เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 846 : ม้าพันลี้กับปั๋วเล่อ | บทที่ 847 : การพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางทะเล บก อากาศ และอวกาศ

บทที่ 846 : ม้าพันลี้กับปั๋วเล่อ | บทที่ 847 : การพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางทะเล บก อากาศ และอวกาศ

บทที่ 846 : ม้าพันลี้กับปั๋วเล่อ | บทที่ 847 : การพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางทะเล บก อากาศ และอวกาศ


บทที่ 846 : ม้าพันลี้กับปั๋วเล่อ

หากจะบอกว่าไม่หวั่นไหวเมื่อได้เห็นยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยและยอดเยี่ยมเช่นนี้ก็คงจะเป็นเรื่องโกหก แต่ก็ไม่มีใครตรงไปตรงมาเหมือนถังจื้อจวิน ขนาดที่ว่าเอ่ยปากขอเอาดื้อๆ เลยทีเดียว

นี่มันไม่ใช่การยืมแล้ว เห็นชัดๆ ว่าเป็นการปล้น

ใครๆ ก็รู้ว่าหากชุดเกราะป้องกันภายนอกแบบหนักสำหรับบุคคลสองชุดนี้ถูกถังจื้อจวินเอาไปแล้วล่ะก็ คงไม่ต่างอะไรกับซาลาเปาเนื้อตีสุนัข (ไปแล้วไปลับไม่กลับมา)

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา ก็ทำให้เซียวอวิ๋นเฟยและฉีเหล่ยเกิดความไม่พอใจ หากถูกเขาเอาไปแล้ว ต่อไปจะมีส่วนของพวกเขาอีกหรือ

ไม่ได้ เด็ดขาดเลย ทั้งสองคนแสดงท่าทีหนักแน่น

อู๋ฮ่าวจึงฉวยโอกาสนี้เกลี้ยกล่อมว่า "เอ่อ ท่านครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เต็มใจนะครับ แต่เป็นเพราะเครื่องต้นแบบทางวิศวกรรมมีจำนวนไม่มาก การสาธิตครั้งนี้เราแทบจะขนมาทั้งหมดแล้ว

หลังจากจบงานนิทรรศการ ยังต้องนำกลับไปทดสอบและวิจัยปรับปรุงแก้ไขกันต่อครับ

พูดตรงๆ เลยนะครับ ในแง่ของมูลค่าตัวเครื่อง ชุดเกราะป้องกันภายนอกแบบหนักสำหรับบุคคลสองชุดนี้ไม่ได้มีราคาสูงมากนัก แค่ไม่กี่ล้านเท่านั้น แต่มันได้รวบรวมหยาดเหงื่อแรงกายของสมาชิกทีมโครงการทุกคนตลอดหลายปีที่ผ่านมาไว้นะครับ

ท่านเห็นว่าอย่างไรครับ รอให้มีการผลิตจำนวนมากเมื่อไหร่ ผมจะมอบให้ท่านสองเครื่องครับ"

"ให้ผมทำไม ต้องให้กองทัพสิ" แม้ถังจื้อจวินจะรู้สึกไม่ค่อยยินยอมนัก แต่ท่ามกลางเสียงคัดค้านมากมายขนาดนี้ เขาเองก็ไม่กล้าดึงดันต่อ อีกทั้งสิ่งที่อู๋ฮ่าวพูดก็มีเหตุผล นี่เป็นเครื่องต้นแบบทางวิศวกรรมของเขา หากเอาไปดื้อๆ แบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการวิจัยและพัฒนาโครงการแน่นอน

เมื่อเทียบกับชุดเกราะป้องกันภายนอกแบบหนักสำหรับบุคคลสองชุดนี้แล้ว โครงการโดยรวมย่อมสำคัญกว่า ดังนั้นเขาจึงดับความคิดเล็กๆ ในใจลง แล้วพยักหน้าตอบรับ

อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็โล่งใจทันที แล้วกล่าวว่า "ช่วงการสาธิตยุทโธปกรณ์ในสถานที่จริงถือว่าจบลงแล้วครับ ต่อไปเป็นเวลาอิสระและพักผ่อน อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ จะมีการประชุมเสวนาผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่สาธิตในครั้งนี้ครับ

พวกท่านเชิญไปพักผ่อนที่ห้องรับรองของฐานทัพก่อน ทานอาหารว่าง แล้วค่อยมาร่วมประชุมก็ได้ครับ"

เมื่อได้ยินอู๋ฮ่าวพูดเช่นนั้น เซียวอวิ๋นเฟยก็โบกมือทันที "ช่างเถอะ การประชุมเสวนาผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคนี้ผมคงไม่เข้าร่วมหรอก มีแต่ปัญหาทางเทคนิค ผมฟังแล้วปวดหัว

ขอกลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนดีกว่า เสี่ยวอู๋ พรุ่งนี้เจอกันใหม่นะ"

อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับ แล้วจับมือกับเซียวอวิ๋นเฟยอีกครั้ง พรุ่งนี้เป็นรอบของกองทัพอากาศ จะมีการสาธิตยุทโธปกรณ์การรบทางอากาศโดยเฉพาะ ซึ่งไฮไลท์สำคัญย่อมเป็นโดรนโจมตีอัจฉริยะ 'ฝูซี' ลำนั้น

เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอวิ๋นเฟย ฉีเหล่ยก็หันมาพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "การสาธิตยุทโธปกรณ์ครั้งนี้เปิดหูเปิดตาผมมาก หวังว่ายุทโธปกรณ์รุ่นนี้จะได้เข้าประจำการในกองทัพโดยเร็ววัน คุณวางใจเถอะ พอกลับไปพวกเราจะเริ่มหารือและจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญมาประสานงานกับพวกคุณ เพื่อเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ชุดนี้"

พูดจบ ฉีเหล่ยก็ตบแขนเขาเบาๆ อย่างเป็นกันเองแล้วกล่าวว่า "พวกเราคงได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้ เรือดำน้ำพลังงานไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ของอู่ต่อเรือเจียงเฉิงกำลังจะลงน้ำแล้ว ในฐานะซัพพลายเออร์ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายสำคัญ พวกคุณก็อยู่ในรายชื่อแขกรับเชิญให้ไปร่วมชมพิธีด้วย ถึงตอนนั้นเจอกัน เราค่อยรำลึกความหลังและคุยกันในรายละเอียดนะ"

อู๋ฮ่าวพยักหน้ารับ แล้วมองส่งเซียวอวิ๋นเฟยและฉีเหล่ยเดินจากไป

สุดท้ายเหลือเพียงถังจื้อจวิน เขาใช้มือใหญ่ที่ทรงพลังตบไหล่อู๋ฮ่าวอย่างแรง แล้วหัวเราะอย่างเบิกบานว่า "ยุทโธปกรณ์ที่พวกคุณสาธิตครั้งนี้ถูกจริตกองทัพบกของเรามาก ผมชอบมาก คุณวางใจได้ พวกเราจะจัดกำลังคนโดยเฉพาะเพื่อช่วยพวกคุณผลักดันโครงการนี้ให้เดินหน้าต่อไป

ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นยอด กองทัพบกของเราก็หวังว่าพวกคุณจะเข้ามาร่วมในยุทธศาสตร์ใหญ่อย่างการสร้างกองทัพบกที่ทันสมัย

ไอ้หนู สู้ๆ นะ กองทัพบกจะเป็นกองหนุนที่แข็งแกร่งที่สุดให้คุณตลอดไป!"

พูดจบ ถังจื้อจวินก็ก้าวเท้าเดินออกไปอย่างมาดมั่น ฝีเท้ามั่นคง ดุจดั่งสายลมและพยัคฆ์

เมื่อเห็นทั้งสามคนจากไป อู๋ฮ่าวถึงได้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก พูดตามตรง การอยู่ข้างกายทั้งสามท่านนั้นสร้างความกดดันอย่างมาก

กลิ่นอายทหารที่ผ่านการขัดเกลามาจากสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชนนั้น ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ต่างก็ต้องรู้สึกกดดัน

แม้นายพลทั้งสามจะจากไปแล้ว แต่ช่วงการจัดแสดงในสถานที่จริงยังคงดำเนินต่อ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่สาธิตไปก่อนหน้านี้ก็ถูกนำออกมาจัดแสดงเช่นกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับนายพลทั้งสามที่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญในงานทำได้เพียงมองดูผ่านรั้วกั้นเท่านั้น

เรื่องนี้ย่อมก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย แต่ความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่ยุทโธปกรณ์เหล่านี้ ถึงจะมีไม่พอใจบ้าง แต่ก็ทำได้แค่บ่นพึมพำเล็กน้อย

ในขณะที่อู๋ฮ่าวเพิ่งจะได้โล่งใจ เขาก็เห็นคนคุ้นเคยอย่างหลี่เว่ยกั๋วจากสถาบันวิจัยกองทัพอากาศ เฉิงไห่เฟิงจากสถาบันวิจัยกองทัพเรือ และหวังเหลียงกงจากคณะกรรมการวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เดินตรงเข้ามาหาเขา

เมื่อครู่มีผู้นำระดับสูงอยู่ด้วย แม้คนเหล่านี้จะอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่สะดวกจะพูดแทรก ตอนนี้พวกท่านผู้นำกลับไปแล้ว พวกเขาจึงไม่ต้องเกรงใจอะไรอีก

"เสี่ยวอู๋ วันนี้เธอปล่อยดาวเทียมดวงเบ้อเริ่มเลยนะ!" หลี่เว่ยกั๋วกล่าวชื่นชมเขา

คำว่า 'ปล่อยดาวเทียม' นี้ จริงๆ แล้วเป็นสำนวนจากยุคสมัยพิเศษ เดิมทีคำนี้มีความหมายในเชิงลบ ซึ่งหมายถึงการพูดเกินจริง โอ้อวด และหลอกลวง

แต่ต่อมาบริบทของคำนี้ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นหมายถึงการทำเรื่องยิ่งใหญ่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน เหมือนกับตอนที่ดาวเทียมดวงแรกของประเทศเราขึ้นสู่อวกาศสำเร็จจนทั่วโลกต้องตกตะลึง

"ฮ่าๆ ให้พวกท่านต้องขบขันแล้วครับ" อู๋ฮ่าวตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

หลี่เว่ยกั๋วโบกมือ แล้วมองไปยังชุดเกราะป้องกันภายนอกแบบหนักสำหรับบุคคลสองชุดนั้นที่ถูกผู้คนห้อมล้อมอยู่ไกลๆ ก่อนจะถอนหายใจ "คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ผ่านไปแค่ไม่กี่ปี พวกเธอจะประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขาได้มากมายขนาดนี้

ฉันน่าจะฉุกคิดได้ตั้งนานแล้ว คนที่สามารถพัฒนาระบบควบคุมแบบกลุ่มได้ด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ชีวิตของเขาจะธรรมดาได้อย่างไร"

"ท่านชมเกินไปแล้วครับ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านและอาวุโสจ้าวที่มอบโอกาสให้ผม ไม่อย่างนั้นป่านนี้ผมอาจจะยังทำงานออฟฟิศเข้างานเก้าโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็นอยู่ก็ได้ครับ" อู๋ฮ่าวพูดกลั้วหัวเราะ

หากจะพูดเรื่องความซาบซึ้งใจ ก็คือซาบซึ้งจริงๆ หลี่เว่ยกั๋วและจ้าวหงเจ๋อคอยดูแลเขามามาก และเพราะการสนับสนุนดูแลอย่างไม่เห็นแก่ตัวเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์เหล่านี้ พวกเขาจึงพัฒนามาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้

มิฉะนั้นแล้ว เกรงว่าคงถูกคลื่นยักษ์แห่งทุนนิยมที่โหมกระหน่ำกลืนกินไปนานแล้ว

"เอ้า ผมว่าพวกคุณสองคนเลิกถ่อมตัวกันได้แล้ว ม้าพันลี้ต้องมี ปั๋วเล่อ (ผู้รู้รักษาม้า/แมวมอง) ก็ต้องมี หากมีม้าพันลี้แต่ไร้ปั๋วเล่อ ก็นับเป็นความเศร้าของม้าพันลี้ หากมีปั๋วเล่อแต่ไร้ม้าพันลี้ ปั๋วเล่อก็โศกเศร้าเช่นกัน

พูดง่ายๆ ก็คือ พวกคุณต่างฝ่ายต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน เสี่ยวอู๋ พวกเธอได้เจอปั๋วเล่อที่ดี เป็นอาวุโสจ้าวหงเจ๋อที่มีสายตาเฉียบคม มองเห็นคุณค่า ขุดเธอขึ้นมาจากโคลนตม แล้วขัดเกลาจนกลายเป็นหยกเนื้อดี

ส่วนทางสถาบันวิจัยกองทัพเรือและอาวุโสจ้าว ก็เป็นเพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้นจากอู๋ฮ่าว จึงทำให้ประสบความสำเร็จที่น่าจับตามองมากมายขนาดนี้"

ผู้อำนวยการหวังเหลียงกงแห่งคณะกรรมการวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า "หากจะพูดถึงการผสานความร่วมมือระหว่างทหารและพลเรือน ผมเห็นว่าพวกคุณนี่แหละคือต้นแบบความสำเร็จของการผสานความร่วมมือนี้

รูปแบบความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างส่งเสริม ช่วยเหลือเกื้อกูล และได้ประโยชน์ร่วมกันแบบนี้ จึงจะเป็นหัวใจสำคัญและความหวังของยุทธศาสตร์การผสานความร่วมมือระหว่างทหารและพลเรือน"

-------------------------------------------------------

บทที่ 847 : การพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางทะเล บก อากาศ และอวกาศ

"ฮ่าๆ ท่านก็พูดเกินไปครับ ม้าพันลี้นั้นมีอยู่ถมไป แต่คนตาถึงอย่างป๋อเล่อนี่สิครับที่หายาก" อู๋ฮ่าวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ฮ่าๆๆๆ..."

ทุกคนหันไปมองหลี่เว่ยกั๋วแล้วหัวเราะออกมา

ส่วนหลี่เว่ยกั๋วก็หัวเราะอย่างชอบใจเช่นกันก่อนจะกล่าวว่า "ต่อให้ป๋อเล่อเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีม้าพันลี้ก็คงเหงาแย่เหมือนกันนะ"

"พอได้แล้วๆ พวกคุณเลิกอวยกันเองได้แล้วน่า" เฉิงไห่เฟิง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกองทัพเรืออดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว

ถ้าจะพูดเรื่องความอิจฉา เขาอิจฉาจริงๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถาบันวิจัยกองทัพอากาศได้เฉิดฉายในหลายด้านเพราะความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับฮ่าวอวี่เทคโนโลยี จนแทบจะกลายเป็นผู้นำในบรรดาสถาบันวิจัยของเหล่าทัพต่างๆ ไปแล้ว

แถมเจ้าหนุ่มอู๋ฮ่าวคนนี้ก็เก่งกาจเหลือเกิน ดันสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยออกมาได้เป็นชุดๆ ขนาดนี้

เห็นแบบนี้แล้วเขาก็อดตาร้อนผ่าวไม่ได้ ทำไมคนที่เจออู๋ฮ่าวก่อนถึงไม่ใช่เขากันนะ

แต่ทว่าในช่วงสองปีมานี้ ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมอันล้ำสมัยของพวกอู๋ฮ่าว ที่ทำให้สถาบันวิจัยกองทัพเรือประสบความสำเร็จในโครงการสำคัญหลายโครงการ เช่น เรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และเรือผิวน้ำขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เรียกได้ว่ามีผลงานเป็นกอบเป็นกำเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับกองทัพอากาศ หรือแม้แต่กองทัพบกที่ไล่ตามขึ้นมาทีหลัง เขายังรู้สึกว่าพวกเขายังตามหลังอยู่นิดหน่อย

โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีอาวุธยุทโธปกรณ์ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการควบคุมแบบคลัสเตอร์อาเรย์ที่อู๋ฮ่าวจัดหาให้กองทัพอากาศ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบโจมตีแบบฝูง 'ขวางเฟิง' (พายุคลั่ง) ที่เรียกได้ว่าทำให้กองทัพอากาศมีวิธีการโจมตีรูปแบบใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีของกองทัพอากาศได้อย่างมหาศาล

มาตอนนี้ พวกอู๋ฮ่าวยังพัฒนาดดรนโจมตีอัจฉริยะรุ่นล่าสุด 'ฝูซี' ให้กับกองทัพอากาศอีก ได้ยินว่าโดรนขนาดใหญ่รุ่นนี้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ถึงขนาดมีผลงานการรบเอาชนะนักบินระดับเอซได้ถึงสองคนในกลางอากาศ

ส่วนกองทัพบกนั้น ก็ได้ครอบครอง 'ผู้เก็บกวาดสนามรบ' ซึ่งเป็นโดรนโจมตีความเร็วสูงขนาดเล็กสำหรับทหารราบที่พวกอู๋ฮ่าวพัฒนาขึ้น โดรนรุ่นนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบการรบดั้งเดิมของทหารราบไปอย่างสิ้นเชิง และเพิ่มประสิทธิภาพการรบของทหารราบขึ้นอย่างมาก

และตอนนี้ พวกอู๋ฮ่าวยังสร้างชุดเกราะป้องกันเสริมแรงภายนอก (Exoskeleton) แบบหนักสำหรับทหารราบรุ่นนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งกล่าวได้ว่าจะยกระดับขีดความสามารถในการรบของกองทัพบกขึ้นไปอีกขั้น

แม้ว่าทหารพลร่มและนาวิกโยธินจะสามารถใช้ได้ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองทัพบกคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

แล้วกองทัพเรือล่ะ ดูเหมือนช่วงหลายปีมานี้จะได้ประโยชน์แค่แบตเตอรี่ลิเธียมรุ่นใหม่เท่านั้น

ถึงแม้จะใช้มันพัฒนาเรือดำน้ำและเรือรบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ล้ำสมัยที่สุดออกมาได้ แต่เมื่อเทียบกับกองทัพอากาศและกองทัพบกแล้ว เขารู้สึกว่ายังด้อยกว่าอยู่นิดหน่อย

แต่ละฝ่ายต่างก็ได้รับของใหม่ๆ กันทั้งนั้น เรื่องนี้ทำให้เฉิงไห่เฟิงอดน้อยใจและอิจฉาไม่ได้

ในบรรดาคนกลุ่มนี้ หลี่เว่ยกั๋วคุ้นเคยกับอู๋ฮ่าวที่สุด ดังนั้นหลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี หลี่เว่ยกั๋วก็จ้องมองไปที่อุปกรณ์ที่จัดแสดงอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า "ฉันละอยากจะว่าเธอนัก ก่อนหน้านี้ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก ตอนนี้เทกระเป๋าเอาของดีก้นหีบออกมาโชว์หมดเปลือกเลยนะ"

"เหล่าหลี่ ก็ไม่แน่เสมอไปนะ ใครจะไปรู้ว่าพ่อหนุ่มคนนี้ซุกซ่อนอะไรไว้อีกหรือเปล่า" วังเหลียงกงหัวเราะ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง วังเหลียงกงรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย เด็กหนุ่มตรงหน้าคือคนที่เขาเฝ้ามองการเติบโตมาทีละก้าวกับตาตัวเอง

ไม่เพียงแต่รวดเร็ว แต่ทุกย่างก้าวยังมั่นคงมาก เพียงเวลาไม่กี่ปี ก็กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับโลกไปแล้ว

และนี่ยังไม่จบ ดูจากท่าทีของเจ้าหนุ่มนี่แล้ว เหมือนว่าจะต้องการก้าวเข้าสู่วงการเทคโนโลยีการทหารอย่างเต็มตัว

แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะต้องไม่ลืมว่าธุรกิจแรกของฮ่าวอวี่เทคโนโลยีก็มาจากกองทัพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเติบโตมาภายใต้การดูแลเอาใจใส่ของกองทัพ ความสัมพันธ์กับกองทัพย่อมแน่นแฟ้นเป็นธรรมดา

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฮ่าวอวี่เทคโนโลยีถือเป็นผู้นำในกลุ่มบริษัทเอกชนในระบบอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ได้เข้าร่วมในโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญมากมาย และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ตอนนี้เจ้าหนุ่มคนนี้ได้กลายเป็นตัวแทนและต้นแบบของการพัฒนาแบบผสมผสานระหว่างทหารและพลเรือนไปแล้ว แน่นอนว่าในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงอย่างวังเหลียงกง ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา

"นั่นสิ เธอมีของดีอะไรที่ยังไม่ได้เอาออกมาอีกหรือเปล่า?" เฉิงไห่เฟิงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินคำพูดของวังเหลียงกง และรีบเอ่ยถามอู๋ฮ่าวทันที

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางผายมือออก "พวกท่านอย่าล้วงความลับผมเลยครับ เอาเป็นว่าครั้งนี้อะไรที่ผมเอาออกมาโชว์ได้ ผมก็เอาออกมาหมดแล้ว ส่วนที่เอาออกมาไม่ได้ ท่านจะเร่งเร้าไปก็ไม่มีประโยชน์ครับ"

"เหอะ เจ้าเด็กนี่เริ่มวางท่าซะแล้ว" หลี่เว่ยกั๋วด่าทีเล่นทีจริง ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อกลับมาที่อุปกรณ์เหล่านี้ "อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เธอนำมาแสดงในครั้งนี้ สถาบันวิจัยกองทัพอากาศของเราจะต้องเข้าร่วมด้วยแน่นอน เมื่อกี้เจตนาของท่านผู้บัญชาการก็ชัดเจนแล้ว"

"ทหารพลร่มก็ถือเป็นเหล่าทัพอากาศเหมือนกัน มีตั้งหลายหมื่นนาย อุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมแบบนี้เหมาะกับทหารพลร่มมาก"

"ถึงแม้ชุดเกราะป้องกันเสริมแรงภายนอกแบบหนักรุ่นนี้จะมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมากแล้ว แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุง"

"อย่างแรก สำหรับทหารพลร่ม ยังคงต้องการชุดเกราะเสริมแรงที่สอดคล้องกับลักษณะและความต้องการของพวกเขาจริงๆ"

"หนักเกินไปก็ไม่ดี เครื่องบินลำเลียงมีขีดความสามารถในการบรรทุกจำกัด แบกน้ำหนักมากเกินไปไม่ได้ ซึ่งก็จะทำให้บรรทุกทหารพลร่มได้น้อยลงไปด้วย"

"เบาเกินไปก็ไม่ดี เบาหมายความว่าประสิทธิภาพของอุปกรณ์จะลดลง และสิ่งที่ถูกลดทอนได้ง่ายที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเกราะป้องกัน"

"ในฐานะหน่วยรบขนาดเบา พวกเขาให้ความสำคัญและโหยหาขีดความสามารถในการป้องกันเป็นอย่างมาก"

"อีกเรื่องคือการกระโดดร่ม จะใช้เทคนิคไหน รูปแบบไหนในการลงสู่พื้น นี่ก็เป็นปัญหาที่ยากเช่นกัน"

"จะเป็นการกระโดดร่มแบบปกติ การโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ หรือจะเป็นการกระโดดสูงเปิดร่มสูง (HAHO) กระโดดสูงเปิดร่มต่ำ (HALO) หรือจะอาศัยประสิทธิภาพการป้องกันที่ยอดเยี่ยมของเกราะรุ่นนี้ เพื่อกระโดดต่ำเปิดร่มต่ำ หรือกระทั่งกระโดดต่ำโดยไม่ใช้ร่ม"

"ชุดเกราะป้องกันเสริมแรงภายนอกแบบหนักสำหรับทหารราบนั้นไม่เหมือนกับร่มชูชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำหนัก โครงสร้าง รวมถึงเทคโนโลยีและระบบต่างๆ จำเป็นต้องได้รับการวิจัยและตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบ"

"เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน ทหารพลร่มเมื่อกระโดดลงไปแล้ว ย่อมต้องไปอยู่ในแนวหลังข้าศึก โดดเดี่ยวไร้คนหนุน หากอุปกรณ์ไม่น่าเชื่อถือพอ นั่นจะเป็นหายนะสำหรับพวกเขา"

"แน่นอนครับ" อู๋ฮ่าวพยักหน้ายิ้ม "สาเหตุที่ผมนำมาจัดแสดงในงานแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการผสมผสานทางทหารและพลเรือนครั้งนี้ แทนที่จะแนะนำให้เหล่าทัพใดเหล่าทัพหนึ่งโดยเฉพาะ ก็เพราะหวังว่าทุกคนจะเข้ามามีส่วนร่วมครับ"

"ในแง่หนึ่งคือการร่วมมือกันพัฒนา เพื่อสร้างให้เป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยในทุกด้าน"

"ในอีกแง่หนึ่ง เมื่อทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม โครงการนี้ก็จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และในฐานะองค์กรธุรกิจ นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น เพราะนั่นหมายถึงคำสั่งซื้อที่ใหญ่ขึ้น และเราก็จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วย"

"พูดไม่ทันขาดคำก็วกเข้าเรื่องธุรกิจอีกแล้ว ไม่เจอกันไม่กี่ปี ตัวเธอมีกลิ่นเงินกลิ่นทองแรงขึ้นนะเนี่ย" หลี่เว่ยกั๋วอดไม่ได้ที่จะด่าทีเล่นทีจริง แน่นอนว่าแม้จะเป็นการหยอกล้อ แต่ก็แฝงไปด้วยคำตักเตือนและสั่งสอน

อู๋ฮ่าวไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด กลับยิ้มและตอบว่า "ช่วยไม่ได้นี่ครับ ลูกน้องใต้บังคับบัญชาหลายหมื่นคนต้องกินต้องใช้ ผมจะไปเย็บปากพวกเขาไว้ก็คงไม่ได้"

วังเหลียงกงที่อยู่ข้างๆ หัวเราะร่าพลางกล่าวว่า "เอาน่า การค้าก็คือการค้า เสี่ยวอู๋พูดแบบนี้ก็มีเหตุผลของเขานะ"

จบบทที่ บทที่ 846 : ม้าพันลี้กับปั๋วเล่อ | บทที่ 847 : การพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางทะเล บก อากาศ และอวกาศ

คัดลอกลิงก์แล้ว