เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 หักบุปผาด้วยมือมาร

บทที่ 13 หักบุปผาด้วยมือมาร

บทที่ 13 หักบุปผาด้วยมือมาร


จ้าวเสี่ยวหลานได้ยินเสียงเปิดประตู เงยหน้าขึ้นก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา สันจมูกโด่งเป็นสัน แววตาคมกล้าดุดัน และริมฝีปากที่เม้มแน่น ทั้งหมดแผ่กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์... ทำไมคนคนนี้ถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยขนาดนี้นะ?

เธอเกิดความสงสัยขึ้นในใจ แต่ภายนอกยังคงนิ่งเฉย ชี้มือไปที่โซฟาพลางบอกเย่เฟิงว่า "นั่งสิ"

"ขอบคุณครับท่านประธานจ้าว!" เย่เฟิงนั่งลงบนโซฟาอย่างไม่เกรงใจ "ไม่ทราบว่าเรียกผมมามีธุระอะไรหรือครับ?" คำเตือนของถังต้งเมื่อครู่ถูกเขาโยนทิ้งไปหมดสิ้น การได้เห็นจ้าวเสี่ยวหลานในระยะประชิดสร้างความตื่นตะลึงให้เขาอย่างมาก หญิงสาวตรงหน้าคนนี้ช่างคล้ายกับซารี่เหลือเกิน

จ้าวเสี่ยวหลานเดินออกมาจากโต๊ะทำงาน แล้วถามว่า "คุณชื่ออะไร?"

"เย่เฟิง!" ยิ่งได้มองใกล้ๆ เย่เฟิงยิ่งรู้สึกว่าจ้าวเสี่ยวหลานเหมือนซารี่เข้าไปอีก ทั้งสีหน้าเย็นชา ทั้งท่าทีจริงจัง ภาพของจ้าวเสี่ยวหลานซ้อนทับกับซารี่ในความทรงจำ จนเขาเผลอจ้องมองเธอตาค้าง

"เย่เฟิง?" จ้าวเสี่ยวหลานพยายามค้นหาชื่อนี้ในความทรงจำ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน แล้วทำไมถึงรู้สึกคุ้นตาเขาขนาดนี้นะ? "ทำงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง ชินหรือยัง?"

"ก็ดีครับ" เย่เฟิงตอบไปตามสัญชาตญาณ สายตายังคงจับจ้องใบหน้างดงามของจ้าวเสี่ยวหลานไม่วางตา

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่จ้าวเสี่ยวหลานรู้สึกว่าสายตาที่เย่เฟิงมองมามันแปลกๆ... มีทั้งความคิดถึง ความตื่นเต้น ความเสียใจ ความรักใคร่ และความทะนุถนอม...

เขาเป็นอะไรไป? ทำไมถึงมองเธอแบบนี้? สายตาของเย่เฟิงทำให้จ้าวเสี่ยวหลานเริ่มรู้สึกอึดอัดและหงุดหงิดขึ้นมา

"คุณรู้ไหมว่าคนที่คุณสั่งสอนไปที่ล็อบบี้เมื่อกี้คือใคร?"

"รู้สึกจะชื่อฟางชิงหยวนครับ ทำไมเหรอครับ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?" เย่เฟิงได้สติกลับมาเป็นปกติแล้ว ถามกลับด้วยสีหน้าสงสัย

"พ่อของฟางชิงหยวนคือฟางหมิง ประธานหอการค้าหยางเฉิง ส่วนอาของเขาคือฟางหง รองผู้กำกับสถานีตำรวจหยางเฉิง คุณคิดว่าจะมีปัญหาไหมล่ะ?" จ้าวเสี่ยวหลานจำเป็นต้องเตือนเขา เพราะอิทธิพลของฟางชิงหยวนนั้นไม่ธรรมดา "แต่คุณก็ต้องระวังตัวด้วย เรื่องทางกฎหมายฉันพอจะช่วยจัดการให้ได้ แต่ถ้าฟางชิงหยวนเล่นสกปรกในที่มืด ฉันคงห้ามไม่ได้"

"ผมไม่สนหรอกว่ามันจะใหญ่มาจากไหน ตราบใดที่ไม่มายุ่งกับผม ผมก็ไม่ยุ่งด้วย แต่ถ้ามันกล้ามาหาเรื่อง ก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ!" เย่เฟิงแผ่รังสีอำมหิตออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ทันทีที่สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกจากตัวเขา จ้าวเสี่ยวหลานก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าทำไมผู้ชายชื่อเย่เฟิงคนนี้ถึงดูคุ้นตานัก ที่แท้ก็คือเขาคนนั้นเอง...

เธอชะงักงัน พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ...

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

ณ ห้องผู้ป่วยวีไอพี ชั้น 3 โรงพยาบาลประชาชนเมืองหยางเฉิง

จ้าวเสี่ยวหลานมองน้องชายที่นอนหลับสนิทแล้วถอนหายใจยาว หันไปพูดกับตำรวจด้านหลังว่า "ผู้กองจ้าว ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกคุณจริงๆ ค่ะ ถ้าน้องชายฉันเป็นอะไรไป ฉันคงไม่มีหน้าไปพบพ่อแม่ที่เสียไปแล้วแน่ๆ"

"คุณจ้าวเกรงใจไปแล้ว นี่เป็นหน้าที่ของพวกเราครับ อีกอย่างคนช่วยน้องชายคุณไม่ใช่พวกเราหรอกครับ พยานบอกว่าเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ เป็นคนช่วยไว้!" จ้าวชิ่งถ่อมตัว

"ผู้กองจ้าวถ่อมตัวเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมาถึงทันเวลา น้องชายฉันคงไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที" จ้าวเสี่ยวหลานกล่าวตามมารยาท ในใจมุ่งมั่นว่าจะต้องตอบแทนผู้มีพระคุณที่ช่วยน้องชายให้ได้

"ต้องบอกว่าน้องชายคุณดวงแข็งจริงๆ ถ้าคนคนนั้นมาช้ากว่านี้อีกนิด น้องชายคุณคงไม่รอดจริงๆ คนที่คุณควรขอบคุณคือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ต่างหาก" จ้าวชิ่งกล่าวอย่างละอายใจเล็กน้อย

"ผู้กองจ้าวพอจะทราบไหมคะว่าเขาเป็นใคร? ฉันอยากจะขอบคุณเขาจริงๆ!"

"หลังจากช่วยคนเสร็จเขาก็จากไปเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร แต่เราได้ให้พยานช่วยสเกตซ์ภาพใบหน้าคร่าวๆ ของเขาออกมาแล้ว!" จ้าวชิ่งหยิบกระดาษ A4 แผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้จ้าวเสี่ยวหลาน

จ้าวเสี่ยวหลานมองภาพสเกตซ์บนกระดาษที่คล้ายคลึงกับเย่เฟิง แล้วพึมพำกับตัวเอง "ฉันจะต้องหาคุณให้เจอ!"...

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน

จ้าวเสี่ยวหลานรู้แล้วว่าเย่เฟิงคือคนคนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องฟางชิงหยวน เธอคงไม่รู้เลยว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตน้องชายกลับกลายมาเป็นรปภ.ตัวเล็กๆ ในบริษัทของเธอเอง

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ เธอก้มศีรษะให้เย่เฟิง "ขอโทษนะ ที่ให้คุณมาทำงานเป็นรปภ.ที่นี่ ลำบากคุณแย่เลย!" จังหวะที่เธอก้มลง เสื้อสูทตัวเล็กที่คอเปิดกว้างเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่ม เย่เฟิงถึงกับลอบกลืนน้ำลาย หุ่นแม่คุณช่างเด็ดดวงจริงๆ

โชคดีที่จ้าวเสี่ยวหลานก้มหน้ามองพื้นอยู่ จึงไม่เห็นอาการหื่นกามของเย่เฟิง

เมื่อเห็นเย่เฟิงเงียบไป จ้าวเสี่ยวหลานจึงพูดซ้ำประโยคเดิมอีกครั้ง

"ฮะ? ลำบาก?" เย่เฟิงเพิ่งได้สติและรู้สึกงงงัน จ้าวเสี่ยวหลานเป็นอะไรไป ทำไมดูแปลกๆ ฟังจากน้ำเสียงเหมือนจะรู้สึกผิด แต่เขากับเธอเพิ่งเจอกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกไม่ใช่เหรอ เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ยิ่งฟังยิ่งทะแม่งๆ

"ท่านประธานจ้าว คุณนี่..."

"คุณดูนี่ก็จะเข้าใจเอง!" จ้าวเสี่ยวหลานเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกระดาษ A4 ที่พับสี่เหลี่ยมออกมาจากลิ้นชัก แล้วยื่นให้เย่เฟิง

เย่เฟิงรับมาคลี่ดู พบว่าเป็นภาพสเกตซ์ใบหน้าคน และคนในภาพนั้นก็คือตัวเขาเอง แม้จะไม่เหมือนเป๊ะ แต่ก็คล้ายถึงเจ็ดแปดส่วน

เย่เฟิงชูภาพสเกตซ์ขึ้น ถามเสียงเย็นเยียบ "คุณเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงมีรูปนี้?"

"ฉัน... ฉันคือจ้าวเสี่ยวหลานไง!" จ้าวเสี่ยวหลานทำตัวไม่ถูก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ท่าทีของเย่เฟิงถึงเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ด้วยประสบการณ์โชกโชนในสนามธุรกิจ ทำให้เธอตั้งสติได้เร็ว ไม่ได้ตกใจจนเสียขวัญ

"อย่ามาเล่นลิ้น บอกมา ใครส่งคุณมา?" เย่เฟิงพุ่งเข้าบีบคอจ้าวเสี่ยวหลาน ทันทีที่เห็นภาพสเกตซ์ เขาก็สังหรณ์ใจไม่ดี คิดว่าจ้าวเสี่ยวหลานกำลังแกล้งทำใสซื่อ

"มะ... ไม่มีใคร... ส่งฉันมา! คะ... คุณเป็นอะไร?" จ้าวเสี่ยวหลานที่ถูกบีบคอเริ่มสัมผัสได้ถึงความตาย ใบหน้าฉายแววหวาดกลัวสุดขีด

เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้ยังคุยกันดีๆ ทำไมพอเห็นรูปสเกตซ์ถึงเปลี่ยนเป็นคนละคน? หรือว่าเขาเป็นอาชญากรที่มีหมายจับ? หรือกำลังหนีการไล่ล่า?

"งั้นผมถามคุณ รูปนี้ได้มาจากไหน? ใครให้มา? ถ้ากล้าโกหก ผมจะหักคอคุณซะ" เย่เฟิงไร้ความปรานี มือบีบคอเธอแน่น เมินเฉยต่อสายตาอ้อนวอนน่าสงสาร ชูรูปสเกตซ์ถามเสียงเหี้ยม

ถึงจ้าวเสี่ยวหลานจะหน้าเหมือนซารี่ แต่เธอก็ไม่ใช่ซารี่ เมื่อถึงคราวจำเป็น เย่เฟิงจะไม่ใจอ่อนกับผู้หญิงเด็ดขาด

"ตะ... ตำรวจ... ให้... ให้มา!" จ้าวเสี่ยวหลานตอบตะกุกตะกัก รู้สึกถึงแรงบีบที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และแววตาอำมหิตของเย่เฟิง เธอเชื่อสนิทใจว่าถ้าคำตอบไม่เป็นที่พอใจ เขาหักคอเธอแน่

"ตำรวจ? พวกมันกำลังตามหาผม?" เย่เฟิงใจหายวาบ หรือตำรวจจีนจะรู้ตัวตนของเขาเร็วขนาดนี้?

"ฉัน... ฉันว่าคุณ... อาจจะเข้าใจผิดนะ!" จ้าวเสี่ยวหลานเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เธอยิ่งมั่นใจว่าเย่เฟิงต้องเป็นผู้ต้องหาหนีคดีแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตื่นตระหนกขนาดนี้

"เข้าใจผิด? คุณบอกว่าเข้าใจผิดก็คือเข้าใจผิดงั้นเหรอ?" เย่เฟิงถามเสียงเย็น

"คุณช่วยปล่อยก่อนได้ไหม? ฉันหายใจไม่ออก" จ้าวเสี่ยวหลานร้องขอเสียงแผ่ว

เย่เฟิงกวาดตามองไปรอบห้องทำงาน ห้องนี้โล่งกว้าง นอกจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้ว แทบไม่มีที่ให้ซ่อนตัว และตอนนี้เขาก็เผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้แค่คนเดียว ความระแวงจึงลดลงบ้าง

เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเข้าใจผิดจริงๆ ถ้าตำรวจรู้ตัวตนเขาจริง คนที่โผล่มาคงไม่ใช่สาวสวยบอบบางแบบนี้แน่ เขาค่อยๆ คลายมือออกจากคอจ้าวเสี่ยวหลาน แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา "ว่ามา มันเรื่องอะไรกันแน่?"

จ้าวเสี่ยวหลานลูบคอตัวเอง มองเย่เฟิงอย่างเคืองๆ ก่อนจะค่อยๆ อธิบาย "รูปสเกตซ์นี้ผู้กองจ้าวจากแผนกจราจรให้ฉันมา ส่วนที่ตำรวจตามหาคุณ ก็เพราะคุณช่วยน้องชายฉันไว้!"

จบบทที่ บทที่ 13 หักบุปผาด้วยมือมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว