- หน้าแรก
- นักแต่งเพลงอัจฉริยะกับระบบเพลงฮิตติดหู
- บทที่ 280 - เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาบีบได้อีกแล้ว
บทที่ 280 - เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาบีบได้อีกแล้ว
บทที่ 280 - เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาบีบได้อีกแล้ว
บทที่ 280 - เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาบีบได้อีกแล้ว
พี่ลวี่ก็โหดไม่ใช่เล่น
เล่นตัวเองเจ็บน้อยสุด
ประโยคนี้อาจจะพูดเล่น
แต่เขาไม่ถือสาจริงๆ ถ้าจะปล่อยออกไป
คนเราต้องรักศักดิ์ศรี โดยเฉพาะเป็นศิลปิน หน้าตาเป็นเรื่องสำคัญ
แต่เรื่องหน้าตา มันก็ต้องดูสถานการณ์
แถมวันนี้เขาดื่มไปแล้ว!
ดื่มไปไม่น้อยด้วย
ผู้ชายวัยผู้ใหญ่คนหนึ่ง เมาแล้วเปิดเผยตัวตนต่อหน้าอัจฉริยะที่ตัวเองนับถือ มันสมเหตุสมผลไม่ใช่เหรอ?
ถ้าสำเร็จ ก็กลายเป็นเรื่องเล่าขาน——ลวี่เหว่ยเมาแล้วตามหานายเหนือหัว
ถ้าไม่สำเร็จ อย่างมากก็โดนคนหัวเราะเยาะ——ลวี่เหว่ยเมาแล้วพูดจาเพ้อเจ้อ แต่ก็เป็นคนจริงใจ
ประสบการณ์ในวงการหลายปีบอกเขาอย่างชัดเจนว่า วางมาดมากไป มีแต่เสียกับเสีย
ตอนนี้เขายังดังอยู่
เป็นนักร้องแถวหน้า
ไปไหนมาไหนใครๆ ก็ต้องเรียกว่าอาจารย์ด้วยความเคารพ
แต่ในเรื่องงานจ้างและพรีเซ็นเตอร์ สองปีมานี้รู้สึกได้ชัดเจนว่าเริ่มขาลง
บารมียังอยู่ไหม?
อยู่
ความนิยมยังมีไหม?
มี
แต่คนที่ติดต่อมาร่วมงาน น้อยลงไปเยอะจริงๆ
หันมาดูเจียงอิ่ง
"เจ๊ใหญ่จอมเปิ่น" ที่ปากไวกว่าสมองและมีแอนตี้แฟนเพียบในสายตาคนอื่น เธอทำยังไง?
หลังจากซื่อไต้มีเดียเปลี่ยนเจ้าของ อดีตราชินีเพลงที่โดนทิ้งคนนี้ตัดสินใจเด็ดขาดทันที
ย้ายซบอดีตบริษัทคู่แข่งเป็นคนแรก!
ถึงไม่ได้ไปสืบ แต่ลวี่เหว่ยก็เดาได้ว่า การที่เจียงอิ่งเดินหมากตานี้ ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกในใจ
สิ่งที่ต้องแลกไปย่อมไม่ใช่น้อยๆ!
เฟยหยางตอนนี้ไม่ใช่สถานสงเคราะห์
เมื่อเผชิญกับข่าวลือใส่ร้ายป้ายสีและการโจมตีสารพัด พวกเขาไม่เคยออมมือ
แม้แต่ปี้เสวี่ยเฟิงที่เป็นเบอร์หนึ่งระดับเดียวกับเขา ยังโดนจัดการซะน่วม
แต่ถึงอย่างนั้น เจียงอิ่งก็ยังกลายมาเป็นศิลปินในสังกัดเฟยหยางเยว่จาง
บอกว่าเป็นความร่วมมือแบบเท่าเทียมโดยเอาสตูดิโอมาแขวนไว้
แต่ในสายตาคนนอก เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพวกจงอวี่ถง ข่งซี หูเหว่ย หรอก
ยอมก้มหัว ยอมสละผลประโยชน์ เพื่อไปเป็นลูกน้องซ่งเต้า!
ไม่อย่างนั้นทำไมซ่งเต้าต้องแต่งเพลงให้เธอ?
แถมยังเป็นเพลงดีขนาดนั้น?
ทำไมลวี่เหว่ยถึงอยากมาร่วมวงเหล้าที่มีซ่งเต้าขนาดนั้น?
ความจริงลึกๆ ในใจก็มีความคิดนี้ผุดขึ้นมานานแล้ว
——ชีวิตคนเราคือการเลือกครั้งแล้วครั้งเล่า
เลือก "ลูกพี่" ถูก ชีวิตคุณจะราบรื่นจนน่าเบื่อ
ถ้าสามารถแลกผลประโยชน์บางส่วน เพื่อแลกกับความรุ่งโรจน์ครั้งที่สองในอาชีพ
การลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คือการดูถูกอนาคตตัวเองอย่างรุนแรง!
ดังนั้นหลังจากประโยคเดียวเรียกเสียงฮาครืนจากทุกคน เขาก็มองไปทางเซี่ยหงกับเหยียนอวี้ที่กำลังถ่ายวิดีโอ "พวกคุณเอาไปโพสต์ได้เลยนะ จริงๆ ผมไม่ถือสาเลยสักนิด"
พูดจบก็หันมาหาซ่งเต้า "อาจารย์ซ่ง คุณพูดมาคำเดียว ผมย้ายไปได้ไหม?"
ซ่งเต้าตอบ "อาจารย์ลวี่ให้เกียรติศาลเจ้าเล็กๆ ของเราขนาดนี้ ผมกับพี่เฟยย่อมยินดีต้อนรับอย่างยิ่งครับ"
"โอเค ได้ยินประโยคนี้ก็พอแล้ว เดี๋ยวผมโทรบอกคนในบริษัท ให้พวกเขาร่างระเบียบการออกมาเลย" ลวี่เหว่ยพูดจบ ก็ลุกออกไปโทรศัพท์จริงๆ
คนในงานวันนี้นอกจากลวี่เหว่ย ต่อให้ไม่ได้เอาสัญญามาไว้ที่เฟยหยาง ก็ถือเป็นคนสายเฟยหยางกันหมด
แต่ตอนที่ทุกคนกลายมาเป็นสายเฟยหยาง ตอนแรกไม่ใช่เพราะเฟยหยางเจ๋งอะไรหรอก
แต่ดึงดูดด้วยพรสวรรค์ของซ่งเต้าล้วนๆ
ตอนนั้นไม่มีใครคิดหรอกว่าเฟยหยางจะเติบโตภายใต้การนำของซ่งเต้าได้เร็วขนาดนี้
เร็วจนน่าตกใจ
ไม่กี่เดือนมานี้ เริ่มจากพวกเจียงอิ่ง แล้วก็ศิลปินอาวุโสระดับตำนานจากฮ่องกงอีกหลายคน
ทยอยกันตบเท้าเข้าร่วม
แม้แต่หลี่จวินที่ตัดสินใจถูกต้องเป็นคนแรกๆ ยังอดทึ่งไม่ได้
สายเฟยหยางเมื่อก่อนก็ทรงอิทธิพลมากอยู่แล้ว
ตอนนี้แม้แต่ลวี่เหว่ยที่เป็นเบอร์หนึ่งในปัจจุบันยังขอเข้ามาพึ่งใบบุญ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป จะสะเทือนวงการเพลงขนาดไหน?
ลองคิดดูให้ดี ตอนนี้เฟยหยาง ตั้งแต่แพลตฟอร์ม นักร้อง ไปจนถึงคนแต่งเพลงระดับปรมาจารย์
มันคือห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ!
ต่อให้ไม่มีชาร์ตเพลงใหญ่ แค่พึ่งแพลตฟอร์มจิ้งทิงมิวสิกอย่างเดียว สายเฟยหยางก็สามารถยืนหยัดในวงการเพลงภาษาเซี่ยได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องง้อใคร
——แบนพวกเราเหรอ? เหอะ พ่อเล่นเองก็ได้!
มิน่าพวกแพลตฟอร์มกับค่ายเพลงถึงได้ดิ้นพล่าน
การแผ่ขยายอำนาจแบบเงียบเชียบนี้ มันน่ากลัวจริงๆ
ทุกคนในที่นั้น ต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้นในใจ
...
แม้จะมีคนอัดวิดีโอไว้หลายคน แต่ทุกคนก็ลงความเห็นตรงกันว่า ให้บัญชีทางการของเฟยหยางเยว่จางเป็นคนโพสต์
การอัด คืออารมณ์พาไป อยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ไว้
แต่การโพสต์ มันเกี่ยวกับทราฟฟิกและกระแส
คนในงานวันนี้ ไม่มีใครโง่เง่าในเรื่องพรรค์นี้
เอาเวลาไปคิดเรื่องพวกนั้น สู้ไปขอเพลงจากซ่งเต้าดีกว่า
ในเมื่อบอสใหญ่ชอบอู้งาน ไม่ยอมออกมาทำมาหากิน
บัญชีทางการของเฟยหยางเยว่จางในซื่อติง หว่อซิ่ว และสุ่ยโป๋ ที่มักจะโพสต์วิดีโอเกี่ยวกับซ่งเต้าและหลินเฟย จึงมีผู้ติดตามจำนวนมหาศาล
โดยเฉพาะซื่อติงกับหว่อซิ่ว ยอดผู้ติดตามทะลุห้าล้านไปแล้ว
สำหรับบัญชีทางการของบริษัท นี่ถือเป็นปาฏิหาริย์ย่อมๆ เลยทีเดียว
...
