- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 3010 : สายพันธุ์ยางพาราสุดล้ำในจินตนาการ | บทที่ 3011 : ใต้หล้าล้วนมั่งคั่ง ข้าถึงมั่งคั่ง
บทที่ 3010 : สายพันธุ์ยางพาราสุดล้ำในจินตนาการ | บทที่ 3011 : ใต้หล้าล้วนมั่งคั่ง ข้าถึงมั่งคั่ง
บทที่ 3010 : สายพันธุ์ยางพาราสุดล้ำในจินตนาการ | บทที่ 3011 : ใต้หล้าล้วนมั่งคั่ง ข้าถึงมั่งคั่ง
บทที่ 3010 : สายพันธุ์ยางพาราสุดล้ำในจินตนาการ
"ดังนั้น สิ่งนี้จึงเรียกร้องให้พวกเราไม่ใช้วิธีบุ่มบ่ามเมื่อต้องรับมือกับศัตรูที่แข็งแกร่งหรือคู่แข่งที่มีอำนาจ ต้องรู้จักพลิกแพลงวิธีการ และที่สำคัญต้องรู้จักยืมแรงต้านแรง ใช้พลังที่แข็งแกร่งของคนอื่นมาเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง
อย่างที่คุณพูด ภาคการเกษตรให้การสนับสนุน แต่ภาคสิ่งแวดล้อมคัดค้าน งั้นทำไมพวกคุณไม่คิดจะใช้ภาคการเกษตรมาจัดการกับภาคสิ่งแวดล้อมล่ะ
ไม่ใช่แค่ภาคการเกษตรเท่านั้น เรายังสามารถขอความสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นได้อีกมาก
ยกตัวอย่างเช่น สายพันธุ์ฝ้ายที่ยอดเยี่ยมสามารถขยายขอบเขตความแข็งแกร่งของเราในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในด้านนี้เราสามารถขอความสนับสนุนจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือแม้แต่อุตสาหกรรมทั่วไป และหน่วยงานพัฒนาและปฏิรูปได้
นอกจากนี้ สายพันธุ์ฝ้ายที่ดียังส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างชัดเจน แล้วทำไมเราถึงไม่ดึงรัฐบาลท้องถิ่นมาร่วมต่อสู้ในเรื่องนี้ด้วยล่ะ
นอกเหนือจากนี้ หน่วยงานอื่นๆ ก็สามารถให้การสนับสนุนได้ เช่น กองทัพ กระทรวงศึกษาธิการ หรือแม้แต่กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
สุดท้ายต่อให้พวกเขาคัดค้าน ก็มีแค่เสียงเดียวไม่ใช่เหรอ ในขณะที่เรามีเสียงอยู่ในมือตั้งมากมาย ยังต้องกลัวว่าจะจัดการพวกเขาไม่ได้อีกหรือ"
ฮ่าๆๆ...
เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋ฮ่าว จางจวินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
"นายเนี่ยลูกไม้เยอะจริงๆ!" จางจวินชมเปาะ ก่อนจะหันไปยิ้มพูดกับเสิ่นหนิงว่า "เห็นไหมล่ะ ขอคำแนะนำจากประธานอู๋ของพวกคุณให้มากๆ คำพูดของเขาทำให้พวกคุณได้ประโยชน์มหาศาลเลยนะ"
"ครับ คำพูดของประธานอู๋ทำให้พวกเราตาสว่างขึ้นมาทันที ต่อไปคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านให้มากๆ ในด้านนี้พวกเรายังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากท่านอีกเยอะเลยครับ" เสิ่นหนิงรีบตอบรับพร้อมรอยยิ้ม
"พอได้แล้ว พวกคุณสองคน เลิกยอผมได้แล้ว คุยเรื่องงานกันต่อเถอะ" อู๋ฮ่าวเคาะโต๊ะแล้วพูดดุใส่ทั้งสองคนอย่างไม่จริงจังนัก
หึๆๆ...
ทุกคนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
เสิ่นหนิงหันไปพูดกับอู๋ฮ่าวและจางจวินว่า "จริงๆ แล้วเมื่อพูดถึงพืชเศรษฐกิจ เรายังมีอีกชนิดหนึ่ง แต่ก็สามารถจัดให้อยู่ในหมวดป่าไม้ได้เช่นกัน
นั่นก็คือต้นยางพาราธรรมชาติ มันเป็นพืชเศรษฐกิจคุณภาพเยี่ยมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก นอกจากนี้ ยางพารายังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิต ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงด้านการทหารและการป้องกันประเทศ จัดเป็นวัสดุยุทธศาสตร์อย่างหนึ่ง
ในแต่ละปี ประเทศของเรานำเข้ายางพาราธรรมชาติประมาณเจ็ดล้านตัน คิดเป็นครึ่งหนึ่งของตลาดผู้บริโภคยางพาราโลก แต่ผลผลิตยางพาราในประเทศเรามีเท่าไหร่กัน? เพียงแค่ประมาณหนึ่งล้านตันเท่านั้น หรือพูดง่ายๆ คือมีแค่หนึ่งในเจ็ด อัตราการพึ่งพาตัวเองต่ำมาก อยู่ที่ประมาณร้อยละ 14 เท่านั้น
หากแหล่งนำเข้ายางพาราจากภายนอกของเราได้รับผลกระทบ มันจะส่งผลร้ายแรงต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน หรือแม้แต่ความมั่นคงของชาติ
ดังนั้น เราจึงคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะเล่นแร่แปรธาตุกับสายพันธุ์ยางพารา เพื่อเพาะพันธุ์ยางพาราที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นออกมา"
พูดถึงตรงนี้ เสิ่นหนิงก็เหลือบมองอู๋ฮ่าวแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนสไลด์ PPT และบรรยายต่อให้อู๋ฮ่าวและจางจวินฟัง
"ปัจจุบันพื้นที่ปลูกยางพาราในประเทศของเราส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในมณฑลทางตอนใต้ของเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ และเนื่องจากต้นยางพาราโตค่อนข้างช้า โดยทั่วไปต้องใช้เวลา 5-6 ปีกว่าจะโตเต็มที่และกรีดน้ำยางได้ ถ้าต้นกล้ายังเล็กเกินไปและยังไม่โตเต็มวัย การกรีดน้ำยางจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นกล้าอย่างรุนแรง
ดังนั้นโดยทั่วไปต้องรอ 5-6 ปี ให้ต้นยางโตได้ขนาดระดับหนึ่งก่อนถึงจะเริ่มกรีดได้ ทำให้การลงทุนในช่วงแรกใช้เวลานานมาก
และเนื่องจากผลผลิตยางพาราธรรมชาติมีจำกัด แต่ความต้องการของตลาดโลกมีมหาศาล นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจึงพยายามวิจัยหาสิ่งทดแทนยางพาราธรรมชาติมาโดยตลอด
ที่ประสบความสำเร็จที่สุดแน่นอนว่าคือยางสังเคราะห์ แม้ว่ามันจะสามารถทดแทนยางพาราในงานอุตสาหกรรมบางประเภทได้ แต่คุณภาพของยางสังเคราะห์ก็ยังเทียบไม่ได้กับยางพาราธรรมชาติ
ผู้คนจึงหันความสนใจไปที่พืช โดยพืชที่เป็นตัวแทนและได้รับการพิสูจน์จากนักวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถทดแทนยางพาราธรรมชาติได้หลักๆ มีอยู่สองชนิด ชนิดแรกคือสายพันธุ์แดนดิไลออน (Dandelion) พิเศษ รากของมันสามารถหลั่งของเหลวคล้ายน้ำยางออกมา ซึ่งใช้แทนยางพาราได้
อีกชนิดหนึ่ง คือต้นตู้จ้ง (Du Zhong) ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นของประเทศเรา กิ่งก้าน ใบ ผล รวมถึงรากของมันอุดมไปด้วยยางไม้ จึงสามารถสกัดยางไม้ที่คล้ายกับยางพาราออกมาได้
