เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เรียกค่าเสียหายขูดรีด

บทที่ 15 เรียกค่าเสียหายขูดรีด

บทที่ 15 เรียกค่าเสียหายขูดรีด


"ดี! ดี! ดีมาก!" เย่เฟิงไม่โกรธแต่กลับหัวเราะออกมา เขาชี้ไปยังประตูที่พังยับเยินแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พวกนายเป็นคนทำใช่ไหม?"

"ใช่แล้วจะทำไม?" กวนฮุยตอบอย่างไม่ยี่หระ

"ผู้ชายอกสามศอกรวมหัวกันรังแกผู้หญิงคนเดียว แถมยังบุกเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านคนอื่นอีก พวกนายนี่ใจกล้าไม่เบาเลยนะ!" ประกายไฟแห่งความโกรธลุกโชนในดวงตาของเย่เฟิง

กวนฮุยกำลังจะสวนกลับ แต่ชายร่างกำยำคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบสะกิดแขนเขาเบาๆ พร้อมส่งสายตาเป็นนัย กวนฮุยหันไปมองอย่างสงสัย "มีอะไร?"

ชายร่างกำยำกระซิบเสียงเบา "เขาคือคนคนนั้นที่บาร์วันก่อน!"

"เขาเนี่ยนะ?" กวนฮุยหันกลับมาพิจารณาเย่เฟิงอย่างละเอียด ก่อนจะหัวเราะเยาะ "พวกนายแพ้ไอ้หมอนี่มาเนี่ยนะ?"

ชายร่างกำยำพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ ในใจสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก

"ไอ้พวกไร้น้ำยา! แค่เด็กเมื่อวานซืนคนเดียวก็จัดการไม่ได้ ยิ่งอยู่ยิ่งถอยหลังลงคลองกันหมด!" กวนฮุยสบถเบาๆ แล้วหันขวับมาจ้องเย่เฟิง "ได้ยินมาว่าแกฝีมือไม่เลวนี่! แต่ฉันไม่ใช่ไอ้พวกขี้แพ้นั่น เพราะงั้นขอเตือนว่าอย่าแส่เรื่องชาวบ้าน ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาแกรับไม่ไหวแน่!"

"โฮ่? ปากดีใช้ได้เลยนี่! อยู่ในถิ่นของฉันยังกล้าทำกร่างขนาดนี้!" เย่เฟิงรู้สึกหงุดหงิด ไอ้พวกนี้พังประตูบ้านเขา แล้วยังมีหน้ามาพูดจาโอหังอีก แบบนี้ยอมไม่ได้

แม้เย่เฟิงจะไม่อยากหาเรื่อง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมารังแกถึงหน้าประตูบ้าน จะให้ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนคงไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังกล้ารังแกผู้หญิง เรื่องนี้ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด

"ฉันจะกร่างแล้วแกจะทำไม?" กวนฮุยเหลือบมองเย่เฟิงด้วยสายตาเหยียดหยาม

แม้เย่เฟิงจะดูแข็งแรง แต่กลับไม่มีรังสีอันตรายแผ่ออกมาเลย ดูเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีพิษสง กวนฮุยเริ่มสงสัยแล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบาร์วันนั้นเป็นฝีมือเย่เฟิงจริงๆ หรือเปล่า

กวนฮุยเป็นบอดี้การ์ดคนสนิทของหยางเฉิงซิง ประธานกลุ่มหยางเฉิงกรุ๊ป ฝีมือดีและนิสัยหยิ่งยโส เขาเคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในบาร์ แต่ไม่ค่อยเชื่อนัก ทว่าพวกลูกน้องที่กลับมารายงานต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน เขาจึงเริ่มสนใจเย่เฟิง แต่พอได้มาเห็นตัวจริงวันนี้ กลับรู้สึกผิดหวังอย่างแรง

"จะทำยังไง เดี๋ยวแกก็รู้!" เย่เฟิงขยับตัววูบ พุ่งเข้าหากวนฮุยอย่างรวดเร็ว กางนิ้วทั้งห้าออกดั่งกรงเล็บหมายจะคว้าคอชายร่างผอม

กวนฮุยตะโกนอย่างคึกคะนอง "เข้ามาเลย!" มือขวายื่นออกไปรวดเร็วดั่งสายฟ้า หมายจะคว้าข้อมือเย่เฟิง แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือของเขากำลังจะสัมผัส แขนของเย่เฟิงกลับพลิกหลบราวกับปลาไหล แล้วพุ่งเข้าบีบคอกวนฮุยได้สำเร็จ

เย่เฟิงเหวี่ยงร่างกวนฮุยไปทางประตูอย่างแรง เสียงดัง 'ตุ้บ' ร่างของกวนฮุยกระแทกพื้นแข็งๆ เข้าอย่างจัง แต่กวนฮุยสมกับเป็นบอดี้การ์ดมือดี เขาใช้มือยันพื้นแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที มือลูบคอตัวเองพลางแผ่รังสีอำมหิตออกมา

เขาไม่เคยเสียท่าจนดูน่าสมเพชขนาดนี้มาก่อน แค่กระบวนท่าเดียวก็ถูกเย่เฟิงเหวี่ยงกระเด็น ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าที่สุด

"ไอ้หนู แกวอนหาที่ตาย!" กวนฮุยพุ่งเข้าใส่เย่เฟิงอย่างบ้าคลั่ง เย่เฟิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "ฉันว่าแกต่างหากที่วอนหาที่ตาย!"

มองไม่ทันว่าเย่เฟิงทำอะไร ราวกับกวนฮุยเอาตัวไปให้เขาจับเอง เย่เฟิงคว้าคอกวนฮุยไว้อีกครั้ง แล้วแทงเข่ากระแทกเข้าที่ท้องน้อยอย่างจัง

กวนฮุยเบิกตากว้างมองมือที่บีบคอตัวเอง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับถูกคว้าน เอามือกุมท้องทรุดลงกับพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

เขารู้ฝีมือตัวเองดี ต่อให้เจอกับหน่วยรบพิเศษทั่วไปก็ไม่น่าจะหมดทางสู้ขนาดนี้

หยางหลินเห็นเย่เฟิงแสดงฝีมือจัดการกวนฮุยลงไปกองกับพื้นได้อย่างง่ายดายก็ตื่นเต้นดีใจ เธอรู้ว่าถ้าเย่เฟิงยอมช่วย เธอรอดแน่ จึงตะโกนเชียร์เสียงดัง "เย่เฟิง สุดยอดไปเลย!"

เย่เฟิงหันมามองเธออย่างอ่อนใจ ยัยตัวแสบคนนี้ทำท่าทางได้ใจเชียวนะ เมื่อกี้ยังทำหน้าตาน่าสงสารอยู่เลย ผู้หญิงนี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริงๆ

"พูดมากจริงนะเธอ!"

เย่เฟิงมองกวนฮุยที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แล้วกวาดตามองพวกชายฉกรรจ์รอบๆ พูดเสียงเรียบ "เขาว่ากันว่าคนมีฝีมือแล้วทำเก๋าเขาเรียก 'เทพ' แต่ถ้าไม่มีฝีมือแล้วทำซ่าเขาเรียก 'โง่' ฉันว่าแกมันก็แค่ไอ้โง่คนหนึ่ง" พูดจบก็เตะส่งกวนฮุยกระเด็นออกนอกประตูไป

ร่างกวนฮุยกระแทกผนังทางเดินเสียงดังโครม คอพับสลบเหมือดไปทันที

ความโหดดิบเถื่อนของเย่เฟิงทำให้ดวงตาของหยางหลินเป็นประกายวิบวับ

จัดการเสร็จ เย่เฟิงปัดมือเบาๆ แล้วหันไปมองพวกชายฉกรรจ์ที่ยังยืนอออยู่หน้าห้องหยางหลิน พร้อมรอยยิ้มเย็น "พวกนายจะไสหัวไปเอง หรือจะให้ฉันเชิญออกไป?"

ในสายตาของชายฉกรรจ์เหล่านี้ ตอนนี้เย่เฟิงดูเหมือนปีศาจร้าย พวกเขารู้ดีว่ากวนฮุยเก่งแค่ไหน ในกลุ่มนี้ไม่มีใครสู้กวนฮุยได้ แต่ยอดฝีมืออย่างกวนฮุยกลับถูกเย่เฟิงจัดการได้ง่ายดายปานนั้น

ขืนบุกเข้าไปก็คงโดนซ้อมน่วม แต่ท่านประธานกำชับหนักแน่นว่าต้องพานางหนูหยางหลินกลับไปให้ได้ จะขัดคำสั่งก็ไม่ได้ ตอนนี้พวกเขาจึงตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

เย่เฟิงเริ่มหมดความอดทน "ทำไม? จะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันหรือไง?" เขายกมือทำท่าจะลงไม้ลงมือ

พวกชายฉกรรจ์เห็นท่าทีของเย่เฟิงก็กัดฟันตัดสินใจ ลากแขนหยางหลินจะพาออกไป หยางหลินร้องลั่น "เย่เฟิง ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!"

เย่เฟิงมองหยางหลินแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยปาก "ช้าก่อน! ทิ้งเธอไว้ที่นี่"

"เอ่อ..."

"ทำไม? หรือไม่ได้ยินที่ฉันพูด? คิดจะพาคนไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ?" สีหน้าเย่เฟิงเริ่มไม่สบอารมณ์

"แต่ว่า..." พวกชายฉกรรจ์ลังเล ชายคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า "ลองคุยกันดีๆ ไหม คุณต้องการอะไรถึงจะยอมให้เราพาคุณหนูไป?"

"คุยกันเหรอ? ได้สิ!" เย่เฟิงรับคำทันที แล้วกวาดตามองพวกนั้น "อยากพาเธอไปก็ได้ แต่ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ทำของพังก่อน รวมทั้งค่าทำขวัญให้ฉันด้วย!"

ได้ยินดังนั้น พวกชายฉกรรจ์ก็โล่งอก แค่เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา "ว่ามาเลยครับ จำนวนเท่าไหร่ ถ้าสมเหตุสมผลเราจ่ายให้แน่นอน!"

เย่เฟิงลูบคางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "ประตูบานละพัน สองบานก็สองพัน ส่วนค่าทำขวัญ... เอาสักหนึ่งล้านก็พอ!"

"หนึ่งล้าน?" ชายคนที่เจรจาหน้าถอดสี "นี่มันขูดรีดกันชัดๆ!"

เย่เฟิงมองพวกเขาด้วยสายตายียวน "ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ห้าล้าน! ขาดไปแดงเดียวก็อย่าหวังว่าจะได้ตัวคนไป!"

"นี่..." ห้าล้านไม่ใช่เงินน้อยๆ แม้พวกเขาจะเป็นบอดี้การ์ดรายได้ดี แต่ห้าล้านถือเป็นเงินมหาศาลสำหรับพวกเขา สีหน้าของทุกคนเริ่มดูไม่ได้

"ห้าล้านมันมากเกินไป ผมตัดสินใจไม่ได้ เอาอย่างนี้ ห้าแสน ผมโอนให้เดี๋ยวนี้เลย!"

"ห้าแสน? เห็นฉันเป็นขอทานหรือไง? ถ้าตัดสินใจไม่ได้ก็ไสหัวไป ให้คนที่ตัดสินใจได้มาคุยกับฉัน!" เย่เฟิงทำหน้าขึงขัง จ้องชายคนนั้นเขม็ง แผ่รังสีอำมหิตออกมา

สัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากเย่เฟิง พวกชายฉกรรจ์ถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!

สู้ก็สู้ไม่ได้ เงินห้าล้านก็ไม่มี พวกเขาจึงได้แต่ล่าถอยกลับไปอย่างทุลักทุเล

หยางหลินเห็นพวกเขาจากไปก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เดินเข้ามาหาเย่เฟิงแล้วพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ "ขอบคุณนะ! ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงโดนจับตัวกลับไปแล้ว"

"ขอบคุณ? ไม่ต้องหรอก! ฉันกะว่าจะเอาเธอไปแลกเงินห้าล้านนั่นต่างหาก!" เย่เฟิงตอบหน้าตาย

"นายคงไม่ได้คิดจะเอาฉันไปแลกเงินห้าล้านจริงๆ หรอกนะ?" หยางหลินทำหน้าไม่เชื่อ

"ทำไมจะไม่ล่ะ? เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป เธอต้องอยู่ที่นี่อย่างว่านอนสอนง่าย ห้ามไปไหนเด็ดขาด" เย่เฟิงชายตามองหยางหลินแล้วยิ้มกวนๆ

"คนบ้า!" หยางหลินหน้าซีดด้วยความโกรธ เดินกระแทกเท้าปึงปังกลับเข้าห้อง แล้วปิดประตูดังโครมใส่หน้าเขา...

จบบทที่ บทที่ 15 เรียกค่าเสียหายขูดรีด

คัดลอกลิงก์แล้ว