เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 454 : ความฝันของไอ้ขี้แพ้ | บทที่ 455 : จรวดฟอลคอน รุ่นยาจก

บทที่ 454 : ความฝันของไอ้ขี้แพ้ | บทที่ 455 : จรวดฟอลคอน รุ่นยาจก

บทที่ 454 : ความฝันของไอ้ขี้แพ้ | บทที่ 455 : จรวดฟอลคอน รุ่นยาจก


บทที่ 454 : ความฝันของไอ้ขี้แพ้

กลางเดือนสิงหาคม อากาศร้อนจัด คลื่นความร้อนปกคลุมทั่วซีกโลกเหนือ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ฤดูร้อนปีนี้ฝนตกน้อยและสภาพอากาศร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เกิดภัยแล้ง

ส่วนพื้นที่ทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงเหนือที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินนั้น ยิ่งดูร้อนระอุและรกร้าง ราวกับว่าความร้อนสูงนี้ได้กลืนกินพืชพันธุ์ทั่วทั้งทะเลทรายไปจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงเม็ดทรายสีเหลืองและเนินทรายลูกแล้วลูกเล่า

ในขณะนี้ ท่ามกลางทะเลทราย ขบวนรถออฟโรดกลุ่มหนึ่งกำลังแล่นด้วยความเร็วสูงบนถนนลาดยางสายใหม่ ในขบวนรถกลุ่มนี้ คันที่โดดเด่นที่สุดคือรถบ้าน Unimog ที่ดูพิเศษสะดุดตา

ภายในรถบ้าน จางจวิ้นสวมกางเกงขาสั้นตัวใหญ่นั่งแทะแตงโมไปบ่นไปว่า "ฉันว่านายอยู่ดีไม่ว่าดี ทำไมต้องมาที่ที่นกยังไม่ยอมขี้ (กันดาร) แบบนี้ด้วย ก็แค่การทดสอบยิงจรวดครั้งเดียว จำเป็นต้องถ่อมาด้วยตัวเองเหรอ

ให้คนตั้งมือถือหรือกล้องพาโนรามาถ่ายไว้ พวกเราดูกันทางไกลก็ได้ สบายกว่าตั้งเยอะ"

อู๋ฮ่าวที่สวมแว่นกันแดดมองทิวทัศน์ทะเลทรายที่ผ่านวูบวาบนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า

"ดูทางไกลจะไปชัดเจนเท่าดูในสถานที่จริงได้ยังไง การทดสอบยิงครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่วงการอวกาศอย่างเป็นทางการของพวกเรา ทุกคนกำลังจับตามองอยู่ ดังนั้นฉันจะไม่ให้ความสำคัญไม่ได้หรอก

ส่วนนายน่ะ งานที่บริษัทมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงหน้าด้านตามมาด้วยเนี่ย"

"ไสหัวไปเลย!"

จางจวิ้นถลึงตาใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วคายเมล็ดแตงโมออกมา "ช่วงนี้ฉันจะบ้าตายเพราะโดนคนพวกนั้นตามตื๊อจนน่ารำคาญ พอดีเลยถือโอกาสนี้หลบมาพักผ่อนสมองบ้าง"

พูดถึงตรงนี้ จางจวิ้นมองเนินทรายเวิ้งว้างนอกหน้าต่างแล้วอดบ่นไม่ได้ "ทำไมต้องเลือกสถานที่ตรงนี้ด้วย หาที่ที่ดีกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ"

"ถึงแม้ครั้งนี้จะยิงแค่จรวดทดลองสองลูก แต่มันก็คือจรวดนะ ไม่ว่าจะเป็นตอนยิงหรือตอนซากตกลงมาหลังยิงเสร็จ ก็ต้องระวังให้มาก ถ้าเผลอนิดเดียวก็เป็นอุบัติเหตุใหญ่ได้

ของพวกนี้พอเติมเชื้อเพลิงเต็มแล้วก็คือประทัดยักษ์ดีๆ นี่เอง ความแรงน่ะคำนวณกันเป็นตัน TNT เลยนะ กล้าเอาไปวางไว้ใกล้เมืองเหรอ

อย่างที่สองคือหลังจากยิงจรวดทดลองสองลูกนี้แล้ว ตอนซากตกลงมาก็ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยขนาดใหญ่ ไม่อย่างนั้นถ้าตกลงมาทับใครเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่

อีกอย่าง จรวดนี้ก็เปรียบเหมือนกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้า ตอนนี้น่านฟ้าในประเทศแออัดมาก ถ้าไม่ระวัง เกิดยิงไปสอยเครื่องบินหรืออะไรตกลงมา พวกเราจบเห่แน่

ดังนั้นสถานที่ตรงนี้ กว่าเราจะขออนุญาตจากหลายหน่วยงานมาได้ ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานอวกาศ การบินพลเรือน กองทัพ และอื่นๆ มันยุ่งยากมากนะ" อู๋ฮ่าวอธิบาย

"เชรด ซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอ" จางจวิ้นเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

"ซับซ้อนกว่าที่นายคิดเยอะ" อู๋ฮ่าวมองเขาแล้วพูดอย่างเหนื่อยใจ "เอาล่ะ นายเลิกบ่นได้แล้ว อวี๋เฉิงอู่กับทีมงานต่อสู้ในทะเลทรายมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว เทียบกับพวกเขา พวกเราสบายกว่าเยอะ"

ก็จริง จางจวิ้นรีบรับคำ แล้วหยิบแตงโมมาอีกชิ้นกินต่อ "ยังไงรถบ้านคันนี้ก็สบายกว่าจริงๆ ไว้เดี๋ยวพวกเราซื้อสักคันสิ จะไปไหนก็สะดวก"

"อยากซื้อก็ซื้อสิ แค่ไม่กี่ล้านเอง เรื่องเล็ก" อู๋ฮ่าวพูดอย่างไม่ใส่ใจ

จางจวิ้นพยักหน้า แล้วกลอกตาไปมาพลันมีความคิดใหม่ขึ้นมาทันที เขาทำหน้าประจบเอาใจอู๋ฮ่าวแล้วพูดว่า "รถบ้านอะไรนั่นมันของเด็กเล่น ฉันว่าพวกเราซื้อเครื่องบินกันดีกว่า ตอนนี้ทรัพย์สินพวกเราอย่างน้อยก็เป็นหมื่นล้านแล้ว จะให้นั่งเฟิร์สคลาสทุกวันมันก็เสียราคาแย่ แถมยังไม่สะดวกด้วย

ถ้ามีเครื่องบินส่วนตัว พวกเราจะไปไหนมาไหนก็สะดวกกว่าเดิมเยอะ ต่อให้เราไม่ใช้ ผู้บริหารระดับกลางและสูงในบริษัทเวลาไปดูงานก็ยังใช้ได้"

"พูดมาตั้งนาน ที่แท้นายก็เล็งเรื่องนี้อยู่นี่เอง" อู๋ฮ่าวเข้าใจทันที เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วพูดกับเพื่อนว่า "มันจะอวดรวยไปหน่อยไหม ทำตัวเงียบๆ ไว้ดีกว่ามั้ง"

"อวดรวยอะไรกัน นี่มันความจำเป็นในการทำงานนะเว้ย พวกเราไม่ได้ซื้อเรือยอร์ชมาอวดรวยซะหน่อย" จางจวิ้นรีบเกลี้ยกล่อม "เดี๋ยวนี้เจ้าของบริษัทใหญ่ๆ เขาก็มีเครื่องบินส่วนตัวกันทั้งนั้น เพียงแต่สภาพแวดล้อมในบ้านเราเป็นแบบนี้ ทุกคนเลยทำตัวเงียบๆ กันแค่นั้นเอง

อีกอย่าง ค่าเลี้ยงดูเครื่องบินส่วนตัวลำนึงจริงๆ ก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ พวกเราจ่ายไหวสบายมาก

แถมดูสภาพพวกเราตอนนี้สิ ไปไหนก็เหมือนเพชรเม็ดเป้ง จะทำตัวเงียบๆ มันก็เงียบไม่ได้หรอก

แทนที่จะเป็นแบบนั้น จะไปแคร์สายตาคนอื่นทำไม เอาตัวเองให้สบายดีกว่า"

ได้ยินจางจวิ้นพูดแบบนี้ อู๋ฮ่าวก็พยักหน้าน้อยๆ ถ้าบอกว่าไม่สนก็คงโกหก หาเงินมาได้ตั้งเยอะเขายังไม่ค่อยได้ใช้เลย

ในอนาคตอันใกล้ เขาต้องเดินทางไปทั่วแน่ๆ แทนที่จะไปเบียดเสียดในเฟิร์สคลาสกับคนอื่น ซื้อเครื่องบินของตัวเองดีกว่า จะได้ไปไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามตารางเวลาของเขา

คิดได้ดังนั้น เขาจึงพยักหน้าให้จางจวิ้น "เอางี้ นายไปหาคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้มาลองศึกษาดูสถานการณ์ก่อน แล้วเราค่อยมาดูกันว่าจะซื้อยังไง ซื้อเครื่องบินแบบไหน

ซื้อในนามบริษัทแล้วกัน มีเครื่องบินส่วนตัวแบบนี้ พนักงานเวลาไปดูงานจะได้สะดวกขึ้นด้วย"

"ได้เลย เดี๋ยวกลับไปฉันจะรีบจัดการ" จางจวิ้นปรบมืออย่างตื่นเต้น "ฉันจะบอกให้นะ ฉันเล็งเรื่องนี้มานานแล้ว ตอนนี้เครื่องบินส่วนตัวที่ดีที่สุดในโลกมีสามยี่ห้อ อย่างแรกคือ Gulfstream อันนี้เห็นบ่อยสุด แล้วก็เป็นยี่ห้อที่พวกดาราเศรษฐีนิยมซื้อที่สุด

รองลงมาคือ Bombardier Challenger และ Dassault Falcon ซึ่งก็ดีมากๆ เหมือนกัน มีตั้งแต่ไม่กี่ที่นั่งไปจนถึงสิบกว่าที่นั่ง ฉันแนะนำว่าพวกเราซื้อลำใหญ่หน่อย ดีกว่านั่งได้หลายคน แล้วยังบินได้ไกลด้วย"

อู๋ฮ่าวมองเจ้าอ้วนที่กำลังตื่นเต้นตรงหน้า แล้วอดไม่ได้ที่จะแซวขำๆ ว่า "ดูท่าทางนายจะวางแผนเรื่องนี้มาไม่ใช่แค่วันสองวันแล้วสินะ คงมีความคิดนี้มานานแล้วล่ะสิ"

"ก็แน่นอนสิ จำความฝันของพวกเราตอนนั้นได้ไหม นอกจากจะมีรถสปอร์ต มีคฤหาสน์แล้ว ยังต้องมีเครื่องบินส่วนตัวกับสาวงามด้วย ตอนนี้รถสปอร์ตไม่ใช่เรื่องใหญ่ คฤหาสน์ก็กำลังออกแบบก่อสร้างอยู่ เครื่องบินส่วนตัวนี่ก็ต้องเอามาใส่ในตารางงานได้แล้วมั้ง" จางจวิ้นพูดด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ

เดิมทีนี่เป็นแค่ความคิดเพ้อเจ้อของไอ้ขี้แพ้จนๆ ไม่กี่คนที่นอนอยู่บนเตียงสองชั้นในหอพัก นึกไม่ถึงว่าผ่านไปไม่กี่ปีมันกำลังจะเป็นจริง ทำให้จางจวิ้นรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"หึๆ ตอนนั้นนายยังบอกว่าจะไปเที่ยวอ่างให้ทั่วประเทศเลยนี่ จะให้ฉันสานฝันข้อนี้ให้ด้วยไหม"

"เอ่อ นายเนี่ยพูดแทงใจดำชะมัด ข้าจะต้องทำความฝันที่ลูกผู้ชายใฝ่ฝันนี้ให้สำเร็จให้ได้สักวันหนึ่งแหละน่า"

สวนกลับอู๋ฮ่าวไปประโยคหนึ่ง แล้วหมอนั่นก็ตื่นเต้นต่อ "ฉันเช็กมาแล้ว เครื่องบินส่วนตัวพวกนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หกสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป รวมภาษีนำเข้าในประเทศน่าจะประมาณสี่ถึงห้าร้อยล้านหยวน แถมยังต้องต่อคิวจองล่วงหน้า จะได้ของเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

แต่เครื่องบินพวกนี้ราคาสูงมาก ก็เลยมีหลายคนที่ซื้อแล้วดูแลไม่ไหว หรือยกเลิกออเดอร์กลางคัน ถ้าพวกเราต้องการด่วน ก็ซื้อแบบนี้ได้"

อู๋ฮ่าวส่ายหน้า โบกมือใหญ่ๆ แล้วพูดว่า "มือสองไม่เอา ฉันไม่มีนิสัยแบบนั้น จะเอาก็เอาของใหม่แกะกล่องเลย"

-------------------------------------------------------

บทที่ 455 : จรวดฟอลคอน รุ่นยาจก

"งั้นก็ซื้อของใหม่ไปเลย ยังไงก็เพิ่มเงินอีกไม่เท่าไหร่หรอก" จางจวิ้นยิ้มแก้มปริ สำหรับเขาหรือสำหรับทุกคนแล้ว ของใหม่ย่อมดีกว่าของมือสองแน่นอน

ท่ามกลางบทสนทนาของพวกเขา ขบวนรถก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นสนามทดสอบการปล่อยจรวดที่ตั้งอยู่สุดถนนสายทะเลทรายแห่งนี้

นี่คือสนามทดสอบการปล่อยจรวดที่อู๋ฮ่าวและทีมงานเพิ่งสร้างเสร็จในทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงเหนือ พื้นที่ทั้งหมดของสนามทดสอบกินอาณาบริเวณถึงหนึ่งหมื่นหมู่ แต่พื้นที่ใช้งานจริงมีเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นที่ว่าง ซึ่งในอนาคตจะมีการทยอยปลูกต้นไม้และพืชพันธุ์ทนแล้ง

และเพื่อความสะดวกในการขนส่งจรวดและอุปกรณ์ พวกเขายังได้สร้างถนนลาดยางตัดผ่านทะเลทรายเพื่อเชื่อมต่อกับถนนระดับมณฑลและทางด่วน ทอดยาวตรงเข้าไปยังสนามทดสอบการปล่อยจรวดที่อยู่ใจกลางทะเลทราย

แน่นอนว่าสนามทดสอบการปล่อยจรวดแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่เพียงต้องมีการสำรวจล่วงหน้า แต่ยังต้องยื่นคำร้องรายงาน และประสานงานกับท้องถิ่นรวมถึงหน่วยงานต่างๆ อีกหลายภาคส่วน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก โชคดีที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานกำกับดูแลด้านอวกาศได้กำหนดกฎระเบียบและมาตรฐานที่สมบูรณ์สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศภาคเอกชนไว้แล้ว รวมถึงกำหนดสถานที่ทดสอบจรวดด้วย พวกเขาจึงไม่ต้องเปลืองแรงมากนัก

แม้จะบอกว่ามีพื้นที่หนึ่งหมื่นหมู่ แต่พอไปถึงพวกเขากลับพบว่าสิ่งปลูกสร้างทั้งฐานมีเพียงบ้านน็อคดาวน์และตู้คอนเทนเนอร์จำนวนหนึ่งเท่านั้น

เนื่องจากเวลาจำกัด โครงสร้างพื้นฐานของฐานทั้งหมดยังสร้างไม่ทัน ดังนั้นปัจจุบันจึงมีเพียงการติดตั้งบ้านน็อคดาวน์และสำนักงานที่ดัดแปลงจากตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อใช้สำหรับงานทดสอบการปล่อยจรวดในระยะนี้

"ประธานอู๋ ประธานจาง ยินดีต้อนรับครับ!" อวี๋เฉิงอู่พาคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจับมือต้อนรับพวกเขาอย่างกระตือรือร้น

"ที่นี่มันจะกันดารเกินไปแล้วนะ"

จางจวิ้นสวมหมวกกันแดดและแว่นกันแดดมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้วอดอุทานออกมาไม่ได้ "พวกคุณอยู่ที่นี่กันมาครึ่งเดือนกว่าแล้วเหรอเนี่ย ไม่ง่ายเลยจริงๆ"

"ฮะๆ ไม่เป็นไรครับ พวกเราชินแล้ว" อวี๋เฉิงอู่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวใส่จางจวิ้น อาจเป็นเพราะตากแดดจ้านานเกินไป จากหนุ่มหล่อผิวขาวเนียน ตอนนี้กลายเป็นคนตัวดำเมี่ยม ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าเขาไปแบกอิฐทำงานหนักอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างที่ไหนสักแห่ง

"ทำไมเห็นแค่คุณคนเดียว เซี่ยงหมิงล่ะ?" อู๋ฮ่าวถามพลางมองไปรอบๆ

ฮะๆ อวี๋เฉิงอู่ชี้ไปที่จุดห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรแล้วยิ้มให้ทั้งสองคน "อยู่ที่ฐานปล่อยจรวดครับ วันนี้อุณหภูมิค่อนข้างสูง เขาเลยเฝ้าอยู่ที่หน้างานตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าจรวดจะไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้กำลังทำการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายอยู่ครับ"

"จะปล่อยตอนกี่โมง?" จางจวิ้นอดถามไม่ได้

"หน้าต่างเวลาที่หน่วยงานกำกับดูแลให้เรามาคือบ่ายสามโมงครึ่งถึงสองทุ่ม ดังนั้นเรามีเวลาเตรียมตัวเหลือเฟือครับ แผนเบื้องต้นคือปล่อยจรวดทดสอบลูกแรกตอนสี่โมงห้าสิบนาที และลูกที่สองตอนหกโมงเย็น ห่างกันหนึ่งชั่วโมงสิบนาทีครับ

แบบนี้เราก็จะมีเวลาเตรียมตัวตรงกลางเพียงพอ แต่เวลานี้ยังไม่แน่นอน ในทะเลทรายมักมีลมกระโชก ถ้าตอนนั้นลมแรงเกินไป เวลาปล่อยอาจต้องเลื่อนออกไปครับ"

อู๋ฮ่าวพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในเมื่อพวกเขากำหนดไว้แล้ว เขาก็จะไม่พูดอะไรอีก ให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของพวกเขาเถอะ

"ครั้งนี้ผมเอาของเยี่ยมติดมือมาให้พวกคุณด้วย คุณจัดคนไปแจกจ่ายให้ทุกคนนะ ช่วงนี้ลำบากทุกคนแล้ว กลับไปผมจะเลี้ยงมื้อใหญ่" อู๋ฮ่าวยิ้มให้กับกลุ่มคนที่ห้อมล้อมเขาอยู่

"ฮ่าๆๆ ขอบคุณครับประธานอู๋ ประธานอู๋จงเจริญ!" เหล่านักวิจัยพากันยิ้มแย้มแจ่มใสและโห่ร้องด้วยความดีใจ

ทุกคนล้วนเป็นคนหนุ่มสาว ดังนั้นเมื่อได้ทำงานที่ตัวเองสนใจจึงตั้งใจกันมาก แม้จะเหนื่อยบ้างแต่ทุกคนก็ทำด้วยความสุข อีกทั้งอู๋ฮ่าวก็ดูแลพวกเขาไม่เลว ไม่เพียงแต่ให้ค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว แต่ที่สำคัญคือนิสัยของอู๋ฮ่าวถูกจริตพวกเขา ทุกคนจึงยอมรับและนับถือบอสใหญ่คนนี้จากใจจริง

"เอาล่ะ อย่ามัวยืนตากแดดกันอยู่เลย ไม่กลัวดำกันหรือไง รีบไปหาที่ร่มๆ หลบแดดพักผ่อนกันเถอะ อ้อ ของเยี่ยมที่ผมเอามามีครีมกันแดดกับอุปกรณ์กันแดดด้วยนะ พวกคุณอย่าลืมเอาไปใช้ล่ะ โดยเฉพาะสาวๆ

เดิมทีก็เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยกันทุกคน มาอยู่ทะเลทรายไม่กี่วัน ดำกันหมดแล้ว ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี พอกลับไปแล้วแฟนทิ้ง อย่ามาโทษผมนะ"

ฮ่าๆๆๆ...

หลังจากพูดคุยหยอกล้อกับทุกคนพอหอมปากหอมคอ อู๋ฮ่าวและคณะก็หาที่ร่มนั่งลง จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่นำผลไม้และเครื่องดื่มเย็นๆ มาเสิร์ฟ

ในพื้นที่รกร้างละติจูดสูงเช่นนี้ จริงๆ แล้วจะร้อนแค่ช่วงเที่ยง ขอแค่หลบแดด อุณหภูมิก็ถือว่าพอทนได้ พอตกกลางคืนอุณหภูมิจะลดลงมาก ดึกๆ จะรู้สึกหนาวด้วยซ้ำ ความต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนมีมาก

"ช่วยแนะนำจรวดทดสอบสองลูกนี้คร่าวๆ หน่อยสิ พวกเขาได้ดูแค่เอกสาร ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่" อู๋ฮ่าวชี้ไปที่ผู้ติดตามที่มากับเขาในครั้งนี้

ได้ครับ อวี๋เฉิงอู่พยักหน้า แล้วหันไปอธิบายให้ทุกคนฟัง "การทดสอบการปล่อยครั้งนี้ เราเตรียมจรวดมาทั้งหมดสองลูกครับ ได้แก่ จรวดทดสอบแบบใช้แล้วทิ้งต้นทุนต่ำพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติและวัสดุแบบใหม่ และจรวดทดสอบแบบนำกลับมาใช้ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการกู้คืนครับ

จรวดทั้งสองลูกนี้เป็นตัวแทนของทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดสองรูปแบบ แบบแรกคือจรวดใช้แล้วทิ้งต้นทุนต่ำพิเศษ ความยากทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดของจรวดประเภทนี้คือการลดต้นทุนการปล่อยให้ได้มากที่สุดภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของจรวดประเภทนี้

ส่วนแบบที่สอง ก็เป็นวิธีควบคุมต้นทุนเช่นกัน นั่นคือการใช้เทคโนโลยีการกู้คืน นำจรวดที่ปล่อยไปแล้วกลับมากู้คืนในสภาพสมบูรณ์เพื่อทำการปล่อยซ้ำเป็นครั้งที่สองหรือหลายๆ ครั้ง"

"อันนี้ฉันรู้ เหมือนกับจรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท SPX ใช่ไหม เราพัฒนาเทคโนโลยีนี้สำเร็จแล้วเหรอ?" จางจวิ้นตาเป็นประกาย

เมื่อได้ยินคำพูดของจางจวิ้น ทุกคนต่างก็หันไปมองอวี๋เฉิงอู่ ในใจอดประหลาดใจไม่ได้... อย่าบอกนะว่าทำเทคโนโลยีนี้ออกมาได้แล้วจริงๆ มันจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคน อวี๋เฉิงอู่ก็ยิ้มและส่ายหัว "เทคโนโลยีการกู้คืนของจรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท SPX ซับซ้อนเกินไป เรายังไม่เชี่ยวชาญขนาดนั้นครับ แต่เราคิดค้นเทคโนโลยีการกู้คืนอีกรูปแบบหนึ่งได้

จริงๆ ก็ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่อะไร พวกมะกันเคยใช้เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว นั่นคือการใช้ร่มชูชีพช่วยพยุงส่วนที่หนึ่งของจรวดหลังปล่อยให้ร่อนลงมาช้าๆ ไม่ให้มันตกลงมากระแทกจนพังเสียหาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการกู้คืน

แน่นอนครับ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีเมื่อหลายสิบปีก่อน เราได้ทำการสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพิ่มเติม เช่น การใช้ครีบตาราง (Grid fins) ควบคุมทิศทาง ทำให้เราสามารถควบคุมจุดตกของจรวดได้แม่นยำขึ้น

นอกจากนี้ ในชั่วพริบตาก่อนที่จรวดจะแตะพื้น เครื่องยนต์หลักจะจุดระเบิดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้เกิดแรงดันย้อนกลับ ซึ่งจะช่วยชะลอความเร็วในการลงจอดและลดแรงกระแทกต่อตัวจรวดได้อีกขั้นครับ"

"รุ่นยาจก?" เมื่อได้ยินดังนั้น จางจวิ้นก็อดอ้าปากค้างไม่ได้ หลังจากคิดอยู่นาน เขาถึงหลุดคำนี้ออกมา

ฮ่าๆๆๆ... ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็พากันหัวเราะร่า

จบบทที่ บทที่ 454 : ความฝันของไอ้ขี้แพ้ | บทที่ 455 : จรวดฟอลคอน รุ่นยาจก

คัดลอกลิงก์แล้ว