เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: พลังต่อสู้ที่ผิดปกติและถ้ำเช่า

บทที่ 16: พลังต่อสู้ที่ผิดปกติและถ้ำเช่า

บทที่ 16: พลังต่อสู้ที่ผิดปกติและถ้ำเช่า


“เชี่ย...  โคตร!”

ถังเจิ้นจ้องมองฉากตรงหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่าเป็นเวลานานกว่าจะเค้นออกมาจากปากได้ซักประโยคที่มีทั้งคำสบถแถมยังไม่ใช่ประโยคที่สมบูรณ์ด้วย

พวกเฉียนหลงกับพี่น้องมู่หรงก็พยักหน้าเห็นด้วย  แม้ว่าจะไม่รู้ว่าที่ถังเจิ้นพูดนั้นแปลว่าอะไร  แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วก็พอเดาได้ว่ากำลังตะลึงเหมือนกัน

ดูเหมือนชายร่างใหญ่ผู้นี้จะไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์ที่เอาแต่กินซะแล้ว  พลังต่อสู้ของหมอนี่มันเวอร์เกิน  ขนาดที่ใช้มือเปล่าทุบตีมอนสเตอร์จนตายได้อย่างง่ายดายไม่ต่างจากหั่นผักหั่นแตงโม

ด้วยพลังขนาดนี้หากติดอุปกรณ์ดี ๆ ให้ล่ะก็จะต้องกลายเป็นเครื่องจักรสังหารมอนสเตอร์ในร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์แน่!

กระนั้นทั้งกลุ่มก็ไม่มีใครนึกมาก่อน  ว่าฉากนองเลือดจนรู้สึกสงสารเจ้าพวกมอนสเตอร์เหล่านี้กลับเป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม  ฉากที่ทำให้ต้องอึ้งโดยแท้ยังมาไม่ถึง

เพราะหลังจากที่กำจัดมอนสเตอร์หมดฝูงแล้วเจ้าอ้สนดำต้าสยงก็เข้าไปแหวกศพมอนสเตอร์ด้วยสีหน้าตื่นเต้น  มันทุบหัวศพนั่นแตกโพละเหมือนทุบแตงโม

ฉากที่เศษเนื้อเศษสมองกระจายเปื้อนไปทั่วทำให้ทุก ๆ คนอยากอ้วก

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปกลับทำให้ทุก ๆ คนต้องอ้วกออกมาจริง ๆ

เพราะเจ้าอ้วนดำต้าสยงมันเอามือตบ ๆ ตะปบ ๆ ฉีก ๆ แล้วหยิบลูกปัดสมองออกมาจากหัวมอนสเตอร์แล้วโดยเข้าปากโดยไม่แม้แต่จะเช็ดออก

“อ้วกกกกกกกกก!”

มู่หรงจื่อเหยียนอ้วกออกมาทันที  ถังเจิ้นเองก็แทบพุ่ง  เฉียนหลงนี่หน้าเหมือนปวดขี้

ถังเจิ้นที่พึ่งจะเคยเห็นอะไรแบบนี้ไม่ต้องพูดถึง  ขนาดพวกเฉียนหลงที่ใช้ชีวิตอยู่ในแดนทุรกันดารนี้มาหลายปียังไม่ไหว

เมื่อเห็นเจ้าอ้วนดำต้าสยงกินลูกปัดสมองอย่างเอร็ดอร่อยแล้วถังเจิ้นก็คิดในใจในแบบหน้าซีด ๆ

‘ลูกปัดสมองธรรมดามีพลังพอที่จะขับเคลื่อนเทเลพอร์ตข้ามโลกได้  พวกผู้พเนจรทั่วไปใช้มันต่างเงินตรา  โหลวเฉิงใช้เป็นเครื่องเซ่นสังเวยในการอัปเกรด  แต่ไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามนุษย์สามารถดูดกลืนได้!  ถึงทำได้แต่ก็ต้องเป็นลูกปัดสมองเวลหกขึ้นไปไม่ใช่เหรอ?’

‘เห็นทีเราคงต้องใส่ใจกับข้อมูลนี้หน่อยแล้ว  เจ้าอ้วนนี่กลืนลูกปัดสมองสด ๆ ได้  คงเป็นสาเหตุที่แม้จะอยู่ในที่กันดารอดอยากแต่ก็ยังมีร่างกายใหญ่โตได้งั้นสินะ?’

ในขณะที่ถังเจิ้นกำลังคิดต้าสยงมันก็ทุบหัวศพอื่นแล้วจกเอาลูกปัดสมองออกมาทีละเม็ด ๆ โดยมันกินเข้าไปแค่ครึ่งเดียว  ส่วนอีกครึ่งเอาเก็บใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเอามือตบ ๆ อย่างดีอกดีใจ

หลังจากทำงานทั้งหมดนี้เสร็จต้าสยงก็วิ่งกลับมาด้วยแววตาเหมือนหมาน้อยที่ไม่มีพิษภัยอะไรเลย  แต่กลิ่นเหม็นของซากศพมอนสเตอร์ผสมกับกลิ่นตัวของหมอนี่แล้วหัวจะปวดจริง ๆ อย่างกับอาวุธชีวภาพ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายที่กลืนลูกปัดสมองสด ๆ คนนี้แล้วถังเจิ้นก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยในใจ ‘กูจับตัวเชี่ยไรมาเลี้ยงวะหนิ’

ถังเจิ้นบีบจมูกและถามต้าสยงว่า “นี่...  ต้าสยง  นายกินลูกปัดสมองสด ๆ แบบนี้ไม่ปวดท้องเหรอ?”

เจ้าอ้วนดำต้าสยงก็ลูบหัวตัวเองงง ๆ แล้วก็ส่ายหัวอย่างงง ๆ ก่อนจะยิ้มไร้เดียงสาโชว์ฟันขาวเต็มปาก

‘ดูจากไอคิวของมันแสดงว่าคงไม่มีวันเข้าใจคำถามละ  ลืมไปแล้วกันเรา’

แล้วถังเจิ้นก็โบกมือ “เอาล่ะ  ไปกันเถอะ!”

หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็หันหลังจากไปโดยพยายามอยู่ให้ห่างจากเจ้าต้าสยง  คนอื่น ๆ ก็เหมือนกัน  ไม่ได้กลัวมันนะ  แต่เหม็นจริง ๆ

ทีมยังคงออกเดินทางต่อไปยังเมืองผู้พเนจร  และถังเจิ้นก็ได้เห็นอะไรที่ทำให้ดวงตาเป็นประกายจึงหยุดทันที  อะไรที่ว่านั่นก็คือแอ่งน้ำ!

ถังเจิ้นหยิบสบู่ออกมาก้อนหนึ่งด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขแล้วโยนให้เจ้าต้าสยง  อีกฝ่ายก็รับแล้วเอาไปกัดครึ่งก้อนเคี้ยวกินอย่างมีความสุขซะอย่างนั้น

ถังเจิ้นเส้นเลือดปูดด้วยความโมโห  แต่ก็สอนมันใช้สบู่อาบน้ำอย่างมีน้ำอดน้ำทน  เสร็จแล้วก็เดินไปรอข้าง ๆ ซึ่งถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้เสียเวลาไปบ้างแต่ทุก ๆ คนก็เต็มใจ  ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะคลุกคลีกับเพื่อนที่เปื้อนกลิ่นศพคาว ๆ ตลอดเวลาได้

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเจ้าอ้วนดำต้าสยงกับกางเกงหนังตัวใหญ่ได้เดินมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยหลังจากอาบน้ำเสร็จ  ถังเจิ้นที่เดิมหันมองทางอื่นอยู่ก็หันไปดูตามเสียงแล้วก็ต้องผงะ  และเฉียนหลงกับมู่หรงจื่อเหยียนเองก็มีสีหน้าเหมือนเห็นผี

เพราะหลังจากอาบน้ำเสร็จเจ้าต้าสยงที่ตัวดำสนิทแต่เดิมกลับกลายร่างเป็นชายที่มีผิวขาวผ่องเป็นยองใยแถมยังดูเหมือนเด็กด้วย  โคตรจะประหลาดคน

‘งั้นเจ้าหมอนี่มันโดนสิ่งสกปรกเกาะหนาขนาดไหนกันวะ?  จะว่าไปที่แอ่งน้ำมีปลาลอยตายอยู่ด้วยนี่หว่า  หรือพวกมันก็เหม็นกลิ่นไอ้นี่จนตายด้วย?’

ถังเจิ้นแอบบ่นในใจขณะที่จ้องมองต้าสยง

ตอนนี้ต้าสยงกระพริบตาปริบ ๆ มองผิวขาว ๆ ของตนอย่างอึดอัดรู้สึกเหมือนสูญเสียบาเรียป้องกันตัวไป

“เอ่อ...  โอเคเลยหนิ  เด๋วไอ้กางเกงเน่า ๆ นั่นค่อยหาอันดี ๆ มาเปลี่ยนให้ทีหลังจะโอเคกว่านี้!”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งถังเจิ้นก็ตัดสินใจพูดออกไปด้วยน้ำเสียงชื่นชม  สุดท้ายแล้วเจ้าอ้วนขาวตรงหน้าก็ยังดูเจริญตากว่าเจ้าอ้วนดำก่อนหน้านี้มาก

อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ต้องทนดมกลิ่นมัน

การเดินทางต่อเป็นไปอย่างราบรื่น  และในไม่ช้าก็พบเมืองผู้พเนจรซึ่งอยู่ห่างออกไป  เมื่อทุกคนมาถึงหน้าประตูเมืองแล้ว  ยกเว้นรูปลักษณ์ที่เด่นสะดุดตาของต้าสยง  พวกถังเจิ้นทั้งกลุ่มไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้พเนจรคนอื่น ๆ เลย

หลังจากจ่ายลูกปัดสมองตามที่กำหนดทุกคนก็เข้าไปในเมือง  แต่คราวนี้ไม่ได้ไปที่โรงแรมเพราะมีแผนจะหาบ้านเช่า

เมื่อมีพี่น้องมู่หรงอยู่ด้วยแล้วถังเจิ้นจึงต้องทำอะไรอย่างรอบคอบมากขึ้น

ทว่าถังเจิ้นก็ไม่คุ้นเคยกับแง่มุมนี้มากนัก  ต้องให้งูเจ้าถิ่งอย่างเฉียนหลงนำทาง  แล้วพวกเขาก็ได้พบกับผู้จัดการบ้านเช่าในเมืองผู้พเนจรอย่างรวดเร็ว

ผู้จัดการไว้หนวดสวมชุดเกราะหนังที่ค่อนข้างชำรุด  มีกริชและซองบุหรี่ห้อยอยู่รอบเอวท่าทางหยิ่งผยองสุด ๆ

เจ้าผู้จัดการนี่มีนิสัยชอบจ้องมองคนอย่างพินิจพิเคราะห์  หลังจากได้ยินว่าพวกถังเจิ้นวางแผนที่จะเช่าบ้านที่นี่มันก็มองพวกเขาทั้งห้าทีละคน ๆ มองอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยจับจ้องไปที่ต้าสยงนานสุด

หลังจากมองเสร็จแล้วชายคนนี้พูดด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ “ถ้าต้องการอยู่ที่เดียวกันทั้งห้าคนและเป็นที่ที่เงียบสงบเป็นพิเศษล่ะก็  มีแค่ถ้ำฝั่งตะวันตกของเมืองเท่านั้น  ค่าเช่าคือลูกปัดสมองเลเวลหนึ่งปีละสองร้อยเม็ด”

หลังจากที่ถังเจิ้นได้ยินราคาหัวใจก็เจ็บปวด

เฉียนหลงหันกลับมาพยักหน้าให้โดยบอกว่าราคาไม่เลว  ถังเจิ้นจึงทำได้แค่แค่หยิบลูกปัดสมองออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งมันให้อีกฝ่ายไปด้วยความเจ็บปวด  หลังจากนับลูกปัดสมองเสร็จแล้วผู้จัดการก็หยิบโดมิโนโยนให้  ซึ่งโดมิโนนี้เป็นหลักฐานการเช่าบ้านนั่นเอง

หลังจากที่เฉียนหลงถามตำแหน่งที่แน่ชัดเสร็จแล้วก็พาทุกคนไปที่จุดหมายในทันที

หลังจากเดินไปซักพักผ่านตรอกซอกซอยที่คดเคี้ยวของเมือง  ในที่สุดทุกคนก็มาถึงเนินเขาสูงแห่งหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยถ้ำหลายสิบแห่งทั้งเล็กและใหญ่ที่ถูกคนขุดขึ้น  โดยในตอนนี้ถ้ำส่วนใหญ่มีผู้พเนจรเข้าไปอาศัยแล้ว

ถังเจิ้นถามเฉียนหลงระหว่างทางมาที่นี่  ปรากฏว่าผู้พเนจรทุกคนสามารถอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้ได้เป็นเวลานานก็จริง  แต่โดยพื้นฐานแล้วคนที่อยู่ได้มักจะเป็นทีมที่มากความสามารถพอจะหาลูกปัดสมองทีละมาก ๆ ได้  หรือไม่ก็เป็นหมาป่าเดียวดายที่แข็งแกร่งสุดขีด  ไม่งั้นก็ต้องเป็นคนที่โคตรโชคดี

ส่วนผู้พเนจรทั่วไปก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังที่จะอยู่ที่นี่นาน ๆ ได้หรอก  อย่างมากก็แค่มาใช้ลูกปัดสมองซื้อโควตาเข้าออกเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกให้ตนเองในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

หลังจากเฉียนหลงค้นหาที่หน้าถ้ำแล้วเขาก็เดินไปที่ถ้ำแห่งหนึ่งหลังจากยืนยันว่านี่คือสถานที่ที่เขาเช่า  ถังเจิ้นก็เดินเข้าไปก่อน

แสงในถ้ำนี้สลัวมาก  และในที่สุดถังเจิ้นก็มองเห็นสภาพแวดล้อมภายในได้อย่างชัดเจนหลังจากที่สายตาปรับโฟกัสอยู่พักหนึ่ง  พื้นที่ทั้งหมดของถ้ำนี้ประมาณ 50 ตารางเมตร  คุณภาพอากาศค่อนข้างแย่  ภายในไม่มีอะไรนอกจากฝุ่นกับขยะ

“เอาล่ะมาทำความสะอาดกันเถอะ  เราจะอยู่ที่นี่กันซักพักใหญ่ ๆ”

หลังจากที่ถังเจิ้นโบกมือพร้อมตะโกน  ทุก ๆ คนต่างก็วางหีบห่อสิ่งของและเริ่มทำความสะอาดถ้ำ

ถังเจิ้นจ้องมองที่ทางเข้าถ้ำอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าการป้องกันที่นี่หยาบ  ไม่สิ  ไม่มีการป้องกันเลยต่างหาก  คนอื่นสามารถเดินดุ่ย ๆ เข้ามาได้อย่างหน้าด้าน ๆ เลยด้วยซ้ำ

เมื่อคิดว่าถ้าเขากับเฉียนหลงออกไปล่า  การทิ้งพี่น้องมู่หรงกับต้าสยงไว้ที่นี่ก็ไม่มีความปลอดภัยเลยน่ะสิ  ดังนั้นถังเจิ้นเลยวางแผนจะเสริมความแข็งแกร่งให้ถ้ำอยู่ในใจ

ในเมื่อต้องอยู่ที่นี่ซักพักใหญ่ ๆ ก่อนจะสร้างโหลวเฉิง  งั้นก็ควรที่จะจัดการไม่ให้มีปัญหาด้านความปลอดภัยนั่นจะดีที่สุด

ด้วยความคิดนี้ถังเจิ้นจึงไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป  หลังจากบอกลาพวกเฉียนหลงแล้วเขาก็เดินออกจากถ้ำและไปยังบริเวณใกล้เคียงที่ไม่มีคนอยู่

หลังจากเช็กจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนจริง ๆ ด้วยแอปแผนที่  ถังเจิ้นจึงเทเลพอร์ตกลับบ้าน

เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วถังเจิ้นก็นั่งพักบนเตียงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปข้างนอก

เขานั่งรถไปที่ตลาดวัสดุก่อสร้างและซื้อปูนซีเมนต์กับอิฐแดงก่อนเลย

หลังจากนั้นก็ซื้อแผ่นเหล็กหนาจำนวนมากโดยตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดครึ่งเมตรและขอให้คนงานเชื่อมเหล็กเหล่านี้ตามที่เขาต้องการ  โดยจะเอาฝังผนังระหว่างก่ออิฐเพื่อเป็นตัวป้องกัน

ในเวลาเดียวกันเขายังสั่งประตูเหล็กซึ่งสามารถถอดประกอบได้พร้อมติดตั้ง

เพื่อให้แน่ใจว่าที่พักพิงชั่วคราวนี้จะสามารถใช้รับมือกับอันตรายส่วนใหญ่ได้ถังเจิ้นถึงกับซื้อหน้ากากกันแก๊สพิษ  ถังดับเพลิง  และสิ่งของอื่น ๆ จนแน่ใจสุด ๆ แล้วว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ขึ้นมาแล้วจะมีของครบพอเอาตัวรอดกันได้

ในช่วงเวลาดังกล่าวถังเจิ้นซื้อของใช้ประจำวันมาอีกจำนวนมาก  รวมถึงอาหารกระป๋องและขนมปังกรอบมาเพื่อเป็นอาหารฉุกเฉิน

หลังจากได้เสื้อผ้า  รองเท้า  และหมวกที่ทนทานแต่ไม่เด่นสะดุดตาสำหรับลูกทีมทุกคนรวมถึงเจ้าอ้วนต้าสยงมาแล้ว  ถังเจิ้นก็จ้างรถขนของขนทั้งหมดนี่กลับบ้าน

หลังจากกลับถึงบ้านถังเจิ้นก็เอาของทั้งหมดใส่ลงช่องเก็บของโดยจะต้องแบ่งเป็นส่วน ๆ ขนกลับถ้ำทีละชุด ๆ อยู่หลายรอบ

เมื่อกลับไปที่โลกนั้นก็ไปเรียกให้พวกเฉียนหลงมาช่วยขนของ  โดยอาศัยว่าเป็นเวลากลางคืนแอบขนทั้งหมดไปยังถ้ำที่ตนอาศัย  พวกเฉียนหลงแม้จะสงสัยที่มาของวัสดุเหล่านี้แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะยังไงก็ตัดสินใจติดตามถังเจิ้นแล้ว

นอกจากนี้ความสามารถของถังเจิ้นในจัดหาสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถไม่ธรรมดา

แม้จะเป็นคนละโลก  แต่คุณค่าของผู้มีความสามารถยังคงเหมือนกัน  ตราบใดที่สามารถหาอาหารและความปลอดภัยจากมอนสเตอร์มาให้ได้  ทุก ๆ คนที่ได้รับก็จะเชื่อฟังอย่างแน่นอน

หลังจากย้ายวัสดุที่ซื้อทั้งหมดกลับมาที่ถ้ำพวกเขาจุดเทียนให้ความสว่าง  จากนั้นทุก ๆ คนก็เริ่มทำงานภายใต้คำแนะนำของถังเจิ้น  เขาอธิบายวิธีการใช้วัสดุต่าง ๆ และด้วยปริมาณงานที่ไม่ได้มากมายอะไรนักจึงทำให้งานทั้งหมดเสร็จก่อนรุ่งสาง

ปากถ้ำที่มีการเสริมแกร่งนั้นดูธรรมดามาก ๆ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นอิฐคอนกรีตเสริมเหล็กโดยปูนภายนอกไม่ได้มีการฉาบให้เรียบ

ประตูเหล็กทึบบานใหญ่ถูกเศษผ้าแปะกาวบังไว้หมดโดยไม่มีการเผยเนื้อเหล็กออกมาให้เห็น  เวลาจะใช้งานคือเลื่อนกลอนล็อกเอาซึ่งการจะพังเข้าไปนั้นไม่ง่าย

เมื่อปากถ้ำมีการป้องกันเช่นนี้แล้วทำให้ถังเจิ้นรู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ

จบบทที่ บทที่ 16: พลังต่อสู้ที่ผิดปกติและถ้ำเช่า

คัดลอกลิงก์แล้ว