเก๋อและผู้อาวุโสอวิ๋นหลงจึงหารือกันก่อนจะพยักหน้า
“ได้ เช่นนั้นก็ไปพบประมุขกับข้า แต่ท่านประมุขนิสัยประหลาด หวังว่าท่านจะเตรียมใจเอาไว้ก่อน”
เยี่ยหานพยักหน้า ความอยากรู้อยากเห็นในใจยิ่งทวีความรุนแรง
...
ภายใต้การนำทางของเหล่าผู้อาวุโส ไม่นานนักก็เดินผ่านหอโอสถจนมาถึงลานบ้านที่ล้อมรอบด้วยดงไผ่
เส้นทางที่นี่คดเคี้ยวและเงียบสงัด พลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศสงบ
อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าไปในลานบ้านพวกเขาก็พบว่าพื้นดินรกเรื้อเต็มไปด้วยเศษสมุนไพร
“ท่านประมุข”
พวกผู้อาวุโสจูเก๋อก้าวเข้าไปและคารวะ
“ไสหัวไปให้หมด!”
มีเสียงแก่ชราตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวออกมาจากภายในห้องหลอมโอสถ
จากนั้นก็เกิดเสียงฟู่ กองสมุนไพรสีไหม้เกรียมควันโขมงถูกโยนออกมา
“เอ่อ...”
เหล่าผู้อาวุโสมองเยี่ยหานด้วยสีหน้าอับอาย
เยี่ยหานยืนนิ่ง สายตามองไปยังห้องหลอมโอสถ สีหน้าเรียบเฉยอย่างมาก
“ท่านประมุขก็แค่อารมณ์ฉุนเฉียว แต่ความจริงเป็นคนดีมาก”
ผู้อาวุโสอวิ๋นหลงรีบอธิบายด้วยสีหน้าเขินๆ
แต่ทันทีที่เขาพูดจบ จู่ๆ เสียงปังก็ดังขึ้น ห้องหลอมโอสถสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ควันหนาทึบพวยพุ่งออกมา
ครู่ต่อมา คนแก่หัวล้านสภาพมอมแมมก็วิ่งปิดหน้าไอโขลกออกมา
เคราของเขาไหม้เกรียม เสื้อคลุมขาดรุ่งริ่ง
“โธ่เว้ยระเบิดอีกแล้ว! ข้าใกล้จะทำสำเร็จแล้วแท้ๆ!”
ประมุขคว้าเศษสมุนไพรที่หลงเหลืออยู่ขึ้นจากพื้น สบถอย่างอดกลั้นความโกรธไว้ไม่อยู่
เยี่ยหานเหลือบมองเขา ชายแก่คนนี้ดูผอมแห้งผิดปกติ มีผมตั้งชันอยู่สองสามเส้น ทำให้เขาดูตลกมาก
“ประมุข เรามีแขกผู้มีเกียรติมาเยือน”
ปรมาจารย์จูเก๋อกระซิบเตือนอีกครั้ง
“อย่ามารบกวนข้าหลอมโอสถ ไสหัวไปให้หมดทุกคน!”
ประมุขกำลังเดือดดาลจึงด่าเสียงดังลั่น
เยี่ยหานเดินเข้าไป สูดกลิ่นโดยรอบเบาๆ พยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“กลิ่นแรงแต่เย็นสดชื่น กลิ่นนี้คงต้องเป็นกลิ่นหญ้าโลหิตราชา อืม...และยังมีหญ้าน้ำแข็งแปดเหลี่ยม ผลวิญญาณหงส์เพลิง และใบทรายแดง...”
“ท่านประมุข...”
สีหน้าของบรรดาผู้อาวุโสเปลี่ยนไป กำลังจะก้าวเข้ามา เพราะกลัวว่าประมุขจะเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว แต่คิดไม่ถึงว่าประมุขกลับเหล่มองผู้อาวุโสจูเก๋อด้วยสายตาดุ จากนั้นก็มองเยี่ยหานด้วยความดีใจ จ้องมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วถามอย่างกระตือรือร้นว่า
“มีสมุนไพรอะไรอีก”
เยี่ยหานยิ้มแล้วพูดอีกครั้งว่า
“รากวิญญาณไฟ, ดอกหนังหยก...และยังมีเห็ดหลินจือสวรรค์ระดับเก้า, ดอกบัววิญญาณน้ำ...”
เยี่ยหานพูดสมุนไพรออกมาเป็นร้อยชนิดอย่างลวกๆ!
ประมุขตกใจสุดขีดราวกับเห็นผี!
ต้องบอกว่าการแยกแยะสมุนไพรจากกองของเสียเช่นนี้แม้แต่เขาที่เป็นนักหลอมโอสถระดับสี่ก็ยังทำไม่ได้!
แต่ประโยคต่อมากลับทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนราวกับโดนสายฟ้าฟาด!
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด นี่น่าจะเป็นสูตรโอสถระดับสี่ โอสถเม็ดวิญญาณทองคำเก้ารอบ”
เยี่ยหานพูดอย่างมั่นใจและเคร่งขรึม
“เจ้า... แค่กลิ่นของสมุนไพร เจ้าก็สามารถรู้ได้ว่านี่คือโอสถเม็ดวิญญาณทองคำเก้ารอบอย่างนั้นหรือ!”
ประมุขเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
แม้แต่เขาที่เป็นนักหลอมโอสถระดับสี่ก็ยังทำไม่ได้!
“ไม่ทั้งหมด”
เยี่ยหานยิ้มอย่างลึกลับ ในฐานะเซียนโอสถ โอสถเม็ดชนิดนี้ในสายตาของเขาก็เป็นแค่โอสถเม็ดระดับต่ำ สูตรโอสถน่ะเขาจำได้ขึ้นใจนานแล้ว ย่อมสามารถระบุได้
“สมุนไพรที่ขาดหายไปในสูตรยานั่นก็คือ...”
ประมุขจ้องมองเยี่ยหานโดยไม่ละสายตา แทบอ้าปากค้างหุบไม่ลง
“โสมกระดูกหิมะ”
เยี่ยหานพูดยิ้มๆ
“ปัดโธ่ โสมกระดูกหิมะเองหรือ ได้ ข้าจะไปลองดู ถ้าหลอมโอสถเม็ดวิญญาณทองคำเก้ารอบออกมาไม่ได้ เจ้าเดือดร้อนแน่”
เมื่อพูดจบ ประมุขก็ดวงตาลุกโชน และกลับเข้าไปหลอมโอสถภายในกระท่อมอีกครั้ง
“คนคลั่งไคล้การหลอมโอสถ มีนิสัยประหลาดจริงๆ เดิมทีขึ้นสู่ระดับห้าได้ แต่น่าเสียดายที่พรสวรรค์อยู่ระดับปานกลาง...”
การประเมินของเยี่ยหานที่มีต่อประมุขนักหลอมโอสถผู้หลงใหลในศาสตร์การหลอมโอสถนั้นค่อนข้างเป็นไปในทางบวก
“...”
อย่างไรก็ตามเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก็ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก
ประมุขเป็นนักหลอมโอสถระดับสี่ แต่เยี่ยหานกลับบอกว่าเขามีพรสวรรค์อยู่ในระดับปานกลาง!
หรือว่าวิชาหลอมโอสถของเยี่ยหานจะสูงกว่าประมุข
พวกผู้อาวุโสอวิ๋นหลงยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก สมุนไพรที่เยี่ยหานพูดถึงสามารถนำมาใช้หลอมโอสถวิญญาณทองคำเก้ารอบได้จริงหรือไม่
หึ่ง—
หลายชั่วโมงต่อมา ห้องหลอมโอสถก็สว่างวาบขึ้น กลิ่นหอมของโอสถเม็ดอบอวลไปทั่ว
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! สำเร็จแล้ว!”
เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งที่ไร้การยับยั้งดังก้องออกมาจากห้องหลอมโอสถ
“นี่...จริงหรือ...สำเร็จแล้วหรือ”
พวกปรมาจารย์จูเก๋อต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ในใจรู้สึกตกใจอย่างมาก
ประมุขศึกษามาตั้งหลายเดือน คิดไม่ถึงว่าเยี่ยหานแค่ดมกลิ่นทีเดียวก็สามารถแยกแยะสูตรโอสถและระบุสมุนไพรที่ขาดหายไปได้
พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าวิชาหลอมโอสถของเยี่ยหานนั้นยากเกินหยั่งถึง!
ไม่นานหลังจากนั้น ประมุขก็มอบเถาวัลย์เต่าไม้เขียวให้กับเยี่ยหานอย่างเต็มใจ
...
หลังจากได้สมุนไพรชิ้นสุดท้ายมาแล้ว เยี่ยหานก็กลับไปที่บ้านหลังเล็กตระกูลเยี่ย และเริ่มเก็บตัวหลอมโอสถ
เขาต้องฝ่าด่านเข้าเขตแดนมหรรณพวิญญาณภายในสองวัน...
คืนนี้ ดวงจันทร์มืดครึ้ม ลมพัดแรง
ลึกเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย ห้องโถงใหญ่สว่างไสว
“ท่านพ่อ”
เยี่ยเทียนเก่อสวมชุดคลุมสีขาว แววตาเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว
“พรุ่งนี้เป็นวันที่หอคอยยุทธ์เปิด เจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ หากได้วิชาวิญญาณระดับสูงมา เส้นทางการคัดเลือกเข้าสำนักอวิ๋นไห่ในอนาคตของเจ้าจะต้องสดใสแน่”
เยี่ยเทียนป้ามือจับเก้าอี้แน่น พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขาจมอยู่กับความคิดครู่หนึ่ง ทันใดนั้นสายตาก็คมกริบ
“แล้วก็ถ้ามีโอกาส จงทำให้ไอ้เด็กเวรเยี่ยหานนั่นหมดสภาพเสีย!”
“ท่านพ่อโปรดวางใจ ครั้งที่แล้วพิษเสวียนหยินไม่สามารถทำให้มันหมดสภาพได้นั่นก็แค่โชคดี ครั้งนี้ข้าจะทำลายตันเถียนของมันด้วยมือข้าเอง จะเหยียบย่ำมันให้แหลก!”
เยี่ยเทียนเกอมีน้ำเสียงที่ดูถูกเหยียดหยามทั้งยังดวงตาโหดเหี้ยม
เขาจะทำให้ทุกคนในตระกูลเข้าใจว่าเขาต่างหากคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งที่แท้จริงของตระกูลเยี่ย!
ส่วนเยี่ยหานก็เป็นเพียงบันไดขั้นเล็กๆ!
เขาถูกกำหนดให้เป็นมังกรแห่งสวรรค์ชั้นเก้า!
ยิ่งกว่านั้น เพื่อการเปิดหอคอยยุทธ์ในครั้งนี้ เขาย่อมมีการเตรียมพร้อมเอาไว้อย่างดีแล้ว
เยี่ยทียนเกอมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตอนอยู่ภายในหอคอยยุทธ์ เขาจะทำให้เยี่ยหานได้รู้ว่าอะไรคือความสิ้นหวังที่แท้จริง...