เพียงแต่ว่า แม้ต้นตู้จ้งจะสามารถสกัดยางธรรมชาติออกมาได้คล้ายคลึงกับยางพารามาก แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมากเช่นกัน ยางพาราธรรมชาติเป็น ซิส-พอลิไอโซพรีน (Cis-polyisoprene) ส่วนยางจากต้นตู้จ้งเป็น ทรานส์-พอลิไอโซพรีน (Trans-polyisoprene) ดังนั้นโครงสร้างองค์ประกอบของยางจึงแตกต่างกันเล็กน้อย ทำให้ไม่สามารถทดแทนผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติได้อย่างแท้จริง
ส่วนรากของแดนดิไลออนพิเศษพันธุ์นั้น แม้จะหลั่งน้ำยางได้ แต่ผลผลิตน้อยเกินไปและไม่เสถียร ปัจจุบันเป็นเพียงพืชที่ถูกมองว่าเหมาะสมที่จะปลูกในวงกว้างเพื่อทดแทนยางพาราธรรมชาติได้ แต่จะปลูกจริงได้เมื่อไหร่ หรือจะทดแทนได้จริงไหม ยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เพราะนี่เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นและยังไม่มีการทดลองที่ประสบความสำเร็จ
ดังนั้นเราเลยคิดว่า จะเป็นไปได้ไหมที่จะวิจัยและเพาะพันธุ์ 'ซูเปอร์รับเบอร์' หรือต้นยางพาราสายพันธุ์พิเศษขึ้นมา
ต้นยางพาราสายพันธุ์ซูเปอร์ที่ผ่านการวิจัยและเพาะพันธุ์นี้ ไม่เพียงแต่จะโตเร็วเท่านั้น ปกติต้นยางทั่วไปอาจต้องใช้เวลาห้าถึงหกปีกว่าจะกรีดได้ แต่ต้นยางซูเปอร์ของเรา อาจใช้เวลาแค่สามปีหรือแม้แต่ปีเดียวก็สามารถเริ่มกรีดน้ำยางได้แล้ว
ผลผลิตของต้นยางทั่วไปยังถือว่าค่อนข้างต่ำ ผลผลิตต่อปีของต้นยางหนึ่งต้นไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ สายพันธุ์ และอายุของต้นไม้ เป็นต้น
จากข้อมูลสถิติ ต้นยางอายุประมาณ 7 ปี มีผลผลิตต่อปีเพียง 0.5-1 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนต้นยางอายุ 15 ถึง 20 ปี ถึงจะมีผลผลิตต่อปีแตะ 10 กิโลกรัมขึ้นไป บางต้นอาจได้ถึง 15 กิโลกรัม แต่ก็เป็นส่วนน้อย
แต่ต้นยางสายพันธุ์ซูเปอร์ที่เรากำลังจะเพาะพันธุ์ใหม่นี้ สามารถผลิตยางธรรมชาติได้ปีละยี่สิบกิโลกรัม สามสิบกิโลกรัม หรือสูงกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตต่อต้นหรือต่อไร่ ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ ต้นยางซูเปอร์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมนี้ยังมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งกว่า และสามารถปรับตัวให้เติบโตในพื้นที่อากาศหนาวเย็นได้
ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถขยายพื้นที่ปลูกยางพาราจากทางตอนใต้ของเส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ให้ครอบคลุมทั่วภาคใต้ หรือในอนาคตอาจปลูกได้ถึงทางภาคเหนือ
หรือแม้กระทั่ง เราจะสามารถสกัดยีนที่ควบคุมการหลั่งน้ำยางของต้นยางพารา แล้วนำไปปลูกถ่ายใส่พืชชนิดอื่นได้ไหม แม้แต่พืชล้มลุก เพื่อที่จะสามารถปลูกในพื้นที่กว้างขวางทางภาคเหนือได้ ซึ่งจะช่วยจัดหาวัตถุดิบยางธรรมชาติให้เราได้อย่างเพียงพอ
เช่น เราจะสามารถนำยีนที่หลั่งน้ำยางของต้นยางพารานี้ไปใส่ในพืชเศรษฐกิจบางชนิดได้ไหม อย่างเช่น ผักกาดก้านขาว (Rapeseed) หัวบีต (Sugar beet) หรือพืชชนิดอื่นๆ
ถ้าทำได้ เราเพียงแค่เก็บเกี่ยวพืชเหล่านี้ ก็จะสามารถสกัดน้ำยางออกมาได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตยางพาราได้อย่างมหาศาล หรือถึงขั้นเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมยางพาราของโลกได้เลยทีเดียว"
-------------------------------------------------------
บทที่ 3011 : ใต้หล้าล้วนมั่งคั่ง ข้าถึงมั่งคั่ง
"โอ้ นี่เป็นโครงการที่ดีทีเดียว" จางจวินตาเป็นประกาย ก่อนจะเอ่ยปากชมทันที
ทั่วโลกต่างยอมรับว่าต้นยางพาราธรรมชาติเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงมาก อาจกล่าวได้ว่าในระดับหนึ่ง ยางพาราธรรมชาติคือทรัพยากรหมุนเวียนที่ดีที่สุดที่มนุษยชาติเรามีในปัจจุบัน
มันไม่เหมือนกับน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน หรือแม้แต่แร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งล้วนมีจำกัดและจะต้องมีวันที่ทรัพยากรเหล่านี้หมดไป แต่ยางพาราธรรมชาตินั้นต่างออกไป มันได้มาจากการหลั่งของต้นยางพารา ซึ่งในระดับหนึ่ง มันก็เหมือนกับการปลูกพืชผลทางการเกษตรที่เป็นอาหารของเรา ที่ปลูกแล้วก็เติบโตขึ้นมา
ต้องยอมรับในความมหัศจรรย์ของพระผู้สร้างธรรมชาติ พระองค์ทรงประทานพืชผลทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์เพื่อเลี้ยงปากท้องประชากรกว่าแปดพันล้านคนทั่วโลก
ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ยังประทานต้นยางพาราธรรมชาติชนิดนี้ให้แก่เรา เพื่อให้เราสามารถเก็บเกี่ยววัสดุโพลิเมอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงเป็นพิเศษได้จากการเพาะปลูก
ในปัจจุบัน ยังไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่ยางสังเคราะห์ทางอุตสาหกรรม ก็ยังเป็นการวิจัยและผลิตโดยเลียนแบบคุณสมบัติของยางพาราธรรมชาติ และประสิทธิภาพของยางสังเคราะห์เหล่านี้ก็ยังเทียบไม่ได้กับยางพาราธรรมชาติ
ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ยางได้แทรกซึมเข้าไปในทุกด้านของชีวิตเรา และมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตของเรา จนอาจกล่าวได้ว่าขาดมันไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ยางรถยนต์ที่เราใช้ ก็ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ แน่นอนว่านี่หมายถึงยางรถยนต์ที่มีคุณภาพดี หากเป็นยางธรรมดาหรือยางคุณภาพต่ำ เพื่อลดต้นทุนก็อาจจะเลือกใช้ยางสังเคราะห์ในการผลิต
หรืออย่างเช่นของใช้ใดๆ ในชีวิตประจำวันที่มีคุณสมบัติกันลมกันน้ำ ก็ล้วนมีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยางทั้งสิ้น เช่น ซีลยางที่ใช้ในก๊อกน้ำและข้อต่อท่อน้ำในบ้าน แผ่นยางนิ่มๆ บนฝาแก้วเก็บความร้อนและแก้วน้ำ ถุงมือยางที่เราใช้ทำงานบ้าน หรือแม้กระทั่ง 'ร่มคันเล็ก' (ถุงยางอนามัย) ที่คุณใส่ทุกครั้งเวลาสวีทกับแฟนหรือภรรยา สิ่งเหล่านี้ล้วนผลิตจากยางพาราธรรมชาติ
แม้แต่ตอนเราไปโรงพยาบาล จุกยางสีดำในกระบอกฉีดยาที่หมอใช้ฉีดยาให้คุณ ก็ผลิตจากยางพาราธรรมชาติเช่นกัน
หากไม่มียางพารา ก็อาจไม่มีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เจริญก้าวหน้าเช่นนี้ ดังนั้นยางพาราจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสี่วัตถุดิบหลักทางอุตสาหกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามูลค่าและสถานะของมันสูงส่งเพียงใด
กล่าวได้ว่า ตราบใดที่อารยธรรมมนุษย์ยังคงอยู่ ความต้องการยางพาราก็จะไม่มีวันหยุดนิ่ง และยิ่งสังคมมนุษย์เราพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นเท่าไหร่ ความต้องการผลิตภัณฑ์ยางก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น
ดังนั้น หากสามารถเพาะพันธุ์ต้นยางพาราสายพันธุ์ซูเปอร์ (Super Rubber Tree) ออกมาได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มผลผลิตยาง แต่ยังสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศและพื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้นได้ นี่จะเป็นธุรกิจที่กำไรมหาศาลอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ต้นยางพาราเองก็เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม่ใช่แค่เป็นป่าเศรษฐกิจ แต่ยังมีประโยชน์อย่างมากต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ สามารถพัฒนาการปลูกป่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กันได้
เมื่อได้ยินคำพูดของจางจวิน อู๋ฮ่าวก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ความคิดไม่เลว ลองทำดูได้ อีกอย่าง ผมจำได้ว่าในต่างประเทศมีการปลูก 'หญ้ายาง' (Rubber Grass) ที่มีลักษณะคล้ายดอกแดนดิไลออนอยู่แล้ว ซึ่งในเขตเทือกเขาเทียนซานทางซินเจียงก็มีการกระจายพันธุ์อยู่ด้วย
ผมคิดว่าพวกคุณน่าจะลองเริ่มต้นจากสายพันธุ์หญ้ายางนี้ดู ว่าจะสามารถเพาะพันธุ์ให้มีผลผลิตสูงขึ้น และสามารถปรับตัวเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบทะเลทรายโกบีในซินเจียงได้หรือไม่
ถ้าหากเพาะพันธุ์ออกมาได้ เราก็สามารถใช้พื้นที่ทะเลทรายโกบีเหล่านี้สร้างฐานการปลูกหญ้ายางขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของภูมิภาคซินเจียงได้อย่างมหาศาลแน่นอน"
"คุณเนี่ยนะ พอมีผลประโยชน์หน่อยก็นึกถึงแต่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ นึกถึงแต่ซินเจียง คนไม่รู้คงนึกว่าคุณเป็นพ่อเมืองของเขตตะวันตกเฉียงเหนือซะอีก ผมว่าคุณกระตือรือร้นยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก" จางจวินอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบเมื่อได้ยิน
เสิ่นหนิงได้ยินดังนั้นก็อมยิ้ม ส่วนอู๋ฮ่าวไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด เขายิ้มและกล่าวว่า "องค์กรธุรกิจไม่ได้มีไว้เพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแบกรับความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นเราในฐานะปัจเจกบุคคลหรือองค์กรธุรกิจ ต่างก็เป็นสมาชิกของสังคมนี้ ของประเทศนี้ ความรับผิดชอบนี้เป็นสิ่งที่ต้องแบกรับ
เราเคยดูหนังเรื่อง 'สไปเดอร์แมน' กันมาแล้ว ในหนังสไปเดอร์แมนมีประโยคเด็ดอยู่ประโยคหนึ่งว่า 'พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง' และในสมัยโบราณของประเทศเราก็มีคำกล่าวว่า 'ความรุ่งเรืองหรือล่มสลายของบ้านเมือง เป็นความรับผิดชอบของทุกคน'
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตะวันออกหรือตะวันตก ความเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมถอยของสังคมและประเทศชาตินี้ ล้วนเกี่ยวข้องกับเราทุกคน เพียงแต่เพราะความสามารถของแต่ละคนมีมากน้อยต่างกัน หน้าที่ต่างกัน การอุทิศตนจึงต่างกัน
ความสามารถของพวกเราแข็งแกร่งกว่าหน่อย ดังนั้นเราย่อมต้องแบกรับความรับผิดชอบที่หนักอึ้งกว่า เพื่อตอบแทนและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและสังคม
บริษัทของเราเป็นองค์กรเทคโนโลยีขั้นสูงที่หาได้ยากซึ่งเติบโตมาจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในฐานะบริษัทลูกหม้อของที่นี่ เรายิ่งควรต้องแบกรับภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนาภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อขับเคลื่อนทั้งภูมิภาคให้ก้าวไปข้างหน้า"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่ทั้งสองคนก่อนจะกล่าวว่า "ครั้งล่าสุดที่ผมไปประชุมที่เมืองหลวง ท่านผู้นำได้พูดกับผมว่า คนรวยคนเดียวไม่ใช่ความร่ำรวย ทุกคนรวยต่างหากถึงเรียกว่ารวย
หากใต้หล้ายากจนมีเพียงข้าที่ร่ำรวย ความร่ำรวยของข้าก็คือความยากจน; หากใต้หล้าล้วนมั่งคั่งแล้วข้าถึงมั่งคั่ง นั่นจึงจะเป็นความร่ำรวยที่แท้จริง
ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีของเราแข็งแกร่งมากก็จริง แต่ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นเพียงบริษัทเดียว หากเราสามารถช่วยผลักดันให้เกิดบริษัทที่คล้ายกับเราขึ้นมาได้อีกจำนวนมาก นั่นถึงจะเรียกว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริง แข็งแกร่งกันทั้งระบบ"
"ท่านผู้นำบอกกับผมว่า ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีเพียงเราที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีแบบนี้ ดังนั้นเรายิ่งต้องแบกรับธงใหญ่แห่งการฟื้นฟูภาคตะวันตกเฉียงเหนือ นำพาการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคอย่างรอบด้าน เพื่อนำพาพี่น้องประชาชนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือไปสู่ความมั่งคั่งอย่างแท้จริง
สุดท้ายท่านหวังว่าเราจะสร้างผลงานออกมาให้เห็น ท่านกำลังเฝ้าจับตามองพวกเราอยู่ และรอคอยข่าวดีจากเรา"
"ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมจึงคิดอยู่เสมอว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันตกเฉียงเหนือได้อย่างไร คิดมาหลายวิธี แม้กระทั่งเคยคิดว่าจะย้ายโรงงานของเราไปตั้งที่นั่นสักสองสามแห่ง แบบนั้นก็น่าจะช่วยกระตุ้นมูลค่าผลผลิตทางอุตสาหกรรมและเพิ่มรายได้ได้ไม่ใช่หรือ
แต่ความคิดนี้ก็ถูกผมปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะนั่นเป็นการสร้างภาพลวงตา เราอาจจะใช้วิธีนี้เพื่อเพิ่มตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมของพื้นที่เหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ตัวเลขพวกนี้ก็เป็นแค่ข้อมูลในกระดาษ ไม่ได้มีความหมายที่แท้จริงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของท้องถิ่นมากนัก
ดังนั้นผมจึงคิดว่า จะทำอย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทั้งห้ามณฑลในภาคตะวันตกเฉียงเหนือรวมกันมีพื้นที่เกือบสามล้านกว่าตารางกิโลเมตร หากนับรวมพื้นที่ตอนกลางและตะวันตกของเขตมองโกเลียเข้าไปด้วย ก็จะเกือบสี่ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศ
แต่ประชากรในภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีเท่าไหร่กัน มีแค่ร้อยกว่าล้านคน หรือประมาณหนึ่งในสิบสามของประชากรทั้งหมด พื้นที่ประเทศกว่าหนึ่งในสามกลับมีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณหนึ่งในสิบสาม นี่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่กว้างใหญ่แต่ประชากรเบาบางอย่างแท้จริง
(จบตอน)