เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 เมื่อข้าฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เจ้า

บทที่ 2 เมื่อข้าฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เจ้า

บทที่ 2 เมื่อข้าฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เจ้า


บทที่ 2 เมื่อข้าฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เจ้า

หญิงสาวฟาดฝ่ามือออกไป พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของอัสนีบาตสวรรค์ อานุภาพช่างน่าตื่นตะลึงเหลือประมาณ

เจียงเฉียวยกมือขึ้นป้องตามสัญชาตญาณ แทบจะในทันที เขาพลันรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง แขนขาชาหนึบจนเกือบจะล้มฟุบลงกับพื้น ส่วนโทรศัพท์มือถือในมือนั้นเล่า ก็มีควันขาวลอยกรุ่นออกมา

เทพธิดาขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ตบะจะสูญสิ้น แต่ขอบเขตพลังยังคงอยู่ ตามหลักเหตุผลแล้ว นางน่าจะอัญเชิญสายฟ้าสวรรค์ผ่าเจ้าหมอนี่ให้กลายเป็นผุยผง จนร่างแหลกสลายเป็นเถ้าธุลีได้นี่นา ไฉนจึงมีเพียงแค่เสียงเล่า?

หรือว่ากฎเกณฑ์ทั้งหมดของโลกใบนี้ได้สูญสลายไปหมดสิ้นแล้ว?

ครู่ต่อมา เจียงเฉียวก็เริ่มฟื้นตัวจากอาการชาไปทั้งร่าง เขาเงยหน้ามองเทพธิดาน้อยตรงหน้า สลับกับมองโทรศัพท์ในมือที่ยังมีควันลอยโขมง แล้วก็ต้องอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก

แม่เทพธิดาน้อยที่ดูบอบบางผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นจอมยุทธ์หรือนี่! ตบทีเดียวโทรศัพท์เขาพังยับ แถมยังมีกระแสไฟช็อตแปล๊บๆ นั่นอีก ในมือเธอก็ไม่ได้ถือเครื่องช็อตไฟฟ้าสักหน่อย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

เขารู้สึกว้าวุ่นใจท่ามกลางลมฝน

อุตส่าห์หวังดีเตือนให้คนกลับบ้านแท้ๆ ผลคือต้องมาเสียโทรศัพท์ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

แต่ว่า... นี่มันจงใจทำลายทรัพย์สินผู้อื่นชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?

"บอกมา! ใครส่งเจ้ามา?! ตระกูลโบราณฮวงกู่? ราชวงศ์เฟยเซียน? หรือถ้ำมังกรก้นบึ้ง? หรือจะเป็นพวกดินแดนต้องห้ามอย่าง แดนศักดิ์สิทธิ์ซูคง? สุสานเทพ? หรือยมโลก? พวกเจ้าอยากให้สำนักและตระกูลถูกล้างโคตรหรืออย่างไร?" เทพธิดาตวาดเสียงแหลม ใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

เจียงเฉียวเกาหัวแกรกๆ ยัยนี่พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย? อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า?

เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของมนุษย์ปุถุชนตรงหน้า เทพธิดาก็ไพล่มือไว้ด้านหลัง พึมพำเสียงเบา

"นั่นสินะ ไม่มีใครกล้าล่วงเกินจักรพรรดิอมตะ ต่อให้ตอนนี้ 'เปิ่นจั้ว'* จะไร้ซึ่งตบะ และผลมรรคซุกซ่อน แต่ข้าก็ยังไร้เทียมทานในโลกหล้า!" (*เปิ่นจั้ว = คำเรียกตนเองของผู้ยิ่งใหญ่/เจ้าสำนัก)

เมื่อได้ฟังประโยคที่ดูเบียวสุดกู่นั้น ใบหน้าของเจียงเฉียวก็กระตุกยิกๆ

"แม่คุณคนสวย ถึงตอนนี้คุณจะแกล้งบ้า แต่ต่อให้เป็นจักรพรรดิอมตะ หรือจะเป็น 'จางซานจอมนอกกฎหมาย' คุณก็ต้องชดใช้ค่าโทรศัพท์ผมมาซะดีๆ"

เมื่อกี้เขาลองกดดูหลายรอบแล้ว แต่โทรศัพท์ไม่ตอบสนองเลยสักนิด เครื่องใหม่ที่เพิ่งซื้อมาใช้ได้ไม่กี่วันก็มาด่วนจากไปเสียแล้ว ราคาตั้งหลายพันหยวน เขาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

เทพธิดามองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ นางประกาศศักดินาไปแล้วแท้ๆ มนุษย์ปุถุชนผู้นี้ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้บังอาจลบหลู่จักรพรรดิอมตะเช่นนี้? ไม่กลัวโดนจับจุดโคมสวรรค์เผาวิญาณหรือไร?

นางก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เจียงเฉียวถอยกรูดไปหลายก้าวโดยสัญชาตญาณ เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าสู้ยัยผู้หญิงจอมเพ้อเจ้อคนนี้ไม่ได้แน่

"อะแฮ่ม คุยกันดีๆ นะครับ อย่าใช้ความรุนแรง เรื่องค่าเสียหายเราค่อยคุยกันทีหลังก็ได้ ว่าแต่ ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณจะไม่กางร่มจริงๆ เหรอ?"

เทพธิดาน้อยปรายตามองเขาแวบหนึ่ง การปล่อยให้กายเปียกปอนท่ามกลางสายฝน อาจช่วยให้นางเข้าใจกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ได้ดียิ่งขึ้น

นางยังคงจ้องมองรูปปั้นหินเบื้องหน้า ผ่านร้อนผ่านหนาวตากแดดตากฝนมาเนิ่นนาน 'หินเทพธิดา' ก้อนนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิม มีเพียงโครงร่างเลือนรางเท่านั้น ที่ฐานด้านล่างมีจารึกที่มาของหินเทพธิดาอยู่ แต่นางกลับอ่านตัวอักษรของโลกนี้ไม่ออก

"เปิ่นจั้วขอถาม ที่นี่คือที่ใด?"

หลังจากยอมรับสำเนียงการพูดแปลกๆ ของนางได้แล้ว เจียงเฉียวก็รู้สึกว่าเสียงอันไพเราะราวกับหลุดมาจากห้วงฝันของนางนั้นน่าฟังอย่างบอกไม่ถูก

"อวี้โจว"

เขาเมินคำเรียกตัวเองแปลกๆ ของนาง แล้วเพิ่งจะฉุกคิดได้ "ไม่ใช่สิ นี่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วยังวิ่งขึ้นมาบนเขาเนี่ยนะ?"

สีหน้าของหญิงสาวซับซ้อนขึ้น นางชูนิ้วชี้ขึ้นไปบนฟ้า "ข้าเพิ่งตกลงมาจากที่นั่น"

สถานที่ฝ่าด่านเคราะห์กรรมของนางอยู่บนจุดสูงสุดของสรวงสวรรค์ชัดๆ ส่วนเหตุผลที่นางมาโผล่ที่นี่ นางเองก็ยังไม่รู้

เจียงเฉียวแหงนหน้ามองเมฆดำทะมึนที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เขาอ้าปากค้างแต่ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร เขาคิดว่าไม่เธอก็บ้า หรือไม่ก็เขาเองที่บ้า เพราะเขากลับรู้สึกเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของนางขึ้นมาตะหงิดๆ

เพราะท่าทางของนางดูไม่เหมือนคนโกหกเลยจริงๆ

เขาพลันนึกถึงร่างที่เห็นเมื่อครู่ ร่างที่ถูกสายฟ้านับไม่ถ้วนฟาดใส่ ท่ามึนตราประทับแปลกๆ ฝ่ามือที่มีกระแสไฟฟ้า และผู้หญิงท่าทางหลุดโลกคนนี้...

เจียงเฉียวตัวสั่นสะท้าน หนังศีรษะชาวาบ หรือว่า...

"คุณเป็นใคร? บ้านอยู่ที่ไหน?"

"ดาวจื่อเวย, ไป๋เยว่หลิง บำเพ็ญเพียรมาเก้าพันแปดร้อยปี ผู้คนเรียกขานเปิ่นจั้วว่า จักรพรรดิไป๋"

ขณะที่เอื้อนเอ่ย ไป๋เยว่หลิงแผ่กลิ่นอายความเย่อหยิ่งประหลาดออกมา จักรพรรดิอมตะผู้มีพรสวรรค์หาใดเปรียบ หนึ่งเดียวในยุคสมัย จะเป็นใครอื่นได้นอกจากนาง?

เจียงเฉียวสูดลมหายใจเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

อ่านนิยายมากไปจริงๆ ด้วย พอเขาลองยอมรับการตั้งค่าตัวละครว่าเธอคือจักรพรรดิอมตะ เรื่องเวอร์วังก่อนหน้านี้ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

คุณพระคุณเจ้า เธอเป็นเทพธิดาจริงๆ หรือเนี่ย?

มันจะบังเอิญขนาดนั้นเชียวเหรอ?

"ฉันคือเย่ฟาน ข้ามเส้นทางดวงดาวโบราณ สยบความวุ่นวายมืด สถาปนาศาลสวรรค์ ได้รับการเคารพทั่วเอกภพ ผู้คนเรียกขานข้าว่า จักรพรรดิสวรรค์!"

เจียงเฉียวถือร่มยืนหยัด ความรู้สึกฮึกเหิมพลุ่งพล่านในอก ถ้าเธอจะเล่นบทบาทสมมติ เขาก็เล่นด้วยได้เหมือนกัน

ไป๋เยว่หลิงจ้องเขาเขม็ง นึกว่าเมื่อครู่นางจะมองพลาดไป แต่พอเพ่งพินิจอย่างละเอียด นางก็ส่ายหน้าเบาๆ ดวงวิญญาณของเขาหม่นหมองและอ่อนแอ เป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนจริงๆ อายุขัยก็เพิ่งจะยี่สิบปี คำกล่าวอ้างว่าเป็นจักรพรรดิสวรรค์อะไรนั่น เป็นเพียงคำโกหกพกลมสำหรับนาง

จากการสนทนาเพียงไม่กี่ประโยค ไป๋เยว่หลิงก็รู้แล้วว่านางไม่ได้อยู่บนดาวจื่อเวยอีกต่อไป อย่างน้อยดาวจื่อเวยก็ไม่มีสถานที่ที่เรียกว่าอวี้โจว ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ไร้ซึ่งพลังวิญญาณโดยสิ้นเชิง กฎเกณฑ์สวรรค์ก็ไม่ปรากฏ สิ่งเดียวที่นางพึ่งพาได้คือร่างกายระดับจักรพรรดิอมตะที่บรรลุธรรมแล้วเท่านั้น

และเจ้ามนุษย์ปุถุชนไร้มารยาทผู้นี้ น่าจะช่วยให้นางเข้าใจโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว

"เมื่อครู่เจ้าบอกว่าบ้านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่?"

เจียงเฉียวพยักหน้า

"ดีมาก นำทางเปิ่นจั้วไป"

เจียงเฉียวชะงักกึก เมื่อกี้ที่เขาตกลงจะพาเธอไปหลบฝนที่ร้านนั่นเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายออกคำสั่งเองนั่นมันอีกเรื่องหนึ่งเลย และน้ำเสียงสั่งการด้วยความเย็นชาที่ห้ามปฏิเสธนั่น ก็ทำให้เขาอึดอัดใจเล็กน้อย

ประเด็นหลักคือ เขาสู้ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เกิดเธอคิดมิดีมิร้ายจะปลุกปล้ำขืนใจเขาขึ้นมาจะทำยังไง?

"ทำไม? เจ้าไม่เต็มใจรึ? เมื่อใดที่เปิ่นจั้วฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้แก่เจ้า"

เจียงเฉียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"คุณกำลังจะบอกว่า คุณคือจักรพรรดิอมตะจื่อเวยจุติลงมายังโลกมนุษย์ ตอนนี้สูญเสียอิทธิฤทธิ์ ต้องการให้ผมช่วยพาไปบำเพ็ญเพียรชั่วคราว และเมื่อคุณฟื้นพลังได้แล้ว คุณจะมอบชีวิตอมตะให้ผม อะไรทำนองนี้ใช่ไหม?"

"จะว่าอย่างนั้นก็ได้" ไป๋เยว่หลิงพยักหน้าอันงดงามของนาง

เขาพลันกระจ่างแจ้งทันที รู้สึกทะแม่งๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ที่แท้ปัญหาก็อยู่ตรงนี้นี่เอง หางจิ้งจอกโผล่ออกมาแล้วสินะ

แก๊งต้มตุ๋นรูปแบบใหม่ใช่ไหมเนี่ย? ถ้าส่งเป็นข้อความมา แอปพลิเคชันป้องกันการฉ้อโกงแห่งชาติต้องแจ้งเตือนว่าเป็นสแปมแน่นอน เธอเลยต้องงัดวิธีหลอกลวงแบบออฟไลน์ดั้งเดิมที่สุดมาใช้สินะ

แม่สาวน้อยคนนี้หน้าตาก็สะสวย ทำไมถึงเดินเข้าสู่ทางสายมิจฉาชีพได้นะ?

คงจะซุ่มดูลาดเลามานาน เห็นว่ากิจการร้านเขาดีทุกวัน ก็เลยอาศัยจังหวะพายุฝนเล่นละครตบตาชุดใหญ่ เป้าหมายคงไม่พ้นหลอกเอาเงินจากเขาแน่ๆ

ส่วนที่ทำพังโทรศัพท์ ก็ชัดเจนว่าเพื่อตัดช่องทางไม่ให้เขาโทรแจ้งตำรวจ

เกือบไปแล้ว เกือบหลงเชื่อเข้าให้แล้ว

แต่ว่า... เขาซ้อนแผนได้นี่นา หลอกล่อให้เธอไปที่บ้านก่อน แล้วค่อยหาจังหวะแจ้งตำรวจ ดีไม่ดีอาจทลายแก๊งต้มตุ๋นได้ สร้างผลงานชิ้นโบแดง ได้รับรางวัล "พลเมืองดีเด่น" จากกรมตำรวจ แล้วกิจการก็จะรุ่งเรืองสืบไป

เมื่อเข้าใจจุดประสงค์หลักแล้ว เจียงเฉียวก็มองเธอด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งขึ้น

"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา บ้านผมอยู่ข้างหน้านี่เอง เชิญตามมาได้เลยครับแม่นางเทพธิดา"

จบบทที่ บทที่ 2 เมื่อข้าฟื้นฟูตบะ ข้าจะมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้เจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว