- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 576 : อันธพาลผู้ไร้สาระ | บทที่ 577 : ความลับแห่งความสำเร็จ
บทที่ 576 : อันธพาลผู้ไร้สาระ | บทที่ 577 : ความลับแห่งความสำเร็จ
บทที่ 576 : อันธพาลผู้ไร้สาระ | บทที่ 577 : ความลับแห่งความสำเร็จ
บทที่ 576 : อันธพาลผู้ไร้สาระ
"พูดตรงขนาดนี้เลยเหรอคะ?" เจียงหนานถามพร้อมรอยยิ้ม
อู๋ฮ่าวผายมือยิ้มๆ แล้วตอบว่า "ถึงผมจะไม่พูดตรงๆ คุณคิดว่าคนอื่นจะดูไม่ออกเหรอครับ?"
"แต่มันก็เป็นเรื่องดีนะคะ เดี๋ยวนี้หาคนหนุ่มสาวที่มีฝีมือทำอาหารดีขนาดคุณได้ยาก" เจียงหนานกล่าวชมด้วยรอยยิ้ม
อู๋ฮ่าวส่ายหน้าตอบ "จริงๆ ก็มีเยอะนะครับ เพียงแต่ปกติทุกคนงานยุ่ง เลยไม่มีเวลาเท่านั้นเอง"
หึหึ เจียงหนานหัวเราะเบาๆ จู่ๆ ก็ทำสีหน้าเหมือนอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านขึ้นมา "ดูออกเลยว่าความสัมพันธ์ของคุณกับคุณหลินเวย์แฟนสาวนั้นดีมาก พอจะเล่าเรื่องชีวิตคู่ของพวกคุณให้ฟังได้ไหมคะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋ฮ่าวก็เหลือบมองกล้องที่อยู่ข้างๆ เจียงหนานเห็นท่าทีนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า "ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุยเล่นกันเฉยๆ ช่วงตัดต่อเราสามารถตัดออกได้"
อู๋ฮ่าวถึงได้พยักหน้า และกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง "จริงๆ ก็เหมือนคู่รักทั่วไปแหละครับ เราเข้ากันได้ดี จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องขัดแย้งอะไรใหญ่โต เราต่างเข้าใจและสนับสนุนงานของกันและกัน
ส่วนเรื่องชีวิตส่วนตัว ตอนนี้เรายังเน้นที่งานเป็นหลักครับ เวลาอยู่บ้านก็มีคุยปรึกษาเรื่องงานในบริษัทของทั้งสองฝ่ายบ้าง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
แผนกลยุทธ์ดีๆ หลายอย่างของผมก็ได้มาจากเธอ จะเรียกว่าเป็นกุนซือคู่ใจ หรือขงเบ้งหญิงของผมก็ได้ครับ"
"แล้วเรื่องแต่งงานล่ะคะ ได้คิดไว้บ้างไหม มีแผนสำหรับเรื่องนี้หรือเปล่า?" เจียงหนานถามต่อ
อู๋ฮ่าวส่ายหน้ายิ้มๆ "ตอนนี้เราสองคนยังอายุน้อยครับ แถมยังเป็นช่วงสำคัญที่ธุรกิจกำลังเติบโต เรื่องแต่งงานสร้างครอบครัวเลยยังไม่รีบ ส่วนแผนที่คุณถามแน่นอนว่ามีครับ รออีกสักสองปีให้บริษัทเข้าที่เข้าทางกว่านี้ เราจะพิจารณาแบ่งเวลาให้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ถึงตอนนั้นเรื่องนี้ก็คงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ"
"บริษัทของพวกคุณยังไม่เรียกว่าเข้าที่เข้าทางอีกเหรอคะ? นี่ก็ดีมากแล้วนะ" เจียงหนานกล่าวด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นเธอเปลี่ยนเรื่องคุย อู๋ฮ่าวก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาไม่อยากเปิดเผยชีวิตส่วนตัวหน้ากล้องมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับหลินเวย์แฟนสาวของเขา
จากนั้น เขาส่ายหน้าแล้วตอบว่า "ยังครับ ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โครงการต่างๆ กำลังทยอยดำเนินการ ดังนั้นยังต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของผมและเพื่อนร่วมงานในบริษัทอีกมาก ความท้าทายและวิกฤตที่เราต้องเผชิญยังมีอีกเยอะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาแบ่งปันผลแห่งชัยชนะครับ"
"อุปสรรคและวิกฤตที่คุณพูดถึง หมายถึงการตรวจสอบและมาตรการเตรียมการที่อาจเกิดขึ้นจากทางสหรัฐฯ ใช่ไหมคะ?" เจียงหนานมองหน้าเขาแล้วถาม
อู๋ฮ่าวส่ายหน้า "นั่นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งครับ เรายังต้องเจอกับความท้าทายอีกมาก เมื่อองค์กรหนึ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ย่อมไปขัดผลประโยชน์ของคนอื่น แล้วคนอื่นจะยอมง่ายๆ ได้ยังไงล่ะครับ"
"คุณมองเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างไร และพวกคุณจะรับมืออย่างไร มีความมั่นใจว่าจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ไหมคะ" เจียงหนานถามจี้
อู๋ฮ่าวค่อยๆ จิบน้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการประวิงเวลาเพื่อเรียบเรียงคำพูด จากนั้นจึงกล่าวว่า "อันที่จริง สิ่งที่เรียกว่าวิกฤต รวมถึงคำขู่ว่าจะคว่ำบาตรเรานั้น ส่งผลกระทบต่อบริษัทเราไม่มากครับ
อย่างเช่นที่กระทรวงพาณิชย์ของเขาบอกว่าจะห้ามส่งออกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของเรา เราไม่กังวลเลยสักนิด เมื่อไม่กี่วันก่อนมีรายงานวิเคราะห์ในโลกออนไลน์แล้วว่า ชิ้นส่วนจากสหรัฐฯ ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรามีสัดส่วนแค่ประมาณร้อยละ 5 ของชิ้นส่วนทั้งหมด และล้วนเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ใช่หัวใจหลัก
หมายความว่า ถ้าเราต้องการ เราสามารถเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้ไปใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันจากบริษัทอื่นได้ทันที
อีกประการหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ของเราถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมมาตลอด และไม่เคยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจะคว่ำบาตรหรือไม่ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากครับ
ผมคิดว่าคนกลุ่มเดียวที่ได้รับผลกระทบ น่าจะเป็นผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องของเราจากต่างประเทศ
สำหรับเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกเสียใจด้วยจริงๆ ครับ ใครใช้ให้พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในประเทศที่มีรัฐบาลอันธพาลแบบนั้น
อย่างไรก็ตาม เราสัญญาว่าผู้บริโภคเหล่านี้สามารถนำใบเสร็จหลักฐานการซื้อที่เกี่ยวข้อง มาใช้สิทธิและบริการเทียบเท่ากับผู้บริโภคทั่วไปในต่างประเทศได้ครับ
แน่นอน เราต้องยอมรับว่าสหรัฐฯ มีอิทธิพลในระดับนานาชาติสูง ผมคิดว่านี่จะเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและยากลำบาก และเราก็เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่รุนแรงกว่านี้อยู่ตลอดเวลาครับ"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ฮ่าวหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเน้นเสียงหนักแน่นว่า "สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ พฤติกรรมอันธพาลไร้ยางอายแบบนี้ทำลายเราไม่ได้ และบังคับเราไม่ได้ครับ
เพราะเบื้องหลังเรามีประเทศที่เข้มแข็ง และมีตลาดในประเทศที่มหาศาล ด้วยสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาอะไรในต่างแดน เราก็จะไม่เสียศูนย์
สุดท้าย เราไม่ได้ไม่มีมาตรการตอบโต้ครับ เช่น เทคโนโลยีที่เราวิจัยพัฒนาขึ้นมา ทรัพย์สินทางปัญญานั้นอยู่ในมือเราทั้งหมด
ถ้าสหรัฐฯ คิดจะเริ่มคว่ำบาตรเราจากจุดนี้ ผมกล้ารับประกันว่าพวกเขาจะสูญเสียมากกว่าเราแน่นอน"
"คุณหมายถึงเรื่องที่มีวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ท่านหนึ่งเสนอให้ใช้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ห้ามไม่ให้บริษัทของคุณใช้สิทธิบัตรของบริษัทสหรัฐฯ และจะไม่ยอมรับสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องของฮ่าวอวี่เทคโนโลยี รวมถึงห้ามฮ่าวอวี่เทคโนโลยีเก็บค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตรจากสหรัฐฯ ใช่ไหมคะ?" เจียงหนานถาม
อู๋ฮ่าวพยักหน้าตอบ "ถือเป็นการตอบโต้ครับ ประเทศที่ไม่เคารพกฎกติกาที่ตัวเองเป็นคนตั้ง แล้วจะคาดหวังให้ประเทศอื่นเคารพกฎกติกานั้นได้ยังไง
ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ ผมเชื่อว่าประเทศอื่นๆ คงจะได้เห็นเรื่องตลกที่น่าขันนี้เกิดขึ้นครับ"
"น่าขันเหรอคะ?" เจียงหนานถาม
"ใช่ครับ ไร้สาระมากๆ"
อู๋ฮ่าวทำท่าทางประกอบ "ผมรู้สึกว่าระดับสติปัญญาของวุฒิสมาชิกท่านนี้ ยังสู้ผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านบนเขาที่บ้านเราไม่ได้เลยครับ"
ฮ่าๆๆๆ...
"สุดท้ายมาคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ของพวกคุณบ้างค่ะ ฉันสนใจแว่นตา AR อัจฉริยะที่เปิดตัวครั้งนี้มาก ถึงกับลงทุนซื้อมาหนึ่งอัน ประสบการณ์การใช้งานดีมากเลยค่ะ แต่ลูกชายกับสามีนี่สิคะ หลงใหลอุปกรณ์ VR ของพวกคุณมาก จนผลการเรียนของลูกชายฉันตกลงไปเลย" เจียงหนานบ่นใส่เขา
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็มีท่าทีขัดเขินเล็กน้อย "จริงๆ แล้วเรามีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากสำหรับผู้เยาว์นะครับ ผู้เยาว์แต่ละคนได้รับอนุญาตให้ล็อกอินเข้าสู่ระบบได้เพียงวันละ 2 ชั่วโมงในวันเรียน หลังจากครบ 2 ชั่วโมงระบบจะล็อกอัตโนมัติครับ
ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์และวันเทศกาล เวลาจะขยายเพิ่มขึ้นครับ เพราะถือว่าเป็นวันพักผ่อน"
เจียงหนานพยักหน้าอย่างจนใจ "ใช่ค่ะ เล่นได้แค่ 2 ชั่วโมง แต่แกติดเล่นมาก ถึงขนาดแอบเอาบัตรประชาชนฉันไปลงทะเบียนบัญชีเลยนะคะ โชคดีที่พ่อเขาจับได้ซะก่อน"
เอ่อ...
"สำหรับปัญหานี้ เราก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองมาเหมือนกันครับ แม้เราจะปรับปรุงเทคโนโลยีบางอย่างเพื่อให้การตรวจสอบยืนยันตัวตนเข้มงวดขึ้น แต่เรื่องนี้ก็จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองทุกท่านด้วย ลำพังแค่สิ่งที่เราทำได้มันจำกัดมากและตั้งรับเกินไปครับ" อู๋ฮ่าวลูบจมูกแก้ตัว
การถูกผู้ปกครองตำหนิต่อหน้ากล้องแบบนี้ คงไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีเท่าไหร่
-------------------------------------------------------
บทที่ 577 : ความลับแห่งความสำเร็จ
อู๋ฮ่าวคิดสักพักแล้วเสริมว่า "ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนชอบโทษเกมว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเรียนแย่ ถึงขั้นพาลไปโกรธบริษัทเกมด้วย
นี่ไม่ถูกต้อง หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด วัยรุ่นมีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งใหม่ๆ โดยธรรมชาติ เมื่อชีวิตจริงไม่สามารถตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาได้ พวกเขาก็จะหาสิ่งใหม่ๆ และความตื่นเต้นผ่านอินเทอร์เน็ต
ในความเป็นจริง ความสนุกของเกมไม่ได้เป็นแรงจูงใจหลักที่ดึงดูดผู้เล่นเหล่านี้ให้เล่นต่อไป แต่เป็นการได้เจอเพื่อนที่ 'คอเดียวกัน' ระหว่างเล่นเกมต่างหาก นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาหมกมุ่น
ดังนั้นผมคิดว่าสำหรับวัยรุ่นที่ติดเกมและอินเทอร์เน็ต ผู้ปกครองและสังคมควรใส่ใจให้มากขึ้น ใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากขึ้น พาไปทำกิจกรรมที่น่าสนใจและมีสาระ เมื่อความน่าตื่นเต้นในชีวิตจริงมีมากกว่าในอินเทอร์เน็ตหรือในเกม คนเหล่านี้ก็จะห่างไกลจากเกมไปเอง
พ่อแม่สมัยนี้หลายคนเกิดยุค 80, 90 หรือแม้แต่ 00 ซึ่งไม่มากก็น้อยย่อมเคยผ่านช่วงเวลานี้มา ตอนนั้นพวกคุณผ่านมันมาได้อย่างไร ลูกๆ ของคุณในตอนนี้ก็อยู่ในสภาวะนั้นเช่นกัน ดังนั้นใจเย็นๆ หน่อยเถอะครับ
แน่นอน ผมไม่ปฏิเสธว่ามีบริษัทเกมบางแห่งที่เห็นแก่ได้ ยอมละเมิดกฎหมายและจรรยาบรรณ เพื่อโปรโมตเนื้อหาเกมเจาะจงไปยังกลุ่มวัยรุ่นโดยเจตนา และเนื้อหาเหล่านี้เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่น หลายอย่างจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี
ดังนั้น ผมคิดว่าเราไม่เพียงต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดและชัดเจนขึ้นเพื่อกำกับดูแลในด้านนี้ ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมเกมก็ต้องจัดการกวาดล้างตัวเองและร่วมกันต่อต้านการปรากฏตัวของเกมประเภทนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าทุกคนจะไม่เลือกปฏิบัติหรือต่อต้านอุตสาหกรรมเกมทั้งหมดเพียงเพราะเหตุการณ์บางอย่าง อุตสาหกรรมเกมก็เหมือนกับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตอื่นๆ เป็นอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายสูง ไม่สามารถเหมารวมง่ายๆ และยิ่งไม่สามารถจัดการด้วยความรุนแรงได้
แนวโน้มการพัฒนาของอุตสาหกรรมนี้มีอนาคตไกลมาก ในความเป็นจริงช่วงสิบปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเกมเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและมีตลาดที่ใหญ่โต ในประเทศก็เช่นกัน เราไม่อาจมองข้ามมูลค่าทางอุตสาหกรรมและการตลาดที่มันขับเคลื่อน และยิ่งไม่อาจละเลยอิทธิพลมหาศาลที่แฝงอยู่ของมันได้"
เจียงหนานพยักหน้าหลังจากได้ฟังคำบรรยายของเขา แล้วพูดว่า "จริงๆ แล้วฉันก็แค่บ่นไปอย่างนั้นเองค่ะ อุปกรณ์ VR ชุดนี้ที่พวกคุณเปิดตัวออกมา ฉันและครอบครัวชอบมันมากเลยทีเดียว
เช่น เราสามารถใช้มันเพลิดเพลินกับภาพยนตร์จอยักษ์ความคมชัดสูง และละครซีรีส์ ส่วนสามีของฉันชอบใช้มันดูหนังที่มีเอฟเฟกต์ 3D มากกว่า
บอกตามตรง ครั้งแรกที่ได้ดูหนังสมจริงแบบที่เหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ฉันตกใจจริงๆ ค่ะ แต่พอปรับตัวได้แล้ว มันคือความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่การฉายภาพแบบดั้งเดิมทำไม่ได้
ตอนนั้นคิดยังไงคะ จู่ๆ ถึงมาทำผลิตภัณฑ์ VR แถมยังทำออกมาได้ดีขนาดนี้ในคราวเดียว"
ขอบคุณครับ อู๋ฮ่าวกล่าวขอบคุณ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ความจริงแล้วผลิตภัณฑ์ตัวนี้หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการวิจัยแบบปุบปับหรอกครับ มันผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาที่ยาวนานและซับซ้อนมาก
ตอนที่เราได้รับทุนเริ่มต้นและก่อตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ ปัญหาเร่งด่วนอย่างหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าเราคือ เราจะทำอะไร
จะทำแค่การพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการควบคุมคลัสเตอร์อาร์เรย์อย่างเดียวเหรอ ไม่ครับ มันจำกัดเกินไป และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการอย่างแน่นอน
ดังนั้นพวกเราจึงระดมสมอง และวางแผนคาดการณ์ถึงผลิตภัณฑ์ที่จะส่งผลต่อชีวิตมนุษย์ในอนาคตอย่างเจาะจง พร้อมทั้งวิเคราะห์ทีละด้าน ตั้งแต่การใช้งานจริง ขอบเขตทางเทคโนโลยี มูลค่าทางเศรษฐกิจ และอื่นๆ สุดท้ายเราก็วงกลมรายการหนึ่งออกมาเพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาหลักของบริษัทเราในอนาคต"
"รายการแบบไหนคะ?" เจียงหนานพูดแทรกขึ้น
สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพทำให้เธอตระหนักว่านี่ต้องเป็นข่าวใหญ่ และเป็นสิ่งที่อู๋ฮ่าวไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ซึ่งมีคุณค่าทางข่าวอย่างแน่นอน
อู๋ฮ่าวยิ้มและส่ายหน้า "เรียกว่ารายการ จริงๆ ก็แค่กระดาษร่างที่พวกเราขีดเขียนกันเล่นๆ แผ่นหนึ่งเท่านั้นแหละครับ
บนนั้นนอกจากเนื้อหาที่เราเขียนกันตามใจชอบแล้ว ก็ยังมีร่องรอยการลบ แก้ไข ขีดฆ่า และเพิ่มเติมเต็มไปหมด รกมากครับ"
"แล้วกระดาษแผ่นนั้นยังเก็บไว้อยู่ไหมคะ?" เจียงหนานถามต่อ
อู๋ฮ่าวพยักหน้า "ยังเก็บไว้ครับ ตอนแรกว่าจะทิ้ง แต่พิจารณาดูแล้วถือว่าเป็นที่ระลึกในการร่วมก่อตั้งธุรกิจของพวกเรา ก็เลยเก็บรักษาไว้
เนื่องจากในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาของบริษัทและโครงการหลักหลายโครงการ ตอนนี้กระดาษแผ่นนี้เลยถูกเก็บไว้ในตู้เซฟห้องเก็บเอกสารของบริษัทเราครับ"
"โธ่ ฉันกำลังจะบอกว่าขอดูหน่อย น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ" เจียงหนานแสดงสีหน้าผิดหวัง
"จะมีโอกาสครับ รอให้หมดระยะเวลาเก็บความลับก่อน ถ้าถึงตอนนั้นบริษัทเรายังอยู่ มันอาจจะถูกนำไปจัดแสดงในหอเกียรติยศของบริษัทให้คนภายนอกได้ชมก็ได้"
ฮ่าๆ เจียงหนานหัวเราะ แล้วผายมือให้เขาพูดต่อ
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าและพูดต่อ "ความจริงแล้วโครงการ VR และ AR ของเราเริ่มก่อตั้งโครงการเร็วมาก ย้อนไปได้ถึงตอนที่เราเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะรุ่นแรกเลยครับ"
"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
อู๋ฮ่าวพยักหน้า "เวลาในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นยาวนานมาก ดังนั้นเราต้องรีบแข่งกับเวลา แน่นอนว่าในตอนนั้นเราทุ่มเทพลังงานหลักไปที่โครงการผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ ส่วนโครงการ VR และ AR เป็นเพียงการวิจัยล่วงหน้าเท่านั้น การวิจัยและพัฒนาอย่างจริงจังเริ่มขึ้นหลังจากเปิดตัวผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะรุ่นแรก และเราทำผลงานได้ดีมาก
ตอนที่จัดงานฉลอง ผมก็ได้ประกาศว่าถึงเวลาเริ่มแผนการที่เกี่ยวข้องแล้ว"
"หมายความว่า ถ้าตอนนั้นผลิตภัณฑ์ตัวแรกของพวกคุณไม่ประสบความสำเร็จ ก็แปลว่าพวกคุณคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มโครงการต่อเนื่องชุดต่อไปใช่ไหมคะ" เจียงหนานถาม
อู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า "บางทีเราอาจจะหยุดพักไว้ชั่วคราว รอให้ปัจจัยต่างๆ พร้อมแล้วค่อยเริ่มโครงการเหล่านี้ใหม่"
"มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ ว่าจะประสบความสำเร็จแน่นอน"
อู๋ฮ่าวหัวเราะเบาๆ "ถ้าไม่มีความมั่นใจแค่นี้ แล้วจะมาสร้างธุรกิจทำไมล่ะครับ โชคดีที่ดวงเราดี สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ"
เจียงหนานส่ายหน้า "นี่ไม่ใช่แค่โชค แต่เป็นฝีมือค่ะ คนเราประสบความสำเร็จครั้งสองครั้งอาจมองว่าเป็นโชคได้ แต่การประสบความสำเร็จติดต่อกันย่อมต้องมีเหตุผลและความลับซ่อนอยู่แน่ๆ
งั้น ไม่ทราบว่าคุณพอจะแบ่งปันความลับแห่งความสำเร็จของคุณให้ทุกคนฟังได้ไหมคะ?"
อู๋ฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า "ความลับของความสำเร็จมีเยอะครับ ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนต่างก็มีทฤษฎีความสำเร็จในแบบของตัวเอง ผมไม่พูดดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นคำคมขายฝันไปเปล่าๆ
ผมคิดว่าอย่าไปรับอิทธิพลจากคำคมพวกนี้มากเกินไปจะดีกว่า ชีวิตของแต่ละคนล้วนเป็นเส้นทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับเขา ก็ไม่แน่ว่าจะเหมาะกับคุณ
เลือกเดินในเส้นทางที่เหมาะกับตัวคุณเอง นั่นต่างหากคือพื้นฐานที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้"