- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 1282 : สายพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์กุหลาบ | บทที่ 1283 : ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา
บทที่ 1282 : สายพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์กุหลาบ | บทที่ 1283 : ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา
บทที่ 1282 : สายพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์กุหลาบ | บทที่ 1283 : ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา
บทที่ 1282 : สายพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์กุหลาบ
อู๋ฮ่าวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นจึงหันไปพูดกับหยางฟางและเหล่านักวิจัยที่อยู่ด้านหลังเธอว่า "ยอดเยี่ยมมาก พวกคุณสามารถทำผลงานที่โดดเด่นเช่นนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งจริงๆ
ผลลัพธ์ที่จริงแท้ ชัดเจน และตั้งอยู่ตรงหน้าพวกเราเช่นนี้ ช่างเปิดหูเปิดตาพวกเราได้มากทีเดียว
ผมมองเห็นความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดจากต้นซูเปอร์ซัวซัว (Super Saxoul) ต้นนี้ ผมหวังว่าทุกคนจะพยายามต่อไป เพื่อขุดค้นคุณค่าจากตัวมันและจากเทคโนโลยีนี้ออกมาให้มากยิ่งขึ้น
เพื่อให้รอบฐานการวิจัยของพวกเรา เพื่อให้ทะเลทรายโกบีแห่งนี้ เพื่อภาคตะวันตกเฉียงเหนืออันกว้างใหญ่ของประเทศ และเพื่อให้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าบนโลกใบนี้ กลับมาเขียวขจีได้ในเร็ววัน
นี่คือโครงการสำคัญที่สร้างประโยชน์แก่ชาติและประชาชน หรือแม้กระทั่งมีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ คุณค่าของมันไม่ได้มีเพียงแค่คุณค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลที่แฝงอยู่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นในคุณค่าทางนิเวศวิทยาและคุณค่าทางสังคมของมันอีกด้วย
เมื่อเทียบกับมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว คุณค่าทางนิเวศวิทยาและคุณค่าทางสังคมที่ได้รับผลกระทบนั้นมีความสำคัญยิ่งกว่า
ดังนั้นขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานให้ดี โครงการนี้จะทำให้ชื่อเสียงของทุกคนขจรขจายไปทั่วโลกและถูกจารึกไว้ตลอดกาล
บางทีในอนาคต ผู้คนอาจจะสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นบนทะเลทรายแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลก โดยจารึกชื่อของพวกคุณและวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพวกคุณเอาไว้บนนั้น
รวมไปถึงความเคารพและการรำลึกถึงจากคนรุ่นหลัง แด่ผู้พิชิตทะเลทรายทั้งหลาย แด่วีรบุรุษผู้เคยพิชิตทะเลทราย ป้องกันลมและทราย และปลูกป่าสร้างความร่มรื่น
ผมภูมิใจในตัวพวกคุณมาก!"
หลังจากกล่าวให้กำลังใจแล้ว อู๋ฮ่าวก็เบนสายตากลับมายังต้นซูเปอร์ซัวซัวที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
เมื่อเห็นสายตาของเขา ทุกคนก็เงียบเสียงลง พลางพินิจดูต้นไม้ต่อไปและรอฟังเสียงของเขาอย่างเงียบสงบ
หลังจากสังเกตอย่างละเอียดแล้ว อู๋ฮ่าวก็ถามหยางฟางที่กำลังมองเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามว่า "ต้นซูเปอร์ซัวซัวต้นนี้เป็นผลลัพธ์จากการกลายพันธุ์โดยบังเอิญในกระบวนการทดลอง หรือว่าเป็นผลลัพธ์ปกติที่สามารถทำซ้ำได้ครับ?"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ทุกคนต่างก็หันไปมองหยางฟางเพื่อรอคำตอบจากเธอ
ใช่แล้ว ในกระบวนการทดลองย่อมมีเรื่องของโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง บางครั้งอุบัติเหตุครั้งเดียวก็อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์โดยบังเอิญได้ ผลงานมากมายที่เรารู้จักกันดีล้วนได้มาโดยบังเอิญเช่นนี้ เพียงแต่บางอย่างสามารถทำซ้ำได้ แต่บางอย่างก็ทำไม่ได้
ตัวอย่างเช่น เต้าหู้และดินปืน สองสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ของประเทศเราในสมัยโบราณ ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาโดยบังเอิญจากการปรุงยาอายุวัฒนะของนักพรตเต๋าในสมัยโบราณ
หรืออย่างเจมส์ วัตต์ ผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ ก็ได้สังเกตเห็นภาพไอน้ำดันฝากาน้ำจนขยับเมื่อน้ำเดือดโดยบังเอิญ แล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ จนนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่ง
ภาพน้ำเดือดและไอน้ำดันฝากานั้น มนุษย์เห็นกันมานับพันปี แต่การสังเกตเห็นโดยบังเอิญของวัตต์กลับให้กำเนิดสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ยังมีนิวตันที่เราเรียนกันในตำราเรียน เขาถูกแอปเปิลที่ร่วงจากต้นตกใส่หัวโดยบังเอิญ แล้วเกิดความคิดว่าทำไมสิ่งของถึงตกลงข้างล่าง ไม่ลอยขึ้นฟ้า จนนำไปสู่การค้นพบกฎแรงโน้มถ่วงสากลอันโด่งดังในกลศาสตร์ดั้งเดิม
ยังมีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมายที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งล้วนได้มาโดยบังเอิญหลังจากเกิดเหตุผิดพลาด
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาสิ่งเหล่านี้มีไม่น้อยที่สามารถทำซ้ำได้ และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นผลลัพธ์โดยบังเอิญซึ่งไม่สามารถทำซ้ำได้ด้วยสาเหตุต่างๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นบ่อยในวงการทดลองวิทยาศาสตร์
ดังนั้นอู๋ฮ่าวจึงตั้งคำถามนี้ขึ้นมา หากต้นซูเปอร์ซัวซัวนี้ได้มาจากการทดลองโดยบังเอิญแต่สามารถทำซ้ำได้ ก็ไม่มีปัญหา มันยังคงเป็นผลงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าได้มาโดยบังเอิญแล้วไม่สามารถทำซ้ำได้ ผลงานชิ้นนี้ก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรมากนัก
หยางฟางเข้าใจความหมายในคำพูดของอู๋ฮ่าวเป็นอย่างดี เธอจึงหุบยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างเป็นทางการให้เขาและทุกคน พลางกล่าวว่า "ผลงานวิจัยนี้ไม่มีความบังเอิญใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ มันเป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่เราเพาะพันธุ์ขึ้นตามกระบวนการทดลองที่กำหนดไว้ และสามารถทำซ้ำได้อย่างแน่นอน
ทุกท่านเชิญดูทางนั้นค่ะ อีกหลายต้นทางด้านโน้นก็เป็นต้นซูเปอร์ซัวซัวที่เพาะพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีเดียวกัน เพียงแต่ต้นพวกนั้นอาจจะดูไม่สวยเท่าต้นนี้ เราจึงแยกต้นนี้ออกมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการแนะนำและเป็นวัตถุประสงค์หลักในการวิจัยให้ทุกคนได้ชมค่ะ"
หลังจากได้ยินคำตอบของหยางฟาง ทุกคนในที่นั้นต่างก็ยิ้มออกมา นี่คือผลงานการวิจัยที่แท้จริง ไม่มีสิ่งเจือปนแม้แต่น้อย
อู๋ฮ่าวเองก็ยิ้มและพยักหน้า "ดีมาก แล้วขั้นตอนต่อไปพวกคุณมีแผนอย่างไรบ้าง"
เมื่อเห็นอู๋ฮ่าวถามคำถามนี้ หยางฟางก็ยิ้มและส่ายหน้า "การวิจัยเทคโนโลยีนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นค่ะ ยังห่างไกลจากความสำเร็จอีกมาก
ในความเป็นจริง บนต้นซูเปอร์ซัวซัวต้นนี้ ยังมีจุดที่ไม่น่าพอใจอยู่อีกหลายจุด เรากำลังดำเนินการวิจัยกันอยู่ เพื่อพยายามเพาะพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าและตรงตามความต้องการของพวกเรามากขึ้นออกมาให้ได้ค่ะ
และในขั้นตอนต่อไป เราจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น ซีบัคธอร์น (Seabuckthorn) ซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง
เราต้องการที่จะคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับการป้องกันลม ยึดหน้าดิน และการปลูกป่า เพื่อให้พวกมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ป่าป้องกันภัยหรือป่าสีเขียวเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นป่าสร้างรายได้และเป็นต้นเงินต้นทองให้กับเกษตรกรได้อีกด้วยค่ะ"
"ฮ่าๆๆๆ อุดมการณ์นี้ดีเยี่ยม!" อู๋ฮ่าวยกนิ้วโป้งให้พร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ
ผู้คนรอบข้างต่างก็พากันยิ้มและกล่าวชื่นชมกันอย่างล้นหลาม
หลังจากเสียงหัวเราะจางลง อู๋ฮ่าวมองไปรอบๆ เรือนกระจกทดลอง แล้วพูดกับหยางฟางด้วยรอยยิ้มว่า "นี่ดร.หยาง ดูสิพวกเรามากันขนาดนี้แล้ว คุณคงไม่ได้กะจะเอาผลงานแค่ชิ้นเดียวมาไล่พวกเรากลับหรอกนะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทุกคนก็ยิ้มออกมา ส่วนหยางฟางนั้นอดไม่ได้ที่จะกลอกตาพลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์นักว่า "ดูท่านพูดเข้าสิคะ อะไรคือไล่พวกคุณกลับ ผลงานชิ้นนี้ยังไม่ยิ่งใหญ่อีกเหรอคะ?"
เธอมองไปที่ทุกคนแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจก่อนที่คนอื่นจะทันได้พูดอะไร "ช่างเถอะค่ะ ใครใช้ให้คุณเป็นเจ้านายฉันล่ะ เงินเดือนฉันคุณก็เป็นคนจ่าย ทุกท่านเชิญทางนี้เลยค่ะ!"
พูดจบ หยางฟางก็พาคณะเดินไปยังแปลงกุหลาบแดงที่กำลังบานสะพรั่ง
หยางฟางใช้มือโน้มดอกกุหลาบแดงที่บานเต็มที่เข้ามา ก้มลงดมกลิ่น แล้วเผยสีหน้าแห่งความเพลิดเพลินออกมาทันที
เธอหันกลับมามองสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน แล้วยิ้มอย่างขี้เล่นว่า "ฉันเคยสัญญาไว้ว่าจะมอบทุ่งกุหลาบให้คุณ นี่คือสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่เราเพาะพันธุ์ขึ้นมา เป็นกุหลาบแดงที่เหมาะสำหรับการปลูกในทะเลทรายค่ะ"
"โอ้ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
อู๋ฮ่าวเองก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือโน้มกุหลาบดอกหนึ่งเข้ามาพิจารณาดูอย่างละเอียด มันไม่ใช่กุหลาบป่า แต่เป็นกุหลาบแดงพันธุ์แท้จริงๆ แถมลักษณะยังดีมาก กลีบดอกใหญ่และค่อนข้างหนา ทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกด้วย
ส่วนหยางฟานและผู้ติดตามคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต่างก็พากันกระตือรือร้นอยากจะเข้ามาดูบ้าง
หยางฟางเห็นท่าทีของทุกคนอย่างชัดเจน จึงยิ้มและโบกมือให้ "ไม่เป็นไรค่ะ ทุกคนอยากถ่ายรูปก็ถ่ายได้เลย ของสิ่งนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง"
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็พูดหยอกเย้าว่า "คุณรู้ไหมว่ากุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณลักษณะยอดเยี่ยมขนาดนี้ มีมูลค่าทางการตลาดเท่าไหร่?"
หยางฟางใช้กรรไกรตัดดอกกุหลาบที่กำลังตูมดอกหนึ่งออกมา แล้วหันไปพูดกับทุกคนด้วยรอยยิ้มว่า "ดอกไม้สดมีไว้ให้คนชื่นชมค่ะ ไม่ใช่มีไว้ให้คนปั่นราคา"
-------------------------------------------------------
บทที่ 1283 : ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา
หลังจากล่ำลาหยางฟางและคนอื่นๆ แล้วเดินออกจากศูนย์วิจัยชีววิทยาและวิทยาศาสตร์สิ่งมีชีวิต อู๋ฮ่าวเห็นว่ายังมีเวลาเหลือ จึงตรงไปยังสถาบันวิจัยเทคโนโลยีการบินและโดรนทันที
ในฐานะสถาบันวิจัยที่ก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกและเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของบริษัท ในระยะนี้ธุรกิจเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทล้วนเกี่ยวข้องกับที่นี่
ดังนั้นอู๋ฮ่าวจึงให้ความสำคัญกับสถาบันวิจัยแห่งนี้มาก เขาจึงฉวยโอกาสช่วงเวลาว่างไม่กี่ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องรีบเดินทางมาที่นี่
เมื่อทราบข่าวว่าอู๋ฮ่าวมา โจวหย่งฮุยผู้รับผิดชอบสถาบันวิจัยก็รีบรุดมาหา
เมื่อเจอหน้าเขา ก็รีบขอโทษขอโพยทันที: "ประธานอู๋ ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ ช่วงนี้งานยุ่งไปหน่อย เลยต้อนรับไม่ดี ผมนึกว่าท่านจะไม่มาแล้วเสียอีก"
หึๆ อู๋ฮ่าวยิ้มแล้วกล่าวว่า: "ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะขึ้นเครื่อง ผมเลยแวะมาดูหน่อยว่าเตรียมงานไปถึงไหนแล้ว"
โจวหย่งฮุยพยักหน้ารับคำ: "เตรียมการไปเกือบหมดแล้วครับ อุปกรณ์และโมเดลจัดแสดงประมาณร้อยละแปดสิบถูกขนส่งไปถึงเมืองจูแล้ว บูธจัดแสดงของเราก็สร้างเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดวางและทดสอบระบบครับ
ยังมีอุปกรณ์อีกบางส่วนที่จะแพ็คกันในวันสองวันนี้ แล้วขนส่งทางบกไปครับ ไปถึงก็วางติดตั้งได้เลย เสร็จทันก่อนงานเปิดแน่นอน ไม่มีปัญหาครับ"
ได้ยินคำตอบของโจวหย่งฮุย อู๋ฮ่าวก็พยักหน้าเบาๆ
เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงงานแอร์โชว์ที่เมืองจูซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี เขาเลยไม่ค่อยวางใจจึงตั้งใจมาดูด้วยตัวเอง
มองดูพนักงานที่กำลังง่วนอยู่ไม่ไกล อู๋ฮ่าวก็อดถามขึ้นไม่ได้ว่า: "ตรงนั้นนั่นก็เป็นอุปกรณ์ที่จะขนไปงานแอร์โชว์ที่เมืองจูด้วยเหรอ?"
ทุกคนมองตามสายตาของอู๋ฮ่าวไป ก็พบว่าพนักงานตรงนั้นกำลังเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กที่ทาสีลายพรางทะเลทรายแบบสีเดียว
โจวหย่งฮุยยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ: "ถูกต้องครับ นี่คือระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบาที่พวกเราเพิ่งวิจัยออกมาใหม่ล่าสุด"
ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา?
นอกจากอู๋ฮ่าวและหยางฟานแล้ว ผู้ติดตามคนอื่นๆ ต่างก็พากันสงสัย
โจวหย่งฮุยยิ้มพยักหน้า แล้วเริ่มแนะนำให้ทุกคนฟัง: "ใช่ครับ ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา
ยังไงของสิ่งนี้ก็จะนำไปจัดแสดงในงานแอร์โชว์อยู่แล้ว เล่าให้ทุกคนฟังหน่อยก็ไม่เสียหายครับ
ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบา เป็นระบบอาวุธป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่แบบอัจฉริยะและแบบโมดูลาร์ ซึ่งวิจัยโดยทีมวิจัยระดับหัวกะทิที่สถาบันของเราคัดเลือกมาอย่างเข้มข้นครับ
จุดประสงค์หลักคือใช้รับมือในสนามรบ การต่อต้านการก่อการร้าย และงานรักษาความมั่นคง เพื่อจัดการกับเป้าหมายที่บินต่ำ ช้า และมีขนาดเล็ก เช่น โดรน เครื่องบิน FPV เฮลิคอปเตอร์ขนาดเบา และขีปนาวุธที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกท่านเชิญดูตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กสีทะเลทรายตรงนั้น นั่นคือหน่วยหนึ่งของระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบาของเราครับ
ระบบนี้ใช้การออกแบบโดยรวมแบบโมดูลาร์ โดยแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนตรวจจับเรดาร์ ระบบควบคุมอัจฉริยะ ระบบจ่ายไฟ และหน่วยยิงครับ
ในขณะเดียวกัน ระบบนี้ก็ถือเป็นหน่วยโมดูลาร์ที่สมบูรณ์ในตัวเอง มันสามารถทำงานร่วมกับหน่วยโมดูลาร์อื่นๆ เพื่อประกอบเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่ขนาดใหญ่ได้
นอกจากนี้ มันยังสามารถทำงานร่วมกับระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกลทั่วไป เพื่อสร้างระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่แบบผสมผสานที่สมบูรณ์ สามารถรับมือกับเป้าหมายที่เข้ามาโจมตีได้หลากหลายรูปแบบ และเลือกระบบขีปนาวุธที่เหมาะสมในการสกัดกั้น
อีกทั้งยังสามารถสร้างแนวป้องกันทางอากาศได้หลายชั้น เพิ่มอัตราความสำเร็จในการสกัดกั้นของระบบป้องกันภัยทางอากาศ และป้องกันไม่ให้เครื่องบินรบหรือขีปนาวุธของศัตรูเจาะทะลุเข้ามาได้
กลับมาพูดถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเบาชุดนี้ของเรา ข้อได้เปรียบที่สุดของมันก็น่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำ การติดตั้งที่ง่าย การตอบสนองที่รวดเร็ว และความแม่นยำสูงครับ
ก่อนอื่นพูดถึงต้นทุน เรียกได้ว่าถูกกว่าระบบป้องกันขีปนาวุธระยะใกล้ทั่วไป รวมถึงระบบปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานมาก
ด้วยเหตุนี้ มันจึงเหมาะมากสำหรับการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศที่บินต่ำ ช้า และเล็ก อย่างเช่นโดรนครับ
ทุกท่านก็ทราบดี พูดถึงเรื่องโดรน เกรงว่าคงไม่มีใครเข้าใจโดรนพวกนี้ไปดีกว่าพวกเราแล้ว โดยเฉพาะโดรนโจมตีขนาดเล็ก"
ฮ่าๆๆๆ...
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวหย่งฮุย ทุกคนในที่นั้นต่างพากันยิ้มออกมา แม้ว่าเจ้าของวลีเด็ดต้นฉบับจะหมดบารมีไปแล้ว แต่วลีที่เป็นตัวแทนที่สุดนี้กลับประสบความสำเร็จในการสืบทอดต่อมา
เพราะเราเข้าใจโดรน ดังนั้นในกระบวนการวิจัยโดรนระยะยาว เราจึงคิดอยู่เสมอว่าจะป้องกันโดรนที่เราวิจัยขึ้นมาเหล่านี้ได้อย่างไร
หากเทคโนโลยีโดรนเหล่านี้ถูกศัตรูนำไปใช้ แล้วหันกลับมาเล่นงานเรา เราจะมีวิธีป้องกันพวกมันหรือไม่
เราเป็นคนวิจัยมันขึ้นมา เรารู้ถึงอานุภาพของมัน ถ้าไม่มีวิธีต่อต้านที่มีประสิทธิภาพ เราก็อาจจะถูกอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เราวิจัยขึ้นมาเองโจมตี ทำลาย หรือฆ่าเอาได้
ในฐานะนักวิจัยโดรน เราย่อมหวังว่าพวกมันจะไร้คู่ต่อสู้และอยู่ในสถานะที่ไม่มีใครเทียบได้ตลอดไป นั่นคือความฝันและปณิธานแรกเริ่มของเรา
แต่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่มีวุฒิภาวะและในฐานะผู้รักชาติ เราต้องคำนึงด้วยว่าเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน เราจะมีวิธีรับมือที่มีประสิทธิภาพหรือไม่
ในเมื่อเราสร้างหอกที่แหลมคมขึ้นมาแล้ว โล่ที่แข็งแกร่งก็ต้องถูกวิจัยออกมาด้วยเช่นกัน
ดังนั้นเราจึงใช้โดรนโจมตีและโดรนลาดตระเวนที่เราวิจัยขึ้นเป็นเป้าหมาย พร้อมทั้งนำเข้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโดรนโจมตีขนาดเบาที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน
จากนั้นจึงตั้งกลุ่มโครงการวิจัยเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อวิจัยอาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับจัดการกับโดรนเหล่านี้โดยเฉพาะ
และในที่สุด ระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับพื้นที่สำหรับสนามรบแบบเบาชุดนี้ ก็ประสบความสำเร็จในเบื้องต้นภายใต้ความพยายามอย่างไม่ลดละของทีมวิจัยโครงการ
ทุกท่านคงทราบดีว่า โดรนขนาดเล็กที่บินต่ำและช้าแบบนี้มักผลุบๆ โผลๆ ป้องกันยาก ไม่รู้ว่าจะโผล่มาเหนือหัวเราเมื่อไหร่แล้วเปิดฉากโจมตี
ดังนั้นการป้องกันจึงค่อนข้างยาก
อย่างไรก็ตาม ก็แค่ค่อนข้างยาก ไม่ใช่ป้องกันไม่ได้ อวุธป้องกันภัยทางอากาศแบบเบาทั่วไปก็มีผลกับเป้าหมายประเภทนี้ เช่น ขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานประทับบ่า, ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้แบบเบา, ระบบปืนใหญ่ผสมขีปนาวุธ, ปืนต่อสู้อากาศยาน, ปืนใหญ่ยิงเร็ว หรือแม้แต่ปืนกลต่อสู้อากาศยาน
เพียงแต่ว่าพวกแรกมีต้นทุนการใช้งานสูง ส่วนพวกหลังมีอัตราความสำเร็จในการสกัดกั้นต่ำ
เพราะโดรนขนาดเบาที่บินต่ำและช้าพวกนี้ มีต้นทุนการผลิตที่ถูกมาก ราคาเหมือนผักปลาเลยครับ อย่างที่เราเห็นในข่าวบ่อยๆ ว่ามีกลุ่มติดอาวุธในต่างประเทศซื้อโดรนพลเรือนมาดัดแปลง ติดตั้งระเบิดหรือกระสุนปืนใหญ่ บินไปเหนือเป้าหมายแล้วทิ้งระเบิด หรือบินพุ่งชนเป้าหมายพร้อมระเบิดไปเลย
ต้นทุนของโดรนพวกนี้ต่อเครื่องนั้นถูกแสนถูก การจะติดตั้งระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ราคาแพงระยับ ระบบปืนใหญ่ผสมขีปนาวุธ หรือแม้แต่ปืนต่อสู้อากาศยานสักกระบอกเพื่อมารับมือ ราคามันแพงหูฉี่เลยครับ