เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 - ปีศาจหนามปรากฏกาย

บทที่ 48 - ปีศาจหนามปรากฏกาย

บทที่ 48 - ปีศาจหนามปรากฏกาย


บทที่ 48 - ปีศาจหนามปรากฏกาย

ผู้คุมกฎผู้ร่วงหล่นรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างชัดเจน เขายกชายวัยกลางคนชนเผ่าวั่งเซิงที่จับได้ขึ้นมาบังหน้า กระสุนพุ่งหวีดหวิวมากระทบต้นไม้ด้านหลังเขา เศษไม้แตกกระจาย

ไป๋มู่พุ่งออกมาคนแรก มือทั้งสองข้างของเขามีเปลือกไม้หยาบกร้านงอกออกมา และมีเถาวัลย์นับสิบเส้นที่มีหนามแหลมงอกยาวออกมา ราวกับแส้ที่ฟาดกระหน่ำ ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว

เคียวตวัดผ่านอากาศ ตัดเถาวัลย์ของเขาขาดสะบั้น

ผู้คุมกฎผู้ร่วงหล่นกำลังจะสวนกลับ แต่เถาวัลย์ที่ตกลงบนพื้นดินกลับงอกรากและแตกหน่อทันที เถาวัลย์เส้นเล็กนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมา รัดข้อเท้าของเขาไว้แน่น

ต่อมาคือลูกเตะที่หนักหน่วงของไป๋มู่!

ปัง!

ไหล่ของผู้คุมกฎผู้ร่วงหล่นรับการโจมตี ขณะถอยหลังก็ใช้เคียวยันพื้นทรงตัวไว้ แล้วยกมือขวาขึ้นกันหมัดที่พุ่งเข้ามา ลำคอขยับกลืนน้ำลายแล้วถ่มออกมา!

ไป๋มู่ตกใจ รีบเอียงตัวหลบ

แต่แขนของเขากลับโดนน้ำลายกระเด็นใส่ ชุดกันหนาวถูกกัดกร่อนทันที

กรดกำมะถัน!

ผิวหนังของเขาถูกกัดกร่อน โชคดีที่ธาตุไม้มีความสามารถในการรักษาตัวเอง

ผู้คุมกฎผู้ร่วงหล่นเงยหน้า ใบหน้าที่เน่าเปื่อยไปครึ่งแถบจ้องมองเขาเขม็ง

"ไป๋มู่ เป็นแกเองเหรอ!"

เขาพูดเสียงเย็นยะเยือก

ไป๋มู่เงยหน้าขึ้น พูดอย่างตกใจ "จี้หลุน! ทำไมเป็นแก!"

เหล่านายทหารกำลังเร่งจัดการสาวกลัทธิกินศพ พวกเขาแต่ละคนล้วนมีฝีมือระดับสอง ดังนั้นการต่อสู้จึงเป็นการกวาดล้างฝ่ายเดียว ไม่นานก็เข้าสู่ช่วงสุดท้าย

ยังไงซะสาวกลัทธิกินศพในที่เกิดเหตุก็มีแค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้น

จำนวนไม่เยอะ

จนกระทั่งได้ยินเสียง พวกเขาถึงหันไปมอง

ทุกคนต่างตกใจ เพราะผู้คุมกฎของลัทธิกินศพคนนี้หน้าตาคุ้นๆ

ไม่นับใบหน้าครึ่งซีกที่เน่าเปื่อย อีกด้านหนึ่งพวกเขาคุ้นเคยดี

เคยเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งในกองทัพ เพราะการแบ่งตัวของเซลล์ถึงขีดจำกัด และอายุขัยก็เหลือไม่มาก จึงขอเกษียณตัวเอง ถอยไปอยู่แนวหลัง

ไม่เจอกันหลายปี กลับมาโผล่ที่นี่

"แปลกใจอะไร ฉันยังมีชีวิตอยู่มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ยิ่งกว่านั้น ฉันยังกลับมาหนุ่มแน่นแข็งแรงขนาดนี้ ถึงแม้วิวัฒนาการของฉันจะเพิ่มขึ้นไม่ได้แล้ว แต่พลังอมตะก็ทำลายฉันไปพร้อมๆ กับเสริมแกร่งให้ฉัน มอบชีวิตใหม่ให้ฉันอีกครั้ง"

จี้หลุนหัวเราะ "พวกแกมาเข้าลัทธิด้วยกันดีกว่า อยู่ในกองทัพสมาพันธ์ไปก็ไม่มีอนาคตหรอก พวกแกน่ะ การแบ่งตัวของเซลล์ถึงขีดจำกัดแล้ว ยังจะเลื่อนระดับได้อีกเหรอ?"

เขาเว้นจังหวะ "ไป๋มู่ แกเองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วใช่ไหม?"

สีหน้าของไป๋มู่เปลี่ยนไปมา กำลังจะพุ่งเข้าไปก็เจอกับเสมหะก้อนโต

ถุย!

กรดกำมะถันคำโตพุ่งเข้ามา ไป๋มู่กระโดดหลบ

เหล่านายทหารตะโกนลั่น "ทหาร จัดการพวกนอกรีตเหล่านี้!"

พวกเขาต้องรีบกำจัดตัวตึงของฝ่ายตรงข้ามก่อน!

แต่ไม่นึกว่าในพุ่มไม้จะมีเสียงดังสวบสาบ หัวเน่าๆ โผล่ออกมาทีละหัว เผยสีหน้าประหลาดราวกับภูตผี พุ่งเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย!

บ้าเอ๊ย พวกสาวกลัทธิกินศพเจ้าเล่ห์ยังมีกำลังซุ่มซ่อน!

ไป๋มู่หลบกรดกำมะถันที่น่ากลัวอย่างบ้าคลั่ง ตะโกนลั่น

"มัวรออะไรอยู่?"

จี้หลุนตกใจ หันขวับกลับไป

เห็นคนกระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ ทุบกำปั้นลงมา!

ปัง!

จี้หลุนยื่นมือรับหมัดนี้ไว้ แต่ถูกแรงมหาศาลสั่นสะเทือนจนตัวสั่น

เสียงหายใจและจังหวะหัวใจดั่งสัตว์ร้ายดังขึ้น

นัยน์ตาที่ลู่ปู้เอ้อร์เงยขึ้นมองมีประกายสีทองจางๆ

โรคคลุ้มคลั่งศักดิ์สิทธิ์ มิน่าล่ะ!

"ฉันเกลียดพวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะอย่างแกที่สุด!"

จี้หลุนพูดเสียงเย็น "ตายซะเถอะ!"

เขาเหวี่ยงเคียวเหล็กขนาดยักษ์ ฟาดลงมาอย่างแรง!

ลู่ปู้เอ้อร์หรี่ตา ยกมือขึ้นกัน!

ได้ยินเพียงเสียงโลหะกระทบกันหนักทึบ แรงมหาศาลกระแทกจนเขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว

จี้หลุนฟาดเคียวลงมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ประกายมีดดุจเกลียวคลื่น!

เมื่อเผชิญกับการโจมตีแบบนี้ ลู่ปู้เอ้อร์ก็ถูกพลังของเขากดดัน ทำได้แค่ตั้งการ์ดแขนขวาป้องกัน แต่ละครั้งหนักหน่วงรุนแรง เสียงโลหะกระทบกันช่างน่ากลัว

ยังไงซะระดับชั้นก็ต่างกัน

ผู้คุมกฎผู้ร่วงหล่นคนนี้ก็ระดับสอง!

ปัญหาคือ เขามาทำหน้าที่เป็นตัวแทงค์เพื่อให้ทหารระดับท็อปโจมตี

แต่ไป๋มู่กลับยืนกอดอกดูดาย ทำหน้าเหมือนตกใจจนเอ๋อ

เห็นได้ชัดว่า เขากำลังรอให้เด็กหนุ่มถูกเคียวฟันตาย

เคร้ง เคร้ง เคร้ง...

ลู่ปู้เอ้อร์ใช้แขนขวารับการฟันที่หนักหน่วงถึงเจ็ดครั้ง จุดศูนย์ถ่วงไม่ขยับเขยื้อน มั่นคงดุจขุนเขา

เคร้ง!

เคียวยักษ์ฟันลงมาอีกครั้ง ยังคงฟันที่แขนขวาของเด็กหนุ่ม ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหน ก็ไม่ระคายผิว!

"อะไรมันจะแข็งขนาดนี้?"

จี้หลุนตกใจ พลังป้องกันมหาศาลแบบนี้ทำให้เขานึกถึงอสูรกายเน่าเปื่อย เขาจัดการเด็กคนหนึ่งใช้เวลาตั้งสิบวินาที ถ้าในระหว่างนี้มีคนโจมตีเขา เขาต้องตกเป็นรองอย่างหนักแน่

ความจริงลู่ปู้เอ้อร์ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเลย อาศัยการแข็งตัวของแขนขวารับล้วนๆ

จี้หลุนรูม่านตาหดเกร็ง ตระหนักว่านี่ไม่ใช่เด็กธรรมดา

ขอโทษที คุณเหม่อแล้ว!

ลู่ปู้เอ้อร์ฉวยโอกาสทอง กระแสไฟฟ้าที่บ้าคลั่งรวมตัวที่ขาขวาแล้วระเบิดออก มอบพลังระเบิดชั่วพริบตาให้เขา ย่นระยะประชิดตัว

กระแสไฟฟ้ารวมตัวที่หมัดขวาอีกครั้ง ปล่อยหมัดสั้น!

ท่ามกลางเสียงนกพันตัวร้องระงมจากกระแสไฟฟ้า จี้หลุนโดนเข้าที่ท้องน้อย ตัวงอเป็นกุ้งทันที ทั่วร่างชาดิกจากไฟฟ้า แก่นพลังชีวิตของเขาไม่มีความสามารถในการป้องกันเลย

แต่ไม่นึกว่าจี้หลุนที่เจ็บปวด จะพ่นกรดกำมะถันที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงออกมาอีกคำ!

ลู่ปู้เอ้อร์อาศัยแรงระเบิดจากกระแสไฟฟ้าหลบหลีก ตะโกนด่า "ถ้าแกถุยน้ำลายใส่ฉันอีก ฉันจะโกรธแล้วนะเว้ย!"

วินาทีสำคัญ เสียงบิดสายธนูดังขึ้น

"หลบไป!"

เสียงผู้หญิงเย็นชาดังขึ้นในป่า

ลู่ปู้เอ้อร์หลบฉากทันที แล้วชูนิ้วกลางให้หนึ่งที

ตูม

จี้หลุนถูกธนูยิงทะลุหัวใจ!

"ขอบเขตที่สาม ขอบเขตชัยชนะ"

เขาโซซัดโซเซหันกลับไป เห็นแสงไฟที่ปลายสุดของป่าทึบ

เปลวไฟที่ร้อนระอุพลุ่งพล่าน เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นมนุษย์ไฟในพริบตา

เขากรดร้องด้วยความเจ็บปวด โหยหวนน่าสยดสยอง

ที่ปลายสุดของป่าทึบ หยวนฉิงยืนอยู่บนยอดไม้ ง้างธนูพาดลูกศร แสงไฟจากคันธนูเหล็กส่องกระทบใบหน้าสวยเฉี่ยวปนดุ นัยน์ตาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ที่บ้าคลั่ง

ความจริงเธอควรจะลงมือตั้งนานแล้ว

แต่เพื่อความปลอดภัย ทุกคนลงความเห็นว่าให้เธอสังเกตการณ์รอบๆ ก่อน จะได้ไม่โดนตุ๋ยหลัง

กว่าจะกล่อมเธอได้ก็เปลืองน้ำลายไปเยอะ

ด้วยฝีมือระดับขอบเขตที่สาม ลงมือทีเดียวก็ปิดจ๊อบ

ยิ่งมีลู่ปู้เอ้อร์คอยคุ้มกัน

ไป๋มู่ถอยหลังไปหลายก้าว "เป้าหมายถูกสังหาร!"

สายตาของเขาดูเสียดาย

ไม่ได้ยืมมือศัตรูฆ่าลู่ปู้เอ้อร์ ก็ต้องรอโอกาสหน้า

ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนที่ถูกโซ่ล่ามไว้กลับดิ้นหลุด ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา "รีบหนี รีบหนี! อย่าเข้าใกล้เขา เขาเป็นตัวแม่!"

รวมถึงกู่ฉาด้วย ผู้รอดชีวิตจากชนเผ่าต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง

หญิงชราที่มีสถานะดูสูงส่งกว่าเพื่อนมุดออกมา พูดภาษาจีนกระท่อนกระแท่นว่า "รีบหนีห่างจากเขา! ในตัวเขามีอสูรกายอยู่! ไม่หนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว!"

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง

จี้หลุนที่กำลังลุกไหม้กลับส่งเสียงแหบแห้งออกมา

"ซาทา อาบาลูยา! คูเฮ ซาราลูฮา!"

ศรัทธาอมตะ บรรลุซึ่งชีวิตนิรันดร์!

ชุดนักบวชของเขาถูกเผาจนหมดสิ้น หน้าอกมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ถูกฝังอยู่ ดูเหมือนรอยประทับรูปหัวใจ มันเต้นตุบๆ อย่างรุนแรง กำลังจะทะลุออกมา!

"ปีศาจหนาม จะออกมาแล้ว!"

ชายวัยกลางคนชนเผ่าวั่งเซิงตะโกนลั่น

ไป๋มู่สบถด่าลั่น เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ คนพวกนี้ดันไม่รีบบอก!

ลู่ปู้เอ้อร์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ ทำไมไม่รีบบอก!

เสียงดังแคว่ก ร่างกายของจี้หลุนถูกฉีกกระชากคาที่

สัตว์ประหลาดสีดำทมิฬกำยำราวยักษ์คำรามพุ่งออกมาจากร่าง ภายในเวลาสั้นๆ ขยายร่างจนสูงเกือบสามเมตร ทั่วร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด หนามที่ด้านหลังขยับไปมาอย่างบ้าคลั่ง

ไป๋มู่อยู่ใกล้ที่สุด ถูกมันบีบคอไว้!

ปีศาจหนามแข็งแรงราวยักษ์ พละกำลังมหาศาลทำให้ครูฝึกผู้นี้ดิ้นไม่หลุด เขาทำได้แค่สร้างเถาวัลย์ขึ้นมาพันรอบแขนอันใหญ่โตนั้นอย่างไร้ผล

มันไม่มีประโยชน์เลยสักนิด

"เร็ว เข้าช่วยเหลือ!"

เหล่านายทหารสังหารสาวกลัทธิกินศพตรงหน้า ตะโกนลั่น

แต่ลู่ปู้เอ้อร์กลับทำท่าเหมือนตกใจจนเอ๋อ นั่งนิ่งอยู่กับที่

ลูกธนูเพลิงพุ่งเข้ามา!

ใบหน้าดุร้ายของปีศาจหนามเผยแววโกรธเกรี้ยว หนามที่ด้านหลังกางออกราวกับปีก บังหลังของตัวเองไว้อย่างแน่นหนา ปล่อยให้ลูกธนูระเบิดใส่!

เสียงระเบิดดังสนั่น หนามที่หลังของมันถูกเผาจนเกรียม

แต่ตัวมันกลับไร้รอยขีดข่วน

ชั่วพริบตา หนามสีดำแหลมคมก็งอกขึ้นมาใหม่ ปีกฟื้นฟูสภาพเดิม!

ส่วนไป๋มู่ถูกบีบจนตาเหลือกแล้ว!

"บ้าเอ๊ย!"

หยวนฉิงสบถในใจ

เพราะมีเพื่อนร่วมทีมอยู่ เธอไม่สามารถใช้พลังเต็มที่ได้

ถ้าเธอใส่เต็มข้อ สามารถฆ่าปีศาจหนามได้ในทีเดียว

แต่บริเวณนี้จะกลายเป็นเถ้าถ่านไปด้วย

ในนาทีวิกฤต หญิงชราแห่งชนเผ่าวั่งเซิงกลับนำพาลูกหลาน สวดภาวนาว่า "ขอรังมารกำเนิดผู้ยิ่งใหญ่โปรดระงับโทสะ ขอร่างอวตารของท่านบนผืนโลกโปรดเมตตา! ซาทา อาบาลูยา! คูเฮ ซาราลูฮา! ซาทา อาบาลูยา! คูเฮ ซาราลูฮา!"

คนกลุ่มนี้ถึงขั้นหยิบค้อนเหล็กและฆ้องทองออกมา ตีฆ้องร้องป่าว

ลู่ปู้เอ้อร์อึ้งไปเลย

ทำอะไรกันเนี่ย จะจัดงานศพให้ไป๋มู่เหรอ?

ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วย

แต่วินาทีถัดมาเขาก็เข้าใจ

จังหวะการตีของชนเผ่าวั่งเซิงมีท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์

วินาทีที่จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์นั้นดังขึ้น ปีศาจหนามก็คำรามด้วยความหงุดหงิด สสารมืดที่ปกคลุมร่างมันดูเหมือนจะพังทลายลงลางๆ แม้แต่ปีกหนามด้านหลังก็ร่วงกราวลงมาทีละชิ้น ไม่หลงเหลือความน่าเกรงขามเมื่อครู่นี้

ลู่ปู้เอ้อร์สังเกตเห็นอย่างไวว่า ความถี่นั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน

แม้แต่สสารมืดที่มือขวาของเขาก็ปั่นป่วน

การแข็งตัวที่คลุมแขนขวาสั่นไหวเล็กน้อย แต่ไม่ได้คลายออก!

ตอนที่ปีศาจหนามคำรามด้วยความเจ็บปวด ไป๋มู่ก็ได้โอกาส วิชาที่เขาปล่อยออกมาจู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้น เถาวัลย์เล็กๆ นับไม่ถ้วนงอกออกมาจากคอ!

ง้างแขนของสัตว์ประหลาดออกได้อย่างยากลำบาก!

ตอนที่เขากลิ้งตัวหนี กลับรู้สึกถึงความหนาวเหน็บ

เพราะลู่ปู้เอ้อร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

ตอนนั้นเอง ลูกธนูเพลิงก็แหวกอากาศมาอีกครั้ง!

เสียงดังฉึก ลูกธนูฉีกกระชากแผ่นหลังของสัตว์ประหลาด

กระดูกสันหลังของปีศาจหนามระเบิดออก เผยให้เห็นเนื้อไหม้เกรียมและกระดูกสันหลังที่น่ากลัว บาดแผลฉกรรจ์ขนาดนี้ทำให้มันคำรามและเซถลาไปสองสามก้าว หันกลับไปล็อกเป้าผู้หญิงในป่าทึบ

จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ราวกับกระทิงบ้า!

"คุ้มกันพันตรีหยวนฉิง!"

เหล่านายทหารชักดาบ กระจายขบวนล้อมกรอบปีศาจหนามไว้แน่น

"อะไรวะเนี่ย? เล่นมอนฮันอยู่เหรอ?"

ลู่ปู้เอ้อร์ปวดหัวตึ้บกับเสียงตีฆ้องร้องป่าว แต่ก็ยังฝืนเดินไปข้างหน้า สสารมืดที่มือขวากระตือรือร้น ราวกับเห็นอาหารอันโอชะ

วินาทีถัดมา ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือเปล่า

ปีศาจหนามเงยหน้าขึ้น ใบหน้าดุร้ายดุจปีศาจเผยรอยยิ้มประหลาด

รอยยิ้มนั้น ราวกับมาจากนรก

หยวนฉิงสายตาเฉียบคม เห็นศพในป่าขยับเขยื้อน ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ใหญ่โตกำลังจะแหวกออกมา

อสูรกายไม่ได้มีแค่ตัวเดียว!

พวกทหารหน้าเปลี่ยนสี

ลู่ปู้เอ้อร์เนื้อเต้น!

เขาวางแผนมาตั้งนาน ก็เพื่อรอวินาทีนี้แหละ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 48 - ปีศาจหนามปรากฏกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว