เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 844 : เจาะประตูหลังให้หุ่นรบ | บทที่ 845 : ฉลาดเกินไปก็มีปัญหาได้เช่นกัน

บทที่ 844 : เจาะประตูหลังให้หุ่นรบ | บทที่ 845 : ฉลาดเกินไปก็มีปัญหาได้เช่นกัน

บทที่ 844 : เจาะประตูหลังให้หุ่นรบ | บทที่ 845 : ฉลาดเกินไปก็มีปัญหาได้เช่นกัน


บทที่ 844 : เจาะประตูหลังให้หุ่นรบ

การถามคำถามนี้ในโอกาสแบบนี้อาจจะดูน่าอึดอัดไปสักหน่อย แต่อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นปัญหาสำคัญ มันเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการต่อสู้ระยะยาวของชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลชุดนี้ ดังนั้นเมื่อมีคนถามขึ้นมา อู๋ฮ่าวก็จำเป็นต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา

ดังนั้น แม้จะมีเส้นสีดำพาดเต็มหน้าผากด้วยความอับอาย แต่เขาก็ยังจำใจต้องอธิบายออกไปว่า "จริงๆ แล้วปัญหานี้ก็เหมือนกับระบบยังชีพที่ใช้ในเครื่องบินรบของกองทัพอากาศในปัจจุบัน คือมีระบบสนับสนุนที่ครบถ้วนและคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมครับ

ก่อนอื่น ปัญหาที่ท่านพูดถึงทั้งหมดนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของระบบยังชีพของตัวระบบครับ

ฟังก์ชันของระบบยังชีพทั้งหมดคือการรับประกันความปลอดภัยและสุขภาพของนักบินภายในชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคล

ส่วนปัญหาที่ท่านถามมานั้น เราก็ได้พิจารณาไว้แล้วและได้ออกแบบระบบรองรับขึ้นมาโดยเฉพาะ

ประการแรก เนื่องจากชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลถูกออกแบบมาให้แนบสนิทกับร่างกายมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่สามารถทำการขับถ่ายทางสรีรวิทยาตามปกติได้

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องทำการวิจัยและออกแบบระบบขับปัสสาวะที่นักบินสวมใส่ขึ้นมาเป็นพิเศษครับ

หากต้องทำการรบนานๆ ก็สามารถสวมใส่ไว้ล่วงหน้าได้ ซึ่งปัสสาวะที่ขับออกมาจะถูกเก็บรวบรวมไว้ เช่นเดียวกับเหงื่อที่ระเหยออกจากผิวหนังก็จะถูกเก็บรวบรวมไว้เช่นกัน

นอกจากนี้ ภายในหมวกนิรภัย เรายังติดตั้งหลอดดูดจ่ายน้ำ เพื่อให้นักบินสามารถเติมน้ำผ่านหลอดดูดได้

และหลอดดูดชุดนี้ยังสามารถส่งสารละลายสารอาหารและอาหารเหลวบางชนิด เพื่อใช้เติมพลังงานสำหรับการรบเป็นเวลานานได้อีกด้วย"

ความหมายในคำพูดของอู๋ฮ่าวนั้นชัดเจนมากแล้ว ระบบนี้สามารถจ่ายได้เพียงน้ำ อาหารเหลว และสารละลายสารอาหารเท่านั้น รวมถึงรองรับการเก็บเหงื่อและปัสสาวะของร่างกาย ส่วนอุจจาระนั้น ปัจจุบันยังไม่รองรับ

มิฉะนั้นก็คงไม่จัดให้มีเพียงแค่อาหารเหลวหรอก นี่ก็เพื่อลดจำนวนครั้งในการขับถ่ายของเสียที่เป็นของแข็งให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่าอาหารเหลวแบบนี้ก็มีข้อเสีย นั่นคือรสชาติไม่ค่อยดีนัก และไม่อิ่มท้องเท่าไหร่

นี่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดหลังจากพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้านแล้ว คงจะให้ไปเจาะช่องที่ก้นของชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลเพื่อเอาไว้สำหรับนั่งถ่ายหนักโดยเฉพาะก็คงไม่ได้

ผู้คนในที่ประชุมเมื่อได้ฟังคำแนะนำของเขาแล้ว ต่างก็พากันพยักหน้า และค่อนข้างเห็นด้วยกับแนวทางที่อู๋ฮ่าวกล่าวมา สำหรับตอนนี้ นี่ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ

อีกทั้งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร บางอย่างก็สามารถเอาชนะมันได้ แม้แต่ในรถถังหรือรถหุ้มเกราะก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะติดตั้งห้องน้ำ ยิ่งบนเครื่องบินรบยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่

ส่วนเซียวอวิ๋นเฟยนั้น มองดูสายรัดและตัวล็อคตามตำแหน่งต่างๆ ภายในห้องโดยสารของชุดเกราะ แล้วก็อดขมวดคิ้วถามไม่ได้ว่า "เมื่อกี้ผมดูแล้ว การสวมใส่ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลชุดนี้ซับซ้อนมาก แถมยังต้องมีผู้ช่วยอีก ถ้าไปถึงสนามรบจริงๆ เกรงว่าคงจะไม่มีเวลาให้คุณมากขนาดนั้นนะ"

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตอบว่า "ซับซ้อนไปหน่อยจริงๆ ครับ แต่ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลสองชุดนี้เป็นเพียงเครื่องต้นแบบทางวิศวกรรม ยังไม่ใช่ยุทโธปกรณ์สำหรับการผลิตจำนวนมาก

เราจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทดสอบและลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ส่วนปัญหาความซับซ้อนในการสวมใส่ที่ท่านพูดถึง จริงๆ แล้วเราได้พิจารณาไว้แล้ว ในอนาคตสายรัดและตัวล็อคยึดร่างกายเหล่านี้จะใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด เพียงแค่คนเข้าไปยืนพิงให้ดี ตัวล็อคเหล่านี้ก็จะทำการล็อคยึดตัวคุณโดยอัตโนมัติ

เมื่อคุณเปิดห้องโดยสารและต้องการออกมา ตัวล็อคเหล่านี้ก็จะคลายออกโดยอัตโนมัติ กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วมาก นักบินที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีสามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เดินเครื่องและเข้าสู่สถานะพร้อมรบได้ภายในเวลาเพียงสิบกว่าวินาทีเท่านั้น"

สำหรับคำตอบนี้ ทุกคนต่างก็ค่อนข้างพอใจ ลองนึกถึงพลรถถัง กว่าจะเข้าไป สตาร์ทรถ เตรียมการรบ จนกระทั่งเข้าสู่การต่อสู้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเครื่องบินรบที่ต้องบินขึ้นฟ้าเลย ดังนั้นเวลาแค่นี้ถือว่ายอมรับได้

ส่วนฉีเหล่ยจากกองทัพเรือนั้น ในเวลานี้ได้เสนอแนวคิดที่กล้าหาญมากออกมา

"เสี่ยวอู๋ ฉันเห็นหุ่นยนต์หลายหนวดที่พวกเธอทำ แล้วก็เห็นขาเทียมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของพวกเธอแล้ว ฉันกำลังคิดว่าในเมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกพิชิตได้แล้ว จะสามารถทำให้ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลชุดนี้กลายเป็นระบบไร้คนขับได้ไหม"

"หือ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของฉีเหล่ย ดวงตาของคนอื่นๆ ในที่นั้นก็เป็นประกายขึ้นมา แล้วต่างก็พากันมองไปที่เขา

อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ยิ้ม แล้วแสดงสีหน้าจนใจออกมาว่า "ท่านคงหมายถึงหุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์คล้ายๆ กับ Petman (ชื่อหุ่นยนต์) ของ Boston Dynamics ใช่ไหมครับ"

"ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ พวกเธอกำลังวิจัยเทคโนโลยีในด้านนี้อยู่" ฉีเหล่ยตาเป็นประกาย แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นทันที

ส่วนคนอื่นๆ ในที่ประชุม เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจ แล้วมองไปที่อู๋ฮ่าวด้วยความสนใจ

อู๋ฮ่าวกวาดสายตามองทุกคนในที่นั้น แล้วพยักหน้า "ทุกท่านในที่นี้ต่างก็เป็นผู้บังคับบัญชาและผู้อาวุโสของผม ผมก็จะไม่ปิดบังพวกท่านครับ เรากำลังวิจัยด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะอยู่จริงๆ

และซีรีส์ขาเทียมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของเรา รวมถึงระบบตรวจจับและระบุสัญญาณชีวภาพจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีบางส่วนของชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันหนักส่วนบุคคลชุดนี้ ล้วนมาจากโครงการนี้ทั้งสิ้นครับ

แม้ว่าผมจะอยากให้มันออกมาให้ทุกคนได้เห็นโดยเร็วที่สุด แต่เราประสบปัญหาในการวิจัยโครงการ และเป็นโจทย์ยากที่ไม่อาจแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น

