เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน?

บทที่ 29 ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน?

บทที่ 29 ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน?


บทที่ 29 ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน?

ปลดล็อกหน้าจอ รายชื่อผู้ติดต่อ เจียงเฉียว โทรออก...

เจียงเฉียวได้สอนวิธีใช้โทรศัพท์ให้ไป๋เยว่หลิงอย่างคร่าวๆ แล้ว หากมีปัญหาอะไรก็ให้โทรหาเขาได้เลย

“ตราบใดที่คุณยังอยู่บนดาวดวงนี้และมีสัญญาณโทรศัพท์ ผมรับสายแน่นอน” หลังจากกดโทรออก เขาก็ยื่นโทรศัพท์ส่งให้เธอ

ไป๋เยว่หลิงรับไปอย่างกังขาและแนบไว้ที่ข้างหู สองวินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเจียงเฉียวก็ดังขึ้น

เขากดรับสาย เดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ทิ้งระยะห่างสักเจ็ดแปดเมตร แล้วพูดเสียงเบาว่า “ได้ยินไหมครับ?”

เสียงของเจียงเฉียวดังลอดผ่านลำโพงออกมาอย่างชัดเจน สำหรับไป๋เยว่หลิงแล้ว มันฟังดูราวกับวิชาส่งเสียงพันลี้ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

บนดาวจื่อเวย มีเพียงยอดคนผู้บำเพ็ญเต๋าขั้นสูงเท่านั้นถึงจะทำเช่นนี้ได้ ทว่าในโลกใบนี้ แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ยังพกพาของสิ่งนี้ติดตัว

“เจียงเฉียว?” นางลองเรียกดู

“หืม?”

“ข้าจะออกไปข้างนอก”

“อ้อ ครับ ระวังตัวด้วยนะ”

เจียงเฉียวรู้สึกงุนงง จังหวะนี้เธอไม่ควรพูดว่า “ขอบคุณ” หรือ “เจ้าช่างมีน้ำใจ” อะไรทำนองนี้หรอกหรือ?

เขามองส่งไป๋เยว่หลิงจนลับสายตา ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองเพิ่งพูดเรื่องไร้สาระออกไป เธอเป็นถึงบั๊กของสังคมสมัยใหม่ ใครหน้าไหนจะไปทำอันตรายเธอได้กัน?

เขาวางโทรศัพท์ลง แล้วสังเกตเห็นว่าสายยังไม่ตัด นี่เขาสอนเธอแค่วิธีโทรออกงั้นเหรอ?

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอีกครั้ง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

เขากดวางสายอย่างหงุดหงิด เปลืองค่าโทรชะมัด!

...

หลังสิบโมงเช้า นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยขึ้นมาบนยอดเขานางฟ้า ส่วนใหญ่เป็นคู่รัก

ไป๋เยว่หลิงเดินสวนกับคนคู่หนึ่ง ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นเอาแต่จ้องมองนางตาไม่กะพริบ หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่อยู่ข้างกายจึงบิดแขนแฟนหนุ่มของเธออย่างแรง

“ไหนสาบานว่ารักฉันคนเดียวไง พอสาวสวยเดินผ่านหน่อย ทำตาถลนมองตามเชียวนะ คิดจะตามไปขอเบอร์หรือไง?”

“ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ในใจเค้ามีแค่เตงคนเดียว เค้าแค่คิดว่าชุดที่ผู้หญิงคนนั้นใส่มันสวยดี ถ้าเตงใส่ต้องสวยกว่านี้แน่ๆ”

“จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวซื้อให้ฉันชุดนึง แล้วฉันจะเชื่อ”

“ชุดเดียวเหรอ? จัดไปทั้งเซตเลยจ้ะ”

บทสนทนาของพวกเขาดังเข้าหูไป๋เยว่หลิงทุกถ้อยคำ นางยิ้มมุมปาก ความรักของปุถุชนนี่ช่างน่าขบขันนัก

นางหยิบโทรศัพท์ออกมา บนหน้าจอที่สว่างขึ้น ปรากฏภาพหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยที่มีสัดส่วนเกินจริงไปมาก

“คนไร้ยางอาย” เซียนสกุลไป๋พึมพำ แก้มขึ้นสีระเรื่อ

มิน่าเล่าปราณไตของเขาถึงอ่อนแอและแก่นสารในกายพร่อง หมกมุ่นอยู่กับภาพพวกนี้ทุกวี่วัน ต่อให้เป็นเซียนต้าหลัวก็เสี่ยงธาตุไฟเข้าแทรกได้

เห็นทีนางต้องหาโอกาสดัดนิสัยเขาเสียบ้างแล้ว!

หวนนึกถึงขั้นตอนที่เจียงเฉียวสอน นางปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดรายชื่อ และกดโทรออก

นางแนบหูฟัง เสียงสัญญาณดังขึ้น...

“เถ้าแก่ น้ำแร่คังซือฟู่ขวดเท่าไหร่?”

“สามหยวน สามหยวน”

“เอาสองขวด แล้วก็ไส้กรอกย่างไม้นึง”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจียงเฉียวเหลือบมอง—เขากำลังโทรหาตัวเอง

หัวใจกระตุกวูบ ผ่านไปไม่กี่นาทีเอง หรือว่านางจะเกิดเรื่อง?

เขารีบกดรับสายทันที “ฮัลโหล เกิดอะไรขึ้น?”

“แค่ทดสอบดูว่าเจ้าโกหกหรือไม่ ปรากฏว่าเจ้าไม่ได้โกหก”

“...”

“เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”

ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ใบหน้าเจียงเฉียวบิดเบี้ยว เครดิตความน่าเชื่อถือของเขาแย่ขนาดนั้นเชียว?

“เถ้าแก่ สรุปจะขายไหมเนี่ย?”

เขารีบวางสาย ฉีกยิ้มกว้าง “ขายครับ ขายครับ เมื่อกี้พี่ชายจะเอาอะไรนะครับ?”

ไป๋เยว่หลิงเดินเลี่ยงออกจากเส้นทางที่มีผู้คนพลุกพล่าน มาถึงริมหน้าผาแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นปลอดคน นางก็กระโดดลงไป...

จนกระทั่งเที่ยงวัน เจียงเฉียวชะเง้อมองออกไปข้างนอก แต่ก็ยังไร้วี่แววของนาง

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ลังเลว่าจะโทรหาดีหรือไม่ อย่างน้อยจะได้รู้ว่านางอยู่ที่ไหน

แต่หลังจากไตร่ตรองอย่างจริงจังเขาก็ถอดใจ หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสผักดองยี่ห้อ ‘อู๋ถง’ ออกมา เติมไส้กรอกและไข่พะโล้ลงไป พลางถอนหายใจขณะกิน

สองวันก่อนมีนางเซียนหลุดโลกก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา ตอนนี้ต้องกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง เขารู้สึกโหวงเหวงพิลึก

นางคงไม่ได้ฉวยโอกาสหนีไปตลอดกาลหรอกนะ?

ไส้กรอกและไข่พะโล้พลันจืดชืดไร้รสชาติขึ้นมาทันที

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเหลือบดูหน้าจอแล้วกดรับทันควัน แต่กลับได้ยินเพียงน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ไอ้ลามก!”

เจียงเฉียว: “???”

เขาถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ลามกตรงไหนฟะ?

จากนั้นปลายสายก็เงียบกริบไปอีกครั้ง

สรุปคือโทรมาเพื่อด่าเขาเนี่ยนะ?

แม่ผู้หญิงจอมผลาญ ถึงค่าโทรจะฟรีแถมมากับเน็ตบ้าน แต่ไว้กลับมาต้องอบรมกันหน่อยแล้ว

เขาวางสาย รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ถ้านางกล้าโทรมา แสดงว่ายังวนเวียนอยู่แถวยอดเขานางฟ้านี่แหละ

ไส้กรอกและไข่พะโล้กลับมาอร่อยเหมือนเดิม...

ไป๋เยว่หลิงมองเห็นร่องรอยการแกะสลักและสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์อยู่ทุกหนทุกแห่ง เริ่มปักใจเชื่อคำพูดของเจียงเฉียว

สมัยนี้ภูเขาที่มีชื่อเสียงล้วนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งรวมพลังปราณบริสุทธิ์สูญสิ้นไปหมดแล้ว หากต้องการหาสมุนไพรดีๆ คงต้องบุกเข้าไปให้ลึกกว่านี้ นางจึงมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าดงดิบ

ตะวันคล้อยต่ำ ความมืดเริ่มโรยตัว บนยอดเขานางฟ้าเหลือนักท่องเที่ยวเพียงหยิบมือ

เจียงเฉียวยืนชะเง้อคอรออยู่หน้าร้าน ไร้วี่แววของชุดกันลมสีคุ้นตา นางหายไปทั้งวัน เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นเกมด้วยซ้ำ

ไม่รู้ว่าจะไปก่อเรื่องอะไร หรือโดนพวกมิจฉาชีพหลอกไปแล้วหรือเปล่า

ความร้อนรนเริ่มก่อตัว เขาตัดสินใจโทรหานาง สัญญาณดังสองครั้ง แล้วสายก็ถูกตัดไป

หมายความว่าไงเนี่ย?

กล้าตัดสายเขาเหรอ ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ?

เขาบ่นอุบ แล้วไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

“เมื่อครู่เจ้าโทรหาข้าหรือ?” ไป๋เยว่หลิงถาม

“อืม”

“ทำไมข้าถึงรับสายไม่ได้?”

“เอ่อ...”

เขานึกขึ้นได้ทันที—เขายังไม่ได้สอนนี่หว่า

“เวลาผมโทรไป ให้สไลด์ปุ่มสีเขียวขึ้นเพื่อรับสาย ถ้าสไลด์สีแดงลงคือปฏิเสธสาย เมื่อกี้คุณกดสีแดงใช่ไหม?”

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”

“ถ้าคนอื่นโทรมา ห้ามรับนะ” เขากำชับ

“ทำไมเล่า?”

เขาลังเล ก่อนจะพึมพำว่า “พวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์มันเยอะ กลัวคุณโดนหลอกน่ะ”

“อ้อ”

“แล้วตอนนี้คุณอยู่ไหน? ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก?”

“ใกล้ถึงแล้ว”

เจียงเฉียวเขย่งเท้าชะเง้อมอง ที่ปลายสุดของเส้นทาง ปรากฏร่างหญิงสาวในชุดโค้ทกันลมสีน้ำตาลกากีเดินเข้ามา...

จบบทที่ บทที่ 29 ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้าน?

คัดลอกลิงก์แล้ว