เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง

ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง

ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง


ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง

==================================================

ไม่กี่วันก่อนหน้านี้

โรมัน มอลเทนอร์ ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์ของเขาอยู่หน้าตึกอำนวยการ เขามาที่นี่เพื่อพบกับอาจารย์ใหญ่ แต่เธอกำลังติดธุระกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาเฝ้ามองนักเรียนบางส่วนจากจุดที่เขายืนอยู่

เขาอัดบุหรี่เข้าปอดอีกครั้ง หลับตาลงขณะพ่นควันขึ้นสู่อากาศเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา

เมื่อเขาหันหน้าไป ก็เห็นว่าเป็นนักเรียนใหม่—คนที่มีแว่นตา ดวงตาของเขาหรี่ลง จำได้ว่าเธอเรียกเขาว่า 'คนงี่เง่า'

ขณะที่เขาพูดกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ไซมอน เพื่อนของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น

"มิสดันเต้เรียกแล้ว"

โรมันส่งสายตาอำมหิตไปที่เด็กผู้หญิงก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับไซมอน

"นั่นใคร?" ไซมอนถาม สายตาอยากรู้อยากเห็นมองไปที่โรมัน

"ไม่มีใคร" โรมันตอบห้วนๆ ขณะเดินผ่านระเบียงตึกที่ไร้ผู้คน ระหว่างทาง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เดินสวนมา

เมื่อพวกเขาไปถึงห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ มิสดันเต้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะเงยหน้ามองนักเรียนสองคนที่เข้ามาในห้อง

"พวกนั้นมาทำไม?" โรมันถามอาจารย์ใหญ่ตรงๆ

มิสดันเต้ชินกับพฤติกรรมของโรมันแล้ว เธอรู้จักเขามาหลายปี "พวกเขาเจอรอยเลือดจากถนนที่มุ่งหน้าไปสู่ป่าลึก แต่ยังไม่เจอศพ พวกเธอพอจะรู้ไหมว่าเป็นใคร?" ผู้หญิงคนนั้นถามด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น

"อาจเป็นสัตว์ที่ถูกอีกตัวล่าก็ได้" ไซมอนเสนอความเห็น แต่ดันเต้ส่ายหัว

"คราวนี้ไม่ใช่สัตว์" อาจารย์ใหญ่ตอบ

"คุณน่าจะไปถามนักเรียนคนอื่น พวกเราไม่ได้สะเพร่า ดันเต้" โรมันตอบ ดวงตาสีดำของเขาดูเบื่อหน่าย "นักเรียนบางคนจากหอพักของเราดูจะมีปัญหาในการทำตามกฎ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ก็ตึงเครียด กรามของเธอกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ "ฉันจะบอกบอร์เรลล์ให้หาตัวคนทำให้ได้และลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎ ป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าปล่อยให้คนโง่เพ่นพ่านและทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาหลายปี อีกอย่าง ที่ฉันเรียกเธอสองคนมาเพราะฉันต้องการให้พวกเธอจับตาดูนักเรียนใหม่ มีข้อมูลว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาเรียนในปีนี้"

"ดูเหมือนจะมีคนน่าสงสัยสินะ" โรมันพูดก่อนจะเข้าเรื่องที่เขามาหาเธอ "ฉันนึกว่าห้องหมายเลขหนึ่งร้อยจะปิดตายซะอีก"

ไซมอนที่ยืนอยู่ข้างโรมันดูประหลาดใจเพราะเขาไม่ได้ยินเรื่องนี้มาก่อน "ที่ดอร์มิโทเรียมน่ะเหรอ?" น้ำเสียงเขาเจือความแปลกใจ

"ย้ายนักเรียนคนนั้นไปหออื่น" โรมันสั่งด้วยสีหน้าตายด้าน

มิสดันเต้จ้องกลับไปที่โรมัน "ไม่มีห้องว่างเหลือในดอร์มิโทเรียมนั้นแล้ว และฉันย้ายนักเรียนไปหออื่นไม่ได้ด้วยเหตุผลที่เธอรู้อยู่แก่ใจ"

ได้ยินแบบนี้ กรามของโรมันก็ขบแน่น "ย้ายยัยนั่นไปห้องอื่นให้เร็วที่สุด ไม่งั้นฉันจะหาวิธีทำให้หอพักว่างเอง" เขาหันหลังและเดินออกจากห้อง

"ว้าว เขาดูอารมณ์เสียนะ" ไซมอนพึมพำ และหันกลับไปเห็นอาจารย์ใหญ่จ้องเขม็ง เขาโปรยยิ้มให้เธอแล้วพูดว่า "ขอให้เป็นวันที่ดีนะครัล มิสดันเต้"

เมื่อไซมอนก้าวออกจากตึก โรมันก็ไปถึงที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาแล้ว หยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวม โดยไม่รอช้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไป

"เกิดอะไรขึ้น?"

ไซมอนหันไปเห็นโอลิเวีย ซึ่งถือหนังสือสามเล่มในอ้อมแขน เพิ่งมาจากห้องสมุด "เธอรู้ไหมว่าดันเต้ยกห้องหมายเลขหนึ่งร้อยให้นักเรียนใหม่?"

"รู้สิ" โอลิเวียตอบ "เขาคงหงุดหงิดที่รู้ว่ามีคนอื่นมาอยู่ในห้องเก่าของเขา เขาหวงของที่เป็นของเขาจะตาย"

"มาก" ไซมอนเห็นด้วย "เขาขู่ดันเต้ด้วย เขาคงออกไปสงบสติอารมณ์ นอกซะจากว่าเขาตัดสินใจจะออกไปล่า" เด็กหนุ่มยิ้ม

ริมฝีปากของโอลิเวียบิดเป็นรอยยิ้ม และเธอก็พูดว่า "เขาไม่ได้มุทะลุเหมือนนาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเรียนคนโปรดของดันเต้" เด็กหนุ่มพยักหน้า "นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงชอบหาเรื่องชกต่อย ซดคนให้น่วมยังดีกว่าฆ่าแล้วต้องมาเดือดร้อนทีหลัง"

"จริง" ไซมอนตอบก่อนจะแจ้งข่าวเธอ "ดันเต้บอกว่ามีรอยเลือดใหม่ในป่า พวกเขายังไม่รู้ว่าเป็นของใคร"

"น่าสนใจ เปิดเทอมมาสองอาทิตย์แรก เราก็มีคนตายในป่าแล้ว เอาล่ะ ฉันต้องไปทำการบ้านให้เสร็จก่อน" โอลิเวียกล่าว แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันที่หน้าตึก

เย็นวันต่อมาที่หอพักชาย แม็กซิมัสมาถึงหน้าห้องของโรมันและเคาะประตูที่เปิดแง้มอยู่ เมื่อผลักประตูเข้าไป แม็กซิมัสก็พบโรมันนอนอยู่บนเตียงโดยมีหนังสือกางปิดหน้าอยู่

"มีอะไร?" โรมันถามโดยไม่เอาหนังสือออกจากหน้า

"มิสฮิลล์อยากให้ฉันเอาจดหมายมาให้นาย" แม็กซิมัสแจ้ง ก้มมองซองจดหมายในมือ "เธอบอกว่าจดหมายม-"

"โยนทิ้งถังขยะไป" โรมันพึมพัม แทบไม่สนใจจะรู้ว่าจดหมายมีอะไรบ้าง

"ทั้งหมดเลยเหรอ?" แม็กซิมัสถามดูรายชื่อและยกซองจดหมายมาดมกลิ่นดอกไม้ จดหมายส่วนใหญ่มาจากพวกผู้หญิงในมหาวิทยาลัยที่ทิ้งจดหมายไว้ที่ห้องสำนักงานใหญ่ซึ่งรวมกับจดหมายอื่นๆ "ดูเหมือนสาวๆ จะชอบฉีดน้ำหอมใส่จดหมายให้นายนะ นายเคยอ่านสักฉบับไหม โรม?"

"ฉันอาจเผลอบีบคอพวกหล่อนถ้าเกิดได้อ่านขึ้นมา" โรมันตอบกลับอย่างขวานผ่าซาก และแม็กซิมัสก็ยิ้มกว้าง

"ก็เป็นไปได้" แม็กซิมัสฮัมเพลง แม้โรมันจะบอกให้โยนลงถังขยะ แต่เขาก็วางพวกมันไว้บนโต๊ะ "ฉันจะวางไว้ให้นายจัดการเองแล้วกัน อ้อ ตกลงนายตัดสินใจหรือยังว่างานรอบกองไฟจะมีเมื่อไหร่?"

"เสาร์หน้า" คำตอบสั้นๆ จากโรมัน

"เยี่ยม ฉันจะออกไปเจอสาวใหม่ปีหนึ่ง เจอกันคืนนี้" แม็กซิมัสประกาศ ปิดประตูห้องกึก โรมันได้ยินเสียงล็อก

ไม่กี่วินาทีผ่านไป โรมันก็ดึงหนังสือออกจากหน้าและลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง สายตาของเขาเลื่อนไปที่โต๊ะที่แม็กซิมัสวางจดหมายไร้สาระที่เขาไม่สนใจ

เขาหยิบจดหมายขึ้นมา ดูชื่อบนซองทีละซองแล้วโยนลงถังขยะโดยไม่คิดจะเปิดอ่าน ขณะที่กำลังคัดออก เขาเจอจดหมายฉบับหนึ่งที่หนักกว่าอันอื่นเพราะมีซองจดหมายอีกซองติดอยู่ด้วย เขาแกะมันออกและเห็นว่าจดหมายจ่าหน้าถึง 'โทมัส วินเทอร์' และผู้ส่งคือ จูเลียน วินเทอร์

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่ออ่านชื่อผู้ส่ง

ดูเหมือนว่านักเรียนใหม่ที่รับเข้ามาปีนี้จะมีปัญหาในการเข้าใจกฎที่ตั้งไว้ มหาวิทยาลัยมีกฎห้ามติดต่อครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในช่วงที่อยู่ที่นี่ และถึงแม้จะอ้างว่าเพื่อให้นักเรียนมีสมาธิ แต่โรมันรู้ดีว่าทำไมถึงต้องมีกฎพวกนี้

จดหมายจากนักเรียนจะไม่มีวันออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัยและทำได้แค่วนเวียนอยู่ข้างใน เจ้าหน้าที่และบุรุษไปรษณีย์คอยคัดแยกและส่งคืนมหาวิทยาลัยหากมีหลุดรอดไป โรมันพลิกซองจดหมายในมือ ฉีกซองเปิดออกและเริ่มอ่านข้อความ

รอยยิ้มแห้งๆ ปรากฏบนริมฝีปากเมื่อเขาเห็นคำว่า 'นักเรียนแปลกๆ'

"ดูเหมือนเธอจะโชคดีนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง

วันต่อมาเมื่อเริ่มคลาสเรียน โรมันโดดเรียนเหมือนหลายๆ ครั้ง เขาเดินไปที่หอพักหญิง เขารู้ทริคในการเปิดหน้าต่างและประตูเพราะมันเคยเป็นห้องของเขามาก่อน ดันหน้าต่างขึ้น เขาโยนจดหมายของเขาเองเข้าไป เป็นจดหมายเตือนเธอว่าอย่าส่งจดหมายออกไปนอกมหาวิทยาลัยอีก พร้อมกับคำขู่เล็กๆ น้อยๆ จากเขาแถมไปด้วย

โรมันยังไม่ลืมคำพูดของเธอ และเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆ หรือผู้คนผ่านไปโดยไม่ให้อะไรตอบแทนสักเล็กน้อย

"ยินดีต้อนรับสู่มหาวิทยาลัยเวเทอริส จูเลียน วินเทอร์" แล้วเขาก็หายตัวไปจากตรงนั้น

วันเดียวกันนั้น เวลาผ่านไป และเมื่อนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม จูลี่กดสวิตช์ไฟไปมาสามครั้ง แล้วเธอก็ถอนหายใจ

เจ็ดชั่วโมงต่อมา เธอนั่งอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มคลุมตัวพร้อมไฟฉายในมือ หันหน้าไปทางหน้าต่าง คิดว่าคนที่เขียนจดหมายจะปรากฏตัวต่อหน้าเธอ ตลอดเวลานั้น เธอนั่งอยู่ในความเงียบของห้องและฟังเสียงพูดคุยเบาๆ ที่มาจากนอกหอพัก

บางทีอาจเป็นแค่การแกล้งกัน จูลี่คิดในใจ

"เธอไปโดนอะไรมา?" เมลานีถามในวันรุ่งขึ้นเมื่อจูลี่เข้าห้องเรียน "สภาพเธอเหมือนพร้อมจะไปแคสต์หนังซอมบี้เลย"

"ฉันนอนไม่พอน่ะ" จูลี่นั่งลงข้างหลังเมลานีแล้วฟุบหน้ากับโต๊ะหาวหวอด เธอพยายามอย่างหนักเพื่อตามบทเรียนสัปดาห์แรกให้ทัน และไม่อยากเรียนไม่ทันอีกเพราะมัวแต่นอน ไม่นับว่าใกล้สอบแล้วด้วย

"อะไรทำให้เธอไม่ยอมนอน? วันนี้เธอน่าจะอ่านหนังสือแทนที่จะโต้รุ่งนะ" เมลานีเลิกคิ้ว "เธอควรไปล้างหน้าหน่อยนะ"

"ฉันไม่เป็นไร" จูลี่พึมพำ

เธอพยายามดื่มน้ำให้น้อยลงระหว่างคาบเพื่อเลี่ยงการเข้าห้องน้ำ พวกผู้หญิงที่นั่นชอบจับกลุ่มนินทา และเธอไม่อยากมีเรื่อง

นั่งตัวตรง จูลี่ถามว่า "ว่าแต่ เมล ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีหนังสือประวัติศาสตร์ไหม? หมายถึงเกี่ยวกับที่นี่น่ะ?" เธอถามประโยคสุดท้ายเสียงเบา

"มีชั้นหนังสือประวัติศาสตร์อยู่สองสามชั้น แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามีประเภทไหนบ้าง ถ้าเธออยากดู เดี๋ยวเราไปเช็กกันหลังเลิกเรียน" เมลานีเสนอ และจูลี่ก็ยิ้มกว้างให้เธอ

"ขอบใจนะ ฉันอยากไปอยู่พอดี"

"เธออยากเช็กอะไรที่นั่นเหรอ?" เมลานีถาม หยิบหนังสือออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ

"ฉันคิดว่าจะศึกษาเกี่ยวกับที่นี่หน่อยในเมื่อเราอาศัยอยู่ที่นี่ แทบไม่มีกิจกรรมอื่นให้ทำเลยนอกจากเรียน" ซึ่งก็จริง จูลี่คิดในใจ แต่ความจริงก็คือเธออยากรู้เรื่องหอที่เธออยู่ตอนนี้มากขึ้นต่างหาก

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เมลานีพูดว่า "อ้อ จะมีงานรอบกองไฟเร็วๆ นี้ เธออยากไปร่วมไหม?"

"รอบกองไฟ?" จูลี่ถาม

เมลานีพยักหน้า "เนื่องจากนักเรียนไม่ออกไปนอกเขตมหาวิทยาลัย ทุกเดือนพวกปีสูงจะจัดงานรอบกองไฟขึ้น นักเรียนทุกคนไปร่วมงานเพื่อทำความรู้จักกัน เหมือนปาร์ตี้สังสรรค์นั่นแหละ ปกติฉันกับคอนเนอร์ก็ไป มันสนุกดีนะ เธอไม่ค่อยได้เห็นนักเรียนมารวมตัวกันเยอะๆ หรอก"

น่าสนใจแฮะ จูลี่คิดในใจ

"ก็ดีที่ป่ากันไฟได้" จูลี่เล่นมุก

ตามที่ตกลงกัน หลังเลิกเรียนในช่วงบ่ายแก่ๆ จูลี่และเมลานีมุ่งหน้าไปยังตึกที่เป็นที่ตั้งของห้องสมุด

ห้องสมุดกว้างขวางพอๆ กับตึกบลู และมันถูกเรียกว่าตึกเรด (Red Block) เพราะผนังสีเลือดหมู อาคารประกอบด้วยสองชั้น มีชั้นหนังสือสองแถว ซึ่งมีชั้นวางข้างละยี่สิบชั้น ตรงกลางมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นักเรียนนั่งอ่านหนังสือด้วยกัน

ขณะที่จูลี่เดินขึ้นบันไดไปพร้อมกับเมลานี เธอมองขึ้นไปที่เพดานที่ทำจากไม้สีน้ำตาลเข้มที่มีส่วนโค้งตรงกลาง

"เธอจะเจอหมวดประวัติศาสตร์ตั้งแต่ชั้นที่สิบหกเป็นต้นไป เดี๋ยวฉันจะไปเอาหนังสือของฉันจากอีกฝั่งนะ" เมลานีบอกก่อนจะผละจากจูลี่ไป

เมื่อมาถึงโซนประวัติศาสตร์ จูลี่เริ่มอ่านชื่อหนังสือ พยายามหาคำสำคัญอย่าง เวเทอริส, ลอร์ด, หรือคำอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นี้

จูลี่เดินจากฝั่งหนึ่งของชั้นวางไปยังอีกฝั่ง เงยหน้ามองชื่อหนังสือและสงสัยว่าควรปีนบันไดขึ้นไปดูดีไหม

"ด-ได้โปรด อ๊ะ!"

ตาของจูลี่เบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงกระซิบที่ลอยเข้าหู เธอมองซ้ายมองขวา สงสัยว่าเสียงมาจากไหน เธอหูแว่วไปเองหรือเปล่า? แต่แล้วเธอก็ได้ยินมันอีกครั้ง

มีคนถูกรังแกอยู่หรือเปล่า?!

ตั้งคำถามกับตัวเอง จูลี่หยิบหนังสือขึ้นมาและกำแน่นเป็นอาวุธ เธอเดินผ่านชั้นวางทีละชั้นจนถึงชั้นสุดท้ายใกล้ผนัง สายตาของเธอไปสะดุดกับผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่งที่กำลังนัวเนียกันอยู่ในห้องสมุด

ใบหน้าของผู้ชายซุกอยู่ที่ซอกคอของฝ่ายหญิง หลังพิงกำแพง และดูเหมือนฝ่ายหญิงจะกำลังเพลิดเพลิน จูลี่สังเกตเห็นผู้ชายเลียริมฝีปากขณะผละออกจากคอของผู้หญิงและมองมาทางเธอ โอ พระเจ้า

ทำไมเธอต้องมาเจอเขาในเวลาที่ไม่เหมาะสมตลอดเลย! เธอมั่นใจว่าเขาต้องคิดว่าเธอตามรอยเขาแน่! เธอเห็นเขาหรี่ตาลงที่ถูกขัดจังหวะ และเขาก็ถามว่า

"สนุกกับการดูโชว์ หรือต้องการอะไร?"

จูลี่อึ้งจนพูดไม่ออก และเมื่อเห็นเขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอก็หันหลังแล้วรีบเดินหนีจากตรงนั้น

"ทำไมเธอถึงวิ่งล่ะ?" เมลานีที่เดินมาจากอีกฝั่งถาม

"อ้อ นั่นน่ะ ฉันคิดว่าจะยืมหนังสือไปอ่านที่ห้องน่ะ เราไปอ่านด้วยกันเถอะ" จูลี่เสนอ

"เราต้องการบรรยากาศที่เหมือนบ้านมากกว่านี้พร้อมกับขนม" จูลี่ลากเพื่อนที่กำลังงงลงบันไดไป

กลับไปที่ชั้นวางสุดท้ายของหมวดประวัติศาสตร์บนชั้นสอง เด็กสาวพยายามจะเข้าใกล้โรมันอีกครั้ง แต่เขาวางมือบนไหล่ของเธอ มองตรงเข้าไปในตาของเธอ เขาออกคำสั่ง

"ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นซะ ออกไป"

เด็กสาวเดินจากไปราวกับว่าเธอไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเขา ในขณะที่โรมันเดินไปที่ราวระเบียงเพื่อมองลงไปข้างล่าง เขาเฝ้ามองเด็กผู้หญิงที่ขัดจังหวะเขาเมื่อครู่ เดินไปที่โต๊ะบรรณารักษ์แล้วออกจากตึกไป

จบบทที่ ตอนที่ 7 - โดนขัดขวาง

คัดลอกลิงก์แล้ว