- หน้าแรก
- จดหมายสื่อรัก พลิกกฎหัวใจแบดบอย
- ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง
ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง
ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง
ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง
==================================================
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้
โรมัน มอลเทนอร์ ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาอยู่หน้าตึกอำนวยการ เขามาที่นี่เพื่อพบกับอาจารย์ใหญ่ แต่เธอกำลังติดธุระกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาเฝ้ามองนักเรียนบางส่วนจากจุดที่เขายืนอยู่
เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอีกครั้ง หลับตาลงขณะพ่นควันขึ้นสู่อากาศเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา
เมื่อเขาหันหน้าไป ก็เห็นว่าเป็นนักเรียนใหม่—คนที่มีแว่นตา ดวงตาของเขาหรี่ลง จำได้ว่าเธอเรียกเขาว่า 'คนงี่เง่า'
ขณะที่เขาพูดกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ไซมอน เพื่อนของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น
"มิสดันเต้เรียกแล้ว"
โรมันส่งสายตาอำมหิตไปที่เด็กผู้หญิงก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับไซมอน
"นั่นใคร?" ไซมอนถาม สายตาอยากรู้อยากเห็นมองไปที่โรมัน
"ไม่มีใคร" โรมันตอบห้วนๆ ขณะเดินผ่านระเบียงตึกที่ไร้ผู้คน ระหว่างทาง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เดินสวนมา
เมื่อพวกเขาไปถึงห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ มิสดันเต้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้ามองนักเรียนสองคนที่เข้ามาในห้อง
"พวกนั้นมาทำไม?" โรมันถามอาจารย์ใหญ่ตรงๆ
มิสดันเต้ชินกับพฤติกรรมของโรมันแล้ว เธอรู้จักเขามาหลายปี "พวกเขาเจอรอยเลือดจากถนนที่มุ่งหน้าไปสู่ป่าลึก แต่ยังไม่เจอศพ พวกเธอพอจะรู้ไหมว่าเป็นใคร?" ผู้หญิงคนนั้นถามด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น
"อาจเป็นสัตว์ที่ถูกอีกตัวล่าก็ได้" ไซมอนเสนอความเห็น แต่ดันเต้ส่ายหัว
"คราวนี้ไม่ใช่สัตว์" อาจารย์ใหญ่ตอบ
"คุณน่าจะไปถามนักเรียนคนอื่น พวกเราไม่ได้สะเพร่า ดันเต้" โรมันตอบ ดวงตาสีดำของเขาดูเบื่อหน่าย "นักเรียนบางคนจากหอพักของเราดูจะมีปัญหาในการทำตามกฎ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ก็ตึงเครียด กรามของเธอกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ "ฉันจะบอกบอร์เรลล์ให้หาตัวคนทำให้ได้และลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎ ป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าปล่อยให้คนโง่เพ่นพ่านและทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาหลายปี อีกอย่าง ที่ฉันเรียกเธอสองคนมาเพราะฉันต้องการให้พวกเธอจับตาดูนักเรียนใหม่ มีข้อมูลว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาเรียนในปีนี้"
"ดูเหมือนจะมีคนน่าสงสัยสินะ" โรมันพูดก่อนจะเข้าเรื่องที่เขามาหาเธอ "ฉันนึกว่าห้องหมายเลขหนึ่งร้อยจะปิดตายซะอีก"
ไซมอนที่ยืนอยู่ข้างโรมันดูประหลาดใจเพราะเขาไม่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อน "ที่ดอร์มิโทเรียมน่ะเหรอ?" น้ำเสียงเขาเจือความแปลกใจ
"ย้ายนักเรียนคนนั้นไปหออื่น" โรมันสั่งด้วยสีหน้าตายด้าน
มิสดันเต้จ้องกลับไปที่โรมัน "ไม่มีห้องว่างเหลือในดอร์มิโทเรียมนั้นแล้ว และฉันย้ายนักเรียนไปหออื่นไม่ได้ด้วยเหตุผลที่เธอรู้อยู่แก่ใจ"
ได้ยินแบบนี้ กรามของโรมันก็ขบแน่น "ย้ายยัยนั่นไปห้องอื่นให้เร็วที่สุด ไม่งั้นฉันจะหาวิธีทำให้หอพักว่างเอง" เขาหันหลังและเดินออกจากห้อง
"ว้าว เขาดูอารมณ์เสียนะ" ไซมอนพึมพำ และหันกลับไปเห็นอาจารย์ใหญ่จ้องเขม็ง เขาโปรยยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า "ขอให้เป็นวันที่ดีนะครัล มิสดันเต้"
เมื่อไซมอนก้าวออกจากตึก โรมันก็ไปถึงที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาแล้ว หยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวม โดยไม่รอช้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไป
"เกิดอะไรขึ้น?"
ไซมอนหันไปเห็นโอลิเวีย ซึ่งถือหนังสือสามเล่มในอ้อมแขน เพิ่งมาจากห้องสมุด "เธอรู้ไหมว่าดันเต้ยกห้องหมายเลขหนึ่งร้อยให้นักเรียนใหม่?"
"รู้สิ" โอลิเวียตอบ "เขาคงหงุดหงิดที่รู้ว่ามีคนอื่นมาอยู่ในห้องเก่าของเขา เขาหวงของที่เป็นของเขาจะตาย"
"มาก" ไซมอนเห็นด้วย "เขาขู่ดันเต้ด้วย เขาคงออกไปสงบสติอารมณ์ นอกซะจากว่าเขาตัดสินใจจะออกไปล่า" เด็กหนุ่มยิ้ม
ริมฝีปากของโอลิเวียบิดเป็นรอยยิ้ม และเธอก็พูดว่า "เขาไม่ได้มุทะลุเหมือนนาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเรียนคนโปรดของดันเต้" เด็กหนุ่มพยักหน้า "นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงชอบหาเรื่องชกต่อย ซดคนให้น่วมยังดีกว่าฆ่าแล้วต้องมาเดือดร้อนทีหลัง"
"จริง" ไซมอนตอบก่อนจะแจ้งข่าวเธอ "ดันเต้บอกว่ามีรอยเลือดใหม่ในป่า พวกเขายังไม่รู้ว่าเป็นของใคร"
"น่าสนใจ เปิดเทอมมาสองอาทิตย์แรก เราก็มีคนตายในป่าแล้ว เอาล่ะ ฉันต้องไปทำการบ้านให้เสร็จก่อน" โอลิเวียกล่าว แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันที่หน้าตึก
เย็นวันต่อมาที่หอพักชาย แม็กซิมัสมาถึงหน้าห้องของโรมันและเคาะประตูที่เปิดแง้มอยู่ เมื่อผลักประตูเข้าไป แม็กซิมัสก็พบโรมันนอนอยู่บนเตียงโดยมีหนังสือกางปิดหน้าอยู่
"มีอะไร?" โรมันถามโดยไม่เอาหนังสือออกจากหน้า
"มิสฮิลล์อยากให้ฉันเอาจดหมายมาให้นาย" แม็กซิมัสแจ้ง ก้มมองซองจดหมายในมือ "เธอบอกว่าจดหมายม-"
"โยนทิ้งถังขยะไป" โรมันพึมพัม แทบไม่สนใจจะรู้ว่าจดหมายมีอะไรบ้าง
"ทั้งหมดเลยเหรอ?" แม็กซิมัสถามดูรายชื่อและยกซองจดหมายมาดมกลิ่นดอกไม้ จดหมายส่วนใหญ่มาจากพวกผู้หญิงในมหาวิทยาลัยที่ทิ้งจดหมายไว้ที่ห้องสำนักงานใหญ่ซึ่งรวมกับจดหมายอื่นๆ "ดูเหมือนสาวๆ จะชอบฉีดน้ำหอมใส่จดหมายให้นายนะ นายเคยอ่านสักฉบับไหม โรม?"
"ฉันอาจเผลอบีบคอพวกหล่อนถ้าเกิดได้อ่านขึ้นมา" โรมันตอบกลับอย่างขวานผ่าซาก และแม็กซิมัสก็ยิ้มกว้าง
"ก็เป็นไปได้" แม็กซิมัสฮัมเพลง แม้โรมันจะบอกให้โยนลงถังขยะ แต่เขาก็วางพวกมันไว้บนโต๊ะ "ฉันจะวางไว้ให้นายจัดการเองแล้วกัน อ้อ ตกลงนายตัดสินใจหรือยังว่างานรอบกองไฟจะมีเมื่อไหร่?"
"เสาร์หน้า" คำตอบสั้นๆ จากโรมัน
"เยี่ยม ฉันจะออกไปเจอสาวใหม่ปีหนึ่ง เจอกันคืนนี้" แม็กซิมัสประกาศ ปิดประตูห้องกึก โรมันได้ยินเสียงล็อก
ไม่กี่วินาทีผ่านไป โรมันก็ดึงหนังสือออกจากหน้าและลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง สายตาของเขาเลื่อนไปที่โต๊ะที่แม็กซิมัสวางจดหมายไร้สาระที่เขาไม่สนใจ
เขาหยิบจดหมายขึ้นมา ดูชื่อบนซองทีละซองแล้วโยนลงถังขยะโดยไม่คิดจะเปิดอ่าน ขณะที่กำลังคัดออก เขาเจอจดหมายฉบับหนึ่งที่หนักกว่าอันอื่นเพราะมีซองจดหมายอีกซองติดอยู่ด้วย เขาแกะมันออกและเห็นว่าจดหมายจ่าหน้าถึง 'โทมัส วินเทอร์' และผู้ส่งคือ จูเลียน วินเทอร์
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่ออ่านชื่อผู้ส่ง
ดูเหมือนว่านักเรียนใหม่ที่รับเข้ามาปีนี้จะมีปัญหาในการเข้าใจกฎที่ตั้งไว้ มหาวิทยาลัยมีกฎห้ามติดต่อครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในช่วงที่อยู่ที่นี่ และถึงแม้จะอ้างว่าเพื่อให้นักเรียนมีสมาธิ แต่โรมันรู้ดีว่าทำไมถึงต้องมีกฎพวกนี้
จดหมายจากนักเรียนจะไม่มีวันออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัยและทำได้แค่วนเวียนอยู่ข้างใน เจ้าหน้าที่และบุรุษไปรษณีย์คอยคัดแยกและส่งคืนมหาวิทยาลัยหากมีหลุดรอดไป โรมันพลิกซองจดหมายในมือ ฉีกซองเปิดออกและเริ่มอ่านข้อความ
รอยยิ้มแห้งๆ ปรากฏบนริมฝีปากเมื่อเขาเห็นคำว่า 'นักเรียนแปลกๆ'
"ดูเหมือนเธอจะโชคดีนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
วันต่อมาเมื่อเริ่มคลาสเรียน โรมันโดดเรียนเหมือนหลายๆ ครั้ง เขาเดินไปที่หอพักหญิง เขารู้ทริคในการเปิดหน้าต่างและประตูเพราะมันเคยเป็นห้องของเขามาก่อน ดันหน้าต่างขึ้น เขาโยนจดหมายของเขาเองเข้าไป เป็นจดหมายเตือนเธอว่าอย่าส่งจดหมายออกไปนอกมหาวิทยาลัยอีก พร้อมกับคำขู่เล็กๆ น้อยๆ จากเขาแถมไปด้วย
โรมันยังไม่ลืมคำพูดของเธอ และเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆ หรือผู้คนผ่านไปโดยไม่ให้อะไรตอบแทนสักเล็กน้อย
"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเวเทอริส จูเลียน วินเทอร์" แล้วเขาก็หายตัวไปจากตรงนั้น
วันเดียวกันนั้น เวลาผ่านไป และเมื่อนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม จูลี่กดสวิตช์ไฟไปมาสามครั้ง แล้วเธอก็ถอนหายใจ
เจ็ดชั่วโมงต่อมา เธอนั่งอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มคลุมตัวพร้อมไฟฉายในมือ หันหน้าไปทางหน้าต่าง คิดว่าคนที่เขียนจดหมายจะปรากฏตัวต่อหน้าเธอ ตลอดเวลานั้น เธอนั่งอยู่ในความเงียบของห้องและฟังเสียงพูดคุยเบาๆ ที่มาจากนอกหอพัก
บางทีอาจเป็นแค่การแกล้งกัน จูลี่คิดในใจ
"เธอไปโดนอะไรมา?" เมลานีถามในวันรุ่งขึ้นเมื่อจูลี่เข้าห้องเรียน "สภาพเธอเหมือนพร้อมจะไปแคสต์หนังซอมบี้เลย"
"ฉันนอนไม่พอน่ะ" จูลี่นั่งลงข้างหลังเมลานีแล้วฟุบหน้ากับโต๊ะหาวหวอด เธอพยายามอย่างหนักเพื่อตามบทเรียนสัปดาห์แรกให้ทัน และไม่อยากเรียนไม่ทันอีกเพราะมัวแต่นอน ไม่นับว่าใกล้สอบแล้วด้วย
"อะไรทำให้เธอไม่ยอมนอน? วันนี้เธอน่าจะอ่านหนังสือแทนที่จะโต้รุ่งนะ" เมลานีเลิกคิ้ว "เธอควรไปล้างหน้าหน่อยนะ"
"ฉันไม่เป็นไร" จูลี่พึมพำ
เธอพยายามดื่มน้ำให้น้อยลงระหว่างคาบเพื่อเลี่ยงการเข้าห้องน้ำ พวกผู้หญิงที่นั่นชอบจับกลุ่มนินทา และเธอไม่อยากมีเรื่อง
นั่งตัวตรง จูลี่ถามว่า "ว่าแต่ เมล ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีหนังสือประวัติศาสตร์ไหม? หมายถึงเกี่ยวกับที่นี่น่ะ?" เธอถามประโยคสุดท้ายเสียงเบา
"มีชั้นหนังสือประวัติศาสตร์อยู่สองสามชั้น แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามีประเภทไหนบ้าง ถ้าเธออยากดู เดี๋ยวเราไปเช็กกันหลังเลิกเรียน" เมลานีเสนอ และจูลี่ก็ยิ้มกว้างให้เธอ
"ขอบใจนะ ฉันอยากไปอยู่พอดี"
"เธออยากเช็กอะไรที่นั่นเหรอ?" เมลานีถาม หยิบหนังสือออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ
"ฉันคิดว่าจะศึกษาเกี่ยวกับที่นี่หน่อยในเมื่อเราอาศัยอยู่ที่นี่ แทบไม่มีกิจกรรมอื่นให้ทำเลยนอกจากเรียน" ซึ่งก็จริง จูลี่คิดในใจ แต่ความจริงก็คือเธออยากรู้เรื่องหอที่เธออยู่ตอนนี้มากขึ้นต่างหาก
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เมลานีพูดว่า "อ้อ จะมีงานรอบกองไฟเร็วๆ นี้ เธออยากไปร่วมไหม?"
"รอบกองไฟ?" จูลี่ถาม
เมลานีพยักหน้า "เนื่องจากนักเรียนไม่ออกไปนอกเขตมหาวิทยาลัย ทุกเดือนพวกปีสูงจะจัดงานรอบกองไฟขึ้น นักเรียนทุกคนไปร่วมงานเพื่อทำความรู้จักกัน เหมือนปาร์ตี้สังสรรค์นั่นแหละ ปกติฉันกับคอนเนอร์ก็ไป มันสนุกดีนะ เธอไม่ค่อยได้เห็นนักเรียนมารวมตัวกันเยอะๆ หรอก"
น่าสนใจแฮะ จูลี่คิดในใจ
"ก็ดีที่ป่ากันไฟได้" จูลี่เล่นมุก
ตามที่ตกลงกัน หลังเลิกเรียนในช่วงบ่ายแก่ๆ จูลี่และเมลานีมุ่งหน้าไปยังตึกที่เป็นที่ตั้งของห้องสมุด
ห้องสมุดกว้างขวางพอๆ กับตึกบลู และมันถูกเรียกว่าตึกเรด (Red Block) เพราะผนังสีเลือดหมู อาคารประกอบด้วยสองชั้น มีชั้นหนังสือสองแถว ซึ่งมีชั้นวางข้างละยี่สิบชั้น ตรงกลางมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นักเรียนนั่งอ่านหนังสือด้วยกัน
ขณะที่จูลี่เดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับเมลานี เธอมองขึ้นไปที่เพดานที่ทำจากไม้สีน้ำตาลเข้มที่มีส่วนโค้งตรงกลาง
"เธอจะเจอหมวดประวัติศาสตร์ตั้งแต่ชั้นที่สิบหกเป็นต้นไป เดี๋ยวฉันจะไปเอาหนังสือของฉันจากอีกฝั่งนะ" เมลานีบอกก่อนจะผละจากจูลี่ไป
เมื่อมาถึงโซนประวัติศาสตร์ จูลี่เริ่มอ่านชื่อหนังสือ พยายามหาคำสำคัญอย่าง เวเทอริส, ลอร์ด, หรือคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นี้
จูลี่เดินจากฝั่งหนึ่งของชั้นวางไปยังอีกฝั่ง เงยหน้ามองชื่อหนังสือและสงสัยว่าควรปีนบันไดขึ้นไปดูดีไหม
"ด-ได้โปรด อ๊ะ!"
ตาของจูลี่เบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงกระซิบที่ลอยเข้าหู เธอมองซ้ายมองขวา สงสัยว่าเสียงมาจากไหน เธอหูแว่วไปเองหรือเปล่า? แต่แล้วเธอก็ได้ยินมันอีกครั้ง
มีคนถูกรังแกอยู่หรือเปล่า?!
ตั้งคำถามกับตัวเอง จูลี่หยิบหนังสือขึ้นมาและกำแน่นเป็นอาวุธ เธอเดินผ่านชั้นวางทีละชั้นจนถึงชั้นสุดท้ายใกล้ผนัง สายตาของเธอไปสะดุดกับผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่งที่กำลังนัวเนียกันอยู่ในห้องสมุด
ใบหน้าของผู้ชายซุกอยู่ที่ซอกคอของฝ่ายหญิง หลังพิงกำแพง และดูเหมือนฝ่ายหญิงจะกำลังเพลิดเพลิน จูลี่สังเกตเห็นผู้ชายเลียริมฝีปากขณะผละออกจากคอของผู้หญิงและมองมาทางเธอ โอ พระเจ้า
ทำไมเธอต้องมาเจอเขาในเวลาที่ไม่เหมาะสมตลอดเลย! เธอมั่นใจว่าเขาต้องคิดว่าเธอตามรอยเขาแน่! เธอเห็นเขาหรี่ตาลงที่ถูกขัดจังหวะ และเขาก็ถามว่า
"สนุกกับการดูโชว์ หรือต้องการอะไร?"
จูลี่อึ้งจนพูดไม่ออก และเมื่อเห็นเขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอก็หันหลังแล้วรีบเดินหนีจากตรงนั้น
"ทำไมเธอถึงวิ่งล่ะ?" เมลานีที่เดินมาจากอีกฝั่งถาม
"อ้อ นั่นน่ะ ฉันคิดว่าจะยืมหนังสือไปอ่านที่ห้องน่ะ เราไปอ่านด้วยกันเถอะ" จูลี่เสนอ
"เราต้องการบรรยากาศที่เหมือนบ้านมากกว่านี้พร้อมกับขนม" จูลี่ลากเพื่อนที่กำลังงงลงบันไดไป
กลับไปที่ชั้นวางสุดท้ายของหมวดประวัติศาสตร์บนชั้นสอง เด็กสาวพยายามจะเข้าใกล้โรมันอีกครั้ง แต่เขาวางมือบนไหล่ของเธอ มองตรงเข้าไปในตาของเธอ เขาออกคำสั่ง
"ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นซะ ออกไป"
เด็กสาวเดินจากไปราวกับว่าเธอไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ในขณะที่โรมันเดินไปที่ราวระเบียงเพื่อมองลงไปข้างล่าง เขาเฝ้ามองเด็กผู้หญิงที่ขัดจังหวะเขาเมื่อครู่ เดินไปที่โต๊ะบรรณารักษ์แล้วออกจากตึกไป