ประการแรก ระบบการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์เป็นระบบควบคุมการเคลื่อนไหวทางชีวภาพที่ซับซ้อนมาก การจะเลียนแบบมันออกมาให้ประสบความสำเร็จ และสร้างหุ่นยนต์ที่มีความคล่องตัวเหมือนแขนขาของเรานั้น เป็นเรื่องที่ยากมากครับ

แม้ว่าเราจะทำขาเทียมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะออกมาได้ แต่สัญญาณควบคุมของมันก็ยังมาจากสัญญาณทางสรีรวิทยาของเส้นประสาทการเคลื่อนไหวในร่างกายมนุษย์เรา

การจะอาศัยเพียงระบบคอมพิวเตอร์มาควบคุมแขนกลให้คล่องตัวเหมือนแขนขามนุษย์เรานั้น ด้านนี้ยังต้องทำการวิจัยต่อไปอีกครับ

ช่วยไม่ได้ครับ เพราะมีสิ่งที่ต้องคำนวณมากเกินไป

ประการที่สอง คือความสามารถในการทำงานร่วมกันของอวัยวะหลายส่วน การเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ไม่ได้อาศัยเพียงแขนขาข้างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายส่วน

นี่จึงจำเป็นต้องประสานระบบควบคุมของหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อสร้างเป็นระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ซับซ้อนขึ้นมาทั้งชุด

โครงการ Petman นี้วิจัยมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ความสำเร็จสูงสุดในปัจจุบันทำได้เพียงแค่เรียนรู้วิธีการเดิน กระโดด และตีลังกาแบบมนุษย์เรา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่มันเรียนรู้เอง แต่เป็นสิ่งที่วิศวกรมนุษย์เราใช้ข้อมูลและอัลกอริธึมมอบให้มันครับ

ถ้าเปลี่ยนสถานที่ทดสอบ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือเปลี่ยนหัวข้อการทดสอบ มันก็ไม่แน่ว่าจะทำได้แล้ว

พูดอีกอย่างก็คือ ที่มันกระโดดข้ามก้อนหินก้อนนี้ได้ เป็นเพราะมันได้รับการปรับแต่งและคำนวณมาเพื่อก้อนหินก้อนนี้โดยเฉพาะ หากเปลี่ยนเป็นก้อนหินก้อนอื่น ก็ไม่แน่ว่ามันจะกระโดดข้ามไปได้หรือไม่"

-------------------------------------------------------

บทที่ 845 : ฉลาดเกินไปก็มีปัญหาได้เช่นกัน

"นี่เป็นเพียงระบบการเคลื่อนไหวอัตโนมัติเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอีกมากมายรออยู่เบื้องหน้า หนึ่งในปัญหาสำคัญคือควรให้หุ่นยนต์มีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเองหรือไม่ นี่เป็นทั้งปัญหาทางเทคนิคและยิ่งไปกว่านั้นคือปัญหาทางจริยธรรมและศีลธรรม

พวกเราต่างก็พูดถึงหุ่นยนต์อัจฉริยะ แล้วความอัจฉริยะนี้แสดงออกมาในทิศทางไหน เป็นการตอบสนองอัตโนมัติแบบรีเฟล็กซ์ระดับต่ำ หรือเป็นความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเองระดับสูง

ทั้งสองอย่างนี้ต่างก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ความฉลาดต่ำก็จะมีปัญหา ความฉลาดสูงก็จะมีปัญหาเช่นกัน

ควรจะกำหนดระดับความเหมาะสมนี้อย่างไร นี่ก็เป็นปัญหาที่เราต้องขบคิดและวิจัย" อู๋ฮ่าวอธิบายให้ทุกคนฟัง

"ไม่ใช่ว่ามีกฎสามข้อของหุ่นยนต์เหรอครับ?" มีคนถามขึ้นในที่ประชุม

อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและส่ายหน้า "กฎสามข้อของหุ่นยนต์นั้นไม่ได้รัดกุมพอ อันที่จริงตอนนี้กฎเกี่ยวกับโปรแกรมอัจฉริยะและหุ่นยนต์อัจฉริยะมีถึงหลายสิบข้อแล้ว มนุษย์คอยตามอุดช่องโหว่เหล่านี้อยู่ตลอดเวลา แต่ทว่า ใครจะยืนยันได้ว่าช่องโหว่ทั้งหมดนั้นถูกค้นพบแล้ว