ห้าทุ่มครึ่ง
คนที่รักสุขภาพปิดไฟนอนแล้ว
พวกนกฮูกรู้สึกว่ายังหัวค่ำ
บัญชีทางการของเฟยหยางในหลายแพลตฟอร์ม จู่ๆ ก็โพสต์วิดีโอคลิปหนึ่งพร้อมกัน
แล้วก็ระเบิด
ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาที ก็กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต
วิดีโอนี้ ขึ้นหน้าหนึ่งได้ง่ายดายเหมือนที่ลวี่เหว่ยพูดเล่นไว้จริงๆ
#เพลงร็อกใหม่ของซ่งเต้า#
แม้ทุกคนจะกดเข้าไปดูแล้วพบว่าเป็นเพลงที่แต่งให้เจ้าพ่อเพลงร็อกอย่างเฉินถิ่ง
แต่เนื้อหาในวิดีโอนี้มันอัดแน่นเกินไปแล้ว!
อย่างแรกคือคนที่มาร่วมงาน จะเรียกว่ารวมดาราคับคั่งก็ไม่เกินจริง
ลวี่เหว่ยผู้ขึ้นหน้าหนึ่งไม่ได้ เฉินถิ่งเจ้าพ่อเพลงร็อก สมาชิกทีมชาติอย่างอิ่นหง เซี่ยหง ฉู่เพ่ยหนิง ฉินหล่าง...
ต่อมาคือซ่งเต้ากับหลินเฟย
หนุ่มหล่อสาวสวยที่เพิ่งมีข่าวฉาวที่ฮ่องกง และเพิ่งเฉิดฉายในคอนเสิร์ตฟางเทียนหลง มาปรากฏตัวคู่กันอีกครั้งในเวลาไม่กี่วัน
ความจริงคนตาดีก็สังเกตเห็นว่า เทพธิดาชุดแดง เจ้าหญิงแห่งหลินชวนอย่างเหยียนอวี้ ที่เคยปรากฏตัวพร้อมซ่งเต้าและหลินเฟยที่ฮ่องกง
ครั้งนี้ก็ยังอยู่!
เพียงแต่เรื่องคบสามคนผัวเมียมันยังดูเหลือเชื่อเกินไปหน่อย
เลยไม่มีใครโยงไปถึงเรื่องนั้นมากนัก
จากนั้นก็ฉากที่เฉินถิ่งขอเพลงซ่งเต้าสดๆ
ถึงขั้นเสนอจะเอาสัญญามาเข้าสังกัดเฟยหยางเยว่จาง
เจ้าพ่อเพลงร็อกเล่นบทหน้าด้านกลางวง
เหล่าขาใหญ่พากันยุส่ง
ซ่งเต้าแต่งเพลงสด ร้องสด
ภาพเหล่านี้ ต่อให้ไม่ใช่แฟนคลับ ก็ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชีวิตส่วนตัวดาราได้เป็นอย่างดี
จุดพีคยังไม่หมดแค่นั้น
เพลง "สาวน้อยในเรือนกระจก" เพลงนี้ ในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ ทุกคนกำลังกรึ่มๆ
ทุกคนร้องประสานเสียงตาม
ความรู้สึกนั้นมันสุดยอดมาก พลังดึงดูดมหาศาล!
ทุกคนเคยเห็นฉากแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ?
เพลงบางเพลงเหมาะจะใส่หูฟัง ฟังคนเดียวเงียบๆ
บางเพลงเหมาะจะร้องบนเวที
สามารถกระตุ้นและควบคุมอารมณ์คนฟังได้ง่ายดาย
ทำให้ทุกคนลุกเป็นไฟ สนุกไปด้วยกันได้ทันที
ยังมีเพลงบางประเภท เหมือนเพลง "สาวน้อยในเรือนกระจก" ที่ซ่งเต้าเขียนสดในคลิปนี้
ขาใหญ่ร็อกร้องนำ ซ่งเต้าเล่นดนตรีคลอ นักร้องระดับท็อปกลุ่มหนึ่งร้องประสาน
สำหรับคนนับไม่ถ้วน นี่คือประสบการณ์ความสุขที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน!
ดังนั้นวิดีโอนี้ถึงได้เจ๋งมาก!
ไม่ต้องเสียเงินสักบาท แต่ผลการโปรโมตกลับดีกว่าบริษัทอื่นที่ทุ่มเงินมหาศาลเสียอีก
พวกชอบเผือกเรื่องดารา
ก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่เป็นธรรมชาติสุดๆ ของคนกลุ่มนี้ในวงเหล้าส่วนตัว
จะคิดว่า: อ๋อ ที่แท้ในชีวิตจริง พวกเขาก็ไม่ต่างจากพวกเราเวลาร้องเพลงแหกปากตอนเมาหรอก แค่ร้องเพราะกว่า
จะรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้เข้าถึงง่าย
พวกชอบฟังเพลง
ก็ได้รับเซอร์ไพรส์จากการได้ฟังเพลงร็อกใหม่โดยไม่ทันตั้งตัว
พวกชอบเล่นมุกยิ่งได้กำไรมหาศาล——ลวี่เหว่ยที่เมานิดๆ คนเดียวก็สร้างมีมได้ตั้งหลายอัน
"อาจารย์ซ่งช่วยดันผมหน่อย!"
"ผมจะเข้าเฟยหยาง!"
"คณะทัวร์ผู้สูงวัย!" (บ้านพักคนชรา)
ดังนั้นหลังจากคลิปนี้ขึ้นหน้าหนึ่ง ช่องคอมเมนต์จึงคึกคักยิ่งกว่าตอนซ่งเต้าไปคอนเสิร์ตฟางเทียนหลงเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียอีก
"ฮ่าๆๆ ขำจะตาย พี่ลวี่ในที่สุดก็ได้เกาะกระแสองค์รัชทายาทขึ้นหน้าหนึ่งสักทีใช่ไหม?"
"ยินดีกับลวี่เหว่ยด้วย ที่ได้ขึ้นหน้าหนึ่ง!"
"พี่ลวี่เมาแล้วฮามาก อาจารย์ซ่งช่วยดันผมหน่อย ผมจะเป็นสมาชิกคณะทัวร์ผู้สูงวัย"
"เดี๋ยวนะ เฟยหยางเยว่จางกลายเป็นบ้านพักคนชราตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ชิวซินเหยา, เจียงอิ่ง, สืออวี้เหยียน, ฉินหล่าง... เออว่ะ เหมือนบ้านพักคนชราจริงๆ"
"วันหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านพักคนชราเฟยหยางเถอะ!"
"ความสามารถในการแต่งเพลงของพี่หมา มันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว"
"เฉินถิ่งแก่แต่เก๋า เพลง 'สาวน้อยในเรือนกระจก' แกก็ร้องได้ดีจริงๆ!"
"เห็นไหม? คนแต่งเพลงเก่งๆ เขาไม่สนข่าวฉาวหรอก ต่อให้ข้างนอกลือกันยังไง เขาก็ยังอยู่กับราชินีเพลง ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ"
"ฉากที่อิ่นหงรีบยื่นสมุดปากกา กับตอนหลินเฟยช่วยเก็บโต๊ะให้ซ่งเต้า ฮามาก"
สำหรับชาวเน็ตกลุ่มนี้ ตระกูลเฟยหยางน่าสนใจเกินไปแล้ว
มีเพลงให้ฟัง มีเรื่องราวให้เสพ
แม้แต่การสังสรรค์ส่วนตัว ยังถูกพวกเด็กโข่งกลุ่มนี้เล่นซะจนมีสีสัน
แต่สำหรับบริษัทเพลงและแพลตฟอร์มเพลงต่างๆ การปรากฏตัวของฮอตเสิร์ชแบบนี้ มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าให้ตาย
ตระกูลเฟยหยางนั้น "เผด็จการ" มาก
หลังจากถูกพวกเขากีดกันและกดดัน เพลงใหม่ทั้งหมด ก็เลือกจะปล่อยแบบผูกขาดบนแพลตฟอร์มจิ้งทิงมิวสิก
ใช้กำลังลำพังต่อกรกับแอปฯ เพลงทั้งหมด เพลงใหม่ทุกเพลงที่ปล่อยลงชาร์ตใหญ่ สามารถพุ่งทะลุเข้าสู่ท็อป 30 ของชาร์ตยอดนิยมได้สบายๆ
ทุกครั้งที่ตระกูลเฟยหยางมีคนเพิ่มมาหนึ่งคน บนแพลตฟอร์มของพวกเขาก็จะหายไปหนึ่งคน
ความจริงนี่ไม่ใช่จุดที่อันตรายที่สุด
ที่อันตรายที่สุดคือคนที่เข้าร่วมตระกูลเฟยหยางเหล่านี้ ต่อให้เป็น "คณะทัวร์ผู้สูงวัย" ที่ชาวเน็ตแซว นักร้องที่ไม่ปล่อยเพลงใหม่มาหลายปี ก็พร้อมจะงัดเพลงระดับคลาสสิกออกมาได้ทุกเมื่อ
ทุกเพลง สามารถดึงดูดแฟนคลับเดิมและคนฟังหน้าใหม่ให้ตามไปได้มหาศาล
ซอฟต์แวร์พวกนี้ ต่อให้โหลดมาไว้ในเครื่องทั้งหมด แต่อัตราการใช้งานมันต่างกัน
ในสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งลดฝ่ายหนึ่งเพิ่มแบบนี้ จิ้งทิงจะเติบโตขึ้นเป็นเจ้าตลาดตัวจริง ก็แค่เรื่องของเวลา
จะบอกว่า ตั้งแต่จิ้งทิงปรากฏตัว ค่ายเพลงต่างๆ ยังพอทน
พวกเขายังหน้าด้านทำเนียนมองจิ้งทิงเป็นพาร์ตเนอร์เหมือนเพนกวินหรืออีหว่างได้
ยังไงก็ปล่อยเพลงทุกแพลตฟอร์มอยู่แล้ว
แต่แพลตฟอร์มเพลงพวกนี้ทำไม่ได้ไง!
พวกเขาทำได้แค่มองดูจิ้งทิงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตาปริบๆ
และต้นเหตุ ก็มาจากตัวพวกเขาเอง!
คนที่ตัดสินใจถือคติ "ผลประโยชน์สูงสุด" อยากจะ "กดหัว" ตระกูลเฟยหยาง ให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าป่า ตอนนี้ไส้เขียวด้วยความเสียใจไปหมดแล้ว
แม้แต่จินฉีเฟิงที่ความสัมพันธ์กับซ่งเต้าดีมาก และลงทุนในละครมังกรหยกไปหลายสิบล้าน พอเห็นคลิปนี้ ก็ยังรู้สึกหดหู่ใจสุดขีด
ดึกป่านนี้แล้ว ยังอดไม่ได้ที่จะโทรหาซ่งเต้า
...
ซ่งเต้าที่คืนนี้ไม่ได้อยู่กับพี่สาวทั้งสอง กำลังอยู่ที่บ้านเช่าของตัวเอง
และหายากที่ยังไม่นอน
กำลังไถมือถือ อ่านคอมเมนต์ต่างๆ ของชาวเน็ตจอมเกรียนในฮอตเสิร์ชนั้น
เห็นจินฉีเฟิงโทรมา ก็กดรับด้วยความแปลกใจ
"น้องชาย ปรึกษาอะไรหน่อยสิ?" เสียงของจินฉีเฟิงฟังดูจริงใจมาก
"ประธานจินว่ามาเลยครับ"
ซ่งเต้าที่รู้ไส้รู้พุงเจ้าพ่ออินเทอร์เน็ตคนนี้ดี ไม่หลงกลง่ายๆ หรอก
อีกฝ่ายถนัดใช้มุกนี้ตบตา!
ดึกดื่นโทรมาเรียกน้องชาย ไม่มีเรื่องดีแน่
เรียกประธานจินดึงระยะห่างไว้ก่อน
"เฮ้อ นายเกรงใจกันขนาดนี้พี่ก็เขินแย่" จินฉีเฟิงถอนหายใจ แต่ไม่รอให้ซ่งเต้าตอบโต้ก็รีบพูดต่อรัวๆ "วันหลังปล่อยเพลง เพิ่มแพลตฟอร์มอีหว่างอวิ๋นอีกสักที่ได้ไหม? น้องชายวางใจ พี่ไม่ให้นายเสียเปรียบแน่นอน ส่วนแบ่งพี่ไม่เอาสักแดง ยกให้พวกนายหมด ทรัพยากรโปรโมตต่างๆ จัดเต็มแน่นอน ถ้าทำไม่ได้นายยกเลิกได้ทันที!"
พูดตรงๆ ก่อนจิ้งทิงจะเกิดขึ้น ถ้าแพลตฟอร์มไหนยื่นข้อเสนอแบบนี้ให้เฟยหยาง
ต่อให้ขอสิทธิ์ผูกขาด ซ่งเต้าก็ต้องเก็บมาคิด
เพราะเขาเอาแค่กระแสกับทราฟฟิก ส่วนแบ่งไม่เอาสักบาท ถือว่าจริงใจสุดๆ แล้ว
แต่ปัญหาคือ ตอนนี้ผมมีแพลตฟอร์มของตัวเองแล้วไง!
ผมไม่ดึงคนเข้าแพลตฟอร์มตัวเอง จะให้ไปดึงเข้าของคุณเหรอ?
เรื่องแบบนี้ ตีซี้ไปก็เปล่าประโยชน์!
ซ่งเต้าครุ่นคิด แล้วยิ้มตอบ "พี่เฟิง จิ้งทิงมิวสิกกับเรามีความร่วมมือกัน เซ็นสัญญากันไว้ เรื่องนี้ผมตัดสินใจคนเดียวไม่ได้หรอกครับ"
"งั้นนายดูสิ พอจะให้โอกาสพี่เลี้ยงข้าวประธานเหยียนกับนายสักมื้อได้ไหม? เรามาคุยกันดีๆ?
ความจริงในโลกธุรกิจ ตบตีกันเป็นเรื่องปกติ เหมือนเมื่อก่อนนายปล่อยเพลงที่อีหว่างอวิ๋น พวกเขาก็สนับสนุนไม่น้อย
อันนี้จริงใช่ไหม?
พอนายเปิดบริษัทหนัง จะถ่ายละคร คนตั้งเท่าไหร่ไม่เห็นด้วย ตอนนี้ยังมีคนแช่งอยู่เลย พี่ก็ควักเงินลงทุนให้ทันทีโดยไม่พูดมากไม่ใช่เหรอ?
เรื่องหนึ่งส่วนเรื่องหนึ่ง ธุรกิจก็คือธุรกิจ
ขอแค่ทุกคนได้ประโยชน์ ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ
นายว่าจริงไหม?"
น้ำเสียงของจินฉีเฟิง แฝงกลิ่นอายนักเลงโบราณ แต่คำพูดกลับเต็มไปด้วย "บุญคุณ" "การลงทุน" และ "ธุรกิจคือธุรกิจ"
คนแบบนี้ โดยเฉพาะพ่อค้า ต่อให้แสดงด้านที่เป็นกันเองออกมาแค่ไหน ลึกๆ แล้ว ก็หนีไม่พ้นการคำนวณผลประโยชน์
ในฐานะผู้ใหญ่ ซ่งเต้าไม่ได้รังเกียจ และไม่ได้โลกสวยขนาดมองทุกคนเป็นเพื่อน
แต่เขาจะไม่ยอมให้จินฉีเฟิงชักจูงเกม
"พี่เฟิง ในเมื่อพี่พูดมาขนาดนี้ งั้นผมขอพูดความคิดผมบ้างนะครับ"
จินฉีเฟิง "ฮ่าๆ น้องชายว่ามาเลย!"
ซ่งเต้าหยิบหูฟังมาใส่
ลุกเดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออก
มองดูไฟที่ยังสว่างอยู่ไม่กี่ดวงในตึกฝั่งตรงข้าม ซึ่งต่างปิดม่านกันการสอดแนม
"ผมไม่เข้าใจธุรกิจจริงๆ นั่นแหละ แต่ผมเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่ง มีบุญคุณต้องทดแทน โดนตบต้องตบกลับ"
ซ่งเต้าพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและราบเรียบ "รองประธานแพลตฟอร์มพี่ตอนนั้นวิ่งมาหาเฟยหยางไม่รู้กี่รอบ ขอให้เราไปลงเพลง เราก็ไป"
"ตอนนั้นพวกพี่ก็ไม่ได้เอาเปรียบเรา ให้พื้นที่โปรโมตไม่น้อย แต่พวกเรา... ก็ตอบแทนกลับไปแล้ว เราดึงผู้ใช้ใหม่ไปให้แพลตฟอร์มตั้งเท่าไหร่ ผมเชื่อว่าพวกเขาก็คงรายงานพี่แล้ว"
"ดังนั้นเรื่องนี้ ไม่มีใครช่วยใคร ผมพูดแบบนี้ พี่เฟิงคงไม่คัดค้านนะครับ?"
จินฉีเฟิงหัวเราะแห้งๆ "แน่นอน แน่นอน นายพูดถูก แม้แต่ทางเพนกวินมิวสิก ยังไม่กล้าพูดเลยว่าพวกเขาดันน้องชายจนดัง ทุกคนต่างพึ่งพาอาศัยกัน"
ซ่งเต้า "โอเค งั้นมาพูดเรื่องละคร..."
จินฉีเฟิงรีบขัด "เรื่องนี้ไม่ต้องพูด นายดูสิพี่ก็แค่พูดผ่านๆ อันนี้พี่เต็มใจ!"
เมื่อกี้เขามีเจตนาจะทวงบุญคุณกับซ่งเต้าจริงๆ
แต่คิดไม่ถึงว่าเด็กนี่จะหัวไวขนาดนี้ อายุน้อยนิด พูดจานุ่มนวล แต่สมองกลับชัดเจนแจ่มแจ้ง
ต่างฝ่ายต่างฉลาด ไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กมันพูดออกมาตบหน้าเขาต่อ
คนไม่เห็นด้วยกับมังกรหยกมีเยอะจริงๆ
ไม่ต้องพูดถึงชาวเน็ตที่ไม่รู้อะไรเลย เอาแค่ในวงการ หลายคนไม่ใช่ไม่เห็นด้วย
แต่มีแนวคิดเดียวกับแพลตฟอร์มเพลงตอนนั้น คือแค่ไม่อยากให้เด็กนี่มันได้ดี!
มังกรหยกเป็นนิยายดี แถมได้หยางซือหยวนบวกหยวนผิง คู่หูทองคำคู่นี้
ต่อให้ซ่งเต้าเขียนบทห่วยแตก แต่ภายใต้การควบคุมของสองคนนี้ ถ่ายออกมายังไงก็ขายได้
ตอนนั้นที่เขารีบเสนอตัวลงทุน ไม่เกี่ยวกับบุญคุณ
แค่เพราะเขาไม่ต้องแคร์บริษัทหนังพวกนั้น อยากจะ "ส่งถ่านกลางหิมะ" ในเวลานั้น
เพื่อให้ซ่งเต้าที่ใครๆ ก็ยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะติดหนี้บุญคุณเขา แล้วตัวเองก็ฟันกำไรก้อนโตไปด้วย
ต่อให้เขาไม่ลงทุน คนเขาจะถ่ายไม่ได้เหรอ?
หลินเฟยไม่มีเงิน หรือเหยียนอวี้ไม่มีชาติตระกูล?
แค่เขาคิดไม่ถึงว่า ซ่งเต้าไม่ได้เป็นแค่อัจฉริยะในด้านศิลปะ แต่ไอคิวในชีวิตจริงก็สูงปรี๊ด
มองเจตนาเขาออกทะลุปรุโปร่ง
"อ้อ เรื่องนี้ไม่ต้องพูดเหรอครับ?" ซ่งเต้าถาม
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง เรื่องนี้ไม่ต้องพูดจริงๆ" จินฉีเฟิงตอบ
"งั้นมาพูดเรื่องธุรกิจคือธุรกิจกันเถอะครับ!"
ซ่งเต้ายืนอยู่ริมหน้าต่าง แววตาลึกล้ำอย่างที่คนนอกยากจะได้เห็น
จะว่าไป เรื่องแพลตฟอร์มต่างๆ รวมหัวกันแก้กฎเพื่อเล่นงานพวกเขาก็เป็นเรื่องจริง
ดูเหมือนตอนนั้นเขาจะทำตัวชิลๆ เหมือนไม่ได้รับผลกระทบอะไร
แต่ความจริงไม่ใช่
พวกนั้นฆ่าซ่งเต้ากับหลินเฟยที่มีผลงานและฐานแฟนคลับแน่นปึ้กไม่ได้ก็จริง
และอาจฆ่าข่งซีกับหูเหว่ยที่ปั้นขึ้นมาจนมีฐานของตัวเองแล้วไม่ได้
แต่สามารถปิดตายทางออกในอนาคตของตระกูลเฟยหยางได้จริงๆ
ขังพวกเขาไว้ในบ่อเล็กๆ——ต้มกบในน้ำอุ่น
ถ้าไม่มีจิ้งทิงโผล่มา อย่างเร็วปีสองปี อย่างช้าสามห้าปี นักร้องตระกูลเฟยหยางที่หายไปจากชาร์ตเพลงต่างๆ อย่างสมบูรณ์ ถ้าโดนปิดล้อมอย่างบ้าคลั่งในด้านอื่นอีก ก็อาจจะหายไปจากวงการบันเทิงเซี่ยจริงๆ ก็ได้
การพุ่งเป้าไปที่เฟยหยางเยว่จางในตอนนั้น โดยเนื้อแท้แล้ว ไม่ต่างอะไรกับการโดนทางการสั่งแบน!
เพียงแต่การสั่งแบนจากทางการจะโหดเหี้ยมกว่า
คือ "ยิงเป้า"
ปังเดียว จบเห่
แต่แพลตฟอร์มพวกนี้ คือการตัดสิน "รอลงอาญา"
ขังไว้แล้วค่อยๆ ทรมาน
ไม่ตายทันที แต่ก็ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
ดังนั้นในเรื่องนี้ ใครมาบอกให้ซ่งเต้าใจกว้าง เขาจะสวนกลับด้วยคำว่า 'ไปตายซะ' ทันที
จินฉีเฟิงที่เป็น "ผู้ลงทัณฑ์" ยิ่งไม่มีสิทธิ์พูด!——เมื่อก่อนผมไม่ถือสาพี่ เพราะพี่ยังอ้างได้ว่าเป็นบอสใหญ่ ลูกน้องทำโดยพละการ
ชวนมาดื่มเหล้า ก็รีบแจ้นมา
ทีหลังยังเสนอตัวลงทุนเพื่อผูกมิตร
ผมก็มีจิ้งทิงแล้ว
เรื่องนี้ก็เลยปล่อยผ่านไปชั่วคราว
แต่ตอนนี้พี่โทรมาหาผมเพราะเรื่องนี้ งั้นก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องหน่อย
"ปีนี้หลายแพลตฟอร์มรวมหัวกันแก้กฎเล่นงานพวกเรา จะว่าไงดี ทำให้ผมเห็นธาตุแท้ของนายทุนชัดเจนเลยครับ"
"ผมไม่เข้าใจตรรกะธุรกิจของพวกพี่ แต่ผมเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่ง ทำแบบนั้นชื่อเสียงแพลตฟอร์มเสียหายหนักแน่"
"การผงาดของจิ้งทิง ความจริงก็คือการตบหน้าพวกพี่อย่างแรงจากผู้ใช้ออนไลน์และคนจริงๆ ออฟไลน์ ที่รังเกียจพฤติกรรมขูดรีดของพวกพี่!"
"ตอนที่พวกพี่คิดจะผูกขาด มองสมาชิกทุกคนเป็นตู้เอทีเอ็ม ต่อให้ไม่มีจิ้งทิง ก็จะมี 'ห่าวทิง' (ฟังดี), 'ต้งทิง' (ไพเราะ), 'อ้ายทิง' (ชอบฟัง) โผล่ขึ้นมาอยู่ดี"
"ผมว่าตรรกะง่ายๆ แบบนี้ไม่ต้องให้ผมพูดเยอะ พี่เฟิงตอนนี้ก็น่าจะคิดได้แล้ว"
"แต่จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่เห็นแพลตฟอร์มพวกพี่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย"
"และที่พี่เฟิงโทรมากลางดึก ก็ไม่ใช่เพราะพวกพี่ตระหนักได้ว่าทำแบบนั้นมันผิด"
"แค่สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามมหาศาล รู้ตัวว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะตายได้"
"ในฐานะบอสใหญ่ วิธีจัดการของพี่ ดันเป็นการขอให้ผมทิ้งแพลตฟอร์มที่สร้างมากับมือ เพื่อไปช่วยศัตรู?"
"พี่เฟิง ผมขอถามหน่อย ถ้าเปลี่ยนตำแหน่งกัน พี่เป็นผม พี่จะตกลงไหม?"
ตอนซ่งเต้าพูด จินฉีเฟิงทางปลายสายไม่ขัดจังหวะเลยแม้แต่คำเดียว
รอจนเขาพูดจบ ถึงได้ถอนหายใจด้วยรอยยิ้มขมขื่น
"ขอโทษทีนะน้องชาย เรื่องนี้ พี่วู่วามไปจริงๆ นายพูดถูกทุกอย่าง พี่ตระหนักได้แล้ว"
"นายเปิดใจคุยกับพี่ขนาดนี้ พี่ซึ้งใจมาก ขอบใจนะน้องชาย เอาอย่างนี้..."
จินฉีเฟิงหยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ "พี่ขอแสดงความจริงใจก่อน พี่จะปรับปรุงแก้ไขทางฝั่งอีหว่างอวิ๋นก่อน นายในฐานะเจ้าของจิ้งทิงมิวสิก ไม่มีเหตุผลต้องไปปล่อยเพลงที่อื่นจริงๆ"
"พี่จะเปลี่ยนแปลงก่อน แล้วนักร้องคนอื่นของตระกูลเฟยหยาง วันหน้าถ้ามีความจำเป็น เพิ่มแพลตฟอร์มเพิ่มการมองเห็น ก็เพิ่มรายได้อีกทาง นายว่าจริงไหม?"
ซ่งเต้าเริ่มนับถือจินฉีเฟิงขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว
เหมือนโทรศัพท์ครั้งนั้น เขาบอกให้มาดื่ม อีกฝ่ายก็มาจริงๆ
ไม่วางมาดเลยสักนิด
ทำเอาเปาจึ (ซาลาเปา) ที่อยู่กับเขาตอนนั้นตกใจแทบแย่
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ความจริงโดนเขาที่เป็นเด็กรุ่นหลานที่มีทรัพย์สินห่างกันคนละโยชน์ด่ายับ
ยังยอมกลืนเลือดตัวเอง คนแบบนี้น่ากลัวจริงๆ
คิดในใจ ซ่งเต้าก็ยิ้มตอบ "ได้สิครับ ความจริงนักร้องตระกูลเฟยหยาง ในสัญญาไม่เคยมีข้อห้ามเรื่องแพลตฟอร์มที่จะปล่อยเพลงอยู่แล้ว"
จินฉีเฟิงถอนหายใจ "มีเทพอย่างนายนั่งทับอยู่ ต้องเขียนในสัญญาด้วยเหรอ? เอาล่ะน้องชาย คืนนี้พี่เสียมารยาทแล้ว ไว้ว่างๆ พี่ไปเยี่ยมกองถ่ายมังกรหยก ถ้านายอยู่ เราค่อยมาสังสรรค์กัน ถ้านายไม่อยู่ ก็รอปิดกล้อง เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง!"
วางสาย
จินฉีเฟิงที่อยู่ไกลถึงบ้านพักที่หางโจวหลับตาลง นวดขมับ
ผ่านไปนานถึงถอนหายใจ
"เด็กคนนี้โตเร็วจริงๆ เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาบีบได้อีกแล้วสินะ!"
[จบแล้ว]