- หน้าแรก
- บอดี้การ์ดสุดแกร่งของท่านประธานหญิง
- บทที่ 16 ตามหาจ้าวกัง
บทที่ 16 ตามหาจ้าวกัง
บทที่ 16 ตามหาจ้าวกัง
"ยัยเด็กคนนี้ เล่นแรงชะมัด" เย่เฟิงส่ายหน้า พลางกวาดตามองสภาพห้องที่เละเทะ ก่อนจะโทรหาฝ่ายนิติบุคคลของโครงการให้ส่งช่างมาซ่อมด่วน
ต้องยอมรับว่านิติบุคคลของคอนโดหรูทำงานเป็นมืออาชีพมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็พาช่างซ่อมบำรุงมาถึง โชคดีที่ประตูนิรภัยห้องของเย่เฟิงคุณภาพดี เพียงแค่กลอนประตูเสียเท่านั้น คาดว่าตอนที่คนพวกนั้นบุกเข้ามา ประตูคงแค่ปิดงับไว้เฉยๆ ไม่ได้ล็อก ไม่อย่างนั้นคงพังเข้ามาไม่ง่ายขนาดนี้
ใช้เวลาเปลี่ยนแม่กุญแจใหม่ไม่นาน ฝ่ายนิติบุคคลทักทายเย่เฟิงแล้วก็จากไป ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกุญแจรวมอยู่ในค่าส่วนกลางแล้ว เย่เฟิงจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
เย่เฟิงเดินกลับเข้ามาในห้อง ตรงไปเคาะประตูห้องของหยางหลิน "ไปกินข้าวกัน"
"ไม่ไป!" เสียงหยางหลินตอบกลับมาผ่านประตู น้ำเสียงฟังดูหงุดหงิดชัดเจน
"ไม่ไปก็ช่าง ประหยัดตังค์ดี" เย่เฟิงหันหลังกลับทันที แต่ยังเดินไม่พ้นประตูห้อง หยางหลินก็เปิดประตูพุ่งพรวดออกมา โวยวายว่า "ใครบอกว่าฉันไม่ไปยะ รอด้วย!"
เมื่อครู่ตอนยื้อยุดฉุดกระชากกัน เสื้อผ้าของหยางหลินยับยู่ยี่ ตอนนี้เธอเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว ท่อนบนสวมเสื้อสายเดี่ยวสีชมพู ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนขาสั้นโชว์เรียวขาขาวเนียน สวมรองเท้าส้นสูงแบบเปิดส้น ดูเย็นตาและเซ็กซี่ไม่เบา
หยางหลินเห็นเย่เฟิงยืนตะลึงมองเธออยู่ที่หน้าประตู ก็หน้าแดงระเรื่อ แกล้งทำปากยื่น "มองอะไร ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง!"
เย่เฟิงเบ้ปาก ทำท่าไม่ยี่หระ "คนสวยน่ะเคยเห็นเยอะแยะ แต่สวยแบบเธอนี่ไม่เคยเจอจริงๆ ถ้าเอาขนมาแปะทั้งตัว บอกว่าเป็นลิงหลุดมาจากสวนสัตว์ คงมีคนเชื่อแหละ!"
"นายสิลิง! ไอ้บ้าเย่เฟิง ปากเสีย!" หยางหลินสวนกลับทันควัน
"ก็จริงไหมล่ะ? เป็นผู้หญิงหัดทำตัวให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหม ชุดสวยๆ ใส่แล้วเสียของหมด!"
"เรื่องของฉันน่า" หยางหลินบ่นอุบ
เย่เฟิงเปิดประตูเดินออกไป ไม่วายหันมาแซว "เมื่อกี้เหมือนมีคนบอกว่าจะไม่ไปกินข้าวไม่ใช่เหรอ?"
"ฉันจะไปหรือไม่ไป นายยุ่งอะไรด้วย!" หยางหลินค้อนขวับ แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความรู้สึกที่เธอมีต่อเย่เฟิงเปลี่ยนไปมากทีเดียว
แม้ตอนที่เย่เฟิงช่วยเธอ เขาจะดูเหมือนกวนประสาทและหน้าเลือดเรียกเงินห้าล้าน แต่หยางหลินสัมผัสได้ว่าลึกๆ แล้วเขาเป็นห่วงเธอ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าเสี่ยงเรียกร้องขนาดนั้น
เย่เฟิงส่ายหัว เดินนำไปที่ลิฟต์...
...
ณ ห้องทำงานประธานกรรมการบริษัทหยางเฉิงกรุ๊ป
กวนฮุยยืนก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดต่อหน้าหยางเฉิงซิงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ "ท่านประธานครับ ผมทำให้ท่านผิดหวัง ผมพานุหนูหลินกลับมาไม่ได้"
"หืม?" หยางเฉิงซิงขมวดคิ้ว "เกิดอะไรขึ้น?"
กวนฮุยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด แต่แน่นอนว่าเขาปกปิดเรื่องที่ตัวเองถูกเย่เฟิงจัดการได้ง่ายๆ โดยอ้างว่าเย่เฟิงใช้วิธีสกปรกเล่นงานเขา ทำให้เขาพาหยางหลินกลับมาไม่ได้
หยางเฉิงซิงฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ แล้วหัวเราะเบาๆ "เจ้าหนุ่มเย่เฟิงนี่น่าสนใจดี กล้าเรียกเงินห้าล้านเชียวรึ? ลูกสาวฉันมีค่าแค่ห้าล้านเองเหรอเนี่ย?"
"ท่านประธานครับ ให้ผมพาคนไปเพิ่มแล้วไปพาคุณหนูกลับมาไหมครับ? ไอ้หมอนั่นเก่งแค่ไหนก็ตัวคนเดียว น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ผมไม่เชื่อว่าจะจัดการมันไม่ได้" กวนฮุยพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
แต่หยางเฉิงซิงกลับโบกมือห้าม "เรื่องนี้ปล่อยไปก่อน นายออกไปได้แล้ว"
กวนฮุยจำใจเดินออกไป หยางเฉิงซิงยิ้มมุมปาก "ล้มบอดี้การ์ดมือดีที่สุดของฉันได้ เจ้าหนุ่มเย่เฟิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ให้หลินเอ๋อร์อยู่ข้างนอกสักพักก็ดี ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี อยู่กับหมอนั่นน่าจะปลอดภัยกว่าอยู่กับฉัน!"
...
เมืองหยางเฉิงตั้งอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีตอนล่าง ห่างจากจินหลิงหนึ่งในสี่เมืองที่ร้อนระอุที่สุดของจีนเพียงร้อยกว่ากิโลเมตร ความร้อนจึงไม่แพ้กัน แม้จะเป็นเวลากลางคืนแต่อากาศก็ยังอบอ้าว
เย่เฟิงและหยางหลินทานข้าวเสร็จแล้วกำลังเดินเล่นบนถนนในเมืองหยางเฉิง ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปเงียบๆ
ผู้คนต่างมองคู่แปลกประหลาดคู่นี้เป็นระยะ เย่เฟิงสวมเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นโคร่งๆ รองเท้าแตะคีบ เดินลากเท้าเสียงดังแตะๆ ส่วนหยางหลินเดินตามต้อยๆ เหมือนลูกน้องตัวน้อย
หยางหลินไม่อยากเดินเตร็ดเตร่ข้างนอกนัก ถึงจะเป็นตอนกลางคืนแต่อากาศก็ยังร้อนอยู่ดี
"นี่ นายจะไปไหนเนี่ย?" หยางหลินเห็นเย่เฟิงเดินเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวๆ ก็เริ่มบ่นอุบอิบ
เย่เฟิงปรายตามองเธอเรียบๆ "ถ้าไม่อยากมาก็กลับไปสิ ฉันไม่ได้ขอให้ตามมาสักหน่อย"
หยางหลินทำแก้มป่อง "เชอะ! ถ้าไม่กลัวพวกนั้นกลับมาอีก ผีตัวไหนจะอยากตามนายมาเดินตากแดดตากลมแบบนี้ล่ะ!"
"พูดมาก อยู่เงียบๆ สักพักไม่ได้หรือไง? ถ้าไม่อยากตามมาก็กลับไปก่อนเลย!" เย่เฟิงดุ
หยางหลินรีบหุบปากฉับ ให้เธอกลับคนเดียวตอนนี้ เธอไม่กล้าหรอก หลังจากวันนี้ไป ให้เธอออกไปไหนมาไหนคนเดียว เธอก็คงไม่กล้าแล้ว
หยางหลินรู้ดีว่าอยู่กับเย่เฟิงปลอดภัยที่สุด ขืนห่างจากเขา ไม่รู้จะมีใครโผล่มาจับตัวเธอไปอีกเมื่อไหร่
หยางหลินรู้ฤทธิ์เดชพ่อตัวเองดี พอนึกถึงคู่หมั้นเฮงซวยนั่น เธอก็หน้ามืด พ่อคิดยังไงถึงจะจับเธอแต่งงานกับคนพรรค์นั้น เหมือนผลักเธอลงนรกชัดๆ
เย่เฟิงเดินเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่ง จู่ๆ ก็จ้องมองเลขที่บ้านหลังหนึ่งด้วยแววตาตื่นเต้น "ที่นี่แหละ! ที่นี่แน่ๆ เจ้าจ้าวกัง ฉันกลับมาแล้ว!" เย่เฟิงตะโกนก้องในใจ
จ้าวกังเป็นเพื่อนเล่นสมัยเด็กและเพื่อนซี้ตายแทนกันได้ของเย่เฟิง สมัยนั้นหยางเฉิงยังไม่มีตึกสูงระฟ้ามากขนาดนี้ มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่เต็มไปหมด ตอนเด็กๆ สองคนนี้ทำเรื่องแสบๆ ไว้เยอะ ทั้งแก้ผ้าเล่นโคลน โตขึ้นมาหน่อยก็ไปปาหินใส่กระจกบ้านชาวบ้าน ขโมยไข่นก
จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งไปปาหินใส่กระจกบ้านคนอื่น แล้วโดนไล่กวดข้ามถนนไปหลายสาย เย่เฟิงข้อเท้าแพลง บอกให้จ้าวกังหนีไปก่อน แต่ไอ้หมอนั่นไม่ยอมไป ยืนยันจะอยู่กับเย่เฟิง สุดท้ายโดนจับได้ทั้งคู่ เย่เฟิงโดนพ่อดุจนหูชา แต่จ้าวกังซวยกว่า พ่อของเขาอารมณ์ร้อนเป็นไฟ วันนั้นจ้าวกังเลยโดนตีจนก้นลาย
เรื่องนี้ทำให้เย่เฟิงซึ้งใจมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขา จ้าวกังคงหนีรอดไปได้และคงไม่โดนพ่อตีหนักขนาดนั้น
หยางหลินมองเย่เฟิงที่ดูตื่นเต้นผิดปกติด้วยความสงสัย พึมพำกับตัวเองว่า "หมอนี่เป็นอะไรไป? เห็นบ้านเก่าๆ แค่นี้ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น?"
เย่เฟิงมือสั่นเทาขณะผลักประตูบ้านหลังนั้น แม้ทุกอย่างในลานบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ก็ยังมีร่องรอยความทรงจำวัยเด็กหลงเหลืออยู่ เย่เฟิงลูบตรงนั้นจับตรงนี้ด้วยความตื้นตันใจ
ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน เห็นคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาก็ถามเสียงแข็ง "พวกคุณเป็นใคร? เข้ามาในบ้านคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง?"
เย่เฟิงระงับความตื่นเต้นแล้วถามว่า "ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าจ้าวกังยังอยู่ที่นี่ไหมครับ?" ผ่านไปหลายปี เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าครอบครัวจ้าวกังยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า
"จ้าวกัง? คุณจำผิดหรือเปล่า ที่นี่ไม่มีคนชื่อนี้!"
"หา?" เย่เฟิงชะงัก ไม่น่าใช่ เมื่อก่อนลานบ้านนี้มีแค่สองครอบครัวอาศัยอยู่ คือครอบครัวเขาและครอบครัวจ้าวกัง พอครอบครัวเขาย้ายออก ก็ยกบ้านให้พ่อแม่จ้าวกัง แล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงบอกว่าไม่รู้จักจ้าวกัง?
"หาอะไร? บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีสิ!" หญิงวัยกลางคนเริ่มหงุดหงิด
"แปลกจัง ผมจำได้ว่าเมื่อก่อนบ้านจ้าวกังอยู่ที่นี่นี่นา!" เย่เฟิงงุนงง
หญิงวัยกลางคนนึกขึ้นได้ ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ "อ๋อ! คุณหมายถึงคนที่เคยอยู่ที่นี่เมื่อก่อนหรือเปล่า? พวกเขาย้ายออกไปหลายปีแล้ว"
"ย้ายไปแล้ว? ทราบไหมครับว่าย้ายไปที่ไหน?" เย่เฟิงใจหายวาบ สิบปีให้หลังเขากลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด แต่เพื่อนรักกลับย้ายหนีไปเสียแล้ว
"เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก!" พอรู้ว่าเย่เฟิงมาตามหาคนจริงๆ ท่าทีระแวดระวังของหญิงวัยกลางคนก็ลดลง
"ขอบคุณครับ งั้นไม่รบกวนแล้วครับ" เย่เฟิงเดินออกมาด้วยความผิดหวัง หยางหลินมองตามเย่เฟิงด้วยความสงสัย ที่แท้เขามาที่นี่เพื่อตามหาคนเหรอ?
เดินออกมาได้สักพัก หยางหลินทนเก็บความสงสัยไม่ไหว "เพื่อนของนายเคยอยู่ที่นี่เหรอ?"
"อืม นานมาแล้วนะ เกือบสิบปีได้แล้วมั้ง ช่างเถอะ อย่าพูดถึงเลย กลับกันเถอะ" เย่เฟิงรู้สึกหดหู่ที่หาจ้าวกังไม่เจอ
"อ้อ" หยางหลินสัมผัสได้ว่าเย่เฟิงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ จึงไม่เซ้าซี้ต่อ
ทั้งสองเดินกลับคอนโดของเย่เฟิงไปตามถนน แสงไฟริมทางทอดยาว ทาบทับเงาของทั้งคู่ลงบนพื้นถนน...
...
ณ บาร์กะลาสี เมืองหยางเฉิง
หวังเปียว แห่งแก๊งซิงหลง กำลังโอบกอดสาวสวยคนหนึ่ง สายตาหื่นกระหายจับจ้องหน้าอกอวบอิ่ม มือไม้ซุกซนลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ
หญิงสาวในอ้อมกอดบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน ส่งเสียงออดอ้อน "พี่เปียวขา พี่ร้ายจังเลย!"
หวังเปียวตีก้นงอนงามของเธอเพียะหนึ่ง หัวเราะร่า "ยัยตัวแสบ ไป! พี่จะพาไปเปิดห้อง!" ว่าแล้วก็โอบเอวพาเธอเดินออกจากบาร์
จังหวะนั้นโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น หวังเปียวเหลือบมองเบอร์ที่โชว์หน้าจอ แล้วบีบก้นหญิงสาวอีกที "ไปนั่งรอตรงโน้นก่อน เดี๋ยวพี่ขอคุยโทรศัพท์แป๊บ"
รอจนหญิงสาวเดินออกไป หวังเปียวถึงกดรับสาย คุยอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสาย ใบหน้าเหี้ยมเกรียมเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน "เย่เฟิง? แค่รปภ.กระจอกๆ กล้าดีมาแหยมกับคุณชายฟางชิงหยวน สงสัยจะเบื่อชีวิตแล้วสินะ!"
จากนั้นเขาก็กวักมือเรียก หญิงสาวเดินนวยนาดกลับมาหา หวังเปียวบีบก้นเธออย่างมันเขี้ยว หัวเราะหื่นกาม "ไป พี่จะพาไปขึ้นสวรรค์!"