ความสามารถในการคำนวณของหุ่นยนต์อัจฉริยะนั้นเหนือกว่ามนุษย์มาก หากพวกมันค้นพบช่องโหว่ในด้านนี้ก่อนมนุษย์ และเผยแพร่ช่องโหว่นี้ผ่านเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วไปให้กับหุ่นยนต์อัจฉริยะตัวอื่นทั้งหมด นั่นจะเป็นหายนะสำหรับสังคมมนุษย์อย่างแน่นอน และความเสี่ยงนี้ก็ไม่มีใครแบกรับไหว

นอกจากนี้ กฎที่เรียกกันว่ากฎเหล่านี้ จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่มนุษย์เรากำหนดให้หุ่นยนต์อย่างแข็งขืน แล้วหุ่นยนต์จะปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ได้จริงหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีใครกล้ารับประกัน โดยเฉพาะหุ่นยนต์ที่มีความฉลาดสูงและมีจิตสำนึกในการตัดสินใจด้วยตัวเอง

แม้ว่าจะไม่มีปัญหาทางเทคนิคใดๆ แต่เราจะทำให้ผู้คนยอมรับหุ่นยนต์แบบนี้ได้หรือไม่ มันจะได้รับการยอมรับจากสังคมโดยรวมไปจนถึงระบบจริยธรรมของมนุษย์เราหรือไม่

และปัญหาต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นจากมัน เราควรจะแก้ไขอย่างไร"

"ก็เหมือนกับเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทุกบริษัทต่างก็โฆษณาว่าเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของตัวเองเก่งกาจและล้ำหน้าเพียงใด

แต่ทว่า ปัญหาต่อเนื่องที่เกิดจากเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติจะแก้ไขอย่างไร ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติฝ่าฝืนกฎจราจรหรือเกิดอุบัติเหตุ จะตัดสินความรับผิดชอบอย่างไร

เจ้าของรถคันนี้ต้องรับผิดชอบหรือ เจ้าของรถคงรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนขับรถเลย ทำไมต้องรับผิดชอบ หรือจะให้รถยนต์รับผิดชอบ รถยนต์ก็ไม่ใช่คน จะรับผิดชอบได้อย่างไร

งั้นให้ผู้ผลิตรถยนต์มารับผิดชอบหรือ ผู้ผลิตรถยนต์ก็จะถามว่าทำไมต้องรับผิดชอบด้วย

อีกประเด็นหนึ่งคือความกังขาและความหวาดกลัวของสังคมและประชาชนที่มีต่อเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ มนุษย์มักจะกลัวสิ่งที่ไม่รู้ นี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เพราะกลัวจึงต้องเรียนรู้ ซึ่งนี่ก็ช่วยผลักดันการพัฒนาของสังคมมนุษย์ด้วย

แต่ในขั้นตอนนี้ หากต้องการส่งเสริมเทคโนโลยีด้านนี้ เกรงว่ายังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน ประชาชนต้องยอมรับ สังคมต้องเปิดกว้าง และรัฐก็จำเป็นต้องกำหนดกฎหมายและข้อบังคับที่ละเอียดรอบคอบออกมา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัญหา"

"ออกทะเลไปไกลแล้ว ไปไกลแล้ว" ถังจื้อจวินโบกมือ "ตอนนี้เรายังไม่จำเป็นต้องคิดไปไกลขนาดนั้น เรื่องพวกนี้ปล่อยให้คนในอนาคตปวดหัวกันไปเถอะ

ความคิดของผมคือ จะเป็นไปได้ไหมที่จะใช้ระบบควบคุมระยะไกลเหมือนกับหุ่นยนต์หลายหนวด เพื่อควบคุมชุดเกราะป้องกันและช่วยผ่อนแรงแบบเอ็กโซสเกเลตันสำหรับทหารราบรุ่นหนักนี้ในการรบ"

อู๋ฮ่าวส่ายหน้า "ปัจจุบันด้านนี้ยังไม่สามารถทำได้ การรบภาคพื้นดินไม่เหมือนทางอากาศ แหล่งรบกวนสัญญาณมีมากเกินไป สถานการณ์ฉุกเฉินและปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ก็มีมากเกินไป

นอกจากนี้คือเรื่องความหน่วงของสัญญาณ (Latency) เรื่องนี้ถ้านอยู่บนอากาศช้าไปสักวินาทีสองวินาทีอาจไม่เป็นไร แต่บนพื้นดิน ความหน่วงเพียงนิดเดียวอาจทำให้ชนต้นไม้ หรือตกลงไปในแม่น้ำ หรือตกหน้าผาได้

ประการต่อมา จะควบคุมอย่างไร จะให้ควบคุมผ่านคีย์บอร์ดหรือจอยสติ๊กเหมือนเกมคอมพิวเตอร์อย่างนั้นหรือ นี่ก็เป็นปัญหาเช่นกัน"

พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวก็เว้นจังหวะหายใจก่อนกล่าวต่อ "ในด้านนี้เราเคยคิดถึงวิธีการควบคุมที่เกี่ยวข้องเหมือนกัน เช่น การสวมใส่อุปกรณ์เซ็นเซอร์อัจฉริยะในชุดแว่นตา VR อัจฉริยะของเรา จากนั้นส่งต่อท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกายเราแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักนี้

ด้วยวิธีนี้ ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักก็จะสามารถทำท่าทางต่างๆ ได้เหมือนกับผู้สวมใส่ที่อยู่แนวหลัง"

เมื่อได้ยินดังนี้ ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกาย กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ใครจะรู้ว่าอู๋ฮ่าวกลับสาดน้ำเย็นเข้าใส่หน้า

"แต่ทว่า นี่ก็เจอปัญหาใหม่ การเคลื่อนไหวของร่างกายท่อนบนพอจะทำได้ แต่ท่อนล่างล่ะ จะทำอย่างไร ผู้สวมใส่อุปกรณ์เซ็นเซอร์จะควบคุมชุดเกราะให้ปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน รวมถึงสภาพแวดล้อมการรบที่แตกต่างกันได้อย่างไร

อีกจุดหนึ่ง หากเพิ่มฟังก์ชันเหล่านี้เข้าไป ต้นทุนของชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักนี้ก็จะพุ่งสูงขึ้นมาก ทีนี้การจะนำไปประจำการในวงกว้างคงเป็นเรื่องยาก ส่วนจะประจำการในวงแคบก็ไม่คุ้มทุน"

ถังจื้อจวินโบกมือ "ปัญหาพวกนั้นอย่าเพิ่งคิด ผมขอถามแค่ว่าในทางเทคนิคมีปัญหาไหม ทำได้จริงหรือเปล่า"

"มีครับ และปัญหาเยอะมาก แต่จะทำให้สำเร็จก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา" อู๋ฮ่าวมองสบตาเขาตรงๆ แล้วตอบ

"ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?" ถังจื้อจวินถามจี้

อู๋ฮ่าวส่ายหน้า "บอกยากครับ โครงการวิจัยระดับแนวหน้าแบบนี้ ไม่มีใครประเมินความคืบหน้าในการวิจัยที่แน่นอนได้ บางครั้งปัญหาทางเทคนิคเพียงจุดเดียว อาจทำให้ติดขัดอยู่ห้าหกปีหรือแม้แต่สิบกว่าปีก็เป็นไปได้

อย่างเช่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่เรารู้จักกันดี สิ่งที่ขัดขวางการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ในประเทศของเราก็มีแค่ปัญหาทางเทคนิคไม่กี่อย่างนั้น แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ ติดขัดมาหลายสิบปีแล้ว"

เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ ถังจื้อจวินก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ผมโลภมากไปเอง ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักตัวนี้ก็สมบูรณ์แบบมากแล้ว"

เซียวอวิ๋นเฟยตบไหล่ถังจื้อจวิน แล้วยิ้มปลอบใจ "ทหารอย่างพวกเราก็เหมือนกันหมด ใครๆ ก็อยากปกป้องทหารในบังคับบัญชาของตัวเองให้ดีที่สุด แต่นี่ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราหรือไง ที่ต้องรับอันตรายไว้เบื้องหน้า ทิ้งความสงบสุขไว้ให้ประชาชน

ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักตัวนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว สำหรับเหล่าทหาร มันจะช่วยป้องกันได้เป็นอย่างดี

ส่วนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยกว่านี้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ในเมื่อชุดเกราะล้ำสมัยขนาดนี้ยังเกิดขึ้นแล้ว อาวุธเหล่านั้นจะยังอยู่อีกไกลเหรอ"

"พูดมาก็ถูก" ถังจื้อจวินพยักหน้า จากนั้นก็ลูบคลำชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักทั้งสองตัวนี้อย่างใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ทันใดนั้นเขาก็หันมาพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันรุ่นหนักของพวกคุณต้องทำการทดสอบการใช้งานจริงไม่ใช่เหรอ ส่งพวกมันมาให้ผมสิ เดี๋ยวผมช่วยจัดการให้"

ทุกคน: ……

อู๋ฮ่าว: ……

จบบทที่ บทที่ 844 : เจาะประตูหลังให้หุ่นรบ | บทที่ 845 : ฉลาดเกินไปก็มีปัญหาได้เช่นกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว