- หน้าแรก
- เจ้าพ่อเทคโนโลยีการทหาร
- บทที่ 14 : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 14 : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 14 : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 14 : แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากทานมื้อเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ทั้งกลุ่มก็รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์นิทรรศการ
เดิมทีคิดว่าพวกเขามากันค่อนข้างเช้าแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้คนมากมายมาถึงก่อนพวกเขาเสียอีก
กว่าจะเบียดเสียดฝ่าฝูงชนเข้าไปได้ ในที่สุดพวกเขาก็เห็นชื่อของตัวเอง อาคาร C โซนใต้ หมายเลข 12
เมื่อเห็นหมายเลขนี้ อู๋ฮ่าวก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตำแหน่งนี้ถือว่าไม่เลวเลย หากดูจากผังภายในอาคาร ตำแหน่ง C โซนใต้ หมายเลข 12 ที่พวกเขาได้รับจัดสรรมานั้นค่อนข้างอยู่โซนหน้า แถมพื้นที่ยังกว้างถึง 35 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าบูธจัดแสดงทั่วไปที่มีขนาด 20 ตารางเมตรอยู่มาก
แน่นอนว่า คงเทียบกับพวกยักษ์ใหญ่ด้านในไม่ได้ เพราะชื่อเสียงเรียงนามของฝ่ายนั้นโด่งดังกว่ามาก
หลังจากไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์บริการและรับบัตรผู้ร่วมงานแล้ว ทั้งกลุ่มก็เดินเข้าสู่ภายในอาคารจัดแสดง สภาพภายในที่ยังไม่ได้เริ่มจัดบูธดูใหญ่โตและค่อนข้างว่างเปล่า
พวกเขาเดินตามป้ายบอกทาง ไม่นานก็พบบูธของตัวเอง มันตั้งอยู่บริเวณทางแยกตรงกลางแถวที่สองนับจากทางเข้า ทำเลดีมาก
ภายในพื้นที่จัดแสดงมีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่จำนวนหนึ่ง เพื่อให้แต่ละทีมจัดวางได้ตามความต้องการ นอกจากนั้นก็ว่างเปล่า ต้องให้พวกเขาลงมือจัดบูธกันเอง
ขณะนี้มีหลายทีมเริ่มลงมือจัดสถานที่กันแล้ว บ้างก็ทำความสะอาด บ้างก็จัดโต๊ะเก้าอี้ หรือแม้แต่บางทีมก็นำโปสเตอร์ที่เตรียมมาล่วงหน้า หรือป้ายกระดาษที่เขียนด้วยปากกาเมจิกตัวเบ้อเริ่มออกมาติด
อู๋ฮ่าวเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้า สมกับที่เป็นนักเรียนและหนุ่มวิศวะจริงๆ ไม่มีความพิถีพิถันเอาซะเลย ถึงแม้งานนี้จะเน้นดูผลงานวิจัยและนวัตกรรมของแต่ละทีม แต่ก็ไม่ควรจะปล่อยตามมีตามเกิดขนาดนี้หรือเปล่า
ให้ตายเถอะ คิดว่านี่เป็นกิจกรรมชมรมในโรงเรียนหรือไง ถึงกับแปะป้ายเขียนมือกันเลยทีเดียว
"เอาตามที่เราตกลงกันเมื่อวานนะ เจ้าอ้วนกับเสี่ยวตงไปบริษัทโฆษณา ส่วนฉันกับหยางฟานจะอยู่ที่นี่คอยจัดบูธ" อู๋ฮ่าวหันไปสั่งงานกับทุกคน
จางจวิ้นพยักหน้า ส่วนโจวเสี่ยวตงมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยว่า "หรือไม่... พวกเราไปซื้อกระดาษแดงหมึกดำมาเขียนโปสเตอร์ง่ายๆ สักสองสามแผ่นก็พอแล้วมั้ง"
อู๋ฮ่าวได้ยินก็ส่ายหน้า "เงินที่ควรจ่ายก็ต้องจ่าย อีกอย่างค่าโปสเตอร์ไม่กี่ใบมันไม่เท่าไหร่หรอก"
"ได้ เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่เราสองคนเอง ทางนี้พวกนายไหวไหม ต้องให้พวกเราช่วยก่อนหรือเปล่า" จางจวิ้นถามเขา
อู๋ฮ่าวโบกมือ "ไม่ต้อง ทางนี้ไม่มีอะไรมาก แป๊บเดียวก็เสร็จ พวกนายรีบไปเถอะ พอทำเสร็จกลับมาแล้วยังมีงานต้องเตรียมอีกเยอะ"
"โอเค งั้นพวกเราไปก่อนนะ" พูดจบทั้งสองก็ยกมือทักทายพวกเขา แล้วเดินออกไปทันที
เมื่อเห็นทั้งสองคนจากไป อู๋ฮ่าวก็หันไปหาหยางฟาน "เอาล่ะ เรามาเคลียร์พื้นที่กันเถอะ"
"ลูกพี่ จะให้จัดยังไงดี" หยางฟานพยักหน้าถาม
อู๋ฮ่าวมองดูพื้นที่ซึ่งไม่ได้กว้างขวางนักแล้วย้อนถาม "หัวใจหลักของการจัดแสดงครั้งนี้คือการแสดงบินโดรน พื้นที่แค่นี้ นายคิดว่าควรจัดยังไง"
หยางฟานส่ายหน้าทันที "จัดยังไงก็ไม่ไหว พื้นที่เล็กเกินไป บรรจุโดรนสองร้อยกว่าลำให้บินโชว์พร้อมกันไม่ได้หรอก"
"เรื่องนั้นฉันรู้ ที่ฉันพูดหมายถึงทำยังไงถึงจะแสดงผลงานทางเทคนิคของเราออกมาให้ได้มากที่สุดบนพื้นที่จำกัดแบบนี้ต่างหาก" อู๋ฮ่าวส่ายหน้าแล้วถามจี้ต่อ
ความจริงแล้วเขาได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะการบินโดรนสองร้อยกว่าลำพร้อมกันย่อมต้องใช้พื้นที่ไม่น้อย ดังนั้นการจะนำเสนอการสาธิตนี้ออกมาได้อย่างไรจึงเป็นโจทย์ยากที่เขาต้องขบคิด
หยางฟานก้มมองพื้นที่ใต้เท้าพลางครุ่นคิด แล้วพูดกับอู๋ฮ่าวว่า "ถ้าใช้พื้นที่ของเราให้เต็มที่ น่าจะรองรับโดรนได้ประมาณหกสิบถึงแปดสิบลำ อย่างมากที่สุดก็หนึ่งร้อยลำ
ถ้ามากกว่านั้นจะแออัดเกินไป ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงาม แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ด้วย
อีกอย่างถึงเวลาคนในงานคงเยอะมาก จะจัดการกับปัญหาโดรนเสียการควบคุมจนไปทำร้ายผู้คนยังไง นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องระวัง"
"เรื่องนั้นจัดการง่าย ถึงเวลาเรากางตาข่ายกั้นรอบโซนแสดงก็พอ ถ้าใช้หนึ่งร้อยลำ ช่องว่างระหว่างฝูงบินจะแคบมาก อัตราความผิดพลาดที่ยอมรับได้จะลดต่ำลง ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มความยากในการสาธิตของพวกเราอย่างไม่ต้องสงสัย" อู๋ฮ่าวตอบรับ แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว
หยางฟานถอนหายใจ "ช่วยไม่ได้ โดรนของพวกเราเป็นของถูกๆ จากเถาเป่า คุณภาพก็ดีบ้างแย่บ้างปนกันไป ยากที่จะรับประกันความเสถียร ผมทำได้แค่ควบคุมมันให้อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้เท่านั้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋ฮ่าวก็ตบไหล่เขาปลอบใจ "ไม่ใช่ความผิดของนาย นายทำได้ดีมากแล้ว ในเมื่อคุณภาพฮาร์ดแวร์มันเป็นแบบนี้ ต่อให้พวกเราพยายามแค่ไหนก็คงช่วยอะไรไม่ได้"
เมื่อเห็นหยางฟานพยักหน้า เขาก็โบกมือ "เอาล่ะ อย่ายืนเหม่อเลย ทำงานกันเถอะ"
"ได้!" หยางฟานกลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง "แล้วโต๊ะเก้าอี้พวกนี้จะเอาไงดี"
อู๋ฮ่าวเห็นแล้วส่ายหน้า "พวกเราไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้หรอก เก็บโต๊ะไว้สองตัวกับเก้าอี้ไม่กี่ตัวก็พอ ที่เหลือดูว่าทีมไหนจะเอา ก็ให้พวกเขายืมไป"
"รับทราบ ผมจะไปหาไม้กวาดมาทำความสะอาดพื้นก่อน" ว่าแล้วหยางฟานก็เดินออกไป ส่วนอู๋ฮ่าวก็ส่ายหน้าแล้วเริ่มลงมือยุ่งกับการจัดของ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังง่วนอยู่กับการทำงานอย่างขยันขันแข็ง จู่ๆ อวี่กวงเซิงก็นำคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในอาคารจัดแสดง พอเห็นอู๋ฮ่าว เขาก็ยิ้มแล้วเดินตรงเข้ามาหาทันที
"เสี่ยวอู๋ วางมือจากงานก่อน ผมจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือประธานจ้าวจากซวิ่นเฟยเทคโนโลยี (iFLYTEK) เขาเสสนใจเทคโนโลยีที่พวกคุณนำมาจัดแสดงในครั้งนี้มาก เลยอยากจะคุยด้วยหน่อย"
อ้อ อู๋ฮ่าวพิจารณา 'ประธานจ้าว' ในปากของอีกฝ่าย อายุราวสี่สิบเศษ สูงร้อยเจ็ดสิบ รูปร่างท้วมนิดๆ สวมแว่นกรอบทอง ผมหวีเรียบแปล้เป็นมันวับ
แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง แต่ด้วยมารยาท อู๋ฮ่าวก็ยังยื่นมือออกไปพร้อมรอยยิ้ม "สวัสดีครับประธานจ้าว"
"สวัสดีครับ ผมจ้าวฉี่ฟา ผมสนใจระบบควบคุมฝูงบินโดรนของพวกคุณมาก เลยอยากจะมาคุยเรื่องความร่วมมือสักหน่อย" ประธานจ้าวผู้นี้จับมือเขาไว้อย่างกระตือรือร้น
อู๋ฮ่าวไม่ได้ตอบรับในทันที แต่หันไปมองอวี่กวงเซิง "อาจารย์อวี่ เหมือนว่าผมจะยังไม่ได้ให้คำตอบอาจารย์เลยนะครับ"
เอ่อ... อวี่กวงเซิงชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของเขา ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "ประธานจ้าวกับผมเป็นเพื่อนเก่ากันน่ะ แถมหลายปีมานี้เขาก็คอยให้ความสนใจและสนับสนุนโครงการนวัตกรรมและการเริ่มต้นธุรกิจของนักศึกษามาตลอด
พอดีเมื่อวานผมเจอประธานจ้าว ก็เลยเล่าเรื่องพวกคุณให้ฟัง นึกไม่ถึงว่าเขาจะสนใจมาก ก็เลยให้ผมพามาหาพวกคุณ อย่าถือสาเลย ประธานจ้าวเขาก็แค่รักในความสามารถของพวกคุณมากไปหน่อย"
ใช่สินะ รักใน 'ทรัพย์' สินมากไปหน่อยน่ะสิ
อู๋ฮ่าวบ่นในใจ แต่ภายนอกยังคงพูดกับจ้าวฉี่ฟาอย่างเกรงใจว่า "ประธานจ้าวครับ พวกเรากำลังยุ่งกันอยู่เลย คงไม่มีเวลาจริงๆ คุณดูสิ... หรือเอาไว้คุยกันวันหลังดีไหมครับ"
"นักศึกษาอู๋ ครั้งนี้พวกเรามาด้วยความจริงใจนะ วางใจเถอะ ไม่รบกวนเวลาพวกคุณนานหรอก" จ้าวฉี่ฟายิ้มให้พลางกล่าว
อู๋ฮ่าวเห็นท่าทางแล้วรู้ว่าคนคนนี้คงไม่ยอมกลับไปง่ายๆ แน่ จึงรีบใคร่ครวญอย่างรวดเร็ว แล้วชี้ไปที่โต๊ะเก้าอี้ตรงมุมห้องพลางบอกจ้าวฉี่ฟาว่า "งั้นเอาอย่างนี้ครับประธานจ้าว ถ้าคุณไม่ถือสา เราคุยกันตรงนี้เลยแล้วกัน คุณก็รู้ว่างานใกลัจะเปิดแล้ว พวกเรายังมีงานต้องทำอีกเยอะเลย"
จ้าวฉี่ฟาได้ยินดังนั้น แม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีกระตือรือร้นเอาไว้ "ได้ งั้นคุยกันตรงนี้แหละ"