- หน้าแรก
- จักรพรรดิโอสถสยบพิภพ
- ตอนที่ 8 มังกรเพลิงพ่นไข่มุก
ตอนที่ 8 มังกรเพลิงพ่นไข่มุก
ตอนที่ 8 มังกรเพลิงพ่นไข่มุก
วูบ—
“ข้า...ข้าได้ยินผิดหรือเปล่า! เขาจะท้าดวลปรมาจารย์จูเก๋อหรือ”
ทั้งลานกว้างเต็มไปด้วยความอลหม่าน เสียงประหลาดใจดังก้องไปทั่ว
“วัยรุ่นสมัยนี้ช่างไม่รู้ข้อจำกัดของตัวเองเลยจริงๆ ปรมาจารย์จูเก๋อไม่เพียงได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง แต่ยังเป็นหนึ่งในนักหลอมโอสถชั้นนำของเมืองเหยียนอีกด้วย เขากล้าฝันที่จะประลองฝีมือกับปรมาจารย์จูเก๋อ นี่มันช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำไปหน่อยไหม”
ผู้เฒ่าปากร้ายคนหนึ่งอดเหน็บแนมไม่ได้
“ก็แค่ตัวตลกที่พยายามเรียกร้องความสนใจ! ใครไม่รู้บ้างว่าปรมาจารย์จูเก๋อเป็นนักหลอมโอสถที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน เด็กหนุ่มคนนี้โตยังไม่ทันรู้ความก็กล้าท้าทายปรมาจารย์จูเก๋อแล้ว”
หญิงสาวสวยคนหนึ่งเบะปากพูดเยาะเย้ย
คนอื่นๆ โดยรอบต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ปรมาจารย์จูเก๋อเป็นใคร
นี่คืออันดับหนี่งหรือสองนักหลอมโอสถขั้นสูงระดับสามของเมืองเหยียนเชียวนะ!
“เจ้าคู่ควรประลองฝีมือกับนักหลอมโอสถอย่างอาจารย์ของข้าหรือ”
ขนาดหลิ่วชิงถานก็ยังอึ้ง สีหน้าขยะแขยงปรากฏชัด
เพราะนางคิดไม่ถึงว่าเยี่ยหานจะหยิ่งผยองถึงเพียงนี้ ถึงกับจะแข่งวิชาหลอมโอสถกับอาจารย์ของนาง!
นี่มันไม่ต่างจากหิ่งห้อยที่พยายามจะเปล่งแสงแข่งกับดวงจันทร์ ไม่มีทางเทียบได้เลย
อีกทั้งนางใช้สายตาเหยียดหยามเหลือบมองเยี่ยหานหัวจรดเท้า เจ้าคนนี้อายุพอๆ กับนาง
เพราะหลิ่วชิงถานเกิดมาพร้อมกับชีพจรวิญญาณสายการหลอมโอสถ จึงมีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถที่โดดเด่น
แต่ถึงกระนั้น ตอนนี้นางที่อายุสิบเจ็ดปีก็ยังเป็นแค่นักหลอมโอสถระดับกลางขั้นสองเท่านั้น
แม้จะมีพรสวรรค์อันโดดเด่น แต่หลิ่วชิงถานก็ไม่กล้าพูดว่านางจะก้าวขึ้นสู่ระดับนักหลอมโอสถขั้นสูงระดับสามได้ภายในห้าปี
ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีทางแซงหน้านางไปได้ นับประสาอะไรกับการแข่งวิชาหลอมโอสถกับอาจารย์ของนาง!
เยี่ยหานเมินเฉยต่อเสียงกระซิบกระซาบโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ในสายตาของเขานักหลอมโอสถระดับสามธรรมดาๆ ไม่คู่ควรให้เขาเอ่ยถึง
ต่อให้ชาตินี้เขาเริ่มฝึกบำเพ็ญใหม่ การก้าวข้ามนักหลอมโอสถระดับสามก็เป็นเรื่องง่ายนัก!
“หนุ่มน้อย เจ้ากำลังดูถูกข้าหรือ”
ปรมาจารย์จูเก๋อรู้สึกโกรธเล็กน้อยจนคิ้วขาวกระตุก
การถูกคนรู่นหลังท้าสู้ สำหรับเขาแล้วมันเป็นการดูถูกอย่างที่สุด!
เยี่ยหานแอบส่ายหน้า ไม่แปลกใจที่หลิ่วชิงถานจะหยิ่งยโสเช่นนี้ ก็แทบจะถอดแบบอาจารย์ของนางออกมาเลย
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด แค่หยิบม้วนคัมภีร์ออกมาจากในถุงเฉียนคุนแล้วยิ้มจางๆ
“เอาอย่างนี้ ที่ข้ามีสูตรโอสถขั้นสามอยู่พอดี เอามันมาเดิมพันกัน ถ้าปรมาจารย์ชนะ สูตรโอสถนี้มอบให้ท่าน แต่ถ้าหากข้าโชคดีชนะได้ ข้าต้องการสมุนไพรอย่างหนึ่ง...เถาวัลย์เต่าไม้เขียว ว่าอย่างไร”
ชาติก่อนในฐานะเซียนโอสถ ในห้วงมหรรณพวิญญาณของเขามีสูตรโอสถมากมายมหาศาล แค่สูตรโอสถขั้นสามธรรมดาๆ ย่อมดึงออกมาได้อย่างง่ายดาย
สูตรโอสถระดับสามนี้สำหรับเยี่ยหานแล้วการพูดถึงแค่หนึ่งคำยังไม่คู่ควร แต่สำหรับปรมาจารย์จูเก๋อมันคือสมบัติล้ำค่า!
ปรมาจารย์จูเก๋อแทรกซึมสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ลงในสูตรยา ตอนแรกมีข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่ทันใดนั้นดวงตาที่พร่ามัวของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้าและพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“ได้ ผู้เฒ่าคนนี้จะประลองกับเจ้า แต่เพื่อต่อให้เจ้า โอสถเม็ดที่ประลองในครั้งนี้ให้สิทธิ์เจ้าเลือก”
“แข่งโอสถเม็ดเก้าธาตุแล้วกัน”
เยี่ยหานมองปรมาจารย์จูเก๋อตรงๆ แล้วพูดทันที
“โอสถเม็ดเก้าธาตุอย่างนั้นหรือ”
ปรมาจารย์จูเก๋อขมวดคิ้วทันที ความรู้สึกสงสัยแล่นเข้ามาในใจ
โอสถเม็ดเก้าธาตุนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอสถเม็ดระดับสูงขั้นสาม แต่ยังหลอมยากยิ่งนัก
แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมีความมั่นใจเพียงหกสิบส่วน ปรมาจารย์จูเก๋อไม่เข้าใจว่าทำไมเยี่ยหานถึงเลือกโอสถเม็ดที่หลอมยากเช่นนี้
แต่ปรมาจารย์จูเก๋อยังพยักหน้าเห็นด้วยและพูดว่า
“ได้ เช่นนั้นก็ประลองโอสถเม็ดเก้าธาตุ!”
เมื่อพูดจบ ปรมาจารย์จูเก๋อก็สั่งให้หลิ่วชิงถานไปนำสมุนไพรมาสองชุด และกำลังจะเริ่มหลอมโอสถ
“ช้าก่อน...”
เวลานี้เยี่ยหานหันไปมองฝูงชน สายตากวาดมองรอบหนึ่งแล้วถามว่า
“มีใครพอให้ข้ายืมไฟหลอมโอสถระดับสามบ้างไหม”
ฮ้า—
“เขาพูดอะไร! ยืมไฟหลอมโอสถเนี่ยนะ”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าขำจะตายแล้ว! เด็กนี่ขนาดไฟหลอมโอสถยังไม่มี แต่กลับกล้าอวดฝีมือหลอมโอสถระดับสาม!”
“ถ้าการหลอมโอสถมันง่ายขนาดนั้น ข้าคงเป็นจักรพรรดิโอสถไปนานแล้ว น่าอายชะมัด!”
ตอนแรกฝูงชนรอบข้างชะงักไป แต่ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นคำพูดเหน็บแนมอย่างท่วมท้น
นักหลอมโอสถแบบใดขนาดไฟหลอมโอสถยังไม่มี!
เยี่ยหานรู้สึกจนปัญญาจริงๆ เพราะในมือเขามีเพียงไฟหลอมโอสถระดับหนึ่ง
“ผู้อาวุโสชางหลาน ให้เขายืมไฟสมบัติขั้นสามไฟสิงโตพลิงใช้หน่อยสิ”
ปรมาจารย์จูเก๋อพูดด้วยใบหน้าเย็นชา รอยยิ้มเยาะภายในใจยิ่งทวีความรุนแรง
แต่ลึกๆ เขาก็แอบดีใจ เจ้าเด็กคนนี้คงเสียสติไปแล้ว ถึงได้ยืนกรานจะเสนอสูตรโอสถระดับสามให้เขา
ของล้ำค่านี้มากองตรงหน้า เขาย่อมไม่เกรงใจ!
“เด็กน้อย เจ้าต้องระวัง ไฟสิงโตเพลิงของข้ามันรุนแรงมาก อย่าให้ถูกไฟเผาจนเป็นแผลไหม้ล่ะ”
น้ำเสียงของผู้อาวุโสชางหลานค่อนข้างเหน็บแนม
นักหลอมโอสถระดับสามที่แท้จริงเป็นไปไม่ได้ที่ไม่มีแม้แต่ไฟหลอมโอสถระดับสาม!
เมื่อพูดจบ เปลวไฟสีน้ำตาลก็พุ่งเข้าไปในเตาหลอมโอสถ
วูบ! วูบ! วูบ!
หลังจากได้รับเปลวไฟ ทั้งสองก็ยืนข้างกันและเริ่มหลอมโอสถเม็ดเก้าธาตุ
หึ่ง!
ไม่พูดไม่ได้ว่าทักษะการหลอมโอสถของปรมาจารย์จูเก๋อนั้นน่าทึ่งจริงๆ
เขาสะบัดแขนเสื้อหนึ่งที สมุนไพรก็ถูกส่งเข้าไปในเตาหลอมโอสถ และจากนั้นเปลวไฟยกเตาหลอมขึ้นและเผาไหม้อย่างบ้าคลั่ง พลังวิญญาณพลุ่งพล่านสะท้อนลักษณะของนักหลอมโอสถระดับปรมาจารย์
กระบวนการหลอมนี้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ไม่นานหลังจากสกัดสมุนไพรชุดหนึ่ง ปรมาจารย์จูเก๋อก็เริ่มสกัดชุดที่สอง
ฝูงชนโดยรอบต่างตะลึงงันซ้ำๆ ไม่กล้าแม้แต่กะพริบตาเพราะกลัวจะพลาดอะไรไป
ปัง!
และอีกด้าน เยี่ยหานโยนสมุนไพรทั้งหมดลงในเตาหลอมอย่างไม่ใส่ใจ
วูบ! วูบ! วูบ!
ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำก็ลุกท่วมเตาหลอม เผาไหม้อย่างรุนแรง
“พวกเจ้าดูสิ เด็กนั่นกำลังทำอะไร!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่มันการหลอมโอสถตรงไหน คงจะไม่ใช่กำลังตุ๋นสมุนไพรหรอกนะ!”
“ถ้าเขาสามารถหลอมโอสถเม็ดเก้าธาตุออกมาได้ ข้าจะกินอึหนึ่งจินเดี๋ยวนี้เลย!”
โดยรอบมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และหัวเราะดังก้องไปทั่ว
เพราะเยี่ยหานยัดสมุนไพรทั้งหมดลงในเตาหลอมอย่างลวกๆ แล้วใช้ไฟหลอมโอสถเผาอย่างบ้าคลั่ง มันช่างน่าขำจริงๆ!
“นี่มันเหลวไหลสิ้นดี สิ้นเปลืองสมุนไพรอันล้ำค่า!”
ผู้อาวุโสชางหลานอดไม่ได้ที่จะสบถอย่างหัวเสียและเป่าเคราถลึงตากว้าง
มีใครหลอมโอสถแบบนี้บ้าง การหลอมโอสถเม็ดเก้าธาตุต้องสกัดโอสถสามชุด และต้องหลอมอย่างช้าๆ และพิถีพิถันบนไฟอ่อน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เตาหลอมระเบิดได้
แต่วิธีการหลอมโอสถของเยี่ยหานช่างหยาบกระด้าง เปลวไฟรุนแรงขนาดนี้สามารถทำลายสรรพคุณทางยาของสมุนไพรจนไม่เหลือได้
“คิดจริงหรือว่าการหลอมโอสถมันคือการตุ๋นอาหาร”
ดวงตาของหลิ่วชิงถานยิ่งเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยถากถาง นางคิดในใจว่าเด็กคนนี้เป็นมือสมัครเล่นที่ไม่ได้เรื่องจริงด้วย!
แม้จะมีเสียงปรามาสอยู่รอบตัว แต่เยี่ยหานยังคงสภาพเปลวไฟรุนแรงเผาไหม้เตาหลอมโดยไม่วอกแวกไปกับเสียงเยาะเย้ยรอบข้าง
เพราะครั้งนี้เขากำลังใช้วิชาหลอมโอสถเฉพาะตัวผสานเข้ากับกายาโอสถเวิ้งนภาไร้ขอบเขต!
วิชานี้มีชื่อว่า มังกรเพลิงพ่นไข่มุก!
เปลวเพลิงดุจมังกร และภายในเตาหลอมเปรียบเสมือนไข่มุก ต้องควบคุมพลังวิญญาณได้อย่างแม่นยำที่สุดเท่านั้นถึงจะทำได้
บัดนี้ภายในเตาหลอมอันลุกโชน วิญญาณศักดิ์สิทธิ์อันกว้างใหญ่กำลังสกัดน้ำยาสมุนไพรออกมาสามชุดพร้อมกัน!
...
เวลาเดินไปทีละน้อย สี่ชั่วโมงผ่านไป ทันใดนั้นปรมาจารย์จูเก๋อก็สะบัดแขนเสื้อ
ปัง!
เปลวไฟดับลง เตาหลอมตกลงบนแท่นหิน
กายเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ หอบหายใจอย่างหนัก เพราะการหลอมโอสถเก้าธาตุต้องใช้พลังงานมหาศาล!
“ข้าหลอมเสร็จแล้ว”
เมื่อพูดจบ ปรมาจารย์จูเก๋อก็เปิดฝาเตาหลอมขึ้นอย่างใจเย็น
หึ่ง!
แสงวิญญาณพลุ่งพล่าน กลิ่นหอมอบอวล โอสมเม็ดกลมสีน้ำตาลลอยขึ้นมา
“วิชาหลอมโอสถของปรมาจารย์จูเก๋อช่างหาที่เปรียบมิได้ ฝีมือเลิศล้ำ!”
“เฮะเฮะ เด็กคนนั้นยังตุ๋นสมุนไพรอยู่เลย!”
นอกจากตกตะลึงกับปรมาจารย์จูเก๋อ ทุกคนก็พร้อมใจจ้องมองไปที่เยี่ยหานอีกครั้งและหัวเราะเยาะไม่หยุดหย่อน ปรมาจารย์จูเก๋อยังคงเงียบและสีหน้าไร้อารมณ์ แบบนี้ไม่มีทางหลอมโอสถเม็ดเก้าธาตุออกมาได้แน่ ไม่น่าแปลกใจถ้าสมุนไพรในเตาหลอมจะถูกเผาไหม้จนเกรียมไปแล้ว!
ครู่ต่อมา เยี่ยหานก็ยกเปลือกตาขึ้นและพูดช้าๆ ว่า
“โอสถเม็ดเก้าธาตุของข้าก็เสร็จแล้วเหมือนกัน”
เคร้ง! เคร้ง!
ทันทีที่เสียงพูดจบลง เตาหลอมโอสถก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับพลังกำลังพลุ่งพล่านออกมาจากภายใน
โคร่ง—
ทันใดนั้น เสียงคำรามของมังกรโบราณก็ดังขึ้น เปลวไฟควบแน่นกลายเป็นมังกรเพลิง ภายในปากมังกรเพลิงมีเตาหลอมโอสถสีแดงเข้มลอยอยู่
ภาพนี้ราวกับมังกรเพลิงพ่นไข่มุกออกมา!
ในปากมังกรเพลิงดูเหมือนจะมีพลังโอสถพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง!
“เป็นไปไม่ได้...”
สีหน้าของปรมาจารย์จูเก๋อเปลี่ยนไป ด้วยวิธีการหลอมโอสถเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างโอสถเม็ดสำเร็จ!
แต่ทว่า...
เคร้ง!
หึ่ง---
ฝาเตาหลอมเปิดออก แสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้า โอสถเม็ดค่อยๆ โผล่ออกมาจากปากมังกรเพลิง!
“...”
ชั่วพริบตาต่อมา รูม่านตาของทุกคนก็หดตัวอย่างรุนแรง
“โอ้สวรรค์ ลวดลาย...ลวดลายโอสถ!”